Photobucket - Video and Image Hosting
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
Kanazawa Maimon Kaiten Sushi

วันนี้จะพาไปกินซูชิสายพานที่รสชาติอร่อยใช้ได้ร้านหนึ่ง เพิ่งไปกินมาวันนี้ ฉันและตาอ้วนกำลังเห่อและปลื้มกับความอร่อยไม่หาย คาดว่าคงจะผูกปิ่นโตเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ไปอีกสักระยะนึง

ทั้งๆที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ใช้เงินทานนอกบ้านบ่อยๆ เพราะกำลังจะเก็บหอมรอมริบตั้งเป้าไว้ว่าจะทำอะไรสักอย่างเสียหน่อย ก็กะไว้ว่าจะกินนอกบ้านอาทิตย์ละครั้งพอ แล้ววันพรุ่งนี้มีเลี้ยงส่งน้องคนไทยที่จะต้องย้ายตามสามีไปประจำที่อัลจีเรีย ก็กะว่าวันนี้จะเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่กับบ้าน...แต่....

หลังเลิกเรียน เพื่อนคนไต้หวันชวนไปกินซูชิสายพานแถวสถานีโยโกฮาม่า บอกว่าอร่อยเด็ดมาก เค้าต้องไปกินอาทิตย์ละ 3 วัน เพราะรสชาติเด่นราคาด้อย ฉันก็ขอตัว เพราะทิ้งน้องกะหล่ำไว้กับตาอ้วนให้ดูแล ก็เลยจะรีบกลับบ้าน ทั้งๆที่อยากกิน ก็เลยเมลไปชวนตาอ้วนว่าเย็นนี้เราไปกินร้านที่ว่านี้กันมั้ย พี่แกก็ทำท่าสนใจอยากไปกิน แต่!ไม่ใช่ร้านที่ว่าหรอก กลับเป็นร้านที่พี่แกหมายตาไว้มานาน...

ร้านKanazawa Maimon Sushi (金沢まいもん寿司)สาขาKonandai เป็นร้านซูชิสายพาน ที่คิดราคาตามสีจาน เริ่มตั้งแต่จานละ 130 เยน จานไปถึงจานละ 1000 เยน ซึ่งคุณภาพก็จะต่างไปจากร้านซูชิสายพานที่จานละ 105 เยนรวด

ตาอ้วนติดใจซูชิของเมืองKanazawa (จังหวัดIshikawa) ตั้งแต่ตอนที่ไปเที่ยวที่นั่นแล้ว พี่แกว่าขนาดเป็นร้านซูชิหมุนๆ ยังอร่อยล้ำเลย (ตาอ้วนเวอร์ได้อีก) ก็จริงๆตามที่ตาอ้วนบอกนั่นแหล่ะ ซูชิเมชิก็ละมุมละไม เนื้อปลาสด หวานกรอบ โชหยุมีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบสไตล์คานาซาวะ รสชาติจะออกหวานปะแล่มๆ และแบบสไตล์คันโต ซึ่งจะออกเค็มหน่อย เหมือนร้านซูชิทั่วไป การิ(ขิงดอง) ถึงจะออกเผ็ดแผดหากเทียบกับการิร้านอื่นๆ แต่ในความจัดจ้านทำให้รู้สึกsappariเบรคความคาวของกลิ่นปลาได้ดีมาก

Photobucket

ซุปมิโสะมีให้เลือก 4 ชนิด ตาอ้วนเลือก Aonori-jiru ซึ่งเป็นซุปมิโสะสาหร่ายวากะเมะธรรมดา ส่วนฉันเลือกTsumire-jiru มีเนื้อปลาบดปั้นเป็นก้อนกลม 3 ก้อนใส่มาด้วย น้ำซุปหวาน หอมกรุ่น ซดโฮกคล่องคอมาก

ซูชิ 1 จานจะมี 2 คำ ที่เห็น 4 คำนั่น คือ ทางร้านทำมาให้ไว้ในจานเดียวกัน แต่เอาอีกจานหนึ่งซ้อนมาข้างใต้ เพราะเวลาคิดตังค์จะนับจำนวนจาน และตามสีของจาน

ฉันไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร ขอใช้ทับศัพท์เรียกตามแบบญี่ปุ่นนะคะ

新秋刀魚(shin samma)

Photobucket

真鯵(ma-aji)
北寄貝(hokkigai)
白身三昧(shiromi sanmai) ในหนึ่งจาน มีปลาเนื้อขาว 3 ชนิดเสริฟมา รู้สึกว่าจะเป็นปลาคัมปาจิ ปลาฮามาจิ และปลาฮิราเมะ
締め鯖(shime-saba)
生げそ(nama geso) สุดโปรดของฉัน ปกติหากเป็นซูชิหน้าหนวดปลาหมึกสด จะมีขิงฝนโรยหน้ามา เวลาทานก็จิ้มโชหยุ แต่ฉันกลับชอบกินหนวดปลาหมึกสดกับซอสหวาน(อามะดาเระ) ซึ่งปกติคนญปจะทานซอสหวานกับหนวดปลาหมึกต้มเท่านั้น...ก็มันชอบแบบนี้นี่

เคยได้ยินคนไทยบางคนบอกว่า ห้ามละลายวาซาบิลงไปผสมโชหยุ ควรจะคีบเอาเฉพาะเนื้อปลาลงไปจิ้มโชหยุ แล้วค่อยๆบรรจงวางกลับไปบนข้าวก่อนคีบเข้าปาก ซึ่งก็ถูกเป๊ะ จะใช้ตะเกียบคีบ หรือมือหยิบก็ไม่มีใครว่า แต่จริงๆฉันอยากจะแย้งนิดนึงว่า ถึงจะเอาวาซาบิลงไปละลายผสมโชหยุจนข้นคลั่ก คนญี่ปุ่นไม่มีใครมาดูถูกเหยียดหยามหรอก แต่ละคนมีสไตล์การกิน+ความชอบต่างกันออกไป ฉันเองก็เหมือนกัน ไม่ชอบกินเหมือนคนญี่ปุ่นก็จะไม่ทู่ซี๊กิน เพราะกินไปก็ไม่แซ่บเท่าลิ้นของตัวเองตามแบบฉบับตัวเอง ปากก็ของเรา ท้องก็ของเรา เงินที่จ่ายก็ของเรา...อย่างไหนมีความสุข ก็ทำโลด

Photobucket


平貝(taira-gai)
玉ねぎ鮭(onion salmon)
間八(kampachi)
鯒(kochi) ปกติหาทานค่อนข้างยากเสียหน่อย เนื้อปลากรอบกรุบกริบ เวลาเคี้ยวเด้งๆหน่อย ตาอ้วนปลื้มไม่หยุดเลย
生蛸(nama-tako)

Photobucket

大根サラダ(สลัดไชเท้า) ใส่กุ้งทอดมาด้วย แต่ไม่ค่อยปลื้ม ร้านซูชิทำสลัดไม่ค่อยอร่อย
海松貝(miru-gai)
炙り鯖(aburi saba) ฉันไม่ได้ลองกินจานนี้ทั้งๆที่เป็นคนสั่ง เพราะอิ่มพุงจะแตกแล้ว ตาอ้วนกินบอกว่าไม่ปลื้มที่สุดในบรรดาที่กินทั้งหมด เอาไฟย่าง ปลาซาบะเอามาจี่ไฟแบบนี้ ไม่ค่อยจะเวิร์คเท่าไหร่
炙り帆立(aburi hotate)
活甘海老(ike ama-ebi)
白海老(shiro ebi) เป็นอะไรที่ดูอลังการมาก เพราะมีแผ่นทองปิดมาด้วย ที่เมืองคานาซาวะเค้ามีชื่อเรื่องการทำแผ่นทองเปลวอยู่แล้ว ตาอ้วนว่า กุ้งเนื้อขาวนี้ขึ้นชื่อของเมืองเลย
生烏賊(nama tako)
穴子三昧(anago sammai) จานนี้เริ่ด ขนาดฉันไม่ใช่คนที่ชอบกินปลาไหล ไม่ว่าจะเป็นอานาโกะ หรืออุนาหงิ ยังกินสองชิ้นเบ้งๆหมดเลย ชิ้นหนึ่งเป็นni-anago คือ เอาไปต้ม ที่เห็นมีซอสหวานป้ายนั่นแหล่ะ กับอีกชิ้นหนึ่งเป็นyaki-anago คือ เอาไปย่าง ฉันกินแล้วก็แยกความแตกต่างไม่ค่อยออก แต่ตาอ้วนบอกว่าni-anagoนุ่มละมุนกว่า...แฮ่ะๆ ฉันว่ามันก็เหมือนๆกันเลย

กินอิ่มมากๆๆ ไม่ทันได้นับจาน แต่คิดว่ารวมราวๆ 24-25 จาน ก็เท่ากับสองคนกินไป 4-50 คำ พุงเกือบแตก ในเวบแนะนำร้านอาหารบอกว่า ราคาต่อหัวราว 2000-2900 เยน แต่ทำไมของฉันกับตาอ้วนถึงเช็คบิลออกมา 10200 เยนถึงว่าแทบจะกลิ้งออกจากร้าน

ฉันแนะนำร้านนี้มากเลยค่ะ อร่อยใช้ได้เลยหล่ะ... ช่วงหลังๆรู้สึกเฟลกับซูชิสายพานจานละ 105 เยน มาก ขนาดที่เคยคิดว่าโอเคอย่างคุระซูชิ ตอนไปกินครั้งหลังสุด รู้สึกแย่มากเลย ตาอ้วนหัวเราะอย่างขื่นๆ บอกว่า น่าขำมั้ยล่ะ ทั้งร้านที่อร่อยที่สุด กลับเป็นคัมเปียวมากิ (ปกติคัมเปียวมากิเนี่ย เป็นซูชิที่สิ้นคิดที่สุดแล้ว มีขายดาษดื่นทั่วไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อ)

หากมีโอกาส เพื่อนๆไปลองทานกันดูนะคะ

* ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพทั้งหมด รูปไม่ค่อยชัดนะคะ ขออภัยด้วย *


Create Date : 25 กรกฎาคม 2552
Last Update : 25 กรกฎาคม 2552 23:17:04 น. 0 comments
Counter : 1820 Pageviews.

fudge-a-mania
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








Image hosted by Photobucket.com Image hosted by Photobucket.com

แวะมาเยี่ยมทั้งที จะไม่ทิ้งอะไรให้ ดูต่างหน้าเลยอ่ะเหรอ

น่านะ นึดนึง ที่ Guest Book ไง ขอบใจจ้า




บ้านเกลอของกัน

Friends' blogs
[Add fudge-a-mania's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.