Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
21 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ใยอาหาร สำคัญกว่าที่คิด


อาหารที่อุดมด้วย สารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ และภาวะแก่ก่อนวัย สารต้านอนุมูนอิสระ ยังไปกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกาย และยังช่วยป้องกันระบบประสาท และเซล์สมองอีกด้วยเป็นหนุ่มสาวพันปีดีที่สุดอยู่แล้ว


การมีรูปร่างหน้าตาที่ดูเป็นหนุ่มเป็นสาวเสมอ หรือแม้เพียงแค่รู้สึกว่าเป็นหนุ่มเป็นสาวนั้น คุณเชื่อไหมคะว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ ไม่อิงนิยายค่ะ รอยตีนสัตว์มีปีกสีดำหรือรอยเหี่ยวย่น ที่เรารังเกียจไม่อยากให้มาเยือน ความทรงจำที่เริ่มเลอะเลือน ภาวะหัวใจพิบัติ ทั้งภาวะกระดูก พรุนและมะเร็ง แปรผันตามอายุที่สูงขึ้น นั่นคือสัญญาณของความแก่ ซึ่งมีผลส่วนใหญ่มาจาก วิถีชีวิตที่เราเลือกที่จะเป็น เช่น การเลือกรับ-ประทานอาหาร การเลือกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มี มลภาวะต่ำ มีผลต่อความแก่มากกว่ากระบวนการแก่ตามธรรมชาติของเซลล์ร่างกายเราๆ เสีย อีกค่ะ การเลือกรับประทานอาหารในแต่ละวันมีผลป้องกันแก่ได้พอๆ กับการใช้สารป้องกันแสง (Sunscreen) ทาหน้า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และวิธีการป้องกันแก่อย่างอื่นๆ อีกเช่น การทำสมาธิเพื่อลดความเครียด ตัวร้ายที่ทำให้หน้าเหี่ยวย่นเร็ว ได้เวลาร่ายยาวถึงเคล็ดลับในการชะลอความแก่แล้วค่ะ อาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บและภาวะแก่ก่อนวัย สารต้านอนุมูลอิสระยังไปกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกายและยังช่วย ป้องกันระบบประสาทและเซลล์สมองอีกด้วย


อายุยิ่งมากขึ้น ยิ่งต้องรับประทานวิตามิน ให้มากขึ้น
เมื่อเราอายุมากขึ้น ขบวนการเผาผลาญอาหารของร่างกายเราจะมีประสิทธิภาพลดลง ผลก็คือ เราจะต้อง รับประทานสารอาหารเข้าไปทดแทนให้มากขึ้น อาทิ วิตามิน ดี (Calciferol) เป็นวิตามินที่มีส่วนป้องกันภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) ร่างกายเราสามารถ สังเคราะห์ได้เองที่ผิวหนังเมื่อสัมผัสกับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าหรือช่วงเย็น ผู้สูงอายุจะสังเคราะห์วิตามิน ดี ได้น้อยกว่าเด็กวัยรุ่นเกือบเท่าตัว หากคุณอายุ 20-30 ปี ควรรับประทานวิตามิน ดี 200 IU ต่อวัน เมื่ออายุมากขึ้น ก็ต้องรับประทานสูงขึ้นราว 400-600 IU เพื่อให้ได้ผลในการป้องกันกระดูกผุได้เท่ากันทุกวัย ไม่ง่ายเลยนะคะที่จะกำหนดขนาดแน่นอนที่ควรรับประทาน ในเมื่อขบวนการแก่ตัว จะเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยที่เราไม่ทันระวังตัว ฉะนั้นเราควรค่อยๆ เพิ่มขนาดการรับประทานวิตามิน ดี ให้สูงขึ้นจนถึง 600 IU เมื่ออายุย่างเข้า 60 ปี

ความต้องการวิตามิน บี ก็เพิ่มตามอายุเช่นเดียวกัน วิตามิน บี3 (Niacin) กรดโฟลิค (Folic acid) วิตามิน บี 6 (Pyridoxin) และวิตามิน บี 12 (Cyanocobalamine) วิตามิน บี ที่กล่าวข้างต้นมีผลต่อการควบคุมระดับของกรดอะมิโนที่ชื่อ โฮโมซิสทีน (Homocysteine) ให้มีปริมาณต่ำในกระแสเลือด หากมีสูงมากไปจะก่อให้เกิดความเสี่ยงของภาวะหลอดเลือดแข็งตัวจากการที่มีไขมันมาอุดตัน (Atherosclerosis) ลุกลามจนเกิดภาวะหัวใจพิบัติได้ (Heart attack) หรือแม้แต่ภาวะความจำเสื่อม รายงานการวิจัยค้นคว้าจากวารสารกุมารเวชของยุโรปสรุปว่า เมื่อคุณอายุมากขึ้นให้รับประทานวิตามินบี 6 เพิ่มจาก 2 มก. เป็น 5 มก. วิตามิน บี 12 จาก 2 มก.เป็น 10 มก. คุณๆ สุภาพสตรี ควรรับประทานกรดโฟลิคให้ได้ 400 มก.ต่อวัน ยิ่งหากคุณต้องการมีบุตรหรือกำลังจะมีบุตรด้วยแล้วควรเพิ่ม ปริมาณกรดโฟลิคให้สูงถึง 800 มก.ต่อวัน ถ้าไม่แน่ใจปรึกษาแพทย์ได้เลยค่ะ สอบถามท่านให้ละเอียดเลยนะ เพราะหากสตรีมีครรภ์ขาดวิตามิน บี ชนิดนี้แล้ว ทารกคลอดออกมาอาจเกิดภาวะเยื่อหุ้มไขสันหลังบกพร่องที่เราเรียกว่า Neural Tube Defect ได้ค่ะ ไม่คุ้มค่าเสี่ยงนะคะ

สำหรับคุณสุภาพสตรีอีกค่ะ ปริมาณแร่ธาตุแคลเซียมที่คุณควรรับประทานก็ต้องสูงมากขึ้นตามอายุ อย่ามัวทำเป็นลืมนับอายุนะคะ ควรรับประทานแคลเซียมมากๆ เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) คุณสุภาพสตรีควรรับประทานแคลเซียมวันละ 1ที่มาข้อมูล :


Create Date : 21 เมษายน 2553
Last Update : 21 เมษายน 2553 4:29:16 น. 0 comments
Counter : 250 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tanadatcmi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add tanadatcmi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.