Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
แย่แน่! ถ้าน้ำนม "แม่" ไม่พอ


หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ ผู้หญิงวัยทอง หรือ M enopause” กันบ้างแล้ว ซึ่งก็คืออาการที่เกิดขึ้นกับสตรีที่เข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน เป็นสภาวะที่เกิดจากการลดระดับ และไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนเพศหญิง E strogen และ Progesterone โดยทั่วไปมักพบในสตรีที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป อาการที่สามารถสังเกตได้ชัดได้แก่ ร้อนวูบวาบ หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย เครียด นอนไม่หลับ เหงื่อออกมาก อารมณ์แปรปรวน การตอบสนองทางเพศลดลง ในบางรายอาจมีอาการช่องคลอดแห้งร่วมด้วย ทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะต่างๆตามมา เช่น ภาวะกระดูกพรุน ภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด ผลกระทบต่อความจำและอารมณ์ ฯลฯ


อาการดังกล่าวยังสามารถพบในผู้ชายได้ด้วย ซึ่งเราเรียกว่า “ ผู้ชายวัยทอง หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Andropause” ภาวะ Andropause นี้เกิดจากการลดลงของระดับฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ซึ่งจะค่อยๆลดลงทีละน้อยตั้งแต่อายุ 35 ปี และจะ ลดลงอีกเรื่อยๆ 1- 1.5 % ในแต่ละปี อาการที่พบในผู้ชายวัยทองก็จะคล้ายๆกับที่พบในผู้หญิง และยังมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะต่างๆได้เช่นกัน


นอกจากนี้ยังอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโตอีกด้วย ภาวะ Andropause ยังมีผลกระทบต่อกล้ามเนื้อและไขมันในร่างกาย ลักษณะภายนอกที่เห็นได้ชัดคือ กล้ามเนื้อทั่ว ร่างกายเล็กหรือลีบลง มีอาการอ่อนเพลีย ซีด ปวดเมื่อย ผมบางลง และมีอาการลงพุงเนื่องจากการเผาผลาญไขมันลดลง ในผู้ชายวัยทองนอกจากจะมีความต้องการและอารมณ์ทางเพศลดลงแล้ว ความสามารถในการสร้างและหลั่งอสุจิก็ลดลงตามมาด้วย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงนอกเหนือจาก อายุ ซึ่งเป็นปัจจัยทาง ธรรมชาติแล้ว ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือการขาดสารอาหารบางชนิด จะเป็นตัวเร่งให้ฮอร์โมนในร่างกายหมดเร็วขึ้น

ในด้านวิธีการรักษาอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ชายวัยทองนั้น ทางการแพทย์จะใช้วิธีการรักษาทางจิตใจเป็นอันดับแรก ในบางราย การพูดคุยและปรึกษาแพทย์ก็สามารถฟื้นฟูภาวะดังกล่าวได้ หรือในบางรายอาจจำเป็นต้องใช้ยาหรือฮอร์โมนเสริมโดยต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์ ผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปควรมีการตรวจวัดระดับฮอร์โมน Testosterone และควรสังเกตตนเองว่าเริ่มมีอาการผิดปกติทั้งทางร่างกายและจิตใจดังกล่าว ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดความเครียด รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการโดยรับประทานผัก ผลไม้ให้มากโดยเฉพาะมะเขือเทศ ซึ่งมีสารสำคัญคือ Lycopene สามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดภาวะต่อมลูกหมากโต ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารไขมันต่ำ และควรได้รับสารอาหารต่างๆอย่างเพียงพอ เช่น แร่ธาตุสังกะสี (Zinc)ที่มาข้อมูล :


Create Date : 20 เมษายน 2553
Last Update : 20 เมษายน 2553 14:45:06 น. 0 comments
Counter : 171 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tanadatcmi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add tanadatcmi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.