Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
19 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
Rediscovering Vitamin C หลากหลายคุณประโยชน์จาก วิตามินซี


คำว่า ""ไข้ทับระดู"" เป็นคำที่ใช้เรียกกันมาตั้งแต่สมัยก่อน ซึ่งมักเล่าขานกันในอดีตว่า ไข้ทับระดูเป็นไข้ที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิง บางคนเป็นแล้วอาจถึงกับเสียชีวิตได้ บางคนก็เรียกไข้ทับระดูในความหมายของการติดโรคผู้หญิงมา โดยที่สมัยก่อนยัง ไม่มียาฆ่าเชื้อโรคที่ดีพอ เวลาที่ติดเชื้อที่รุนแรง ก็มักจะมีไข้และอาจรุนแรงถึงขั้น เสียชีวิตได้

ผู้คนในสมัยก่อนยังพูดถึงไข้ทับระดูในลักษณะที่เสียชีวิตขณะฉีดยา ทำให้หลายคนไม่กล้าให้หมอฉีดยาขณะที่มีประจำเดือน เรื่องนี้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นผลจาก การฉีดยาเพนนิซิลินในสมัยนั้น ซึ่งปฏิกิริยาแพ้ยาเพนนิซิลลินสามารถพบได้บ่อย และมีความรุนแรงมาก ปัจจุบันการฉีดยาเพนนิซิลินลดน้อยไปมาก เนื่องจากมียาชนิดอื่นให้เลือกใช้อีกหลายชนิดและยาใหม่ๆ ก็มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะมีประจำเดือน
ระบบต่างๆ มีการปรับตัว และเปลี่ยนแปลงหลายประการด้วยกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากระดับของฮอร์โมนเพศหญิงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขณะมีประจำเดือน ในส่วนของภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อ พบว่าขณะมีประจำเดือน ร่างกาย มีภูมิต้านทานลดน้อยลง โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อง่ายกว่าปกติ จากการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ พบว่าการทำหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่อสู้
เชื้อโรคจะลดน้อยลง สืบเนื่องมาจากผลของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ยังพบว่ามีโอกาสติดเชื้อในมดลูก และปีกมดลูกได้มากกว่าปกติ เกิดเป็นภาวะมดลูกอักเสบ และปีกมดลูกอักเสบ ในสมัยก่อนการเดินทางไปโรงพยาบาลเป็นเรื่องยากลำบาก สุขอนามัยส่วนตัวยังไม่ได้ดีพอ ไม่มีการใช้ผ้าอนามัยเหมือนในปัจจุบัน อาจจะใช้วัสดุที่ไม่สะอาด หรือใช้ผ้าเก่ามาซับเลือด แล้วนำมาซักใช้ใหม่อีก การอาบน้ำชำระล้างร่างกายก็นิยมลงไปอาบในแม่น้ำลำคลอง เวลาที่มีประจำเดือน ปากมดลูกจะเปิด เมื่อเกิดการติดเชื้อจึงทำให้โรคค่อนข้างรุนแรง เกิดเป็นไข้ทับระดูขึ้น

มดลูกอักเสบและปีกมดลูกอักเสบ
ปีกมดลูกอักเสบ หมายถึง การอักเสบของท่อรังไข่ ส่วนมดลูกอักเสบ หมายถึง การอักเสบของเยื่อบุภายในโพรงมดลูก ทั้งสองโรคพบได้บ่อยในหญิงวัยเจริญพันธุ์ (15-45 ปี) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผ่านช่องคลอดเข้าไปทางปากมดลูก ขึ้นไปในโพรงมดลูก ทำให้เกิดโรคมดลูกอักเสบ และถ้าหากลุกลามต่อไปในท่อรังไข่ ก็ ทำให้กลายเป็นปีกมดลูกอักเสบ

ทั้งสองโรคนี้มักจะพบร่วมกันจนแยกจากกันไม่ออก และมักจะเรียกรวมๆ กันว่า ""อุ้งเชิงกรานอักเสบ"" ซึ่งครอบคลุมถึงการอักเสบของเยื่อบุโพรงมดลูก ท่อรังไข่ รังไข่ และเยื่อบุช่องท้องภายในอุ้งเชิงกราน โรคนี้พบบ่อยในผู้หญิงที่มีสามีสำส่อนทางเพศ ชอบเที่ยวหญิงบริการ หรือนิยมมีเพศสัมพันธ์เสรี และมักพบภายหลังคลอดบุตร แท้งบุตร ขูดมดลูก ใส่ห่วงคุมกำเนิด หรือในบางรายที่ชอบสวนล้างช่องคลอด

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อหนองใน หรือเชื้อคลามัยเดีย ในกรณีที่เกิดการติดเชื้อแบบเฉียบพลัน มักตรวจพบเซลล์
เม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิลในต่อมเยื่อบุมดลูก ส่วนการติดเชื่อเรื้อรัง จะตรวจพบพลาสมาเซลล์ และ
ลิมโฟซัยท์ในเยื่อบุมดลูก

ในกรณีที่เป็นหลังคลอด มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่เป็นปกติวิสัยในช่องคลอด เช่น
เชื้อสเตรปโตค็อกคัส ที่มาข้อมูล :


Create Date : 19 เมษายน 2553
Last Update : 19 เมษายน 2553 22:51:41 น. 0 comments
Counter : 209 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tanadatcmi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add tanadatcmi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.