Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
19 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
คนไทย11ล้านคน เสี่ยงอัมพฤกษ์จากกินเค็ม


สาธารณสุขเร่งรณรงค์ลดการกินเค็มของคนไทย ซึ่งขณะนี้ปริมาณบริโภคสูงกว่ามาตรฐานโลก 3 เท่าตัว กินเฉลี่ยมากกว่าวันละ 3 ช้อนชา ส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบ 5 ปี ผลตรวจสุขภาพล่าสุดพบคนไทยวัย 15 ปีขึ้นไป ความดันโลหิตสูงผิดปกติ ร้อยละ 22 หรือประมาณ 11 ล้านคน เสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต

นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ อังคสุวะพลา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการลดเค็ม ลดความดัน ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต ปี 2549 แก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เครือข่ายสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ เกือบ 200 คน เพื่อรณรงค์ให้คนไทยลดการบริโภคอาหารรสเค็ม ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง

จากการวิเคราะห์ทางการแพทย์ และโภชนาการ พบว่าขณะนี้คนไทยนิยมบริโภคอาหารรสเค็ม ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของอาหารรสแซ่บ เช่น อาหารประเภทยำ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ซึ่งจะต้องใส่เครื่องปรุงมากกว่าปกติ บางรายติดแม้ปรุงแล้วก็ปรุงเพิ่มเติมอีก รวมทั้งยังมีขนมขบเคี้ยว หรือที่วัยรุ่นเรียกว่าสแน็ก ทำให้ปริมาณเกลือมีมากกว่าความจำเป็นของร่างกายถึง 3 เท่าตัว โดยองค์การอนามัยโลกกำหนดให้ต่อวันควรได้รับเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา แต่ค่าเฉลี่ยอาหารที่คนไทยบริโภค มีเกลือสูงถึง 3 ช้อนชาต่อคน

ขณะเดียวกันคนไทยกินผักน้อยลงเรื่อยๆ เฉลี่ยวันละ 3 ทับพี การกินเค็มดังกล่าว ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและไตวาย จากการสำรวจสภาวะสุขภาพคนไทย โดยการตรวจร่างกายปี 2547 พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีความดันโลหิตสูงผิดปกติ (เกิน140/90 มิลลิเมตรปรอท ขึ้นไป) เกือบ 11ล้านคน หรือร้อยละ 22 ของประชากร ในผู้ชายพบร้อยละ 23 และหญิงร้อยละ 21 เพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2540 กว่า 1 เท่าตัว ในจำนวนนี้เกือบ 6 ล้านคน ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง ในกลุ่มที่รู้ตัวมีเพียงร้อยละ 30 ที่เข้ารักษาตัว และปฏิบัติตัวจนสามารถควบคุมความดันลดลงมาเหลือปกติ (ไม่เกิน 120/80 มิลลิเมตรปรอท) เพียงร้อยละ 16 เท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องรณรงค์ ทั้งเรื่องการลดบริโภคอาหารรสเค็ม รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น และต้องออกกำลังกายเป็นประจำ

หากปล่อยให้ปัญหาบานปลายอาการความดันโลหิตสูงกำเริบจนถึงขั้นเจ็บป่วย จะทำให้ประเทศไทยต้องลงทุนรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ ปีละเกือบ 20ที่มาข้อมูล :


Create Date : 19 เมษายน 2553
Last Update : 19 เมษายน 2553 5:34:21 น. 0 comments
Counter : 156 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tanadatcmi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add tanadatcmi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.