Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
2 มกราคม 2555
 
All Blogs
 

เมื่อหญิงเดี่ยวลุยเข้าเรียนเทคนิคที่มีแต่ผู้ชาย ณ ปารากวัย !!

mba'éichapa ..บ่ะเอชะปะ , สวัสดีค่าเพื่อนๆ เราชื่อ "พิมพ์" นะคะ ตอนนี้เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นนักเรียนเก่าในโครงการ AFS รุ่นที่ 47 ไปแลกเปลี่ยน "ประเทศปารากวัย" กลับมาได้ซักพักใหญ่แล้ว ตอนนี้เราก็มีโอกาสที่จะเล่าเรื่องที่เราได้พบเจอในประเทศใจกลางทวีปอเมริกาใต้ ดินแดนที่แม่น้ำสองสายใหญ่มาบรรจบกัน และความมันส์ของเด็กไทยผู้เรียบร้อยที่ได้ไปอยู่ในสมรภูมิของเด็กโรงเรียนเทคนิค!!! ที่มีผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึงสามเท่า!!! และความผูกพันที่เวลาผ่านมาแค่ไหนก็ลืมมันไปไม่ได้ซะที



เราไปประเทศ "ปารากวัย" อยู่เมืองชื่อว่า "เฟอร์แนนโด เดอ ลา โมรา" ห่างจากเมืองอซุนซิอองซึ่งเป็นเมืองหลวง 20 นาที โฮสท์พ่อแม่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง มีน้องสาว 4 คนและในท้องอีก 1 คน ( คนปารากวัยนิยมมีลูกมาก มีลูก 5 คนยังถือว่าปกติค่ะ เพราะประชากรเค้าน้อยจริงๆ ) ลูกคนแรกเค้าเรียนที่โรงเรียนเทคนิครัฐบาล คนที่สอง-สี่เรียนเอกชน แล้วคือโรงเรียนที่เราได้ไปเรียน ตอนแรกทางโครงการบอกไว้ว่า เราจะได้เรียนกับน้องๆ คนที่สอง-สี่ เป็นโรงเรียนเอกชนอย่างดี ยูนิฟอร์มสวย มีคนพูดภาษาอังกฤษได้ เราก็ดีใจ ฮูเล่ ยังไงเดือนแรกๆ ก็รอดตายละ แต่ที่ไหนได้ สุดท้ายเค้าพาเรามาส่งที่โรงเรียนเทคนิคต่างหากล่ะ -*-



โรงเรียนที่เราเรียนชื่อ Colegio Técnico Nacional เป็นโรงเรียนเทคนิคประจำชาติ (ดูยิ่งใหญ่มาก !! ) ยูนิฟอร์มจะมีสองแบบคือชุดทางการเป็นเสื้อแขนยาว เนคไทน้ำตาล กระโปรง ถุงเท้าย้อยๆ จะใส่วันจันทร์ และอีกชุดคือชุดใส่ลงปฎิบัติ workshop โดยเสื้อจะแบ่งตามสีของสาขาที่ตัวเองเรียน เช่น เราเรียนอยู่ eletromecanica ชั้นปีที่ 3 (เทียบเท่าม.6) ได้ใส่เสื้อสีน้ำเงิน ใส่กับกางเกงยีนส์



วันที่ไปเรียนวันแรก อาจารย์พาไปแนะนำตัว ในห้องตกใจมาก เพราะในห้องมี 34 คน มีผู้หญิงแค่ 4 คนรวมเราเข้าไปก็เป็น 5 คน และทั้งโรงเรียนมีนักเรียน 900 คน มีผู้หญิงอยู่แค่ 300 คนเท่านั้น สภาพบรรยากาศในห้องน่ารักมาก = = ตอนเดินเข้าไปในห้องมียกเก้าอี้มาให้ ผิวปากต้อนรับ แซวภาษากัวรานีอีก ลำพังสเปนก็ไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคาบแรกที่เรียนคือ Refriciraciones เป็นวิชาที่ว่าด้วยการซ่อมแผงวงจรต่างๆ ในเครื่องใช้ไฟฟ้า พูดง่ายๆ คือปีนี้เราได้เรียนซ่อมตู้เย็น ซ่อมแอร์ ทำยังไงให้ช่องแช่แข็งเย็น แอร์ไม่เย็นเปลี่ยนตรงไหน แล้วคือ เอิ่ม … ทำไม่เป็นอ๊า แต่ก็มีวิชาที่ได้เรียนพื้นฐานด้วยนะ เช่น ภาษาอังกฤษ เลข นอกนั้นน่ะเหรอ ไม่ได้เกี่ยวกับที่เราเรียนจากที่ไทยมาซักอย่างเลย แต่ก็มีหลายๆ ตัวที่เราลงเรียนเช่น ภาษากัวรานี , ประวัติศาสตร์ และวรรณคดีสเปน

นอกจากนี้ ช่วงแรกๆ ที่เราไปถึง พระเจ้า !! ไม่เคยโดนรุมขนาดนี้มาก่อน เค้าเข้ามาถามว่ามาจากไหน ประเทศไทยอยู่ส่วนไหนอะ ? ทำไมคนไทยต้องมีชื่อเล่นด้วย ? (เพราะคนปารากวัยชื่อเล่นของพวกเค้าคือออกเป็นแนวฉายามากกว่า) เขียนภาษาไทยให้ดูหน่อย ..แล้วทุกคนก็มีตัวหนังสือไทยพร้อมชื่อกลับบ้าน 5555

ต่อมาเราเอาหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวของประเทศไทยไปให้เพื่อนๆ ดู แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนสาขาเราเท่านั้นที่เข้ามาหาเรา มีเพื่อนมาจากสาขาอื่นด้วย พอเราเหยียบเข้าประตูโรงเรียนก็มีคนมาแบบจับมือ มาชนแก้ม แล้วแนะนำตัว พาไปห้องเรียน มีตะโกนลงมาจากชั้น 2 ของโรงเรียนว่า “Pim,te amo” อึ้งค๊า ! ทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักกันเลย มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย ผู้หญิงโรงเรียนส่วนมากจะเท่ๆ นิสัยผู้ชายๆ เลยล่ะ ส่วนผู้ชายที่นี่ก็เกรียนๆ ชอบแซวผู้หญิง เวลาเค้าแซวเนี่ยเค้าแซวจริงจังมากเลยนะ แบบผิวปาก บอกรักเลยล่ะ 5555 โดยรวมแล้ว เพื่อนๆ ก็น่ารักมากๆ สอนภาษากัวรานีที่เป็นภาษาพื้นเมืองให้เราด้วย

ปารากวัยมักจะมีเทศกาลที่เมืองไทยไม่มี เช่น วันที่ 30 กรกฎาคม เป็นวันเพื่อน (dia de la amistad) เป็นวันที่เพื่อนจะแลกของขวัญและก็พากันไปฉลองในช่วงเที่ยงก่อนจะกลับบ้าน นอกจากจะมีเทศกาลที่เมืองไทยไม่มีแล้วยังมีวัฒนธรรมต่างๆ ที่แตกต่างจากเมืองไทยด้วย เช่น อาหารเย็น ถ้าเป็นเมืองไทย ทุ่มสองทุ่มก็เริ่มกินแล้ว แต่ปารากวัยสามทุ่มครึ่งเพิ่งเริ่มเข้าครัว กว่าจะได้กินก็สี่ทุ่มกว่าละ กินเสร็จแล้วซักพักเค้าก็นอนกันเลย



นอกจากนี้ เวลาในช่วงบ่ายจะเป็นเวลานอนกลางวันของคนในประเทศนั้น คือเราเลิกเรียนเที่ยง พอกลับมาบ้าน ก็เจอพ่อแม่กลับมาจากที่ทำงาน กินข้าวแล้วเค้าก็ไปนอนกลางวัน พอบ่ายสามกลับไปทำงานต่อถึงหนึ่งทุ่มแล้วค่อยกลับบ้าน คือปารากวัยเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าคนมาสายตลอด นัดห้าโมงเย็นจะมาสามทุ่ม แต่ถ้าเป็นเรื่องเรียนล่ะก็ เข้าเรียนเจ็ดโมง ก็จะเห็นทุกคนพร้อมกับการเรียนอยู่แล้ว เราเคยเข้าเรียนช้า 20 นาที อาจารย์ทักว่า “Buena Noches” ที่แปลว่า ราตรีสวัสดิ์ เธอมาช้าไป แฮ่ๆ อายเลย



การไปแลกเปลี่ยนครั้งนี้ โชคดีที่เราได้เพื่อนที่ดีหลายคน และเปลี่ยนเราจากผู้หญิงเรียบร้อยคนนึงให้กล้าคิดกล้าพูด กล้าถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ ทำอะไรรั่วๆ หลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำที่เมืองไทย ทำอะไรที่ผู้หญิงหลายๆ คนคงไม่เคยทำ มันไม่ใช่การเดินช้อปปิ้ง แต่งหน้า ทาเล็บ มันคือความมันส์ในที่เกิดขึ้นในปี เช่น ซ่อมแผงวงจรตู้เย็น มีเสื้อชอปด้วยน้า > < แล้วที่ชอบมากๆ คือได้ไปทำอะไรที่ท้าทายจริงๆ เช่น เข้าค่ายทหารที่ปารากวัย , ปีนเขา , แบกแพค แต่ความประทับใจจริงๆ ที่เกิดขึ้นกับเราคือการที่เราพูดภาษาสเปนได้ ขึ้นรถเมล์กลับบ้านเป็น (เคยตกรถเมล์ด้วย เพราะไม่รู้ว่าจริงๆ เค้ามีเชือกให้ดึงเวลาจะลง ) ทำอะไรเบื้องต้นเองได้ และทำให้คนอีกฝั่งโลกเข้าใจว่าประเทศไทยคืออะไร เพื่อให้คำว่า "นักเรียนแลกเปลี่ยน" ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ ความคิดมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้คนอื่นเข้าใจและรักประเทศไทย เหมือนที่เรารักประเทศของเราเช่นกัน

ที่มา เด็กดี ดอทคอม




 

Create Date : 02 มกราคม 2555
0 comments
Last Update : 2 มกราคม 2555 10:49:20 น.
Counter : 2352 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


MR.ITANRICH
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ผมเป็นคนไทยที่รักประเทศไทย
Friends' blogs
[Add MR.ITANRICH's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.