Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
1 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
เรื่องสั้นชุด ความน่าจะเป็นหมา : ควัน

ควัน




ณ เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ในเวลาเช้าสายๆ ที่ทุกอย่างดูเงียบสงบ บนถนนมีรถผ่านไปมานานๆทีสองสามคัน บริเวณริมถนนนั้นไม่มีคนเดินผ่านเลยแม้แต่คนเดียว ราวกับว่าเมืองนี้เป็นเมืองร้าง ที่ศาลาพักริมทางเก่าๆ ซอมซ่อหลังหนึ่ง มีชายวัยประมาณ สามสิบกว่าๆ นั่งอยู่เพียงลำพังคนเดียว เขาใส่แว่นตากันแดดสีฟ้าใสๆ สวมเสื้อสูทหนาสีดำ ดูเก่าคร่ำครึ ที่ตักมีกระเป๋าสะพายสีน้ำเงินวางอยู่ ซึ่งในกระเป๋าใบนั้นไม่รู้ว่าบรรจุอะไรไว้ข้างใน ชายแปลกหน้าผู้นี้แม้ว่าดูเผินๆ เหมือนจะเป็นสายตำรวจ หรือพวกค้ายาที่มานัดส่งของ แต่เขากลับมีท่าทางไม่น่าสงสัยอะไรเลยแม้แต่น้อย ท่าทีเขาดูสงบเสงี่ยม ไม่แสดงพิรุธอะไรให้เห็นเลย เหมือนจะมานั่งเล่นเฉยๆ แต่เขากำลังรอคอยใครบางคนหรือรอคอยบางอย่างอยู่อย่างใจเย็น เย็นดั่งสายน้ำที่ดูสงบนิ่ง


เอ็ม ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบต้นๆ ยืนมองซ้ายมองขวาดูรถ เพื่อที่จะเดินข้ามมายังศาลาริมทาง เขามักจะมานั่งรอเพื่อนที่ศาลานี้ประจำ เพื่อที่จะมานั่งพูดคุยหรือนัดกันไปเที่ยวเตร่ตามประสาวัยรุ่น บางทีศาลาหลังนี้แทบจะเป็นบ้านของเขาไปเลยด้วยซ้ำ เพราะเขาเองไม่ค่อยอยู่กับบ้านกับช่อง ส่วนใหญ่จะมานอนที่ศาลานี้เป็นประจำ บางทีก็อาจจะไปนอนบ้านเพื่อนคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง คนในหมู่บ้านก็รู้กิตติศัพท์ของเขาดีว่า เป็นระดับหัวโจกของกลุ่มวัยรุ่นนักเลงในหมู่บ้าน ชอบก่อกวนชาวบ้านไปทั่วเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเอือมระอาไปหมด


ชายหนุ่มท่าทางดูห้าวๆกวนๆ เดินข้ามถนนมาอย่างช้าๆ เมื่อมาถึงยังศาลา ก็เห็นชายใส่สูทนั่งอยู่ ชายใส่สูทนั่งนิ่งไม่สนใจ เอ็มสอดส่ายสายตามองหาที่นั่ง แต่ที่นั่งบริเวณรอบๆ มีแต่ดินโคลนเปื้อนเต็มไปหมด จึงเข้ามานั่งข้างๆ ชายใส่สูท ชายใส่สูทหันมามองแวบหนึ่ง แล้วก็หันไปมองทางอื่นอย่างไม่สนใจไยดี


เอ็ม ยกบุหรี่ที่คีบอยู่ในมือซึ่งเหลืออยู่ครึ่งมวนขึ้นมาสูบ แล้วพ่นควันบุหรี่ออกมาฟอดใหญ่ เขาเริ่มสูบบุหรี่มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กมัธยมต้น เพราะเพื่อนๆ ต่างก็สูบด้วยกันทั้งนั้น เขาเองไม่อยากให้ตัวเองแตกต่างจากเพื่อนๆ และคิดว่าดูเท่ห์ เลยตัดสินใจสูบ และติดมันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


ชายหนุ่มวัยยี่สิบ วางแขนที่มีมือซึ่งคีบบุหรี่อยู่ ลงพักข้างๆ บนพนักเก้าอี้ ควันจากมวนบุหรี่ที่ฟุ้งกระจาย ผสมกับควันที่พ่นออกมาจากปากและจมูก ที่ลอยฟุ้งไปทั่วศาลา เหมือนจะสื่อว่าต้องการจะไล่ชายใส่สูทซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่างกันนัก ให้ออกไปไกลๆ ชายใส่สูทหันมามองเอ็ม มองบุหรี่ที่อยู่ในมือ ด้วยท่าทางไม่พอใจและสีหน้าเริ่มขุ่นๆ


เอ็มพ่นควันบุหรี่ออกมาอีกครั้งฟอดใหญ่ แถมทำหน้าตากวนๆ ใส่ชายใส่สูท ชายใส่สูทเริ่มไม่พอใจมากขึ้น แต่พยายามข่มอารมณ์หันมาถาม
“สูบบุหรี่ทำไมเหรอน้อง มีประโยชน์ตรงไหน”
เอ็มหยุดกึก
“ไม่รู้จะทำอะไร พอใจสูบ”
ชายใส่สูทยิ้มนิดๆ
“ทำไมถึงคิดได้แค่นี้ แล้วไม่คิดว่าจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นบ้างเลยเหรอ”
“เดือดร้อนยังไง”
“ก็คนอื่นต้องสูดควันพิษจากบุหรี่ของน้อง แถมยังรำคาญอีก”
เอ็มถอนหายใจ “ผมก็สูบของผม คนอื่นเดือดร้อนกันไปเอง ถ้าจะโทษก็ไปโทษคนผลิตนู่น ถ้าเค้าไม่ผลิต ผมก็เลิกสูบ ”
“เหรอ”
ชายใส่สูทเข้ามานั่งข้างๆ เอ็ม เขาดึงบุหรี่ ที่เอ็มคาบอยู่ในปาก ออกมา แล้วเอามาจี้ที่แขนของเอ็ม เอ็มสะดุ้งโหยง ร้องโอ๊ย
“เฮ้ย แกเอาบุหรี่มาจี้ชั้นทำไม ร้อนนะโว้ย” เอ็มทำท่าทางไม่พอใจ
“ข้าก็จี้ของข้า เอ็งเดือดร้อนไปเอง ถ้าจะโทษก็ไปโทษคนผลิตบุหรี่สิ ถ้าเค้าไม่ผลิต เอ็งก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก”


เอ็มฉุนจัด ต่อยหน้าชายใส่สูทล้มลงไปกองกับพื้น กระเป๋าหลุดออกจากมือ บุหรี่หล่นใส่หน้าอกชายใส่สูท ชายใส่สูทร้องลั่น เอ็มเลยใช้เท้ากระทืบลงไปไม่ยั้งหลายที โดยที่ชายใส่สูทไม่มีโอกาสตั้งตัว ชายใส่สูทสะบักสะบอม เอ็มหันหลังจะเดินหนี แต่ทันใดนั้นชายใส่สูทก็ลุกขึ้นมา พร้อมชักมีดพกสั้นออกมา หมายจะเข้าไปแทงเอ็ม
“ระวัง!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมา เป็นเสียงของพวกเพื่อนของเอ็มนั่นเอง ที่กำลังเข้ามาพอดี
เอ็มหันมาตามเสียง เห็นชายใส่สูทกำลังปรี่จะเข้ามาแทง เอ็มหลบทัน ถีบชายใส่สูทลงไปกองกับพื้น มีดหลุดจากมือ เพื่อนของเอ็ม 4 คน วิ่งปรี่เข้ามาช่วยเอ็มอย่างรวดเร็ว ทั้ง 4 วิ่งไปที่ชายใส่สูท แล้วช่วยกันกระทืบไม่ยั้ง จนชายใส่สูทแน่นิ่งไป


เพื่อนๆของเอ็ม มองชายใส่สูทที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น ต่างคนต่างมีท่าทางวิตก เพราะชายใส่สูทได้ตายไปแล้ว ต่างคนต่างทำอะไรไม่ถูก มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เหงื่อไหลเต็มใบหน้า ต่างมองซ้ายมองขวา กลัวคนจะเห็น
"ทำไงดีวะเนี่ย มันดันตายไปแล้ว"
เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นมา
"ลากศพมันไปซ่อนไว้ที่อื่นก่อน เดี๋ยวมีคนมาเห็นแล้วจะยุ่ง"
เพื่อน 4 คนช่วยกันเอาศพชายใส่สูทไปที่ข้างๆโกดังยาสูบร้างแห่งหนึ่ง โดยมีเอ็มถือกระเป๋าซึ่งเป็นของชายใส่สูท เดินตามหลัง และคอยระแวดระวังคนให้


ทั้ง 5 คนช่วยกันฝังศพชายใส่สูท และสัญญากันว่าจะปิดเรื่องนี้เป็นความลับ
หลังจากฝังศพกันเสร็จแล้ว ทั้ง 5 คน ก็มานั่งอยู่ข้างๆ โกดังยาสูบร้าง ด้วยความเหนื่อยอ่อน
กลอง หนึ่งในเพื่อน ถามถึงที่มาที่ไปว่าทำไมเอ็ม ถึงมีเรื่องกับชายใส่สูทได้
“ข้าสูบบุหรี่อยู่ดีๆ มันดันมาหาเรื่องก่อน” เอ็มตอบแบบฉุนๆ
“เอ็งก็ไม่น่าไปยุ่งไปเอาอะไรกับมันเลย ไม่อย่างนั้น เรื่องคงไม่เป็นอย่างนี้”
“ใครจะไปรู้วะ พวกเอ็งก็กระทืบมันแรงไป ยังไงก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว จะมาโทษกันไม่ได้ ยังไงก็ปิดไว้เป็นความลับละกันโว้ย”
เอ็มพูดด้วยความหงุดหงิด
ไอ้กลอง หนึ่งในเพื่อน เห็นกระเป๋า ที่เอ็มถืออยู่ แล้วสงสัยว่าข้างในมีอะไร จึงเอ่ยขึ้นมา
"ไอ้เอ็ม เอ็งลองเปิดกระเป๋านั่นดูหน่อยซิว่ามีอะไร เผื่อมีเงิน"
เอ็มซึ่งสีหน้าเคร่งเครียด ก้มมองดูที่ตักของตัวเอง ก็นึกขึ้นได้ ว่ามีกระเป๋าวางอยู่ จึงหันมาสนใจกระเป๋า แทนเรื่องของชายใส่สูท ขณะที่กำลังจะเปิดดู ไอ้ฝน เพื่อนอีกคนก็พูดขึ้นมา
"เอาเข้าไปเปิดดูในโกดังเถอะ เดี๋ยวมีใครมาเห็น จะสงสัยเอา"


ทั้ง 5 คน จึงพากันเข้าไปในโกดังยาสูบร้างเพื่อเปิดดูกระเป๋าปริศนาว่ามีอะไร
เมื่อทุกคนเข้ามาอยู่ในโกดังยาสูบร้าง เอ็มเอากระเป๋ามาวางที่พื้น เพื่อที่จะเปิด ในขณะที่เพื่อนทุกคนต่างเฝ้ามองดู อย่างลุ้นระทึก ในกระเป๋าใบนั้น มีเงินเป็นพันธบัตรจำนวนมาก นับจำนวนเงินได้ทั้งหมด 1 ล้านบาท ทั้ง 5 คนต่างตกตะลึง และตกใจ และตื่นเต้นดีใจกันใหญ่ แต่เอ็มเกิดสงสัยว่าชายคนนั้นเอาเงินจำนวนมากมายเหล่านี้มาทำอะไร


“เงินตั้งเยอะมันเอามาทำอะไรวะ”
“นั่นสิ ข้าก็สงสัยอยู่ว่ามันเป็นใครกันแน่ ถึงขนเงินมาเยอะขนาดนี้ ค้นดูทั้งตัวก็ไม่เห็นเจอบัตรประจำตัวหรือหลักฐานอะไรเลย”
“ข้าว่าหน้ามันก็คุ้นๆนะ แต่อย่าไปสนใจเลย มาแบ่งเงินกันดีกว่า”
เอ็มบอกให้ทุกคนช่วยกันนับเงิน จะได้แบ่งกันแล้วหนีไป แต่ขณะที่กำลังหยิบเงินขึ้นมาจะนับนั้น เอ็มเห็นปืนกระบอกหนึ่ง วางแอบอยู่ในกระเป๋า พลันก็เกิดความโลภขึ้นมาในใจ อยากจะได้เงินทั้งหมด มาเป็นของตัวเอง จึงตัดสินใจกระทำบางอย่างขึ้นมา
"เฮ้ย พวกเอ็งหยุด วางเงินลงในกระเป๋าเดี๋ยวนี้"
เอ็มยืนขึ้นแล้วถอยออกมาห่างๆ แล้วชักปืนขึ้นขู่ทุกคนซึ่งกำลังนั่งนับเงินอยู่ ทุกคนพากันตกใจ พากันถอยห่างออกจากกองเงิน
"เฮ้ย เอ็งจะทำอะไรของเอ็งวะ" เพื่อนคนหนึ่งถาม



เอ็มค่อยๆ ย่องมาเก็บเอาเงินใส่กระเป๋า มืออีกข้างยังถือปืนหันไปทางเพื่อนอีก 4 คน อย่างระวัง
"ข้าจะเอาเงินทั้งหมด ไปเป็นของข้าคนเดียว"
เอ็มถอยออกมา
"เอ็งจะบ้าเรอะ ทำอย่างนั้นไม่ได้นะโว้ย มันเป็นของเงินของเราทุกคน ถ้าเอ็งเอาเงินไป ฉันจะบอกความลับให้ตำรวจรู้ ถึงยังไงก็ไปไหนไม่รอดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องแบ่งกันโว๊ย" ไอ้กลองโวยวายด้วยความไม่พอใจ
"ช่วยไม่ได้โว้ย ชีวิตข้ามีแต่ความพินาศตั้งแต่มาคบกับพวกแก ฉันติดเหล้า ติดบุหรี่ ติดยา ติดการพนัน จนพ่อแม่ของข้าต้องตรอมใจก็เพราะพวกแก ไหนจะเงินของข้าอีกที่พวกเอ็งเคยยืมเคยผลาญข้าไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น ถึงยังไงเงินทั้งหมดก็ต้องเป็นของข้าโดยชอบธรรม " เอ็มพูดแบบตัดเยื่อขาดใย เผยความในใจที่เก็บไว้มานานออกมาทุกอย่าง ตั้งแต่วันที่มาคบกับเพื่อนทั้งสี่คนนี้ นำมาสู่จุดเริ่มต้นของชีวิตที่เลวร้าย จากการถูกชักชวนให้สูบบุหรี่ไม่กี่มวนจนนำเข้าไปสู่วังวนของอบายมุขทั้งหลายทั้งมวลจนชีวิตพังพินาศเสียผู้เสียคนบ้านแตกสาแหรกขาด


เอ็มเดินถอยหลังช้าๆ อย่างระวังตัวเพื่อที่จะไปที่ประตูโกดัง
“ยังไงทั้งข้าและเอ็งมันก็เลวพอๆกันน่ะแหละวะ เอ็งก็ผิดที่ไม่ยอมถอนตัวไปเองแต่แรก จะมาโทษพวกข้าก็ไม่ถูก” ไอ้กลองโวยวาย
“ยังไงข้าก็ไม่สน ไปล่ะโว้ย” เอ็มรีบถอยไปอย่างรวดเร็ว
เพื่อนในกลุ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไอ้วันกับไอ้แอ้ว เพื่อนสองคนในกลุ่ม ตัดสินใจรีบวิ่งปรี่มาที่ตัวเอ็ม หมายจะแย่งปืน และเอาเงินคืนมาให้ได้ เอ็มยกปืนขึ้นยิงไปที่กลุ่มเพื่อนทันที ไม่ยั้ง
ปัง! ปัง!


ไอ้วันกับไอ้แอ้ว โดนกระสุน เข้าไปคนละ 2-3 นัด ร่างของทั้งสองล้มลงไปกองกับพื้น กลองกับฝนโดนกระสุนเฉียดๆ พอตั้งตัวได้ จึงรีบวิ่งเข้ามายัง
ตัวเอ็ม เอ็มตกใจ ตวัดด้ามปืนไปโดนไอ้กลอง ไอ้กลองล้มลงกับพื้นและสลบไป ไอ้ฝน เข้ามาแย่งปืนกับเอ็ม ปืนลั่นโดนไหล่ไอ้ฝน ไอ้ฝนร้องลั่น เอ็มถีบไอ้ฝนล้มลงไปกองกับพื้น แล้วรีบวิ่งออกไปที่ประตูโกดัง เอ็มกลัวเพื่อนจะตามมาอีก จึงปิดประตูโกดัง และใส่กุญแจไว้ แล้วรีบหนีไป โดยมีเสียงไอ้ฝนร้องโวยวายตามหลัง
"ไอ้เอ็ม ไอ้คนเห็นแก่ตัว…..!!!"


ผ่านไปไม่กี่นาที ไอ้ฝนพยายามประคองตัวเองลุกขึ้นมา และเริ่มเห็นมีกลุ่มควันเริ่มฟุ้งขึ้นในโกดัง ในขณะทีไอ้กลองซึ่งสลบอยู่ ก็ค่อยๆฟื้นขึ้นมา เพราะได้กลิ่นควันฉุนๆ ที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณในโกดัง มันเป็นควันที่เกิดจากไฟก้นบุหรี่ที่เอ็มทิ้งไว้ก่อนหน้าที่จะมานั่งค้นกระเป๋าเงิน ไฟนั้นลามไปติดเส้นยาสูบเก่าที่อยู่ในโกดัง แล้วค่อยๆลามไปไหม้ติดกระสอบข้าวสาร ไหม้ลามไปใกล้ถังแก๊สเก่า และถังน้ำมันเก่าๆ ซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดี


ไอ้กลองเริ่มหายใจไม่สะดวก จึงรีบวิ่งไปที่ประตู ปรากฎว่าประตูเปิดไม่ออก เพราะล็อคจากด้านนอก ไอ้กลองเริ่มร้องโวยวายลั่น
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!"


ไอ้ฝนกับไอ้กลอง วิ่งพล่านไปทั่วโกดัง เพื่อหาทางหนีออกไป แต่ก็หาไม่เจอ ต่างคนต่างสำลักควันและเริ่มจะหมดแรง ไอ้ฝนหันไปเห็นบันไดไม้อันหนึ่ง จึงรีบช่วยกันกับไอ้กลองเอามาวางพาดเพื่อปีนขึ้นไปข้างบน ซึ่งมีช่องด้านบนที่สามารถหนีออกไปได้ ทั้งสองต่างเริ่มหายใจไม่ไหว จึงแย่งกันที่จะปีนขึ้นบันไดไป แต่ต่างคนก็ต่างไม่ยอมกัน ไอ้กลองเอามือบีบแผลไอ้ฝน ไอ้ฝนร้องลั่น ไอ้กลองต่อยไอ้ฝนลงไปกองกับพื้น ไอ้ฝนร้องโวยวายด้วยความบ้าคลั่ง
"ไอ้กลอง ไอ้…..!!!"


ไอ้กลองรีบปีนขึ้นบันได ขณะกำลังจะขึ้นไปได้เกือบถึงช่องข้างบน ก็เกิดหายใจไม่ออก และหมดสติ ร่วงลงมาด้านล่าง ลงมาทับร่างไอ้ฝนพอดี ทุกคนจบชีวิตลงทั้งหมดในกองควัน


ตูม! ตูม!
ไฟซึ่งลามไปติดถังแก๊สเก่า และถังน้ำมันเก่า ทำให้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นไปทั้งโกดัง สะเก็ดระเบิดลอยกระเด็นออกมาข้างนอก จนเกิดไฟไหม้ลามไปทั้งไร่นาที่อยู่รอบๆ เป็นบริเวณกว้าง สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล


เอ็ม ซึ่งวิ่งหนีมาได้ไกลพอสมควร ได้ยินเสียงดังตูมตามมาแต่ไกลๆ ก็รู้สึกตกใจหยุดกึก หันไปมอง เขาตกตะลึงกับภาพที่เห็น มีระเบิดและไฟลุกท่วมไปทั้งโกดัง มีควันฟุ้งเต็มไปหมด
เขามองดูสักพักก็เลิกใส่ใจกับภาพเหล่านั้น แล้วหันหลังกลับไป เพื่อเดินต่อไปข้างหน้า ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่


เอ็มหนีไปกบดานที่บ้านร้างในป่าแห่งหนึ่ง ระหว่างที่กบดาน เอ็มเอาเงินที่ได้มาไปซื้อของเพื่อนำมาตุนไว้ยามหนี แต่ถูกแม่ค้าจับได้ว่า
เงินนั้นเป็นเป็นแบงค์ปลอม!!!
อีกทั้งมีข่าวหนังสือพิมพ์ลงข่าวชายใส่สูทเจ้าของเงินว่าเป็นพวกแก็งค์ผลิตแบงค์ปลอม!!! เอ็มเข่าอ่อนทันที


ชายหนุ่มหนีกลับมา มานั่งเงียบๆ อยู่ที่บ้านร้าง ด้วยความเครียดจัด จึงหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบไปหลายมวน จนกระทั่งหลับไป
สักพัก ไฟจากก้นบุหรี่ที่ทิ้งไว้ก็ไหม้ลามไปเผาติดแบงค์ปลอมซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดี จนกระทั่งเผาลามไปยังตัวบ้าน ชายหนุ่มกว่าจะรู้สึกตัวขึ้นมา ก็พบว่ามีควันคลุ้งเต็มบ้านแล้ว เขาพยายามหนี แต่สำลักควัน ชายหนุ่มดิ้นทุรนทุราย มองหาทางออก แต่กลับเจอแต่ควัน และธนบัตรปลอมนับร้อยใบที่ปลิวขึ้นมาอยู่รอบตัวเต็มไปหมด ชายหนุ่มดิ้นพร่าดจนหมดแรง สิ้นลมหายใจไปในกองควันนั้น


......แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น ไฟได้ไหม้ลามไปยังป่าที่อยู่รอบๆ บ้านนั้น คงไม่ต้องบอก ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป





Create Date : 01 ตุลาคม 2553
Last Update : 18 กรกฎาคม 2554 14:29:15 น. 1 comments
Counter : 374 Pageviews.

 
เข้ามาเพิ่มตอนท้ายนิดหน่อยครับ


โดย: freepark วันที่: 18 กรกฎาคม 2554 เวลา:14:43:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

freepark
Location :
บ้าน Antarctica

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวนนี้ ปลูกเรื่องราวต่างๆ
Friends' blogs
[Add freepark's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.