สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
6 สิงหาคม 2548
 

ความสำคัญของแหล่งอาศัยของนกในวิทยาเขตกำแพงแสน

เนื่องจากวิทยาเขตกำแพงแสนตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคกลางซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างภาคเหนือและภาคใต้มีเนื้อที่ประมาณ 7,840 ไร่ มีสภาพท้องทุ่งและบึงน้ำ ทำให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ถิ่นหากิน และที่ทำรังวางไข่ของนกประจำถิ่นรวมถึงนกที่อพยพย้ายถิ่นนานาชนิด ด้วยเหตุเพราะมีความหลากหลายทางนิเวศวิทยาจึงมีนกที่สำรวจพบจำนวนมากถึง 227 ชนิด ในจำนวนนี้มีนกที่น่าสนใจคือ นกกระรางหัวขวาน นกกะเต็นใหญ่ นกจาบคาหัวเขียว นกหนูแดง นกกระแตหัวเทา นกอีโก้ง นกอีลุ้ม นกหัวขวานสีน้ำตาล นกตบยุงหางยาว วิทยาเขตกำแพงแสน จึงควรรักษาแหล่งอาศัยของนกไว้เพื่อเป็นแหล่งศึกษาในด้านปักษีวิทยาและในด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) มีนกอพยพหนีสภาพอากาศที่หนาวเย็นทางซีกโลกเหนือมุ่งสู่แหล่งอุดมสมบูรณ์ทางใต้ (Migration) บางส่วนจะเลือกแวะมาที่วิทยาเขตกำแพงแสน (คล้ายกับสถานีจ่ายพลังงาน) จากนั้นจะบินลงไปทางใต้ถึงประเทศออสเตรเลีย นกบางชนิดปักหลักอยู่ที่นี่ ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่นกอ่อนแอต้องการอาหารประเภทโปรตีนค่อนข้างสูง นกจะหาโปรตีนจากเพลี้ย แมลง สัตว์เล็กๆ ถ้าอาหารน้อยลงนกจะอยู่ไม่รอด ไม่สมบูรณ์ ไม่ขยายพันธุ์ ถ้าฤดูหนาวมาถึง นกอพยพมาแล้วไม่เจอสิ่งที่เคยเจอนกจะไปอยู่ที่ใด? วิทยาเขตกำแพงแสนจึงถือได้ว่ามีความสำคัญต่อการอนุรักษ์นกในทวีปเอเซีย

อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) หรืออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ กล่าวว่า "พื้นที่ชุ่มน้ำ หมายถึง ที่ลุ่ม ที่ราบลุ่ม แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งทีมีน้ำขังอยู่ถาวรและชั่วครั้งชั่วคราวมีระดับน้ำลึกไม่เกิน 6 เมตร" โดยอนุสัญญาแรมซาร์ได้กำหนดให้บ่อน้ำในวิทยาเขตกำแพงแสนเป็นบ่อน้ำที่สำคัญต่อระบบนิเวศในระดับจังหวัด

โครงการศึกษาการอพยพนกวงศ์เหยี่ยวและนกอินทรีในเอเซีย ปี 2001 (The Asian Raptor Migration Project 2001) เป็นส่วนหนึ่งของ(Asian Raptor M.A.P.S.) โดย Asian Raptor Research & Conservation Network : ARRCN (Secretariat : Japan) ทำโครงการสำรวจการอพยพของนกวงศ์เหยี่ยวและนกอินทรีในช่วงเดือน กันยายน - พฤศจิกายน ปี 2544 โดยกำหนดให้วิทยาเขตกำแพงแสน เป็น 1 ใน 6 ของพื้นที่สำรวจข้อมูลการอพยพของนกวงศ์เหยี่ยวและนกอินทรีในประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษานกวงศ์เหยี่ยวและนกอินทรีอพยพในเอเซีย

แม้ว่าปัจจุบันสภาพพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสนจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมากก็ตามที


Create Date : 06 สิงหาคม 2548
Last Update : 6 สิงหาคม 2548 23:30:57 น. 1 comments
Counter : 461 Pageviews.  
 
 
 
 
แหล่งอาศัยของนกที่สำคัญในวิทยาเขตกำแพงแสน
1. บริเวณบ่อ 6 และ บ่อบัว
บริเวณบ่อ 6 เป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ในสมัยก่อนมีพืชน้ำขึ้นหนาแน่น จะพบนกอีแจว นกพริก นกหนูแดง นกอัญชันคิ้วขาว นกอีล้ำ นกยางกรอกพันธุ์จีน นกยางไฟหัวดำ ในฤดูหนาวพบ นกอีโก้ง นกกระสานวล นกกระสาแดง นกยางโทนใหญ่ เคยพบนกอ้ายงั่วซึ่งเป็นนกหายากในประเทศไทย(สถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง) เป็ดชนิดต่างๆโดยเฉพาะเป็ดแดง เป็ดลาย จำนวนมาก ที่หายากเช่นเป็ดคับแค เป็ดหางแหลม เป็ดแมนดาลิน เป็ดปากสั้น และมีรายงานการพบเป็ดหน้าเหลือง (Baikal Teal) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เคยพบนกอ้ายงั่ว (ปี 2539 และ 2542) ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยอย่างยิ่ง เป็นแหล่งอาศัยเฉพาะ (Micro Inhabitant) ของนกอีโก้งซึ่งอาศัยในบ่อ 6 เพียงแห่งเดียวในวิทยาเขตฯ และเป็นแหล่งอาหารของนกอพยพเข้ามาทำรังวางไข่ในฤดูฝน (Wet season - breeding visitor) เช่น นกยางดำ และนกกะเต็นปักหลัก
แนวทางการอนุรักษ์
นกอ้ายงั่วอาศัยบนต้นไม้สูงใหญ่ริมบ่อ 6 ซึ่งได้แก่ ต้นยูคาลิปตัส และต้นก้ามปู ซึ่งในฤดูหนาวจะมีนกกระสานวล นกกระสาแดง นกยางโทนใหญ่ มาอาศัยจำนวนมาก ควรรักษาไว้ให้คงสภาพเดิม ในสมัยก่อนเป็ดชนิดต่างๆ (12 ชนิด) ได้อพยพหนีอากาศหนาวมาอาศัยบ่อ 6 และบ่อน้ำต่างๆเป็นจำนวนนับแสนตัวแต่หลังจากปี พศ. 2540 จำนวนนกได้ลดลงทุกปีและน้ำในบ่อเริ่มลดลงทุกปี จนกระทั่ง ปัจจุบันได้ทำการขุดลอกบ่อบางส่วน ในบ่อควรมีพืชน้ำเพื่อเป็นอาหารของนกน้ำ ระดับของน้ำในบ่อไม่ควรลึกเกิน 2 เมตร เพื่อให้พืชชายน้ำได้เติบโตเป็นอาหารของนกน้ำ ราก หน่ออ่อน ของต้นธูปฤาษีและแห้วทรงกระเทียมเป็นแหล่งอาหารของนกบางชนิด นกจึงเป็นตัวจักรสำคัญในการควบคุมปริมาณพืชน้ำตลอดจนแมลงในแหล่งน้ำให้อยู่ในระดับสมดุล
รอบบ่อควรปลูกไม้พุ่มเพื่อไม่ให้นกเป็ดตื่นระแวงรถที่วิ่งอยู่ริมบ่อ และต้องดูไม่รกจนเกินไป ไม่ควรนำไม้ต่างถิ่นมาปลูก การกำจัดพืชน้ำในบ่อจะทำเมื่อมันมีจำนวนมากจนรกและเป็นช่วงที่ไม่มีการทำรังวางไข่ (เดือนพฤศจิกายน) ในการกำจัดควรเหลื่อพืชน้ำในบ่อบ้างเพื่อเป็นอาหารของนก แต่โดยปรกติธรรมชาติจะจัดสรรกันเองตามกลไกของระบบนิเวศ
บ่อบัว เป็นบ่อบัวตรงข้ามกับบ่อ 6 ที่เติบโตตามธรรมชาติเหลือเป็นบ่อสุดท้ายในวิทยาเขตฯ เป็นแหล่งอาศัยทำรังวางไข่นกน้ำต่างๆมากมาย เป็นแหล่งอาศัยเฉพาะ (Micro Inhabitant) ของนกที่ทำรังตามกอบัว เช่น นกอีแจว ควรรักษาไว้ให้คงสภาพเดิม

ประโยชน์ที่ได้รับจากการอนุรักษ์

ความสำคัญทางนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น แหล่งอาหารของนกอพยพ
เป็นแหล่งรวมสายพันธุ์พืชและสัตว์ประจำถิ่น

เป็นแหล่งสำคัญสำหรับการศึกษาวิจัยทางธรรมชาติวิทยา

มีความสำคัญต่อนันทนาการและการท่องเที่ยว เช่น การศึกษาธรรมชาติ การดูนก

เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์และมีบทบาทช่วยส่งเสริมรักษาสมดุลของขบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ

มีทรัพยากรธรรมชาติที่คนสามารถเก็บเกี่ยวนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ประมง พืชอาหารสัตว์ การเกษตร

เป็นแหล่งกักเก็บน้ำฝนป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน
2. สวนพฤกษศาสตร์และทางริมรั้วมหาวิทยาลัย
สวนพฤกษศาสตร์ บริเวณสวนพฤกษศาสตร์รวมทั้งบ่อ 5 ในฤดูหนาวพบ นกจับแมลงจุกดำ นกแซวสวรรค์ นกเด้าดินสวน นกเด้าลมดง นกขมิ้นปากเรียว นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกคัดคูเหยี่ยวใหญ่ นกคัดคูมรกต นกคัดคูสีม่วง และฝูงของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ ฝูงนกพญาไฟสีเทา พญาไฟเล็ก พญาไฟสีกุหลาบ ซึ่งมาหาอาหารบริเวณต้นคราง ในฤดูฝนเป็นแหล่งทำรังวางไข่ (Wet season - breeding visitor) ของนกแอ่นทุ่งใหญ่ ซึ่งอพยพมาจากทวีปออสเตรเลีย และจะพาลูกๆบินกลับไปในช่วงต้นฤดูหนาว
ทางริมรั้วมหาวิทยาลัย เป็นเส้นทางเรียบไปตามแนวรั้วของวิทยาเขตฯ ตั้งแต่ด้านข้างที่จอดรถตรงข้ามกับหน่วยรักษาความปลอดภัยไปจนถึงบ่อประมงมีต้นไม้ค่อนข้างหนาทึบมีคูน้ำทั้งสองข้างทาง พบนกกะเต็นใหญ่ นกกางเขนบ้าน นกอีแพรดแถบอกดำ นกแซงแซวหางปลา นกกวัก เป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของเหยี่ยวกิ้งก่าดำซึ่งจะอพยพมาพักอาศัยทุกปี
แนวทางการอนุรักษ์
ริมถนนบริเวณที่จอดรถที่สามารถออกไปบ่อประมงได้นั้นมีต้นครางหลายต้นซึ่งเป็นต้นไม้ถิ่นเดิมและเป็นแหล่งอาหารของนกควรรักษาไว้

3. นาข้าวบริเวณด้านประตูพระแท่นฯ
ในช่วงฤดูร้อนพบนกโป่งวิด นกจาบคาหัวเขียวและนกยางดำ เป็นแหล่งทำรังของนกกระจาบทองทำรังวางไข่ตามกอธูปฤาษี ส่วนนกกระจาบธรรมดาและนกเอี้ยงด่างทำรังบริเวณต้นไม้ริมคันนา ในฤดูหนาวพบนกชายเลน นกปากซ่อม นกทะเล และพบนกกระแตหัวเทาซึ่งเป็นนกอพยพผ่าน (Passagemigrant) แสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของนกอพยพในฤดูหนาว ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่นกอ่อนแอต้องการอาหารประเภทโปรตีนค่อนข้างสูง
แนวทางการอนุรักษ์
นาข้าวในช่วงฤดูหนาวจะมีนกอพยพหาอาหารโปรตีนจาก แมลงน้ำ สัตว์เล็กๆ จากดินเลนควรรักษาสภาพทุ่งนาไว้ให้คงเดิม นกกระจาบธรรมดาจะทำรังบนต้นไม้ที่ไม่มีใครรบกวนบริเวณริมคันนาควรรักษาไว้ การที่จะพัฒนาพื้นที่นั้นๆควรพิจารณาสิ่งที่มีอยู่เดิมเป็นหลักและรักษาธรรมชาติที่มีอยู่ให้คงเดิม ใช้สารกำจัดศัตรูพืชให้น้อยที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ซึ่งต้องใช้การจัดการที่เหมาะสม การทำนากุ้งจะเกิดการแพร่กระจายของเกลือทำให้เกิดบัญหาต่อผืนดิน ค่าใช้จ่ายแฝงมักเกิดขึ้นเมื่อธรรมชาติถูกเปลี่ยนแปลงไป

4. บริเวณป่าต้นเลี่ยนและบ่อ 4
เป็นป่าโปร่งมีต้นเลี่ยนปลูกเป็นแถวที่ติดกับสนามกอล์ฟเป็นที่อยู่ของนกที่ทำรังในโพรงไม้เช่นนกตีทอง นกกะรางหัวขวาน นกหัวขวานด่างอกลายจุดนกกิ้งโครงแกลบหัวเทา(ซึ่งเป็นรายงานการทำรังวางไข่เป็นครั้งแรกในพื้นที่ภาคกลาง) และนกที่กินน้ำหวานจากต้นกาฝากเช่น นกกินปลีอกเหลือง นกชมพูสวน พบนกสวนเช่น นกบั้งรอกใหญ่ นกแอ่นตาล นกปรอดหัวสีเขม่า นกเด้าดินทุ่ง นกจาบฝนปีกแดง นกอีวาบตั๊กแตน เป็นแหล่งอาศัยเฉพาะ(Micro Inhabitant) ของนกพญาไฟเล็ก ในฤดูหนาวพบนกอพยพต่างๆมากมาย
แนวทางการอนุรักษ์
ต้นเลี่ยนเป็นแหล่งอาศัยเฉพาะ (Micro Inhabitant) ของนกที่ทำรังในโพรงไม้ควรรักษาไว้ และมีกาฝากอยู่บนต้นซึ่งเป็นแหล่งอาศัยเฉพาะ (MicroInhabitant) ของนกที่กินน้ำหวานจากกาฝากควรรักษาไว้

5. บริเวณป่านุ่น
แหล่งอาศัยของนกจาบคาเล็ก นกอีเสือหัวดำ นกตะขาบทุ่ง นกตีทอง นกกินปลีอกเหลือง ในฤดูหนาวจะมีนกมากินน้ำหวานจากดอกนุ่นจึงเป็นแหล่งหากินของนกกิ้งโครงชนิดต่างๆ นกพญาไฟชนิดต่างๆจำนวนมาก และเป็นแหล่งอาศัยของเหยี่ยวอพยพ
แนวทางการอนุรักษ์
ต้นนุ่นที่ล้มตายต้องปลูกทดแทนรักษาไว้ดังเดิมเพราะในฤดูหนาวจะเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของนกกิ้งโครงชนิดต่างๆซึ่งในฝูงหนึ่งอาจมีประชากรเกือบร้อยตัว อีกทั้งลูกนุ่นสามารถนำไปขายได้ ควรมีการจัดการที่ดี

6. บริเวณคณะประมงและบ่อบำบัดน้ำเสีย
บริเวณบ่อประมง เคยพบเหยี่ยวออสเปรซึ่งเป็นนกอพยพในฤดูหนาวที่กินปลาเป็นอาหาร และยังเคยพบนกที่หายากคือนกเอี้ยงพราหมณ์ซึ่งเป็นรายงานการพบเป็นครั้งที่ 4 ของประเทศไทย
แนวทางการอนุรักษ์
บริเวณคณะประมง การที่นกเอี้ยงพราหมณ์ซึ่งเป็นนกหายากอพยพมาอาศัยในฤดูหนาวแสดงให้เห็นว่าที่นี่มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ นกชนิดนี้มักกินน้ำหวานจากต้นทองหลางบริเวณคณะประมงต้นทองหลางยังเป็นที่หากินของนกหัวขวานด่างอกลายจุด นกตีทอง นกกินปลีอกเหลือง และนกกิ้งโครงแกลบปีกขาว กิ้งโครงแกลบหัวเทา นกขมิ้นท้ายทอยดำ ซึ่งเป็นนกอพยพในฤดูหนาว รวมทั้งต้นนุ่นที่ออกดอกในช่วงฤดูหนาว บริเวณหลังหอพักที่ 5 ด้วย ควรรักษาต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้ไว้
บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสีย เป็นบ่อน้ำที่ไม่มีพืชน้ำขึ้นหนาแน่นพบนกน้ำชนิดต่างๆเช่น นกพริก นกอีล้ำ นกยางเปีย นกแขวก นกเป็ดผีเล็ก นกกาน้ำเล็ก นกจาบคาเล็ก เหยี่ยวขาว เคยพบนกกระติ๊ดแดงในฤดูหนาวพบ เป็ดแดง นกคอทับทิม นกกะเต็นหัวดำ นกตบยุงป่าโคก นกกิ้งโคลงแกลบปีกขาวและเป็นแหล่งอาหารของนกอพยพมาทำรังวางไข่ช่วงฤดูฝน (Wet season - breeding visitor) เช่น นกจาบคาหัวเขียว นกแอ่นทุ่งใหญ่ นกกะเต็นปักหลักนกยางดำ อีกด้วย
บริเวณต้นก้ามปูและต้นมะขามเทศริมบ่อเป็นแหล่งทำรังวางไข่ของนกกาน้ำเล็ก นกยางกรอก นกยางเปีย และนกแขวก ซึ่งจากการสำรวจในวิทยาเขตฯคาดว่าเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
แนวทางการอนุรักษ์
ต้นไม้ใหญ่ริมบ่อไม่ควรตัดหรือสร้างสิ่งก่อสร้างบริเวณนั้นเพราะนกจะตื่นคนและไม่มาทำรังอีกต่อไป การตัดหญ้าควรทำบ้างตามสมควรแต่ควรเหลือที่กำบังสำหรับนกบ้าง

7. บริเวณสวนนอก บ่อ2 และบ่อ3
เป็นแหล่งอาศัยของนกกะเต็นใหญ่ธรรมดาและนกแขวกจำนวนมาก ในฤดูหนาวพบนกยางเขียว นกกะเต็นน้อยธรรมดา นกยางโทนใหญ่ นกกระสานวล นกกระสาแดง อาศัยอยู่ตามต้นก้ามปูริมบ่อและเหยี่ยวซึ่งมักเกาะอยู่บนต้นสน
แนวทางการอนุรักษ์ควรรักษาแนวต้นสน เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของเหยี่ยวชนิดต่างๆไม่ควรตัดต้นก้ามปูขนาดใหญ่เพราะเป็นที่อยู่ของนกแขวกจำนวนมาก

8. แปลงนาบริเวณอุทยานแมลง (โดมกีฏ) และ บ่อ 1
แปลงนา เป็นทุ่งนาขนาดใหญ่มีน้ำขังตลอดเป็นแหล่งอาหารของนกที่หากินบนดินเลน เช่น นกโป่งวิด นกยางควาย นกยางกรอก นกตีนเทียน ในฤดูหนาวพบนกชายเลนชนิดต่างๆ เช่น นกชายเลนน้ำจืด นกหัวโตเล็กขาเหลือง นกทะเลขาเขียว นกปากซ่อมหางพัด นกอุ้มบาตร นกเด้าลมเหลือง และนกที่หากินบนยอดหญ้าเช่นนกกระติ๊ดขี้หมู นกกระจิบหญ้าสีเรียบ นกยอดข้าวหางแพนลาย ในฤดูหนาวพบนกยอดหญ้าหัวดำ บริเวณด้านหลังอุทยานแมลงมีต้นก้ามปูซึ่งในฤดูหนาวพบนกจับแมลงชนิดต่างๆ เช่น นกจับแมลงจุกดำ และเป็นแหล่งพักของนกวงศ์เหยี่ยวและอินทรีย์ชนิดต่างๆ เช่น เหยี่ยวรุ้งเหยี่ยวนกเขาชิครา เหยี่ยวเครสเทล และอินทรีย์หัวไหล่ขาว
บ่อ 1 เป็นบ่อที่มีนกมาอาศัยน้อยที่สุดเนื่องจากไม่มีพืชอาหารขึ้นอยู่ แต่พื้นที่บริเวณริมบ่อซึ่งเป็นป่าละเมาะเป็นแหล่งอาศัยของนก เช่น นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง ซึ่งเคยพบเมื่อปี พศ. 2540 หลังจากนั้นไม่พบนกชนิดนี้อีกเลยในวิทยาเขตฯ
แนวทางการอนุรักษ์บริเวณแปลงนาการจัดการสารเคมีในพื้นที่เกษตรกรรมควรทำอย่างรัดกุมและคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตควรรักษาป่าบริเวณด้านหลังอุทยานแมลงไว้ดังเดิมเพราะเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของเหยี่ยวอพยพชนิดต่างๆที่สำคัญไม่ต่ำกว่า 7 ชนิด
ควรรักษาป่าละเมาะบริเวณรอบบ่อ 1 โดยเฉพาะบริเวณที่ติดกับอุทยานแมลงไว้ดังเดิม

9. นาข้าวบริเวณแปลงทดลองศูนย์วิจัยพืชผักเขตร้อน
เป็นแหล่งอาศัยนกที่อพยพมาทำรังวางไข่ในฤดูฝน (Wet season - breeding visitor) บริเวณแปลงนาเช่น นกแอ่นทุ่งใหญ่ และนกอีลุ้มมาผสมพันธุ์และทำรังวางไข่ช่วงฤดูฝนทุกปี ซึ่งเป็นนกที่มีประชากรน้อยมากในวิทยาเขตฯ และเป็นแหล่งอาศัยเฉพาะ(Micro Inhabitant) ของนกยอดข้าวหางแพนลาย นกยอดข้าวหางแพนหัวแดง และนกกระจิบหญ้าอกเทา
แนวทางการอนุรักษ์
แนวต้นไม้บริเวณริมเขตพื้นที่ที่ติดกับทุ่งสัตวบาลควรรักษาไว้เพราะเป็นแหล่งอาศัยของนกเหล่านกพงจำนวนมาก

10. บริเวณทุ่งสัตวบาล
เป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่พบนกทุ่งหลายชนิดเช่น นกกระจิบหญ้าสีเรียบ นกกระจาบธรรมดา นกกระแตแต้แว้ด นกแอ่นทุ่งใหญ่ นกยางควาย นกแซงแซวหางปลา นกอีเสือสีน้ำตาล นกอีเสือหัวดำ แหล่งอาศัยของนกจาบฝนปีกแดง นกจาบฝนเสียงใส นกจาบฝนเสียงสวรรค์ ในฤดูหนาวพบ นกกิ้งโครงชนิดต่างๆ เช่น นกกิ้งโครงแกลบปีกขาว นกเอี้ยงด่าง
นกเอี้ยงหงอน นกยอดหญ้าหัวดำ บริเวณที่ติดกับรั้วของมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งอาศัยของนกที่หายาก เช่น นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ เคยพบนกกาแวน เป็นแหล่งอาศัยของเหยี่ยวชนิดต่างๆ เช่น เหยี่ยวกิ้งก่าดำ เหยี่ยวนกเขาชิครา
แนวทางการอนุรักษ์
ต้นก้ามปูหลายต้นบริเวณด้านหลังคาวบอยแลนด์เป็นแหล่งอาศัยหลับนอนของนกทุ่งจำนวนมากควรรักษาไว้

หมายเหตุ : ข้อความนี้จัดพิมพ์ตั้งแต่ปี2545
 
 

โดย: ยุง บิน ชุม วันที่: 6 สิงหาคม 2548 เวลา:23:32:01 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ยุง บิน ชุม
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add ยุง บิน ชุม's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com