กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
19 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
ตุหรัดตุเหร่ตุรกี ตอนที่ 3-แกรนบาซาร์หรือจะสู้จตุจักร

ก่อนอื่นขอต่อเรื่องของสวยของงามที่อิสตันบูลจากตอนที่แล้วสักหน่อย เพราะว่าเราไปเจอของงามวิจิตรที่ The Museum of Turkish and Islamic Art ค่ะ ถ้าจะต้องให้เราเลือกไปดูระหว่าง Istanbul Archeology Museum เราเลือกไปดูที่นี่ค่ะ เพราะว่ามีศิลปะแบบอิสลามมากกว่า ดูแล้วหลงเลยรักเลยล่ะขอบอก


ติดกับโอเบลิสค์เสานี้เลยล่ะค่ะ
Photobucket



เห็นเสาต้นข้างบนก็มองซ้ายมองขวา มิวเซียมอยู่ติดกันเลย

ค่าเข้าชม 10 ลีร่า ถ่ายรูปได้นะคะมิวเซียมที่กล่าวมา แต่ห้ามใช้แฟลชค่ะ
Photobucket



อาคารที่เป็นที่ตั้งของ The museum of Turkish and Islamic Art นี้ สวยงามมากๆ มันเป็นพระราชวังอะไรกันหนอชักสงสัย ไปอ่านดูถึงรู้ว่า มันเป็นนิวาสถานของ Ibrahim Pasha ซึ่งเป็น Grand Vezir ภาษาไทยแปลออกมาประมาณว่า อัครเสนาบดี เป็นคนสนิทที่สุดของสุลต่านสุลิมานมหาราช เพราะว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็กๆ แถมสุลต่านยังยกพระพี่นางให้เป็นภรรยาพระราชทานอีกต่างหาก เหมือนพระเจ้าตะเบงชเวตี้กับบุเรงนองเปี๊ยบ (คำว่า "บายินนอง" ภาษาพม่าเป็นชื่อตำแหน่งพี่เขย)

แต่ Ibrahim Pasha ผู้นี้โชคไม่ดีเหมือนผู้ชนะสิบทิศ เนื่องจากมีความสนิมสนมกับสุลต่านสุลิมานมากจนเกินไป จนพระนางโรซาลิน่าพระมเหสีเข้าไม่ถึง แถมยังเพ็ดทูลสนับสนุนสุลต่านสุลิมานให้เจ้าชายมุสตาฟา พระโอรสองค์แรกให้ขึ้นเป็นสุลต่านองค์ต่อไป แทนที่จะเป็นเจ้าชายซาลิม โอรสของโรซาลิน่า ทำให้โรซาลีน่าโกรธมาก

ในคืนที่ 14 มีนาคม 1536 Ibrahim Pashaก็ชะตาขาดด้วยการโดนรัดคอตายขณะที่เข้าไปในพระราชวังท็อปกะปิเพื่อเข้าเฝ้าสุลต่านสุลิมาน

แค่เดินดูตัวอาคารที่นี่ก็คุ้มเงินแล้วค่ะ
Photobucket



ไปดูของข้างในกันดีกว่า ประตูหินแกะสลัก
Photobucket



ประตูไม้แกะสลัก ของพวกนี้ร้อยทั้งร้อย นำมาจากมัสยิตต่างๆทั่วประเทศตุรกีนะคะ
Photobucket



พอดูศิลปะแบบอิสลามมากๆเข้า เห็นการแกะสลักรูปดาวเป็นแฉกๆเยอะมาก สงสัยแล้วว่าดาวนี้มีความหมายในศาสนาอิสลามหรือเปล่า

ใครมีความรู้เรื่องนี้เล่าให้ฟังเอาบุญด้วยค่ะ
Photobucket



สวยเนอะ ดีใจจังเลยที่มาดูคนเดียว ลูกผัวแยกไปดู Military museum บ้านนี้ตามสบายค่ะ ใครอยากจะไปดูอะไรก็แยกย้ายกันไปดู คนเรานี่รักชอบอะไรไม่เหมือนกันนิ ไม่ได้เป็นแฝดสยามนี่หว่าจะได้ต้องตามกันไปทุกที่

เมื่อเดือนพฤษภาที่ผ่านมา พี่ท่านไปเที่ยวมองโกเลียคนเดียว เพราะเขาอยากอยู่คนเดียวสองอาทิตย์ เรานะซื้อตั๋วให้แบบมือสั่นเลย ไม่ใช่อะไรหรอก ผัวจะไม่อยู่บ้านสองอาทิตย์ ดีใจมากที่ไม่ต้องทำกับข้าวสามอย่างแบบเวลาพี่เขาอยู่บ้าน
Photobucket

Photobucket

Photobucket



ห้องโถงรับแขกเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้เอาไว้แสดงเอ็กซิบิต
Photobucket



มาดูพรมกันดีกว่าพี่น้อง Museum of turkish and Islamic Artที่นี่ถือว่าเป็นที่ๆมีคอลเลคชั่นของพรมเปอเซียที่ดีที่สุดในโลกนะคะ ส่วนใหญ่เป็นพรมโบราณสี่ห้่ร้อยปีที่นำมาจากมัสยิตเก่าๆทั่วประเทศ เป็นพรมที่ปูตอนทำละหมาดค่ะ
Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket



เรื่องพรมเอาแค่นี้ก่อนดีกว่า ที่จริงยังมีให้ดูอีกเยอะมาก มาดูคัมภีร์อัลกุระอ่าน (เขียนถูกเปล่าคะ ฝรั่งเขียนว่า Koran)

พระคัมภีร์พวกนี้สามสี่ร้อยปีแล้วทั้งนั้นค่ะ
Photobucket

Photobucket

Photobucket



ตู้เก็บคัมภีร์อัลกุระอ่าน โอว มายยย กว๊อดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เห็นแล้วอยากจะลงไปดิ้นกระแด่วๆด้วยความสะใจในความงาม ให้ดูทั้งวันนี่เราสามารถดูได้เลยนะ ส่วนที่เป็นสีขาว ทำด้วยมุก ส่วนที่เป็นสีน้ำตาลทำมาจากกระ(กระดองเต่าทะเล)

ส่วนที่เป็นสีเขียวอมฟ้า ทำมาจากเทอคว้อยส์

เห็นตู้นี้แล้วทำให้เราคิดถึงตู้ใส่ปพระไตรปิฎกของชาวพุทธ ที่ช่างโบราณสร้างขึ้นเป็นพุทธบูชาเพราะฉะนั้นจะต้องเป็นช่างที่เก่งที่สุด ฝีมือดีที่สุด ไม่ต่างอะไรกับตู้พระคัมภีร์ชิ้นนี้เลยค่ะ ที่สร้างขึ้นจากศรัทธาจริงๆ
Photobucket

Photobucket



ออกจากมิวเซีมม ไปเที่ยวตลาดดีกว่า

เราว่านะ เวลาไปเที่ยวเมืองต่าวด้าวเท้าต่างแดน สถานที่หนึ่งเดียวที่เราอยากไปที่สุดคือ ตลาดสด

ใครเป็นอย่างเรามั่งยกมือขึ้น เพราะว่าไอ้การเที่ยวไปตลาดสดนี้ทำให้เราได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่จริงๆของคนท้องถิ่น ไปเห็นของกินผักผลไม้แปลกๆ ตื่นเต้นยิ่งกว่าไปดูปราสาทราชวังอีกขอบอก

แน่นอนค่ะ มาตุรกีหรือจะพลาดตลาดสด เช้าวันที่เราจะไปตลาดสดนั้น ไทกับพ่อจะไปนั่งเรือล่องช่องแคบบอสฟอรัส ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน ฮู้ย นั่งเรือกับไปเที่ยวตลาดสดนี่เราเลือกตลาดสดค่ะ เลยบอกสองคนพ่อลูกว่ายูไปกันสองคนนะ แล้วมาเจอกันที่โรงแรมตอนบ่ายๆนะที่รักทั้งสอง

พอสองคนนั้นเดินลับตาไปเราโล่งอกโล่งใจเป็นอันมาก กลัวมันร้องตามเราไปตลาด ไปตลาดกับเด็กนี่ลองนึกภาพนะคะท่านผู้อ่าน มันไม่ใช่เรื่องสนุกแม้แต่น้อย ขนาดพามันไปช้อปปิ้งที่มอลใกล้บ้านนี่มันยังอาละวาดเลยค่ะ พ่อมันก็พอกันไม่เคยไปช้อปปิ้งด้วยกันมาเป็นสิบปีแล้ว ไปคนเดียวสนุกกว่าเยอะเลยจะไปนานเท่าไหนก็ได้

ก่อนจะไปตลาด เราเดินจากโรงแรมไปมัสยิตสุลิมาน (Suleiman mosque)ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมัสยิตที่สวยที่สุดในอิสตันบูล สุลต่านสุลิมานมหาราช ( Souleiman the Magnificent)โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น จากย่านสุลตานาเม็ตเดินไปเรื่อยๆประมาณ 10 นาทีเองค่ะ อยู่ติดกับมหาวิทยาลัยอิสตันบูลเลย ทางเข้าอาจจะซอกแซกเล็กน้อย เดินหลงเลยไปหน่อยเลยต้องแวะถามชาวบ้าน พี่แกอุตส่าห์จูงมาพาเดินมาถึงทางเข้าเลย น่ารักมากๆ

มหาวิทยาลัยอิสตันบูล
Photobucket

แต่เป็นที่เสียดายว่า มัสยิตปิดซ่อมแซมครั้งใหญ่ค่ะ ห้ามใครเข้าและจะเปิดให้เข้าชมซัมเมอร์หน้า แต่ใครจะไปตอนนี้ ต้องเดินไปดูสุสานของสุลต่านสุลิมานมหาราชกับพระนางร็อกเซลิน่า (Roxelina)พระมเหสีด้วย อยู่ติดกับมัสยิตที่ปิดซ่อมแซมเลย สวยงามมาก

สุสานของสุลิมานมหาราช
Photobucket



สุสานของร็อคเซลิน่า

--หมายเหตุ---สาวๆคะถ้าจะเข้าไปดูสุสานต้องมีผ้าคลุมผมนะคะ ผ้าพันคอนี่ล่ะค่ะดีนักแล
Photobucket



เล่าประวัติของร็อกเซลิน่าให้ฟังย่อๆดีกว่า ร็อคเซลิน่าเดิมนั้นเป็นลูกสาวของบาทหลวงนิกายออโตด็อกซ์จากรัสเซียทางตอนใต้แถวๆเทือกเขาคอร์คัส

พ่อแม่จนมากเมื่อร็อกเซลิน่าอายุได้ 13 ปี พวกคนป่าเผ่าทาร์ทาร์จากเอเชียไมเนอร์ (tartar -ไม่รู้เผ่านี้เป็นผู้คิดค้น tartar sauce ที่ฝรั่งเอามาจิ้มปลาทอดหรือเปล่า)ได้เข้ามาปล้นสะดมหมู่บ้านของเธอแล้วจับเธอเป็นทาสเอามาขายให้นายหน้าที่หาผู้หญิงงามส่งในฮาเร็ม
Photobucket



ตอนแรกที่เธออยู่ในฮาเร็มก็เป็นนางทาสที่ไม่มีตำแหน่งอะไรเลย แต่ได้เข้าเฝ้าสุลต่านสุลิมานเป็นที่โปรดปรานมากจนได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมา มีโอรสธิดากับสุลต่านถึง 5 พระองค์ด้วยกัน นางสามารถกำจัดมุสตาฟา ผู้ซึ่งเป็นโอรสองค์โตของสุลต่านสุลิมานจากเจ้าจอมคนหนึ่งได้ด้วยการเป่าหูจนมุสตาฟาโดนประหารชีวิตด้วยการรัดคอ เพื่อที่จะดันให้ซาลิม โอรสองค์โตของนางขึ้นเป็นสุลต่านองค์ต่อไป นางจะได้เลื่อนขึ้นมามีตำแหน่งพระพันปีหลวง ซึ่งในสมัยอ็อตโตมานแล้ว ถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจสิทธิขาดมากกว่าตำแหน่งสุลต่านเสียอีก

ภายในสุสานของร็อคเซลิน่า จะเห็นได้ว่าสวยกว่าของสุลิมานมหาราชข้างบนเสียอีก
Photobucket



ที่เด็ดกว่านั้นก็คือ นางสามารถโน้มน้าวให้สุลต่านสุลิมานอภิเษกสมรสกับนางจนได้ขึ้นเป็นพระอัครมเหสีเป็นองค์แรกของอาณาจักรอ็อตโตมาน เพราะว่าสุลต่านองค์ก่อนไม่นิยมการอภิเษกสมรส แต่จะแต่งตั้งนางในฮาเร็มที่โปรดปรานขึ้นมาจนถึงระดับหนึ่งเท่านั้น

สุสานของร็อกเซลิน่า เราว่าสวยกว่าของสุลต่านสุลิมานเป็นไหนๆ
Photobucket

Photobucket



ดูกันเสร็จแล้วก็ไปเดินตลาดนิคะ ก่อนอื่นเราไปเที่ยวตลาดที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี(หรือใหญ่ติดอันดับโลก)กันก่อน นั่นก็คือ แกรนบาร์ซานั่นเอง อยู่ห่างจากสุสานไม่มาก เดินเรื่อยๆสิบห้านาทีก็ถึง ตอนเดินไปตื่นเต้นมากเนื้อตัวสั่นอยากเข้าห้องน้ำ (ใครเป็นเหมือนเรามั่งพอตื่นเต้นแล้วปวดอึ)

แกรนบาร์ซานี่เป็นสถานที่ในฝันที่เราอยากมาเดินช้อปมานานตั้งแต่เด็กๆแล้ว เห็นจากรูปถ่ายหรือว่าอ่านเอาจากหนังสือท่องเที่ยว เพราะว่ามันใหญ่โตมโหฬาร คงจะอลังการไปด้วยพ่อค้าแม่ขายที่นำสินค้ามาให้ผู้คนจับจ่ายใช้สอย มีร้านตั้งสี่พันกว่าร้านแน่ะ อะไรๆที่อยากได้เดี๋ยวจะซื้อให้พี่ท่านด่าเมียเล่น (แต่ที่จริงเฮียเขาไม่กล้านะ เฮียเขากลัวเมียมาก)
Photobucket


แกรนบาร์ซามีทางเข้าออกหลายทางมาก เข้าตรงไหนจะมีชื่อทางเข้าพร้อมกับหมายเลข จำให้ขึ้นใจตอนขาออกจะได้ไม่หลง ตอนที่ยืนหน้าแกรนบาร์ซานั้นตกใจมาก ค่าที่มันใหญ่โตมโหฬารอย่างเหลือเกิน

แต่ว่า.....

พอเดินๆไปสักครึ่งชั่วโมงความเริงร่ากระดิ๊กระดี๊ก็อันตรธานหายไปหมด ทั้งๆมันเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีของขายมากมายหลายร้อยหลายพันอย่าง แต่เรากลับไม่ชอบเลย อยากจะเดินออกไปเร็วๆ ตามความคิดของเรานะคะ มันเป็นตลาดน่าเบื่อที่สุดในโลก เพราะว่า
Photobucket



*มันมีแต่ของที่ระลึกขายค่ะ ของที่เอาไว้ขายนักท่องเที่ยว คนที่มีจับจ่ายซื้อของที่นี่ก็เป็นนักท่องเที่ยว 95 เปอเซ็นต์ ที่เหลือเป็นคนตุรกีที่มาซื้อทองที่นี่ เพราะว่ามีร้านขายทองเยอะมากๆ เดินไปก็เจอแต่นักท่องเที่ยว ขายของที่เราเห็นดารดาษตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

****ของแพงค่ะ เตือนไว้เลยหนาพี่น้อง**** ไปตุรกีอย่าไปซื้อของที่แกรนบาร์ซา เพราะว่ามันแพงกว่าตลาดอื่นอย่างน้อย 30-50 เปอเซ็นต์ ถึงจะต่อลงมา 50 เปอเซ็นต์ ราคาของที่ซื้อก็จะเท่ากับร้านในตลาดอื่นที่ยังไม่ได้ต่อ แต่อันนี้เราเข้าใจนะ มันเป็นตลาดที่ป๊อปปูล่าที่สุด มีนักท่องเที่ยวมาช้อปมากที่สุด ค่าเช่าที่ก็คงจะแพงตามเป็นเงามาด้วย พอถามถึงราคาสินค้าชิ้นที่เราอยากได้แล้ว ไม่อยากจะต่อเลยค่ะ หายอยาก

ถ้าจะเปรียบเทียบกับตลาดนัดจตุจักรของเราแล้ว จตุจักรกินขาดค่ะพี่น้อง งานนี้ไม่ได้ลำเอียงนะเพราะเราว่าจตุจักรเป็นตลาดที่หลากหลายกว่า มีทั้งของแฮนเมด งานศิลปะ เสื้อผ้า ของแต่งบ้านแปลกๆ สัตว์เลี้ยง ผักผลไม้ หม้อไหกระทะกระทิงไม้จิ้มฟันยันเรือรบมีขายทุกอย่าง คนที่มาเดินจตุจักรก็เป็นคนทุกประเภทไม่ว่านักท่องเที่ยว คนท้องถิ่น มันเป็นตลาดที่มีสเน่ห์มากที่สุดในความคิดของเรา เพราะมันเป็นตลาดจริงๆไม่เสแสร้ง ไม่มีการจัดฉาก

ตลาดอีกหนึ่งที่ซึ่งเราว่าสูสีกับจตุจักรคือ ตลาดที่เมืองวาฮาค่า (Oxaca)ที่ประเทศเม็กซิโก อลังการสุดชีวิต เดินเข้าไปนี่หลงอยู่สามวันหาทางเดินออกมาไม่ถูกนะคะ เต็มไปด้วยชาวบ้านมาซื้อของกินของใช้ มีแฮนดิคราฟขายอยู่สิบกว่าเจ้า โดยเฉพาะเพิงขายของกิน อยากจะกินมันไปทุกอย่างที่ขวางหน้า ได้กินทาโก้ที่อร่อยที่สุดในชีวิตก็กินที่ตลาดนี้ล่ะค่ะ ยังจำได้เลยนะว่ามันเป็นทาโก้ลิ้นวัว (พูดแล้วก็น้ำลายสอ)
Photobucket



มาถึงนี้แล้วเหนื่อย หิวด้วยต้องหาอะไรกินตอนกลางวัน เจอร้านข้างทางติดกับบาร์ซาเลย ขาย Donar และ Korum มันก็คือเนื้อแกะ เนื้อไก่ หรือเนื้อวัวหั่นเป็นขิ้นบางๆแล้วเอามาห่อกับมะเขือเทศ ผักสลัด โดยห่อด้วยแป้งบางๆเหมือนแป้งตอร์ติย่าของเม็กซิกัน อร่อยดี ถูกด้วย

ไทเพิ่งเคยลองกินเนื้อแกะที่นี่เป็นครั้งแรก ปรากฏว่ามันชอบกินมากจนทั้งพ่อทั้งแม่ประหลาดใจ ตามธรรมดาแล้วไทเป็นเด็กกินยากติดทีมโอลิมปิค เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิด มาที่นี่มันกินเนื้อแกะย่างทุกมื้อและทุกวัน ตอนเช้ามันกินไส้กรอกเนื้อแกะหั่นกินกับขนมปัง พ่อแม่ต้องไปหาซื้อตามร้านแล้วให้โรงแรมเก็บไว้ให้ในตู้เย็น พอตอนเช้าก็ให้เขาหั่นมาเสิร์ฟให้

ถามน้องไทว่า ไทกินแล้วไม่ได้กลิ่นสาบมันเลยเหรอ ไทบอกกลิ่นอะไร อร่อยจะตายแม่ก็ ทำไมแม่ไม่ชอบกิน ตามธรรมดาแล้วเราสามารถกินแกงกะหรี่แพะหรือแกะได้สบายมากนะคะเพราะว่ามันแกงจนเข้าเนื้อกับเครื่องเทศมากหลายอย่าง แต่ถ้าแค่ใส่เครื่องเทศนิดหน่อยแล้วเอามาย่างพอสุกอย่างนี้ ต้องขอบอกว่าเวลากินต้องกล้ำกลืนทีเดียวค่ะ ตอนหลังต้องเลี่ยงไปกินเนื้อสัตว์อย่างอื่นแทน
Photobucket



กินข้าวเสร็จแล้วไปเดินตลาดอื่นดีกว่า ผิดหวังกับแกรนบาร์ซามากๆ เดินไปดูตลาดเครื่องเทศ( Spice market)ดีกว่า

จากแกรนบาร์ซาไปตลาดเครื่องเทศไปได้สองทางค่ะ จะขึ้นรถไฟฟ้าไปก็ได้ นั่งสาย Kabatas ขึ้นจากสถานีแกรนบาร์ซา ไปลงที่สถานี Eminonu ค่ะ(สถานีเดียวกับร้านขายแซนวิชปลาตอนที่แล้ว) ไม่ไกลนะสามสี่สถานีเอง พอลงแล้วจะมีอุโมงค์คนเดินลอดใต้ถนนมานะคะ ตามมาเลย พอโผล่ขึ้นมาจะเห็น New Mosque ตั้งเด่นเป็นสง่า ตลาดเครื่องเทศก็อยู่ติดๆกันเลยค่ะ
Photobucket

Photobucket



ถ้าไม่อยากนั่งรถก็เดินลัดไปจากแกรนบาร์ซาได้สบายมากค่ะ เราเดินเรื่อยเปื่อยดูโน่นดูนี่ไปใช้เวลา 30 นาทีนะคะ หลงตลอดเพราะว่าทางมันซ่อกแแซกมากแต่เราไม่กลัวนะ หลงก็ถามเขาเอาชาวบ้านก็จะช่วยชี้ทางให้

ทางเดินไปตลาดเครื่องเทศนั้นจะผ่านร้านขายของของชาวบ้านจริๆง ประมาณย่านขายของส่งแบบแถวสะพานหันสำเพ็งนั่นแหละค่ะ ถูกทางนังฟลายมามมาก ตลาดอย่างนี้เราชอบนัก
Photobucket



ยิ่งพอมาถึงตลาดเครื่องเทศเรายิ่งชอบใหญ่เลยถึงแม้มันจะเป็นตลาดเล็กว่าแกรนบาร์ซาสักสิบห้าเท่าเห็นจะได้ และส่วนหนึ่งเป็นร้านขายของที่ระลึกหรือ handicraft ล่อนักท่องเที่ยว

แต่ร้านส่วนใหญ่ยังขายเครื่องเทศทุกชนิดในโลก บางร้านขายขนมหวานคู่บ้านคู่เมืองที่เรียกว่า Turkish Delight หรือขนมหวานอย่างอื่น (คนตุรกีกินขนมหวานเก่งมากกก มีขายทั่วหัวระแหง)

ยิ่งถ้าไปเดินภายนอกรอบๆตลาดเครื่องเทศยิ่งสนุกใหญ่เลยเพราะขายของใช้ของกินแปลกๆ ร้านขายชีส ขายมะกอกดอง ขายผักพริกดอง บางร้านก็ดูไม่ออกนะว่าขายอะไร เพียบบบบบบบ ชาวบ้านร้านตลาดมาเดินซื้อจับจ่ายของเพียบประมาณว่าเหมือนแถวๆย่านพาหุรัดสะพานหันสะพานควายละลายทรัพย์
Photobucket



ตลาดเครื่องเทศนี้เปิดมาสามร้อยกว่าปีแล้ว ตอนที่เห็นป้ายเราก็ร้องในใจว่า อิ๊บอ๋าย นี่มันเปิดมาก่อนอะแซหวุ่นกี้ขอดูตัวแม่ทัพตั้งร้อยกว่าปี ทำไมประเทศนี้มันโชคดีนักวะคะ ของเก่าๆงามๆ มันถึงอยู่คงทนถาวรชั่วลูกชั่วหลานดีเหลือเกิน ลูกหลานตุรกียังได้เห็นความงามของสิ่งก่อสร้างที่คนสมัยนี้จะสร้างเท่าไรก็เอามาเปรียบเทียบไม่ได้ อิจฉาแทนคนไทยทั้งประเทศค่ะท่านผู้อ่าน
Photobucket



ปล. หวังว่าทุกคนคงจะรู้ตำนานเรื่องอะแซหวุ่นกี้ขอดูตัวแม่ทัพนะคร้า หลักสูตรการสอนวิชาประวัติศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการนี่เขายังสอนอยู่หรือเปล่าประวัติศาสตร์ชาติไทยนี่น่ะ วานบอกเราหน่อย ถ้าเขาไม่สอนเรื่องอะแซหวุ่นกี้ขอดูตัวแม่ทัพเดี๋ยวป้าจะเล่าให้ฟัง

ร้านนี้ขายแต่มะกอกห้าร้อยชนิด
Photobucket



นนี้ขายเมล็ดกาแฟคั่วอยู่ทางด้านหลังของตลาดเครื่องเทศ เดินตามกลิ่นไปก็ได้ค่ะเพราะกลิ่นหอมจรุงใจมาก

เราเห็นชาวบ้านมาเข้าคิวซื้อแบบไม่หยุดเลย คิวยาวเหมือนกันเลยเข้าแถวซื้อมากับเขามั่ง 1 กิโล เอามาฝากเพื่อนบ้านที่ช่วยดูแลบ้านให้ ปรากฏว่ากลับมาโรงแรมเปิดหนังสือโลนลี่แพลเน็ตดูแล้วถึงรู้ว่า ร้านนี้ดังที่สุด ดีที่สุดในอิสตันบูล

เมื่อสองวันก่อนเจอเพื่อนบ้านเลยถามว่าเป็นไง กาแฟอร่อยไหม เจ้าหล่อนบอกว่า เข้มข้นมากกกกก แบบว่าเหนียวหนืดเป็นยางเลยต้องเติมน้ำเพิ่มไป แถมบอกด้วยว่าวันไหนยูได้บินทริปอิสตันบูล ช่วยซื้อมาให้อีกเดี๋ยวไอจะฝากตังค์ไปด้วย
Photobucket



เรานั้นโชคดีมากเรื่องเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนดีๆทั้งนั้น เพื่อนบ้านดีนี่ดีกว่าพี่น้องอีกนะคะว่าไหม บ้านที่อยู่ตรงข้ามเรานั้น ถ้าเราไปเที่ยวตอนหน้าร้อนเขาจะรดน้ำต้นไม้ตัดหญ้าให้ ถ้าเป็นหน้าหนาวเขาต้องมาโกยหิมะให้ (งานช้างนะขอบอก)แถมยังต้องคอยมาดูในบ้านว่าฮีตเตอร์ทำงานหรือเปล่า ไม่งั้นท่อน้ำจะแตก
Photobucket



วันหนึ่งเราไปเที่ยวกันหลายวัน พี่เขยของสามีลืมของไว้ที่บ้านเรา เขาต้องมาเอาของโดยเขาเข้าบ้านได้เพราะมีรหัสโรงรถ ปรากฏว่าเข้าบ้านได้ห้านาทีตำรวจมาเคาะประตูบ้านค่ะพี่น้องเพราะเพื่อนบ้านเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านเลยโทรเรียกตำรวจ (ตำรวจเมืองนี้ไม่ค่อยมีอะไรทำ โทรจึ๊กนึงยังไม่ทันวางหูมากันแล้วสองคันรถ) พี่เขยต้องอธิบายให้ฟังแบบ ยาวมากกกกกกก

ร้านขายชีส มีร้านขายชีสติดๆกันสามสิบสี่สิบร้าน
Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket



ร้านนี้พอเดินผ่านครั้งแรก สองวินาทีแรกความคิดแรกที่ผ่านเข้ามาในสมองคือ เฮ้ย คนเติร์กกินน้ำพริกแกงแดงน้ำพริกแกงคั่วด้วยว้อย

แต่ที่จริงมันมิใช่อย่างที่ว่าค่ะพี่น้อง มันคือ tomato paste หรือซอสมะเขือเทสแบบเข้มข้น เอามาทำซอสหรือทำกับข้าว คนที่นี่กินอยู่แบบเมดิเตอเรเนียนเลยค่ะ คือ ผัก ผลไม้ มะกอก ชีส และมะเขือเทศเป็นอาหารหลัก
Photobucket

Photobucket



ของหวานนานาชนิด คนตุรกีกินหวานกว่าคนไทยห้าร้อยเท่าขอบอก
Photobucket



Turkish delight ชื่อดังที่ใครหลายคนอาจจะเคยได้ยิน อร่อย แต่ขนมเม็ดขนุนที่ร้านแม่เก็บที่หัวหินอร่อยกว่าหลายสิบปีแสง
Photobucket



และแล้วเราก็ได้พบกับสิ่งที่ตามหามานานในทริปตุรกี มันคือเฮนน่าค่ะท่านผู้อ่าน เฮนน่าที่แขกอินเดียเอามาย้อมผมนี่ล่ะค่ะ ที่นี่อลังการงานสรัางมากกว่าที่ร้านแขกพาหุรัดแปดร้อยเท่าตัว
Photobucket



ตลาดเครื่องเทศมีเฮนน่าขายเยอะมากหลายเกรดทั้งแบบตักขายและแบบใส่ซองสำเร็จมาแล้วจากหลายประเทศด้วย ที่เห็นๆคือจากอิหร่าน อินเดีย ปากีสถาน อียิปต์ แต่ที่เราเคยใช้มา เราชอบเฮนน่าจากประเทศเยเมนที่สุดในโลก สีติดผมดีมากๆ แต่มันแพงแบบนรกยังสั่งลา กิโลละ 45 เหรียยยูเอส(ซื้อในเน็ตที่อเมริกา)


ที่เมืองไทยก็ปลูกเฮนน่าได้นะคะ เราไปเล่าให้หม่อมแม่ที่บางกอกฟังว่า แม่ๆ แม่เคยปลูกต้นเฮนน่าไหม แม่ถามว่าชื่อไทยมันชื่ออะไร เราบอกว่าคนไทยเรียกว่าต้นเทียนกิ่ง หรือเทียนหอม ดอกมันจะมีสีแดงหรือสีขาว

หม่อมแม่ร้องโฮ้ยยย ต้นเทียนหอมนี่ต้นไม้ไทยโบราณเลยล่ะ หล่อนนั้นเชยมว๊ากกกก เมื่อก่อนที่บ้านเราก็เคยปลูกจำได้ไหม พุ่มใหญ่ๆมุมบ้านน่ะ (จำไม่ได้ ) คนไทยโบราณเขาปลูกเพราะว่าดอกมันหอมมากๆ บ้านยายก็มีหลายต้นหลังบ้าน คราวหน้าไปบ้านยายเดี๋ยวแม่จะชี้ให้ดู

แต่เราว่าเมืองไทยที่เราไม่เอาใบมันมาตากแห้งแล้วบดให้ละเอียดเอามาย้อมผม สันนิษฐานได้ว่า เมืองไทยอากาศชื้นค่ะ ไม่ร้อนและแห้งเท่าประเทศที่เอ่ยมา เฮนน่าที่ได้อาจจะมีคุณภาพต่ำ คิดว่านะ

ละลานตามากๆ ดูสีของเฮนน่าสิคะว่ามันเขียวสดขนาดไหน เขียวเหมือนมัตชาเลย ดีใจเหมือนได้แก้ว คนขายพยายามอธิบายความดีต่างๆของเฮนน่าจนเราต้องยกมือห้ามดั่งพระพุทธปางห้ามสมุทร (หรือห้ามญาติ?) ยูไม่ต้องพูดให้เหม็นขี้ฟัน ชั้นอาจจะไม่รู้เรื่องเครื่องเทศดีเท่ายู แต่เรื่องเฮนน่านี่ขอโทษ รู้มากกว่าเอ็งหลายขุมไอ้หนู

เรานั้นย้อมผมด้วยเฮนน่ามาหลายปีแล้ว ชอบมากๆไม่กลับไปย้อมเคมีอีกแล้วค่ะ เฮนน่าที่อเมริกาที่ดีจริงๆนั้นมี แต่แพงมากๆ กิโลละ 45 เหรียญยูเอส นอกนั้นก็ซื้อเป็นซองๆได้ตามร้านขายของชำอินเดีย แต่ถ้าเจอแบบขายเป็นกิโลอย่างนี้ต้องซื้อไปลองผสมน้ำที่บ้านก่อนค่ะว่าสี (dye) มันออกเยอะหรือเปล่า เราเลยขอซื้อแบบหลายๆเกรดอย่างละ 50 กรัมมาลองก่อน แล้วขอขนามบัตรร้านไว้ วันก่อนกลับก็จะได้กลับมาซื้ออีก ซื้อตอนนี้หอบไม่ไหวค่ะเพราะจะต้องไปต่อกันอีกหลายเมือง

สรุปว่าวันก่อนจะกลับบ้าน กลับไปตลาดเครื่องเทศอีกแล้วซื้อเฮนน่ากลับบ้านด้วย 5 กิโล โดนเฮียหัวเราะว่า ยูนั้นมันคนประหลาดนัก คนอื่นเขาซื้อ Turkish delight ซื้อผ้าพาชมิน่า ซื้อพรม ซื้อเครื่องประดับ แต่ยูซื้อเฮนน่ามากองเท่าภูเขาแถมหวงเหมือนจงอางหวงไข่เสียอีกต่างหาก
Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

ติดตามตอนสี่นะคะ























Create Date : 19 ตุลาคม 2553
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 10:37:50 น. 4 comments
Counter : 6817 Pageviews.

 
อ่านเพลินมากๆ แล้วก็แปลกตากับรูปต่าง ๆ ^^

ขอเป็นผู้ติดตาม blog ของคุณด้วยคนนะคะ


โดย: exactly IP: 110.164.248.177 วันที่: 6 มกราคม 2554 เวลา:13:30:30 น.  

 
ชอบอีกแล้วค่ะ อ่านไป ขำไป
กำลังจะไปตุรกีเดือนมิถุนา หาซื้อหนังสือท่องเที่ยวแทบไม่มี เนื้อหาไม่ได้ครึ่งหนึ่งของแม่น้องไทเลยค่ะ ^ ^


โดย: Porr IP: 125.26.93.90 วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:27:24 น.  

 
ชอบใจมากเลยได้ความรู้ เพราะเราหาข้อมูลเฮนน่าอยู่ ดูจากที่เขาวางขายเป็นกระสอบ



โดย: thammarat somgat IP: 180.222.155.108 วันที่: 23 มีนาคม 2555 เวลา:16:48:26 น.  

 
ชอบขนมที่เป็นก้อนสี่เหลี่ยมหนุ่มๆโรยด้วยน้ำตาลไอซิงเค้าเรียกขนอะไร


โดย: พีพี IP: 90.224.1.129 วันที่: 14 มิถุนายน 2556 เวลา:1:42:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 51 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.