กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
ตุหรัดตุเหร่ตุรกี ตอนที่ 1: รัก/ทะเลาะ/ตบตีกันที่อิสตันบูล

สวัสดีค่ะพี่น้องผองเพื่อน

ห่างหายจากการรีวิวการเดินทางไปนานมาก ครั้งสุดท้ายที่รีวิวทริปก็คือทริปเนปาลเมื่อปีที่แล้ว ไม่ใช่ว่ามัวแต่ทำงานไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยนะคะ ไปค่ะ ยังเที่ยวเก่งอยู่อย่างเก่าทั้งบ้าน แต่ว่าไม่ได้รีวิวเนื่องจากไปเที่ยวที่ซ้ำๆกับที่เพื่อนๆห้องบลูเคยรีวิวไว้แล้ว เลยไม่อยากจะรีวิวซ้ำๆซากๆ

แต่คราวนี้ต้องรีวิวค่ะ เนื่องจากไปเที่ยวตุรกีมา ก่อนจะไปลองเสิร์ชหาในห้องบลูปรากฏว่ารีวิวตุรกีน้อยมากๆ ตั้งใจไว้นะว่าจะรีวิวแบบละเอียดยิบ เผื่อใครๆจะลอกการบ้าน เนื่องจากตุรกีเป็นประเทศที่มีสเน่ห์มาก เต็มไปด้วยสีสัน ความแตกต่าง ผู้คนก็ใจดีมีน้ำใจ น่าไปเที่ยวกว่าหลายๆประเทศที่เป็นประเทศฮิตไปกันในห้องบลู
Photobucket



**หมายเหตุ**ตามธรรมดานั้น เราจะจัดรีวิวของตัวเองไว้ในห้องบันทึกนักเดินทาง แต่เนื่องจากตอนนี้มีห้องbackpacker แล้วก็จะขอสิงสู่อยู่ที่นี่ ไม่นานมานี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆถึงคำจำกัดความของคำว่า "Backpacker" เอาแบบละเอียดถึงเป้หรือกระเป๋าที่ใส่เสื้อผ้าเวลาไปเที่ยวเอาทีเดียว

เล่นเอานังฟลายมามงงงันมากเพราะว่าไม่รู้จะจัดตัวเองให้เข้าข่ายกับคำว่า Backpacker ได้แค่ไหนยังไง เพราะว่า

*ไม่มีแบ็คแพ็คแบกขึ้นหลัง หนักจะแย่จะแบกไว้ทำซากอะไร กระเป๋าล้อเลื่อนนี่ล่ะดีนักแล
Photobucket



*ไม่ยอมนอน dormitory/ youth hostel เนื่องจากไม่ชอบนอนรวมกับคนอื่น เกลียดการใช้ห้องน้ำรวมเป็นที่สุด ห้องพักจะต้องมีห้องน้ำส่วนตัว ถ้ามีระเบียงได้ยิ่งดี (เอาไว้นั่งดื่มกินอ่านหนังสือ)
Photobucket



*กินสามมื้อเต็มคราบ ไม่ต้องจำจัดจำเขี่ย กองทัพเดินด้วยท้อง อยากกินอะไรต้องได้กิน
*ไม่มีงบประมาณสำหรับเวลาจะไปทริปว่า วงเงินในวันหนึ่งๆต้องใช้ไม่เกินแค่นั้นแค่นี้ โรงแรมต้องไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ การตัดสินใจเรื่องเงินขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าเจอโรงแรมบรรยากาศดี เริ่ดๆก็จะนอนที่นั่น แต่ทุกอย่างต้องสมราคา
Photobucket



*ไม่มีหมายกำหนดการณ์ว่าจะอยู่เมืองนั้นเมืองนี้กี่วันหรือต้องไปเมืองไหนบ้าง รู้แต่ว่าจะขึ้นเครื่องวันไหน จะต้องกลับมาทำงานวันไหน ถ้าอยู่เมืองไหนแล้วชอบก็จะอยู่นานหน่อย ถ้าไม่ชอบก็เก็บข้าวข้องย้ายไปเมืองอื่น ไม่รีบร้อนเป็นอันขาดเพราะว่าถ้าชอบที่ไหนก็จะกลับมาอีก เที่ยวซ้ำเที่ยวซาก

เอาเป็นว่า เราขอเรียกตัวเองว่า Independent traveler ดีกว่า ส่วนพี่ท่านนั้นพอใจที่จะเรียกครอบครัวนี้ว่า Globe trekker family
Photobucket



ก่อนอื่นต้องบอกกันเลยนะว่า การไปตุรกีของสามคนพ่อแม่ลูกนี้ ไม่ใช่เป็นการไปเที่ยวธรรมดา แต่เป็นการไปฉลองครบรอบยี่สิบปีโครงการ "ตะบี้ตะบันอยู่ด้วยกันจนแก่ตาย" ของเราและพี่ท่านที่อยู่ยงคงกระพันรักกันบ้างตบตีกันบ้างมาครบยี่สิบปีแล้ว แน่นอนจะไปกันสองคนผัวเมียมันคงจะไม่สนุก ต้องลากเจ้าไทผู้ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงหนึ่งเดียวของโครงการนี้ไปด้วย
Photobucket



ทีแรกจะไปอินเดีย แต่เวลาน้อยมากมีแค่สองอาทิตย์ เลยต้องเลือกไปประเทศที่ใกล้ๆ ต่อเครื่องง่ายๆ ตุรกีเป็นประเทศที่อยู่ในลิสของสองคนผัวเมียพอดี แล้วจะรอช้าอยู่ใยเล่า
Photobucket



ปัญหาก็คือ ต้องเอาไทออกจากโรงเรียนสองอาทิตย์เพื่องานนี้โดยเฉพาะ พ่อแม่เด็กคนอื่นเขาคงจะไม่ทำกัน แต่พ่อแม่ของไทตัดสินใจแล้วว่า เรื่องเที่ยวเป็นเรื่องใหญ่ขาดไม่ได้ในชีวิตนี้ ไทจะได้เรียนรู้มากกว่าอยู่ในโรงเรียนเสียอีก แถมตอนไปปรึกษาครูประจำชั้นของไท สองคนผัวเมียถึงรู้ว่าโรงเรียนนี้ไฮเทคมากค่ะท่านผู้ชม (ไทเพิ่งเปลี่ยนโรงเรียนมาเรียนที่นี่เป็นปีแรก)

ที่ว่าไฮเทคก็เพราะว่า ครูโรงเรียนนี้เตรียมการสอนสองอาทิตย์ล่วงหน้า ทุกอย่างที่ครอบคลุมในสองอาทิตย์จะออนไลน์หมดทุกอย่างว่า วันนี้วิชานี้ ครูสอนอะไร ในหนังสือเล่มไหนหน้าไหน การบ้านมีอะไรบ้างในหนังสืออะไรหน้าไหน ถ้านักเรียนลืมเอาหนังสือกลับบ้าน ก็สามารถคลิกการบ้านหน้านั้นๆ พริ้นต์ออกมาทำส่งครูได้เลย

ไฮเทคอย่างที่ว่าไหมล่ะคะท่านผู้ชม สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เอาโน้ตบุ้คไปด้วยในทริปนี้ (ตามธรรมดาไม่เคยหอบไปหรอก มันหนัก) แล้วไทกับพ่อต้องเฉลี่ยเวลาวันละสองชั่วโมงตอนเช้าก่อนจะออกไปเที่ยวนั่งทำการบ้าน ถ้ามันบ่นก็จะโดนพ่อตอบว่า ยูน่ะโชคดีขนาดไหน ต้องเรียนหนังสือแค่วันละสองชั่วโมงแล้วได้มาเที่ยวในขณะที่เพื่อนๆยูต้องไปโรงเรียนวันละหกชั่วโมง
Photobucket



เอาล่ะค่ะ เกริ่นมานานมากแล้ว เริ่มเลยละกันนะคะ

ทริปของเราเริ่มจากบ้านที่มินิอาโพลิส เราต้องขึ้นเครื่องไปนิวยอร์คเจเอฟเคเพื่อต่อเครื่องไปอิสตันบูล ต้องออกจากนินิอาโพลิสเช้ามากๆไฟลท์เจ็ดโมงเช้า ขึ้นเครื่องแล้วเดี๊ยนตีแปลงนอนทันทีเพราะง่วงมาก ปล่อยให้ไทกับพ่อนั่งด้วยกันสองคน

ตอนที่กำลังเคลิ้มๆ ได้ยินเสียงพนักงานถามไทว่าจะดื่มอะไรดี ไทตอบอย่างสุภาพถูกใจแม่มากว่า May I please have a glass of orange juice?

พนักงานชมมันว่ายูพูดเพราะจังเลย แม่ยูสอนหรือเปล่า ไทตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่า My mom said if she ever caught me not using "thank you's" or "please's", she'll put me up
for adoption
Photobucket



กร๊ากกกก มันยังจำได้ที่แม่เคยทั้งปลอบทั้งขู่ ตั้งแต่มันโตขึ้นมาเราสอนมันเสมอว่า เวลาพูดอะไรต้องพูดมีปิยวาจา ประเภท I want this. Give me that อย่าให้แม่ได้ยินเป็นอันขาด คนเรามีปิยวาจาเป็นทุนเดิมจะทำอะไรก็สะดวกโยธิน ใครเขาได้ยินก็รื่นหูยินดีที่จะช่วยเหลือเรา

สอนมันมากๆเข้า ย้ำหลายๆครั้งมันก็ซึมเข้าไปในสมองมันเองล่ะค่ะท่านผู้อ่าน

ก่อนจะขึ้นเครื่องมีเรื่องตื่นเต้นลุ้นกันขี้แตกอีกแล้ว บ้านนี้จะไปไหนลุ้นสุดตัว เนื่องจากเครื่องว่างพอสมควรแต่เกิดอาการพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก weight restriction ขึ้นมาจนได้ เอเจ้นต์ประกาศว่าใครที่เป็นแสตนบายวันนี้ขึ้นไม่ได้นะยู ไปหาโรงแรมนอนได้แล้วพรุ่งนี้มาลองดูใหม่ คนอื่นเขาเดินจากไปแล้วแต่เราบอกพี่ท่านให้รอก่อน เดชะบุญปาฏิหาริย์มีจริง เอเจ้นต์กวักมือให้วิ่งขึ้นเครื่องได้เพราะ control เปลี่ยนใจให้แสตนบายขึ้นเครื่องนาทีสุดท้าย ขึ้นไปปรากฏว่าบิสิเนสคลาสเหลืออยู่ที่เดียว พ่อแม่เลยพร้อมใจส่งตัวแทนคือเจ้าไทไปนั่ง โดยบอกพนักงานว่า ถ้าไอ้นี่มันพูดไม่เพราะกับยูช่วยเดินไปบอกไอที่นั่งอยู่ข้างหลังด้วย มันซนมันดื้อบอกไอเดี๋ยวจะมาจัดการให้
Photobucket



ตลอดทั้งไฟลท์มันไม่ได้มีการโผล่หัวออกมาจากหลังม่านมาหาพ่อกับแม่เลย ไอ้เราสองคนก็ไม่อยากไปกวนผู้โดยสารชั้นบิสิเนสเลยไม่ได้เดินไปดูมัน ลงเครื่องเสร็จมันบอกมันกินพาสต้าแล้วกินไอติมซันเดย์ราดซอสราสเบอรี่ พนักงานใจดี๊ดีให้มันกินสองถ้วยเลย แล้วเขาถามมันด้วยว่าจะกินพิซซ่าหรือคุกกี้เป็นของว่าง มันเลือกไม่ถูกเลยกินทั้งสองอย่างเลย แล้วมันก็ดูหนังเรื่อง Prince of Persia เสร็จแล้วมันก็นอนเพิ่งมาตื่นนี่ล่ะแม่

ปล.ค่าเครื่องบินเสียแต่ภาษีและค่าธรรมเนียม แสตนบายบริษัทที่เราทำงานอยู่นั่งคลาสไหนเสียเท่ากันหมด ไป-กลับอิสตันบูลเสียตังค์คนละ 33.05 เหรียญ


ตัดตอนไปที่อิสตันบูลเลยนะคะ เราสามคนมาถึงอิสตันบูลตอนเที่ยงๆ ธรรมเนียมการเข้าเมืองนั้น ถ้าถือพาสปอร์ตไทย ต้องขอวีซ่ามาจากกรุงเทพเลย แต่เราสามคนถือพาสปอร์ตอเมริกันเข้าแค่ไปขอ visa on arrival ที่สนามบิน ซึ่งต้องขอบอกว่ามันก็คือค่าธรรมเนียมอย่างนึงเท่านั้นเอง เป็นแสตมป์อากรเล็กๆแผ่นเท่าขี้ตา แปะโป้งลงไปในพาสปอร์ตเสียไปคนละ 20 เหรียญ

จากสนามบินอิสตันบูลเดินทางเข้าเมืองสะดวกมากๆโดยไม่ต้องอาศัยแท็กซี่เลยค่ะ ทริปตุรกีทั้งทริปแท็กซี่ตุรกีไม่ได้แอ้มเงินเราสามคนแม้แต่ลีร่าเดียว

พอออกมาจากตรวจคนเข้าเมือง ก็หาที่กดเอทีเอ็มทันทีเพราะการแลกเงินลีร่าที่สนามบินต้องเสียค่าคอมมิชชั่นถึง 12 เปอเซ็นต์แน่ะ แพงมากๆ เอทีเอ็มที่นี่หาง่ายมากกว่ามีอยู่ทุกแห่งหนพอๆกับบางกอก กดตังค์เสร็จแล้ว เราสามคนหาทางเข้าเมืองทันทีด้วยการเดินตามป้ายที่เขียนว่า "Metro" หรือรถไฟใต้ดิน เดินตามไปเรื่อยๆค่ะ

ที่สถานีเมโทร มีที่สอดเงินแลกเหรียญค่ะไม่ต้องห่วง การซื้อ Token (เหรียญพลาสติกกลมๆเหมือนรถไฟใต้ดินบ้านเรา) ก็ซื้อง่ายมีขั้นตอนการซื้อเป็นภาษาอังกฤษด้วย

แต่ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าคนตุรกีเห็นเรายืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าเครื่อง ก็จะมีคนใดคนหนึ่งค่อยๆดึงตังค์จากมือเรา แล้วหยอดเครื่องแลกเหรียญซื้อ token พร้อมยื่นเงินทอนกลับมาให้เราเสร็จสรรพโดยที่เขาไม่ได้หวังอะไรเลย
Photobucket


นักท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คร้อยทั้งร้อยมาเที่ยวอิสตันบูลจะมานอนย่านซัลตานาเม็ต-Sultanamet ประมาณว่าเหมือนข้าวสารบ้านเราแต่แพงกว่า ถึงยังไงก็เป็นย่านที่โรงแรมถูกที่สุดแล้วในอิสตันบูล ขอข้ามไปก่อนแล้วจะมาพูดถึงโรงแรมที่หลังนะคะ

เราสามคนก็จะมาหาที่นอนแถวๆ sultanamet แน่นอนบ้านนี้ไม่เคยจองโรงแรมเวลาไปเที่ยวอยู่แล้ว เลือดนักสู้บูชิโดเต็มเปี่ยมไม่มีที่นอนให้มันรู้ไป แต่จริงๆแล้วไม่ใช้ยังงั้นหรอกค่ะ จริงๆแล้วเป็นเพราะว่าพวกเราไปไหนต้องแสตนบาย จะได้ขึ้นเครื่องหรือเปล่าก้ไม่รู้แล้วจะไปจองโรงแรมได้อีหยังล่ะคะ
Photobucket


วกกลับมาเรื่องขึ้นเมโทรจากสนามบินไปย่าน sultanamet นะ จากสนามบิน(ต้นสาย)ต้องนั่งเมโทรไป 6 สถานีไปลงที่สถานี Zeytinburnu (ออกเสียงยากมาก) จากสถานีนี้คุณต้องต่อรถไฟฟ้าหรือที่คนที่นี่เรียกว่า Tram ไปอีกค่ะ

ไม่ยากนะ พอลงจากเมโทรที่สถานี Zeytinburnu แล้ว จะเห็นป้ายรถไฟฟ้าอยู่ติดๆกันเลยค่ะ ลงเมโทรแล้วให้ซื้อตั๋วขึ้นรถไฟฟ้าเลย ตั๋วรถไฟฟ้าก็เป็น Token เหมือนกันเมโทรเปี๊ยบ

ค่าตั๋วรถไฟฟ้าและเมโทรที่นี่ ราคาเท่ากันคือ 1.50 ลีร่าตลอดสาย

เวลาขึ้นรถไฟฟ้าไปย่าน sultanamet ให้ดูที่ชื่อสถานีปลายทางที่จะขึ้นอยู่บนหัวรถไฟฟ้า คุณจะต้องนั่งสายที่ไป Kabatas นะคะ สายนี้จะผ่านย่าน Sultanamet ค่ะ

ลืมเล่านะว่าทั้งเมโทรและรถใต้ดินที่อิสตันบูลนี่คนแน่นมว๊ากกกกกกก แน่นแบบปลากระป๋องเลยนะคะ ถ้ากระเป๋าเดินทางแบบเป้หรือกระเป๋าลากเล็กๆนี่คงไม่มีปัญหานะ แต่ถ้าเอากระเป๋ายักษ์มาด้วยเราว่านั่งแท็กซี่จากสนามบินมาท่าจะเริ่ดกว่าค่ะ

พอขึ้นรถปัญหาอีกอย่างที่สามคนต้องเจอที่อิสตันบูลเวลาขึ้นรถไฟฟ้ารถใต้ดิน ที่จริงปัญหานี้เจอทุกที่ๆแออัดในตุรกี...นั่นก็คือ ปัญหากลิ่นเต่าของเจ้าของพื้นที่ค่ะ แบบว่าเดือนนึงคงจะเสียค่าน้ำกันไม่กี่สิบบาทนะ เพราะว่าคนตัวเหม็นมากกกกกก ที่มากไปกว่านั่นก็คือ ไม่ค่อยได้อาบน้ำแล้วมีกลิ่นเต่า แล้วพ่อก็ประโคมโคโลญจ์ลงไปทับเสียอีก ลองคิดถึงกลิ่นเต่ากับกลิ่นโคโลญจ์ผสมกันในรถไฟฟ้าที่แออัดยัดเยียดสิคะ เจ้าไทนั้นถึงกับทำหน้าเขียวหน้าเหลืองจะขย้อนออกมากลางรถไฟฟ้า พอลงมาได้มันถามแม่ทันทีแบบลังเลหน่อยๆว่า

แม่ๆ Was it me or other people?
Photobucket



แบบว่าถามให้แน่ใจเพราะว่ามันอายุ 11 ขวบ น้ำท่าอาบสะอาดหรือเปล่านังแม่ก้หารู้ไม่เนื่องจากเลิกคุมมันอาบน้ำนานแล้ว เมื่อสามสี่อาทิตย์ก่อนมันไปเล่นบ้านเพื่อนกลับมาเหงื่อซ่กพร้อมกับกลิ่นเต่าเล็กๆ พอเราได้กลิ่นเท่านั้นก็เริ่มอบรมเรื่องความสะอาดครั้งใหญ่ว่า เอ็งเริ่มเป็นหนุ่มแล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีกลิ่นตัว แต่มันมีทางป้องกันด้วยการอาบน้ำให้สะอาด ถูสบู่ที่จั๊กกะแร้ด้วยนะเอ็ง แล้วใช้ยาระงับกลิ่นเต่าที่แม่ซื้อมาให้ด้วย

มันก็เถียงว่ามันไม่มีกลิ่นเต่า เราก็ต้องบอกมันว่า ของอย่างนี้นะไท เจ้าตัวน่ะไม่ได้กลิ่นหรอก เหมือนกลิ่นปากนัั่นแหละ คนใกล้ตัวสิได้กลิ่นแล้วเขาก็ไม่สะดวกใจที่จะบอกเรา เพราะฉะนั้นแก้ที่ต้นเหตุอย่าให้มีกลิ่นเสียดีกว่า

นฟังที่แม่พูดแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จนมาได้ดมกลิ่นเต่าของคนตุรกีนี่เองที่มันเห็นแจ้งว่ากลิ่นเต่านี่มันเหม็นฉกาจขนาดไหน ตั้งแต่นั้นพ่อมันบอกว่ามันถูสบู่ที่จั๊กกะแร้ทุกวัน

ออกไปถึงกลางอ่าวไทยแน่ะค่ะ เราเขียนอะไรจะเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้จนวกเข้าหาทางเข้าเรื่องเดิมแทบจะไม่เจอ
Photobucket



ตัดตอนว่าเรานั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานี Sultanamet แล้วนะคะ ย่านนี้สะดวกที่สุดค่ะเพราะว่าใกล้สถานที่สำคัญๆเกือบจะทุกที มีโรงแรมตั้งแต่แบบ youth hostel จนไปถึง The Four Season's เลือกหากันได้ตามสะดวก

แต่ขอบอกความจริงนะว่า อิสตันบูลเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในตุรกี หาที่พักที่ถูกๆยากมากๆโดยเฉพาะช่วงซัมเมอร์ เราสามคนไปตุรกีมาตอนปลายเดือนกันยา-ต้นตุลานะคะ ซึ่งเข้าช่วงโลว์แล้วเพราะว่าโรงเรียนในยุโรปและอเมริกาเปิดเทอมแล้ว แต่ว่าหาโรงแรมยากมากถึงยากที่สุดค่ะ

สามคนเดินหาโรงแรมกันสามชั่วโมงได้ เรียกว่าเดินเข้าไปถามเป็นยี่สิบสามสิบโรงแรม ส่วนมากจะเต็มหรือไม่ก็แพงจนเกินไปดูห้องแล้วไม่สมราคาอย่างแรง (คืนละ 125 ยูโรขึ้นไป)

ลองเข้าถามตาม youth hostel ปรากฏว่าห้องที่เป็น dormitory แบบนอนรวมกันแล้วใช้ห้องน้ำรวม ที่ถูกที่สุดคือเตียงละ 25 ยูโร ซึ่งแพงๆมากๆค่ะ

ในที่สุด เราก็ end up กันที่โรงแรมที่ชื่อ Hali Hotel ค่ะ อยู่ในซอยเล็กๆเข้าไปจากถนนใหญ่ที่รถไฟฟ้าผ่าน สะดวกสบายมาก เดินไปแกรนด์บาซาร์ไม่เกิน 5 นาที หรือเดินไป blue mosque ไม่เกิน 10 นาที

ห้องสามเตียง พร้อมอาหารเช้า คืนละ 100 เหรียญยูเอสค่ะ เราบอกกับพี่ท่านนะว่า แพงนรกเวจี นี่ถ้าเราอยู่ในอเมริการ้อยเหรียญนี่ได้นอนโรงแรมเชอราตันได้เลยนะที่รัก
Photobucket

Photobucket

Photobucket

เห็นห้องอย่างนี้แล้วธรรมดามาก แต่ลองขึ้นไปดูดาดฟ้าชั้นห้าแล้ว อกอีแป้นแตกดังโพล๊ะ เพราะว่า...วิวสวยมากแบบว่าสามารถเห็นวิวได้เกือบ 360 องศาเลยเชียว เหมาะกับการนั่งแฮ้งค์เอ้าท์ดื่มสุราเมรัยเป็นยิ่งนัก ตุรกีเป็นประเทศที่ประชาการส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามก็จริง แต่เหล้ามีขายเกลื่อนเมืองโดยเฉพาะอิสตันบูลหาซื้อได้ทั่วไป พี่ท่านบอกว่าถ้าเปรียบตุรกีเป็นคน ก็ต้องเป็นคนที่ suffer from split personality disorder คือตัวเองเป็นอิสลามแต่กินเหล้ากินเบียร์ได้ เหมือนคนไทยอย่างเธอเปี๊ยบเลยที่รักจ๋า เป็นพุทธแต่ในนาม จะมาให้อาราธนาศีลนั้นก็ทำไม่เป็น กินเหล้าเป็นน้ำทั้งๆที่ศีลห้าข้อปฏิบัติแบบเบสิกที่สุดเขาห้ามไว้


เวปของโรงแรม
//halihotel.com/en/index.php
Photobucket



ตื่นเช้ามาวันที่สองในอิสตันบูลเราก็เดินไปเที่ยวที่ Blue Mosque กันเลย ไม่เสียค่าผ่านประตูนะคะ เดินเข้าไปดูได้เลย สวยงามมากเป็นมัสยิต(สะกดยังไง)ที่เก่าแก่ที่สุด มีชื่อเสียงที่สุด (แต่ไม่สวยที่สุด ที่สวยกว่านี้ยังมี)ในอิสตันบูล
Photobucket



**หมายเหตุ** สำหรับพี่น้องที่เป็นผู้หญิง เวลามาเที่ยวตุรกี ถ้าไม่ได้มาตอนซัมเมอร์ที่ร้อนมากๆ เวลาเดินเที่ยวในอิสตันบูล งดเว้นการใส่ขาสั้นไปเลยค่ะ เพราะว่าเราต้องเข้าไปดูความงามของมัสยิตหลายแห่ง มันเป็นสถานที่ทางศาสนาที่ทุกคนควรจะเคารพ ถึงแม้เราจะเป็น non-believers ก็ตาม ใส่กางเกงขายาวแบบหลวมๆ หรือกางเกงสี่ส่วนที่คุลมหัวเข่าเรา เสื้อก็ควรจะเป็นเสื้อมีแขนที่คลุมหัวไหล่ แต่เสื้อนี่ง่ายค่ะเพราะสามารถสวมคาดิแกนหรnอแจ็คเก็ตคลุมได้

พวกที่เป็น non-believers (คนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม) จะมีทางเข้าโดยเฉพาะ ตอนที่ไปคิวยาว แต่เคลื่อนตัวไปค่อนข้างเร็วค่ะ
Photobucket



แล้วก็หาผ้าคลุมไหล่หรือผ้าพันคอบางๆมาด้วยนะคะ เวลาเข้าไปดูในมัสยิตหรือหลุมฝังศพสุลต่านอ็อตโตมานหลายๆแห่ง เอาผ้าที่ติดมือมานี่คลุมผมเลยค่ะ เป็นการเคารพสถานที่ไปในตัวนะ

อย่าทำตัวเป็นที่น่ารังเกียจ เหมือนฝรั่ง(หรือคนไทยที่ไม่มีความคิด แย่กว่าฝรั่งอีกเพราะว่าฝรั่งมันไม่รู้)ที่ใส่ขาสั้นจู๊ดหรือเสื้อสายเดี่ยวไปเที่ยวดูวัดดูวาในสยามประเทศ เห็นแล้วอยากจะกระโดดถีบ อย่าให้ชาวตุรกีอยากจะกระโดดถีบเราเลยนะ
Photobucket



ต่อตอนสองค่ะ

























Create Date : 14 ตุลาคม 2553
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2553 8:17:57 น. 5 comments
Counter : 2948 Pageviews.

 
ขอตามไปเที่ยวด้วยคนนะคะ
สนุกมากๆ เลยค่ะ


โดย: nifedipine วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:33:30 น.  

 
อยากไปมั่งอ่ะค่ะ ชอบที่สุดเลยตุรกีเนี่ย
แล้วแถมโดนหนุ่มเติกร์หักอกแล้วนะ เศร้าจัง


โดย: กวาง IP: 223.205.92.201 วันที่: 5 ธันวาคม 2553 เวลา:9:09:06 น.  

 
แวะมาลงชื่อค่า ตามอ่านตลอดนะคะ


โดย: Sorry I'm late. IP: 183.89.235.220 วันที่: 27 มกราคม 2554 เวลา:23:31:20 น.  

 
ชอบมาก ฮามากๆเลยค่ะ


โดย: Porr IP: 125.26.93.90 วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:00:10 น.  

 
เข้ามาอ่านครั้งแรก..อ่านสนุก ได้ความรู้ เพลิดเพลินปนฮา..เล่าจนอยากไปเที่ยวเลยครับ
จะติดตามและมาเก็บตกส่วนที่ยังไม่ได้อ่านทั้งหมดอีกที ขอบคุณมากๆ ครับผม


โดย: ตะวัน IP: 101.51.144.85 วันที่: 18 สิงหาคม 2556 เวลา:13:01:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.