กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
1 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
แสนสเน่ห์..กัวเตมาลา ตอนที่ 4-สุดยอดอารยธรรมกลางป่าดิบ

วันที่ 5 ของทริป ทัวร์หอยทากก็ค่อยๆเคลื่อนขบวนพยุหยาตราไปเที่ยวที่อื่นกัน จุดหมายของเราคือ Tikal National Park ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกัวเตมาลา

****ใครมากัวเตมาลาต้องมาที่ติกัล เพราะเป็นสถานที่ตั้งของปิระมิดของชาวมายาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยขุดพบ พลาดไม่ได้เป็นอันขาด****
Photobucket



มาติกัลมีทางเลือกอยู่สองสถาน

*บินมาที่เมืองฟลอเรส แล้วนอนที่ฟลอเรสเลย ในเมืองมีโรงแรมสามดาวสี่ดาว น้ำไหลไฟสว่าง ตอนเช้าค่อยนั่งรถมาติกัล (1ชั่วโมงจากฟลอเรส)

*บินมาแล้วจองโรงแรมนอนที่ติกัลเลย มีอยู่ 3 โรงแรมเล็กๆด้วยกัน อย่าเรียกว่าโรงแรมเลยค่ะ เรียกว่า lodge ดีกว่า เพราะเหมือนโรงเตี๊ยมเล็กๆ มีไม่เกิน 20 ห้อง น้ำอุ่นนั้นมี แต่อุ่นบ้างไม่อุ่นบ้างเพราะใช้พลังงานแบบ solar power ไฟฟ้านั้นมีแค่ 6โมงเย็น -สี่ทุ่มเท่านั้น
Photobucket



อย่างว่านะคะ มันอยู่ในป่าในดอย ใครรู้ตัวว่าเป็น diva ห้ามมานอน 3โรงแรมนี้เป็นอันขาด แต่ข้อดีก็คือ ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถมาจากฟลอเรส เพราะโรงแรมอยู่ติดกับทางเข้าอ.ช.ติกัลเลย ตอนเช้า 6 โมงเช้าพอเขาเปิดก็สามารถเดินเข้าไปดูนกดูไม้ หรือปีนมิระมิดดูพระอาทิตย์ขึ้นได้ หรือตอนเย็นก็กลับเข้าไปปีนปิระมิดดูพระอาทิตย์ตกได้อีก

แต่เสียอย่างคือ โรงเตี๊ยมสามแห่งนี้ ถ้าจะจองโรงแรมแล้วไปเองนี่ ยากมากกกกก เพราะทุกวันจะมีการล็อคจำนวนห้องให้กับพวกที่ซื้อ package ไว้เลยค่ะ
Photobucket



ดิฉันเอาเวบกับชื่อมาลงให้นะคะ เผื่อใครอยากจะไปนอนในอช.ติกัล โรงเตี๊ยมทั้งสามแห่งในอช.ติกัลคือ

Jungle lodge
//www.junglelodgetikal.com/paquetes.php

Tikal Inn
//www.tikalinn.com/

Jaguar Inn โรงแรมนี้ถูกกว่าเพื่อน แต่ไม่มีสระว่ายน้ำ
//www.jaguartikal.com/index.php?showPage=3
Photobucket



ดิฉันกับสามีเคยมาติกัลครั้งหนึ่งแล้ว เลยรู้ทางหนีทีไล่ว่าควรจะทำยังไงถึงเที่ยวให้คุ้ม นั่นคือการซื้อเป็น package มาจาก travel agent เจ้าประจำที่แอนติกัวเลย

ทราเวิลเอเจนซี่ที่ไว้ใจได้และมีชื่อเสียงในทางดีในแอนติกัวคือ Rainbow Travel กับ Adventure Travel ค่ะ

ทางเข้าบ้านผู้ดีมีสกุลในติกัล
Photobucket



99 เปอเซ็นต์ของนักท่องเที่ยวที่มานอนในอช.ติกัล จะพักแค่ 1 คืน แพ็คเกตรวมค่าเครื่องบินไป-กลับ(ฟลอเรส-กัวเตมาลาซิตี้) ค่าที่พัก 1 คืน ค่าไกด์ ค่าอาหาร 1 มื้อ จะตกประมาณ 300 เหรียญ(หรือต่ำกว่านี้ แล้วแต่จะนอนโรงเตี๊ยมไหน) ซึ่งคุ้มมากค่ะ

ปิระมิด หมายเลข 4 โปรดสังเกตคนที่ปีนขึ้นไปบนยอด
Photobucket



ตามธรรมดานั้นคนจะมาที่ติกัลแล้วค้างแค่คืนเดียว แต่เราสองคนผัวเมียเห็นว่าควรจะค้างอย่างน้อย 2 คืน จะได้ไม่ต้องรีบ(บ้านนี้ไปไหนไม่เคยรีบเที่ยวรีบดูเป็นอันขาด)

package นี้รวมค่า
*เครื่องบินเล็กไป-กลับ กัวเตมาลาซิตี้-ฟลอเรส(ประมาณ 1 ชั่วโมงบิน)
*ค่ารถมารับที่สนามบินฟลอเรสไปติกัล(นั่งรถ 1 ชั่วโมงครึ่ง)
*ค่าโรงเตี๊ยมชื่อ Tikal Inn สำหรับ 3 คน 2 คืน
*ค่า archelogical tour
*ค่า sunrise tour
*ค่าอาหาร 3 คน 4 หรือ 5 มื้อ จำไม่ได้ค่ะ ที่นี่หาของกินยากมากเพราะอยู่ในป่า พอ 4 โมงเย็น ร้านชาวบ้านที่มีอยู่ 2-3 ร้านก็ปิดแล้ว ต้องกินในโรงเตี๊ยมสถานเดียว
*ค่าเล่น zip line 3คนพ่อแม่ลูก

ทั้งหมดรวมแล้วประมาณ 1300 เหรียญยูเอส เหมือนว่าแพง แต่ถ้ามากันเองซื้อตั๋วเครื่องบินแยกมา หรือจองโรงแรมต่างหาก จะแพงกว่านี้มากค่ะ

โรงเตี๊ยมชื่อ ติกัลอิน ที่พวกดิฉันนอน ตอนเริ่มแรกนั้น ไม่ใช่เป็นโรงแรม แต่เป็นแค้มป์ของเหล่านักโบราณคดีทั้งหลายที่มาขุดแต่งโบราณสถานที่ติกัล
Photobucket
Photobucket



ที่ติกัลนี้อากาศร้อนชื้นเหมือนเมืองไทยค่ะ พอเครื่องจอดให้เราลง ถอดเสื้อสเว็ตเตอร์กับถุงเท้าแทบไม่ทัน
Photobucket



บังกะโลที่ดิฉันและพวกนอน 2 คืน
Photobucket



บริเวณรอบๆโรงแรม เป็นป่าดิบเลยล่ะค่ะ
Photobucket



ร้อน
Photobucket



ในบังกะโล เบสิคสุดๆ พื้นเป็นหินขัด ไม่มีแอร์ มีพัดลม ไฟนั้นเริ่มปั่นที่ 6 โมงเย็นถึง สี่ทุ่มเท่านั้น

น้ำนั้นร้อนมั่งไม่ร้อนมั่ง ใช้พลังแสงอาทิตย์ค่ะ

เห็นเบสิคอย่างนี้นี่แพงเลยนะคะ ถ้าไม่จองเป็นแพ็คเกตมา

โปรดสังเกตมุ้งพับได้ของสามีดิฉัน คนๆนี้กลัวยุงมากกว่ากลัวเมีย
Photobucket



ที่ติกัลนี้ เห็นๆอย่างนี้นะคะ มีการขุดแต่งโบราณสถานไปแค่ 7 เปอเซ็นต์เท่านั้นเอง

อีก 90 กว่าเปอเซ็นต์ยังเป็นป่าดิบปกคลุมอยู่ อันนี้เป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของติกัล คืออยู่กลางป่าดิบเลย ไปเที่ยวที่เดียวได้นกสองตัว
Photobucket



ก่อนอื่นขอเล่าความเป็นมาของอารยธรรมชาวมายาแบบย่อๆค่ะ

อารยธรรมชาวมายาแผ่ขยายไปในมณฑลชิยาปาส(chiapas) และคาบสมุทรยูคาตาน ทางตอนใต้ของเม็กซิโก ประเทศกัวเตมาลา ประเมศเบลิซ และส่วนหนึ่งในประเทศฮอนดูรัส

ดินแดนทั้งหมดที่กล่าวมา เรียกรวมๆกันว่า La Ruta Maya หรือในภาษาอังกฤษคือ The Mayan Route แปลเป็นไทยได้ชื่อว่าดั่งละครช่องสามช่องเจ็ดว่า "เส้นทางสายมายา"

ทางเดินในป่าเพื่อที่จะไปดูปิระมิด ต้องเดินจากทางเข้าไปประมาณ 40 นาที ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าขี้เกียจเดินก้ไม่ต้องดู
Photobucket



อารยธรรมมายาเริ่มต้นประมาณ 2000 BC (หมายถึง 2000 ปีก่อนที่พระเยซูจะประสูติ นั่นก็คือ ประมาณ 4000 ปีมาแล้ว)

เมื่อถึงปีคศ. 900 อารยธรรมของชาวมายาได้หยุดชะงักลง การก่อสร้างทุกอย่างของชาวมายาหยุดชะงักอย่างถาวร ถือว่าเป็นการสิ้นสุดอารยธรรมมายา เปล่าค่ะ มนุษย์ต่างดาวไม่ได้ลักพาชาวมายาไปเหมือนที่หนังสือต่วยตูนชอบเขียนตอนที่ดิฉันเด็กๆ เพราะทำไม เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังอีกที

เดินไป 40 นาที เหงื่อท่วมตัว ร้อนมากๆ ป่าก็ค่อยๆเปิดให้เห็นสิ่งก่อสร้างนี้
Photobucket



แรกเริ่มเดิมทีนั้น ชาวมายาอยู่รวมกันแบบสังคมเกษตรกรรม นักโบราณคดีเรียกชุมชนของชาวมายาว่า "มหานคร" หรือ Metropolis

ใกล้เข้าไปอีกหน่อย
Photobucket



มหานครของชาวมายาที่สำคัญๆใน"เส้นทางสายมายา"นั้นมี

ติกัล (Tikal) ในกัวเตมาลา
เอลมิราดอร์ (El Mirador) ในกัวเตมาลา
ดอสพิลาส (Dos Pilas) ในกัวเตมาลา
คาราคอล (carocol) ในกัวเตมาลา
ชิชันอิ๊ซ่า (Chichen Itza) ในตอนใต้ของเม็กซิโก
พาเล็งเก้ (Palenque) ในตอนใต้ของเม็กซิโก
โบนัมพัค (bonampak) ในตอนใต้ของเม็กซิโก
ยาชิล่า ในตอนใต้ของเม็กซิโก
ทอนิน่า (Tonina) ในตอนใต้ของเม็กซิโก
โคปาน (Copan) ในฮอนดูรัส

และอื่นๆ ซึ่งรวมกันแล้ว มีประชากรมากกว่า 20 ล้านคนขึ้นไป มากมายมหาศาลนะคะเพราะมันเมื่อ 2000-4000ปีมาแล้ว

แหงนคอตั้งบ่า ปิระมิดนี้เรียกว่า ปิระมิดหมายเลข 1 (เพราะขุดแต่งเป็นสิ่งแรก)
Photobucket



ชาวมายานั้นถือว่าเป็นอารยธรรมที่สูงมาก โดยเฉพาะทางดาราศาสตร์ ชาวมายาสามารถทำนายเวลาเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคาได้อย่างแม่นยำ มีการทำนายล่วงหน้าด้วยนะคะแล้วก็ถูกต้องมาโดยตลอด
Photobucket



ปฏิทินของชาวมายานั้นมี 365 วัน คลาดเคลื่อนไปจากปฏิทินสากลของปัจจุบันเพียง 7 วันในรอบ 100 ปี คิดดูเถอะว่าแม่นยำขนาดไหน ชาวมายาคำนวนปฏิทินล่วงหน้าด้วยค่ะ คิดคำนวนล่วงหน้าจนถึงปี 2012
Photobucket



ทำไมชาวมายาถึงคำนวนสุริยุปราคา/จันทรุปราคา และคิดค้นปฏิทินจนถึงปี 2012 เท่านั้น หลายคนคงสงสัย

เพราะชาวมายาทำนายไว้ว่า โลกจะถึงจุดจบในวันที่ 23 ธันวาคม 2012 นี่ก็อีกไม่กี่ปีแล้ว ต้องรอดูต่อไปว่าชาวมายาจะคำนวนได้แม่นยำแค่ไหน

นี่ไง ปิระมิดทั้งสองประจันหน้ากันค่ะ
Photobucket



ชาวมายารู้จักใช้เลขศูนย์ให้การคิดเลขและมีปฏิทินใช้เป็นของตัวเอง นักโบราณคดีรุ่นแรกๆสันนิษฐานว่า ชาวมายาไม่รู้จักการใช้ล้อเลื่อน(วงกลม)ในการขนย้ายก้อนหินปูนใหญ่ๆในการสร้างปิระมิด คือใช้คนแบก

ปิระมิดหมายเลข 2 นี่เมื่อครั้งก่อนที่ดิฉันมากับสามีตอนยังไม่มีลูก สามารถปีนขึ้นทางบันไดด้านหน้าได้เลย ชันมากๆ ขาลงต้องนั่งแล้วถัดลงมา

ครั้งนี้เขาห้ามให้ปีนแล้ว อาจจะเพิ่งนึกได้ว่ามันเป็นโบราณสถานสำคัญ เลยทำบันไดไม้ไว้ข้างๆให้คนขึ้น
Photobucket



แต่มาถึงปัจจุบันได้สันนิษฐานทฤษฎีใหม่ว่า ชาวมายารู้จักใช้เลขศูนย์ รู้จักกำไล สายสร้อย(ที่มีรูปร่างเป็นวงกลม) ทำไมจะไม่รู้จักการผลิตล้อเลื่อน

แต่จะผลิตออกมาทำไม ในเมื่อ ในทวีปอเมริกา ไม่มี ช้าง ม้า วัว ควาย หรือที่เรียกรวมๆว่า Beasts of Burden ไว้ลากล้อเลื่อนพวกนั้น เพราะสัตว์พวกนี้ไม่ใช่สัตว์ที่มีกำเนิดในทวีปอเมริกา แต่ชาวยุโรปได้นำมาด้วยกับเรือเมื่อค้นพบทวีปอเมริกาแล้ว

เพราะฉะนั้น ชาวมายาจะสร้างวิหาร/ปิระมิด ไม่ไกลจากแหล่งวัตถุดิบ เพื่อสะดวกในการขนย้าย

ชาวมายาไม่รู้จักธาตุเหล็ก ไม่รู้จักทอง ไม่เคยมีนักโบราณคดีคนไหนค้นพบทองในหลุมศพของชาวมายาเลย อาวุธที่มีทำมาจากหยกและหินไฟ (flint)
Photobucket



อย่างที่บอกว่าสังคมมายาแบบเริ่มแรกนั้นเป็นสังคมแบบเกษตรใช่ไหมคะ แล้วชาวมายามีความสามารถเรื่องดาราศาสตร์มาก High Priest (ไม่รู้จะแปลยังไง หมอหลวง โหรหลวง เอาเป็นว่าทับศัพท์ไปแล้วกัน) สามารถทำนายว่าเมื่อไรฝนจะมาได้แม่นยำแบบคลาดกันแค่ 3-4 วันเท่านั้น

เมื่อทำนายฝนได้อย่างแม่นยำ ชาวบ้านเพาะปลูกได้ผล กินอิ่ม นอนหลับ กษัตริย์และ high priest ของชาวมายาจึงมีอำนาจมาก ผู้คนเลื่อมใสมากๆ

...แต่ปัญหามันมี คือ...ชาวมายาไม่มีภาษาเขียนของตัวเองตั้งแต่แรกเริ่ม เพิ่งมามีภาษาเขียนของตัวเองเมื่อคศ. 100 นี่เอง

ปัญหาคืออะไรคะ ความสามารถในการทำนายฟ้าฝนนั้น เมื่อไม่มีภาษาเขียนบันทึกไว้อย่างแม่นยำแน่นอนนี่ อาศัยบอกต่อๆกันไปเป็นทอดๆ มันเริ่มเพี้ยนค่ะ มันเริ่มเสื่อม

เหมือนเวลาเราเล่นพรายกระซิบ เด็กสมัยนี้เคยเล่นไหม ที่กระซิบข้อความข้างหูคนข้างๆบอกต่อกันไปเป็นทอดๆ พอถึงคนสุดท้ายนี่ ข้อความจะคลาดเคลื่อนจากคนแรกมาก

ปิระมิดหมายเลข 5 สูงที่สุดในติกัล
Photobucket



High priest สมัยหลังๆนี่ถึงทำนานฝนไม่ค่อยถูกต้อง การเพาะปลูกจึงไม่ค่อยได้ผล สังคมแบบเกษตรกรรมของชาวมายาจึงค่อยเปลี่ยนไปค่ะ ค่อยๆกลายเป็นสังคมแบบนักรบ คือปลูกกินเองมันไม่ค่อยพอ ต้องไปแย่งของชาวบ้านมา

ข้างในพระราชวัง ตรงกลางจะเป็นสวนหย่อม
Photobucket



สาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล คือเรื่องสิ่งแวดล้อมค่ะ คน 20 ล้านคนอยู่รวมกันในป่าดิบ มีการตัดไม้ทำลายป่าเอามาสร้างบ้านเรือน

มีการแย่งที่ดินทำกิน มีปัญหาเรื่องน้ำไม่พอใช้ เหมือนปัญหาสังคมสิ่งแวดล้อมของเมืองใหญ่ปัจจุบันนี้ล่ะค่ะ

การสร้างปิระมิดนี่ก็มีส่วน เพราะการเอาหินปูนมาวางเป็นปิระมิด มันต้องมีตัวเชื่อมไว้ใช่ไหมคะ ชาวมายาค้นพบว่า ถ้าเอาหินปูนมาเผาด้วยความร้อนสูงๆ เมื่อเย็นตัวลงแล้วบดเป็นผง แล้วผสมน้ำ ส่วนผสมนั้นจะมีลักษณะคล้ายปูนซิเมนต์ เอามาเชื่อมหินเวลาสร้างปิระมิดได้

ก็ตัดไม้ในป่านี่ล่ะค่ะมาเป็นฟืนเผาหินปูน มันก็หมดสิคะป่า ดงพญาไฟยังหมดได้เลย นับประสาอะไรกับป่าในอเมริกากลาง

ห้องนอนของชาวมายาในพระราชวัง ซอยเป็นห้องเล็กๆอย่างนี้เยอะมาก ห้องติ๊ดเดียวเอง
Photobucket



เหตุการณ์ยิ่งแย่ลงเมื่อประมาณปีคศ. 600 เกิดภัยธรรมชาติที่ฝรั่งเรียกว่า 100-year drought หรือแล้งร้อยปี เป็นภัยแล้งที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือจรดทวีปอเมริกาใต้

เมื่ออากาศแล้ง ไม่มีฝน ชาวมายาไม่สามารถทำการเพาะปลูกอะไรได้ ต้องเกิดศึกสงครามระหว่างมหานครใหญ่ๆหลายครั้ง ชาวมายาก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ชนชั้นปกครองนี่ไม่มีความสามารถอะไรเลยหรือ
Photobucket



ในขณะที่ชนชั้นปกครองรวมถึงกษัตริย์และ high priest เริ่มรู้ว่ารากฐานอำนาจของตัวเองเริ่มคลอนแคลน ก็เริ่มนโยบาย "เชือดไก่ให้ลิงดู" ด้วยการบูชายัญเทพเจ้าด้วยมนุษย์เป็นจำนวนมากๆ

การบูชายัญเทพเจ้าด้วยมนุษย์ (Human sacrifice) ของชาวมายานั้น มีมานมนานแล้ว ตามความเชื่อของชาวมายา เทพเจ้าของพวกเขานั้น ปกปักษ์รักษาชาวมายาด้วยการหลั่งเลือด เพราะฉะนั้น ชาวมายาจึงต้องหลั่งเลือดของตัวเองเพื่อเป็นการตอบแทน

โดยที่การหลั่งเลือดที่สำคัญนั้น เป็นการหลั่งเลือดของ high priest และผู้ปกครองของชาวมายา ด้วยการใช้ขนเม่นแทงลิ้นหรืออวัยวะเพศของตัวเอง(เขียนไปก็เจ็บแทนไป) แล้วหลั่งเลือดลงบนผ้าฝ้าย แล้วนำผ้าฝ้ายผืนนั้นมาเผาบูชาเทพเจ้า
Photobucket



แต่แค่นั้นไม่พอค่ะ ก่อนจะมีการเพาะปลูกประจำปี จะมีการบูชายัญมนุษย์ขึ้น จะมีการคัดเลือกคนประเภทที่เรียกว่า best of the best คือหนึ่งใน high priest หรือสาวพรหมจรรย์ หรือคนที่เล่นบอลชนะ (ชาวมายาชอบเล่นเกมส์คล้ายๆกับการเตะตะกร้อ บางทีเล่นแบบ 1 ต่อ 1 บางทีเล่นกันเป็นทีม ทุกมหานครของชาวมายามี ball court อย่างน้อย 1 แห่ง)

สนามบอลที่ติกัล อยู่ติดประชิดปิระมิดหมายเลข 1 เลย มีขนาดเล็กมากๆเมื่อเทียบกับสนามบอลที่มหานครอื่นๆ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า เป็นสนามบอลส่วนตัวของกษัตริย์ชาวมายา เป็นการเล่นบอลแบบ 1 ต่อ 1 มากกว่าเล่นเป็นทีม

ในติกัล มีสนามบอล 5 แห่ง แต่นี่เป็นสนามบอลแห่งเดียวที่ขุดแต่งแล้ว
Photobucket



คนพวกนี้จะเข้าพิธีด้วยความเต็มใจ เพราะเชื่อว่าหลังจากตายแล้วจะขึ้นสวรรค์พบเทพเจ้าเลย ไม่ต้องเดินทางไปสู่ปรโลก 9 ชั้น และสวรรค์อีก 5 ชั้นก่อนจะพบเทพเจ้าเหมือนคนตายธรรมดา

ก่อนทำพิธีคนพวกนี้จะกินเห็ดเมา หรือยากล่อมประสาทที่หาได้ในธรรมชาติ เกิดพวกนี้เปลี่ยนใจไม่อยากตายขึ้นมา พิธีบูชายัญจะเกิดขึ้นนาทีเดียวกันกับเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น ด้วยการตัดหัว

ใครเคยกินเห็ดเมาบ้าง ยกมือรับสารภาพมาเสียดีๆ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนสมัยดิฉันยังสาวสะพรั่ง ไปแร่ดที่เกาะพะงัน(สมัยนั้นแร่ดจริงๆ) เห็นชาวบ้านเอาเห็ดเมามาขายเพียบ

เมื่อก่อนนะ งานฟูลมูนปาร์ตี้ที่พะงันสนุกกว่าสมัยนี่มาก มันเถื่อน มันดิบ พะงันยังไม่มีไฟฟ้าใช้เลยค่ะสมัยนั้น ขออภัยนอกเรื่องไปหน่อย

******************************

นี่ไงแท่นหินที่เอาไว้เพื่อบูชายัญมนุษย์โดยเฉพาะ
Photobucket



แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้งร้อยปีขึ้น การบูชายัญนั้นมีบ่อยขึ้น เริ่มบูชายัญคนแบบไม่เลือกหน้า ส่วนมากจะเป็นนักรบของมหานครที่เป็นศัตรูกัน รบชนะแล้วก็เอาคนแพ้มาบูชายัญ การเล่นบอลก็เหมือนกัน เมื่อก่อนคนเล่นชนะจะยอมให้เอาตัวไปบูชายัญด้วยความเต็มใจ ตอนหลังๆนี่ทีมไหนแพ้ โดนตัดหัวควักหัวใจกันทั้งทีม

*********************************************

ปิระมิดหมายเลข 5 สูงที่สุดในติกัล โปรดสังเกตบันไดลิงไม้ทางด้านซ้าย สูงมากกกกก เมื่อก่อนสามารถปีนขึ้นทางด้านหน้าได้เลย มีข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวตกลงมาตายปีละคนสองคนทุกปี
Photobucket



วิธีการบูชายัญก็เปลี่ยนไป เพราะได้รับเอาอิทธิพลมาจากชาวแอสเท็ค (Astecs) ซึ่งมีศูนย์กลางอารยธรรมอยู่ที่เม็กซิโกซิตี้ปัจจุบัน ชาวแอสเท็คเป็นชาตินักรบ เป็นชาติที่มีความรุนแรง ต้องใช้คำว่า bloodthirsty กันเชียวล่ะค่ะ

********************************************

ดิฉันยืนปรึกษากับพี่ท่านอยู่นาน 10นาทีได้หน้าปิระมิดเบอร์ 5 นี้ ว่าเราสองคนสมควรจะให้ลูกมันปีนขึ้นไปถึงยอดไหม ตัวเจ้าไทนั้นอยากปีนมาก แต่มันสูงเหลือเกินเท่าตึกสูง 7-8 ชั้น

ถ้าตกลงมานั้น...ตายสถานเดียว
Photobucket



ชาวแอสเท็คนั้นบูชายัญมนุษย์ทุกวัน ถ้าไปรบชนะใครเขาก็บูชายัญกันวันละมากๆ เคยทำสถิติไว้ถึงวันละ 2000 คน

ดูเรื่องอะพอคคาลิปโต้ ของเมล กิบสัน กันหรือเปล่าคะ ที่แหวกอกคนเป็นๆแล้วควักหัวใจมาบูชาเทพเจ้า ส่งท้ายด้วยการตัดหัวแล้วถีบร่างลงมาจากวิหาร นั่นล่ะค่ะ การบูชายัญของชาวแอสเท็คที่ชาวมายารับอิทธิพลมา

************************************************

ในที่สุดทนดูน้ำตานองหน้าของลูกไม่ได้ เลยยอมให้ปีน โดยที่มันปีนขึ้นไปก่อน ตามด้วยดิฉันและพี่ท่านรั้งท้าย พลาดตกลงมายังไงๆก็ตกใส่พ่อแม่ก่อน

ขาลงนี่ต้องหันหลังลงค่ะ เพราะบันไดชันมากเป็นบันไดลิงเลยเชียวล่ะ หวาดเสียวมาก

ลงมาถึงพื้นหิวมาก คุ้ยๆหาขนมกินในแบ็คแพ็ค
Photobucket



นอกจากการบูชายัญแล้ว ยังมีทำทรมานนักโทษที่จับมาได้ต่างๆนาๆ เช่น เอามีดกรีดตั้งแต่ใต้หูข้างซ้ายถึงข้างขวา แล้วเอามีดกรีดตรงใต้คางจนถึงสะดือ ถลกหนังนักโทษออกมา แล้ว high priest จะเอาหนังนั้นคลุมร่างตัวเองแล้วเต้นบูชาเทพเจ้าขอฝน

แหม ถ้ารู้จักแห่นางแมวอย่างพี่ไทย คนก็ไม่ต้องตายเป็นใบไม้ร่วงอย่างงี้หรอก

******************************************

ขนมหมดแล้ว มีอยู่ถุงเดียว เซ็งจิต
Photobucket



สังคมชาวมายาช่วงนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง ความตาย เลือดนองแผ่นดินเมื่อทำอย่างนี้บ่อยเข้า คนก็กลัว ไม่กล้าหือกับชนชั้นปกครอง เรียกว่าปกครองด้วยความกลัว ไม่ใช่ความศรัทธาอย่างเก่าแล้ว

************************************

วิวข้างบนปิระมิดเบอร์ 5 หวาดเสียวมาก เพราะที่ยืนข้างบนมันแคบนิดเดียว
Photobucket



ในปีคศ. 900 อารยธรรมมายาหยุดชะงักลง ไม่มีการสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ๆอีกเลย นักโบราณคดีถือว่าเป็นการสิ้นสุดอารยธรรมของชาวมายา สันนิษฐานกันว่า มีการกบฏเกิดขึ้นในมหานครต่างๆ ชนชั้นปกครองถูกโค่นล้ม เทคโนโลยี่สูงส่งที่รู้กันในเฉพาะชนชั้นปกครองก็สิ้นสลาย

ชาวมายาที่เคยมีอารธรรมสูงส่ง อยู่กันในมหานครใหญ่ๆ ต้องแยกย้ายไปอยู่กันแบบหมูบ้าน แบบชนเผ่าเล็กๆแทน ตั้งแต่บัดนั้นมาจนบัดนี้

ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวลักพาชาวมายากลับบ้านแต่อย่างใด
Photobucket



รูปถ่ายสามคนพ่อแม่ลูกรูปเดียวของทริปนี้ วานคนที่เดินผ่านมาถ่ายให้ เห็นแล้วหัวเราะก๊ากด้วยค่าที่ตัวคนมันเล็กม๊ากมาก
Photobucket




จบดีไหม จบเหอะนะตอนที่ 4 ตอนที่ 5ยังอยู่ที่ติกัลค่ะ นอกจากอารยธรรมชาวมายาแล้ว ติกัลยังมีทีเด็ดอีกนะจะบอกให้

ดูไทโดดน้ำแล้วกัน นี่ล่ะค่ะสาเหตุที่ดิฉันเลือกโรงเตี๊ยมที่มีสระว่ายน้ำ
Photobucket

Photobucket

Photobucket















Create Date : 01 พฤษภาคม 2552
Last Update : 1 พฤษภาคม 2552 3:02:35 น. 11 comments
Counter : 4607 Pageviews.

 
ได้ความรู้ใหม่เยอะเลยอ่านบล็อกนี้ ขอบคุณค่ะ ปิรามิดสูงน่าหวาดเสียวมาก ขอบอก


โดย: offita วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:4:49:13 น.  

 
สนุกจังเลย ครอบครัวคุณ flymom ลุยจริง ๆ
ขอบคุณมาก ๆ


โดย: micky IP: 58.8.211.23 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:11:12 น.  

 
กำลังหาข้อมูลประเทศนี้พอดีเลย มาเจอบล๊อคนี้เข้าดีใจมากๆค่ะ
ข้อมูล ละเอียดรูป แบบจุใจจริงๆ ต้องไปไล่ตามอ่านตั้งแต่แรก


โดย: แมวขี้อ้อน วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:48:34 น.  

 
ตามอ่านสี่่ตอนรวดเลยค่ะ สนุกมาก

อยากไปอเมริกากลาง อยากดูอารยธรรมมายามาตั้งนานแล้ว หวังว่าปีหน้าจะมีลุ้นได้ไปบ้างน้า

รออ่านต่อค่ะ ^^


โดย: Clear Ice วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:48:53 น.  

 
ดีใจจังเลยอ่ะ ที่มาเจอ blog ดีๆ อย่างดี
บรรยากาศได้อัถรส มั่กๆ เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลยคะ
พอดีได้รับ FW เกี่ยวกับเรื่องราว ภัยพิบัติ 2012
แล้วมีความเกี่ยวข้องกับชาวมายา ก็เลยลองเซิร์ทหา
ไม่ได้งมงานนะคะ เพียงแต่ว่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติ
ที่ไม่สามารถคาดเดาได้
ขอบคุณเจ้าของ blog นะคะ


โดย: ต้อม IP: 222.123.76.196 วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:13:53:29 น.  

 
ขอบคุณทุกภาพทุกรายละเอียด สนุกมากเลยครับ


โดย: bite25 วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:17:01:17 น.  

 
อยากไปทันทีเลยค่ะ หลังจากอ่านจบ สวยงามมาก จากอเมริกาไป ต้องทำวีซ่ามั้ยคะ


โดย: เม IP: 99.188.89.145 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:42:18 น.  

 
Your Info are very useful for travelers kha.
Thanks for sharing na ka ^^


โดย: ^_^ Yim yim IP: 88.193.177.59 วันที่: 12 ธันวาคม 2552 เวลา:1:01:51 น.  

 
อยากไปเที่ยวจัง รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินไทย เท่าไหร่คะ ถึงจะพอกับทริปนี้


โดย: สุภนีตา IP: 118.173.36.129 วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:0:07:00 น.  

 
ถ้าใช้เงินแบบเขียมๆนะคะ ไม่เท่าไรหรอกค่ะเพราะที่นี่ค่าครองชีพค่อนข้างถูก ดิฉันว่า 2 อาทิตย์ ไม่เกิน 1500 เหรียญค่ะ ไม่รวมค่าเครื่องบินนะคะ


โดย: flymom (flymom ) วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:1:53:32 น.  

 
อยากไปมั่งจัง


โดย: Ople IP: 124.120.197.247 วันที่: 30 สิงหาคม 2553 เวลา:23:35:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.