กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
19 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
ระลึกชาติได้ที่พม่า ตอนอวสาน-ของกินและของซื้อ(สองอย่างนี้สำคัญที่สุด)

จบแล้วค่ะ จบแน่ๆ ไม่มีอะไรมาเล่าแล้ว นอกจากเรื่องของกินกับของซื้อ

ของกินก่อนแล้วกันนะคะ อาหารพม่า...อย่างที่บอก เมื่อเทียบกับอาหารไทยแล้ว อาหารไทยล่วงหน้าไปแล้วห้าสิบปีแสง กินอะไรไม่อร่อยเท่าอาหารไทย

อาหารพม่านะคะ เราว่าได้รับอิทธิพลของอินเดียมาเต็มเปี่ยมค่ะ ทั้งส่วนประกอบอาหารและวิธีการลงมือกิน

อาหารพม่าจะมีแกงกะหรี่ที่แกงแบบไม่ใส่มะพร้าวค่ะ เหมือนแกงฮังเลเปี๊ยบเลย (แกงฮังเลนั่นแกงพม่านะคะ มาจากเชียงใหม่ แต่อย่าลืมว่าพม่าครองเชียงใหม่สองร้อยกว่าปี)

แต่แกงพม่ามันกว่าเยอะ มันมากกกกก แบบน้ำมันลอยเป็นชั้นอยู่ประมาณสองสามนิ้ว จะกินต้องเอาช้อนรีดน้ำมันออกก่อน

เวลากินอาหารพม่าจะมาเป็นสำรับค่ะ มีเครื่องเคียงเยอะมาก ประเภทน้ำพริก ผักจิ้ม แกงกะหรี่สามสี่อย่าง ผักดอง ของทอด แกงจืด(ที่จืดสนิท)เพียบ..... ชามไหนกินหมดขอเพิ่มได้ไม่คิดตังค์ เพราะคิดมาแล้วรวมทั้งสำรับ




ร้านที่ไปกินอาหารพม่าร้านนี้อยู่ที่พุกามค่ะ ร้านชื่อ Golden Myanmar 2 อยู่ติดวิหารอนันดาเลยค่ะ ห่างไปประมาณ 50 เมตรเอง เป็นร้านกินอาหารกลางวันส่วนมาก คนขับรถม้าจะพาไป แล้วเขาจะเลี้ยงข้าวคนขับรถม้าด้วย เป็นคอมมิชชั่นเล็กๆน้อยๆ

ค่าอาหาร ทั้งหมดนี่ 5000 จั๊ตเองมั้ง




กินร้านนี้สองวันซ้อนเลย อร่อยที่สุดเท่าที่กินอาหารในพม่า 10 วัน แกงฮังเลแกะอร่อยมากๆ ขอเติมซ้ำหลายหน

ก่อนกลับถามเจ้าของร้านด้วยว่า ทำไมแกงพม่าถึงน้ำมันเยอะนัก ได้ความมาว่า ตอนทำนั้น น้ำมันไม่เยอะหรอกคุณนาย แต่พอทำเสร็จต้องเอาน้ำมันถั่วลิสงเติมลงไป เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง เพราะน้ำมันจะเคลือบผิวหน้าของอาหารไว้ แบคทีเรียไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้ อาหารถึงไม่ค่อยเสียง่าย




ครั้งนี้ได้กินอาหารพม่าสองครั้งเท่านั้นค่ะ เพราะลูกกินยาก ถ้าไปกินร้านไหนแล้วลูกชอบและท้องไม่เสีย ก็จะกินร้านนั้นอยู่ตลอด ไม่เปลี่ยนร้าน

ร้านนี้เรากินที่ย่างกุ้งทุกมื้อตลอดสามวัน เป็นร้านอาหารสำหรับฝรั่งค่ะ มีพิซซ่า พาสต้าแล้วอาหารพม่าพื้นๆ พิซซ่าอร่อยลูกชอบเลยยึดหัวหาดร้านนี้ตลอด

ร้านนี้ชื่อZawkyi-ซอคยี อยู่เลยจากตลอดบ๊กจ๊กมายี่สิบเมตรได้ ตลาดบ๊กจ๊กเป็นตลาดช้อปปิ้งใหญ่ที่สุดของย่างกุ้งค่ะ โรงแรมที่นอนห่างจากตลาดนี้เดินมาสองสามนาทีเอง

ร้านซอคยี มีทีเด็ดคือไอติมและซอเบ มีรสให้เลือกหลากหลายมากแล้วรสแปลกๆ เช่น แก้วมังกร ส้มโอ เสาวรส ทุกเรียน เงาะ มะม่วง มะนาว

แต่ที่อร่อยที่สุดคือ ทุเรียนค่ะ อร่อยมากกกกกกกกกกก มากที่สุดเท่าที่เคยกินไอติมทุเรียนมาเลย รสชาติครีมมี่มาก กินดูเหมือนกับเขาไม่ได้เติมน้ำเลย เอาเนื้อทุเรียน+ครีม+ไข่แดง+น้ำตาล แต่ละมื้อเราฟาดทีละสองลูก จะกินมากกว่านี้อายเด็กเสิร์ฟ




แล้วก็ต้องตรงไปยังที่โปรดของเรา ไปเมืองไหนต้องเข้าตลาดสดค่ะ เป็นที่ๆสนุกที่สุด น่าสนใจที่สุดในความคิดของเรา มันชาวบ๊านชาวบ้าน มันไม่หลอกลวงไม่เสแสร้ง เห็นอย่างที่ควรจะเห็นจริงๆ

อาหารการกินของพม่านั้น เขากินแบบคนไทยนี่ล่ะค่ะ เพียงแต่ว่าคนเขาลำบาก รัฐบาลกดขี่ อาหารการกินมันเลยไม่มีการพัฒนา-evolve เหมือนอาหารไทย

ตัวอย่าง พม่ามีข้าวหลามค่ะ รูปร่างหน้าตาแบบข้าวหลามไทยนี่แหละ แต่ผอมกว่าหน่อย ดิฉันกินดูแล้วสะอึก เพราะว่ามันคือข้าวเหนียวนึ่งใส่เกลือนิดนึง น้ำตาลหน่อยนึง หางกะทิอีกหน่อย

...ไม่มีถั่วดำ ไม่มีข้าวเหนียวดำที่สาดใส่กะทิจนมันหวาน ไม่มีกะทิเยิ้มๆแสนอร่อยจุกอยู่ตรงหน้า ไม่มีมะพร้าวอ่อนคอยให้เอาส้อมตะกุยหา...เหมือนข้าวหลามเจ้าที่ชนะเลิศการประกวดที่หนองมน...

...เรียกว่าเผาข้าวหลามเป็นเสบียงตอนไปตีกรุงศรีฯเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนทำยังไง ตอนนี้ก็ยังทำยังงั้น..ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย



จิ้มจุ่ม น่ากินเนอะ แต่กลัวไม่สบาย ถ้าไม่สบายนี่โรงพยาบาลที่มีมาตราฐานที่ใกล้ที่สุดนี่คือโรงพยาบาลในกรุงเทพนะคร้า




แม่ค้าขายขนมครก หลุมขนมครกเขาใหญ่กว่าบ้านเราอีกอ่ะ มีหลายไส้เหมือนของไทย แต่ใส่กะทิกับน้ำตาลน้อยไปหน่อย แล้วไม่หวานมันเหมือนของไทย



แม่ค้าขายขนมครกเอาดอกไม้สดมาติดมวยผม น่ารักมาก




รูปนี้ถ่ายจากตลาดบ๊กจ๊ก ตอนสักบ่ายสามโมงเย็น กำลังเดินๆอยู่ไม่รู้ผู้คนที่ไหนแห่มาที่นี่แบบมืดฟ้ามัวดิน อ้อ เขามากินน้ำชาตอนบ่ายกันน่ะค่ะ คนเยอะมากๆ สองสามร้อยคนได้นะ




ที่มากินน้ำชาตอนบ่ายนี่ แปลว่ายังติดธรรมเนียมฝรั่งอังกฤษอยู่




กินลูกตาลเหมือนชาวสยามอีกแล้ว




ขนมข้าวแตนนางเล็ด ซื้อมากินแล้ว พี่ท่านบอกของบ้านเธออร่อยกว่า




พุทราไทยเชื่อม ไม่รู้สาวๆสมัยนี้รู้จักไหม เมื่อก่อนที่อยุธยาเยอะมากที่เมืองเก่า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นแล้ว




ทุกหัวระแหงจะมีโต๊ะขายหมากอยู่ คนพม่าติดหมากมากๆได้รับอิทธิพลจากอินเดียเข้ามาเต็มที่ จะซื้อทีละคำก็ได้ไม่ว่ากัน






มาเรื่องของซื้อบ้างนะคะ

ตามปรกติ เราจะเป็นคนไม่ซื้อของที่ระลึกเลย ไม่ว่าจะไปที่ไหน โดยเฉพาะของเอามาตั้งโชว์ ...เพราะมันรกบ้านค่ะ บ้านเล็กเท่ารังหมา ตอนแรกๆของพวกนั้นอาจจะสวย แต่พอต่อมามันก็กลายเป็นรก เกะกะ ทุกสองสามปีต้องโยนทิ้งเสียที

แต่เราจะซื้อของที่มีประโยชน์ใช้สอยค่ะ คือเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้

พม่าไม่ค่อยมีอะไรงามๆนะคะ ประเทศเขายากจน คนมัวแต่คิดเรื่องทำมาหากินมากกว่าประดิษฐ์ของามๆมาขายนักท่องเที่ยว ฝีมือเขามีค่ะ แต่ไม่มีหน่วยงานสนับสนุน

ที่เห็นๆน่าซื้อคือเครื่องเขินค่ะในหนังสือเรื่อง"เที่ยวเมืองพม่า"ของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ท่านทรงนิพนธ์ไว้ว่า พม่านั้นได้อารยธรรมการทำเครื่องเขินจากชาวเขินที่กวาดต้อนมาจากเชียงใหม่หลายร้อยปีมาแล้ว ทำไปทำมา ทำออกมาสวยกว่าเครื่องเขินเมืองไทยอีกค่ะ

สามอันนี้เป็นที่ใส่เครื่องประดับบ้าง ใส่บุหรี่ขี้โยบ้าง ซื้อมาฝากเพื่อนบ้านที่ช่วยดูบ้านให้ตอนที่มาเที่ยว กับฝากคุณย่าน้องไท




อันนี้ดูแล้วรู้ว่าฝีมือหยาบมากค่ะ แต่ชอบรูปทรง คือเอามาใส่คุ้กกี้หรือของกินเล่นเวลาแขกมากินข้าวที่บ้านได้




เวลาเปิดออกมาแล้วใส่คุ้กกี้หรือขนมขบเคี้ยวลงไป ฝรั่งมาบ้านเห็นแล้วกริ๊ดสลบ




อันนี้ของดี แพงกว่าเพื่อน เอามาใส่ของกินเล่นเหมือนกัน เวลาลูกกลับมาจากโรงเรียนต้องมาเปิดดูว่า มีคุกกี้ในเครื่องเขินนี้หรือเปล่า สังเกตเห็นว่าตรงฝามันเยินไปหน่อยตอนหอบกลับมาที่นี่ค่ะ มันบอบบางมาก ต้องแฮนแครี่ดีกว่าค่ะ




เวลาเปิดออกมา




ลืมบอกไปค่ะว่า พวกเครื่องเขิน หาซื้อได้ที่พุกามค่ะ เป็นแหล่งทำเครื่องเขินใหญ่ที่สุดในพม่า มีหลายเกรด หลายราคา ลองดูหลายๆร้านก่อนแล้วค่อยซื้อ ค่อยต่อราคานะคะ

ถ้าพลาดไม่ได้ซื้อที่พุกาม ซื้อที่ตลาดบ๊กจ๊กที่ย่างกุ้งได้ค่ะ มีอยู่ร้านหนึ่งข้างหน้าตลาดติดถนนใหญ่เลย แต่อาจจะมีไม่หลากหลายให้เลือกแบบพุกาม



อันนี้ของเก่า เจ้าของก็ร้านขายข้าวแกงข้างบนที่พุกามนี่ล่ะค่ะ เขาใส่หมากที่จีบเป็นคำๆไว้แล้ว เห็นเขาเลยถามเขาว่า ขายไหม เจ้าของร้านใจดีมากถามว่าจะเอาไปทำไม มันเก่าแล้ว ทำไมไม่ไปซื้อใหม่

เลยบอกพี่เขาไปว่า ชอบของเก่าๆเยินๆ...ดูสามีชั้นสิ ..เยินซะ กร๊ากกกกก

เจ้าของร้านใจดีค่ะ บอกซื้อมานานแล้ว ขายก็ไม่รู้จะขายเท่าไร ยูอยากได้เอาไปเหอะ แอบกริ๊ดเล็กๆในใจ เวลาจ่ายค่าอาหาร เราให้เขาไป 1 เท่าตัวของค่าอาหารในบิลเลย(บิลแค่ 5000 จั๊ตเท่านั้น) ไม่เสียดาย เพราะชอบมากๆ




ที่ตลากบ๊กจ๊กที่ย่างกุ้ง มีของมากมายให้เลือกซื้อ ที่เห็นขายกันมากคือหยก มีทั้งแพงและถูก

เลยซื้อมาดูเล่นหลายสิบเส้น ซื้อมาแจกชาวบ้านด้วย เส้นละไม่แพง หยกมีหลายสีหลายแบบค่ะ เหมืองหยกในพม่ามีมากทางเหนือของประเทศ แต่เอามาทำเป็นเครื่องประดับต้องขนมาทำกันที่มัณฑะเลย์

ที่ซื้อมีแต่สร้อยข้อมือค่ะ เพราะเป็นคนใส่แต่สร้อยข้อมือ ไม่ใส่ต่างหูหรือสร้อยคอ หรือแหวนค่ะนอกจากแหวนแต่งงาน




ที่เห็นนี่เราซื้อมา 2 เส้น 1 ดอลล่าร์เท่านั้นนะคะ ลืมบอกไปว่า เวลาไปซื้อของที่ตลาดบ๊กจ๊ก อย่าซื้อร้านตรงกลางตลาดที่ติดกับทางเดินใหญ่ๆ พวกทัวร์จะนิยมพามาตรงนี้ ถ้าซื้อตรงนี้คุณไม่ได้ราคานี้ค่ะ ของแพง

ต้องเลาะไปทางหลังๆตลาด แบบเดินไปตามซอกๆ แล้วต่อร้านข้างหลังๆในซอกเอา ของเหมือนกันเปี๊ยปแต่ถูกกว่ามากค่ะ




กลับมากรุงเทพ เรารีบไปเดินตลาดจตุจักร ซื้อธงพม่ามาให้ลูกเก็บไว้ในคอลเลคชั่นของมัน เป็นธรรมเนียมบ้านนี้ว่า ไปเที่ยวไหนกลับมาจะซื้อธงประเทศที่ไปมาให้ลูกเก็บไว้

ห้ามซื้อไว้ก่อนไปเที่ยวนะ ไม่ได้ เดี๋ยวไม่ได้ไป เป็นเคล็ดค่ะ

จบทัวร์หอยทากไว้แต่เท่านี้ค่ะ ไปเที่ยวกันครั้งไหนก็มีกันแค่สามคน ตบตีกันไป รักกันไป ด่าทอกันไปตลอดรายการ หวานชื่นเสียไม่มี(แหวะอย่างแรง)

จบบริบูรณ์



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2552 1:57:39 น. 13 comments
Counter : 7106 Pageviews.

 
เคยไปพม่ามาสองครั้งเหมือนกันค่ะ อาหารเค้าไร้รสชาดมาก เหมือนทำอาหารไม่เป็นน่ะค่ะ มีดีอย่างเดียวคือน้ำพริกพม่าเค้าเรียกว่านาปิจ้อ หรือไงเนี่ยแหละ แต่เราก็ต้องแอบเติมน้ำปลาลงไปอีกน่ะ ที่ตลกคือผู้ชายทุกคนนุ่งโสร่งหิ้วปิ่นโต แล้วเวลาปวดฉี่ก็จะยอง ๆ ลงไปตามข้างทางเลย วุ๊ย! หวาดเสียวอ่ะ


โดย: Jujastar วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:56:42 น.  

 
สวัสดีครับ น่าสนุก น่าสนใจ มากๆๆๆๆ ขอแอดนะครับ จะได้กลับมาอ่านครับผม


โดย: ไบร๊ท (bite25 ) วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:46:22 น.  

 
อ่านรวดเดียว... จบเลย... สนุกมากๆ แหมมันน่าจะมีปุ่มกดโหวดครับ ชอบทุกอย่างในเรื่องราวที่เล่าเลยครับ

ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆ เลยนะครับ ที่นำภาพและเรื่องราวมาฝากครับ


โดย: bite25 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:40:07 น.  

 
โอ้ย อ่านจบหมดแล้ว สนุกมากๆ เลยคะพี่แอน
เห็นแบบนี้อยากจะไปเที่ยวบ้าง แต่สังขาีรเราคงไม่ไหว เป็น
พวกอ่อนปวกเปียก วัดสวยมากๆ ทองอร่ามจริงๆ

ขอบคุณมากๆ เลยคะ รูปเยอะดีชอบจัง


โดย: Scooterella IP: 171.70.227.122 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:14:37 น.  

 
สวัสดีค่ะ
เข้ามาดูแล้ว ก็เลยแวะทักทายค่ะ ชอบ สนุกดีค่ะ
บ้านดิชันก็อยู่แถวๆ กลาง Lands of 10,000 lakes นี้


โดย: แม่จัน IP: 24.179.195.111 วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:10:16:26 น.  

 
ชอบวิธีการเล่าเรื่องของคุณมากค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้ทุกบลอคเลยค่ะ ขอบคุณที่ช่วยเเชร์นะค่ะ


โดย: iggina IP: 117.121.208.2 วันที่: 30 เมษายน 2552 เวลา:14:20:57 น.  

 
เคยไปอยู่แล้วที่บ้านแฟนที่พม่าบ้านน่าอยู่มากที่เกาะเตาสุดยอดนึกว่าอยู่ที่บ้านทักสินคนใช้เยอะมากตื่นมานึกว่างานวัดเดินออกจากห้องนอนนึกว่าเปงองหญิงอะไรจะรวยปายนี้อาหารก้อมีอร่อยมาก


โดย: muimuy IP: 58.8.156.238 วันที่: 17 สิงหาคม 2552 เวลา:22:25:57 น.  

 
อ่านสนุกทุกตอนเลยค่ะ

ได้ความรู้มาก ๆ



โดย: The Sphinx IP: 125.25.77.252 วันที่: 21 ตุลาคม 2552 เวลา:21:33:32 น.  

 
ขอบคุณครับ สนุกมากจริงๆ อยากไปหาโอกาสไปบ้างจัง ชอบทุกเรื่องทุกภาพ แต่ถ้ามีรูปเกี่ยวกับ รถม้า วัวเทียมเกวียนมากๆ จะชอบยิ่งครับ


โดย: วิโรจน์ IP: 192.168.0.123, 61.19.188.43 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:0:12:57 น.  

 
เจซู เต บาเด
ภาพที่ถ่ายมา ทำให้อดคิดถึงอาหารหลายอย่างในบ้านเรา ที่เกิดการผสานกันของบรรพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็น
/อาหารพม่า อาหารไทย/ภาคเหนือ
งาปิ น้ำพริกกะปิ
ปลัดช่อง น้ำพริกกุ้งหรือคล้ายน้ำพริกนรก
ข้าวซอย ข้าวซอยไก่หรือเนื้อ
แกงหมู (จำชื่อไม่ได้) แกงฮินเล
น้ำพริกหมู (เวะตา) น้ำพริกอ่อง
มีหลายอย่างมาก แต่ตอนนี้นึกไม่ออก :)
กะลาแม กะลาแม


โดย: เอ เอ โฉ่ IP: 119.31.126.141 วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:1:50:50 น.  

 
ของกินที่พม่า ไปครั้งที่แล้วกินที่โรงแรมกะร้านอาหาร อาหารอร่อยทานได้ ชอบไปดูวิถีชีวิตคนพม่า ในตลาดสดนี่เดินเล่นดูไปทั่ว มีทั้งอาหารสดอาหารแห้ง เหมือนย้อนรอยบ้านเราไปสัก ๔๐ กว่าปีในชนบท ของที่ระลึกซื้อในย่างกุ้งบ้าง ที่หงสาบ้าง ต่อราคาเป็นที่สนุกสนาน คนที่นั่นน้ำใจก็ใช้ได้ ตั้งใจไปอีก


โดย: หลวงตาฤๅษี สระบุรี IP: 111.84.200.82 วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:58:33 น.  

 
ตอนเราไปพม่าเมื่อปีก่อนนั้น ขอบอกว่าน้ำหนักเราหายไปหลายโลเลยอ่ะค่ะเพราะว่าเรากินอะไรไม่ได้เลยไม่ใช่ว่ามันไม่อร่อยหรือไรนะขอสารภาพว่าเรากินไม่ลงต่ะหากล่ะ เพราะความสะอาดนั้นไม่ต้องถามหา คนขายอาหารก็ใช้มือคลุกๆขยำๆอาหารก่อนเสิร์ฟ อึ่ยยสยองมากๆ เราก็เลยกินได้แต่มาม่าที่ติดกะเป๋าเอาไปด้วยน่ะแหละ ห้าวันที่อยุ่ที่นั่น เป็นห้าวันที่ยาวนานมากๆสำหรับเรา พอกลับมารีบเปิดตู้กับข้าวที่บ้านแล้วเอาน้ำพริกกะปิของแม่ กะไข่เจียวอีกสองฟองราดข้าวมานั่งกินอย่างกะตายอดตายอยากมาจากไหนสักชาติจนแม่ทักว่าเขาไม่มีข้าวให้กินหรือไงฟะที่พม่าน่ะ หุหุ ตอนนี้บอกกะตัวเองว่า ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเราอีกแล้ว เมืองไทยดีที่ซู้ด รักเมืองไทยจังเลย


โดย: ชลกานต์ IP: 119.42.120.98 วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:10:46:35 น.  

 
เล่าได้สนุกมากค่ะ


โดย: แดง IP: 118.172.15.55 วันที่: 21 มกราคม 2557 เวลา:10:50:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.