กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
14 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
ระลึกชาติได้ที่พม่า ตอนที่ 6-สุดยอดอารยธรรม

มาถึงพุกามตอนเย็นย่ำแล้ว เราสามคนรีบหาโรงแรมเลย อย่างที่บอก บ้านนี้ไปไหนไม่เคยจองโรงแรม พ่อเจ้าไทออกไปหาคนขับรถม้าเพื่อจะได้เป็นพาหนะเที่ยวในวันรุ่งขึ้น ที่นี่ไม่ต้องหานานออกไปนอกโรงแรมก็เจอแล้ว

ในพุกาม คุณมีทางเลือกของที่พักอยู่สามแหล่งใหญ่ๆด้วยกันคือ

**ในเมืองพุกามเก่า(Old Bagan) ที่พักเกือบทุกแห่งในในพุกามเก่าเป็นโรงแรมประเภท 5 ดาว อยู่ริมแม่น้ำเอ-ยาวดี(อิระวดี) อยู่ในส่วนของอุทยานประวัติศาสตร์พุกามเลยค่ะ เรียกว่าเดินเที่ยวได้เลย และมีอยู่ไม่กี่โรงแรม

ขอเสียคือ แน่นอน...แพง เพราะโรงแรมพวกนี้ส่วนใหญ่รับทัวร์กรุ๊ปจากต่างประเทศ ถ้าเข้าโรงแรมแล้วก็จบเลยเรื่องจะออกมากินข้าวข้างนอกเพราะมันไกลจากร้านอาหารท้องถิ่นมาก

ตอนที่เราไป เราโทรไปถามโรงแรมชื่อ Old bagan Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมแพง มีชื่อในพุกามเก่า ค่าห้องก้ไม่ได้แพงเหมือนที่คิด คือ ห้อง 3 เตียง 65 เหรียญยูเอส พอรับได้ค่ะ แต่ที่ไม่เอาเพราะว่า ไม่มีที่ซื้อขนมให้ลูกกิน และพอเข้าโรงแรมแล้วต้องกินข้าวในโรงแรมเลย

ไม่เอาๆๆ เราต้องใช้เงินของเราในการกระจายรายได้ให้คนในท้องถิ่นด้วย

**พุกามใหม่(New Bagan) เป็นเมืองใหม่ที่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว รัฐบาลพม่าออกคำสั่งให้ชาวบ้านในพุกามเก่าย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่..ในเวลา 10วันเท่านั้น ที่นี่มีโรงแรมราคาปานกลางและแบบประหยัดเยอะแยะค่ะ

**เมืองยองอู (Nyaung Oo)หรือที่คนไทยเรียกให้ถูกปากว่า หนองอู เป็นเมืองที่ไม่ไกลจากพุกามเก่า นั่งรถม้า 10 นาทีก็ถึง มีร้านอาหาร ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวเยอะมากค่ะ

เราสามคนเลือกที่จะพักที่โรงแรม Thante Hotel Nyaung Oo ลองเข้าไปดูที่นี่นะคะ

//www.tripadvisor.com/Hotel_Review-g317112-d459946-Reviews-Thante_Hotel_Nyaung_Oo-Bagan.html



ราคาห้องเดี๋ยว 30 เหรียญ ห้องคู่ 35 เหรียญ ห้องสามคน(สามเตียง) 40 เหรียญค่ะ



ราคาดูเหมือนจะ over-price แต่ลักษณะห้องเป็นแบบบังกะโล มีต้นไม้เยอะมากและมีสระว่ายน้ำ เราชอบห้องพักแบบนี้มากกว่าห้องแบบเป็นตึก เพราะถ้าน้องไทเบื่อ มันยังออกมาเล่นน้ำ นั่งเล่นนอนเล่นข้างนอกห้องได้ค่ะ



โรงแรมค่อนข้างเก่านะคะ อีกสี่ห้าปีต้องมีการยกเครื่องขนานใหญ่ แต่ทุกอย่างสะอาดมาก พนักงานนั้นสุภาพ ขอน้ำขวดนึงนี่พนักงานวิ่งกันขาขวิด น่ารักมากค่ะ







รถม้าที่นี่เที่ยวทั้งวัน 10 เหรียญเอง(350บาท) บอกให้พ่อเจ้าไทเลือกคนขับที่มีม้าตัวโตๆแข็งแรง ไม่ใช่อะไรหรอก ลากเราสามคนไปไหนมาไหนทั้งวัน สงสารมัน

ตลอดสามวัน ไทได้นั่งหน้ากับคนขับ คนขับให้ถือบังเหียนตลอด(แต่ม้ามันรู้แล้วว่ามันต้องเดินไปทางไหนมั่ง )



ไปที่วัดแรกก็เบลอเสียแล้ว จำไม่ได้ว่าวัดอะไร แต่พอเข้าไปแล้วอลังการมาก นี่ขนาดยังไม่ใช่วัดที่ใหญ่โตเลย



ขอบอกว่า เราจดข้อมูลของทุกวัดที่ไปไว้ แต่พี่ท่านโยนทิ้งไปเนื่องจากพี่เขาอ่านไม่ออก จดเป็นภาษาไทย เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้จะต้องเล่าจากความทรงจำค่ะ เล่าผิดเล่าถูกผู้รู้ช่วยแก้ด้วย จะเป็นพระคุณค่ะ



แหงนดูเพดานยังมีลายเขียนงามมาก



วัดที่พุกามนี่แปลกมากคือ จะมีบันไดแคบๆมืดๆในตัวโบสถ์หรือวิหารขึ้นไปที่ระเบียงชั้นสองได้

เพราะเมืองไทยนั่น เราเห็นโบสถ์หรือวิหารที่มีบันได้ขึ้นไปบนระเบียงชั้นสองอยู่ที่เดียวคือ วัดศรีชุมที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งช่องบันไดนี้ปิดไม่ให้คนขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว เราเคยขึ้นตอนเล็กๆจำได้ว่ามืดและแคบมาก เต็มไปด้วยค้างคาว

พอขึ้นไปเราก็ต้องอุทานว่า แม่เจ้าโว้ย ทำไมเจดีย์มันถึงมากมายอย่างนี้



อาณาจักรพุกามนั้น มีอายุประมาณ 400 ปีเทียบเท่าได้ใกล้เคียงกับกรุงศรีอยุธยาของเรานั่นเองคือ

เริ่มจากพระเจ้าอโนรธา ปีพ.ศ. 1587 สิ้นสุดที่พระเจ้าซอนิจ ปีพ.ศ. 1877

ที่มา-แบบเรียนประวัติศาสตร์เมียนม่าร์ เกรด 9 แปลโดย วิรัช นิยมธรรม

แต่ทำไมชั่วเวลา 400 ปีพุกามถึงยิ่งใหญ่ทั้งอาณาจักร ทั้งอารยธรรม

เราว่าที่พุกามยังสมบูรณ์อยู่มาก เป็นเพราะ

1 สถานที่ตั้ง พุกามตั้งอยู่ในเขตที่เรียกว่า Dry Zone คืออากาศแห้งแล้งเกือบจะเป็นทะเลทราย มีฝนตกน้อยกว่าเขตไหนๆของพม่า

เมื่ออากาศแห้ง ความชื้นต่ำ ไม่มีฝน ทำให้โบราณสถานมีความสมบูรณ์และยาวนานกว่าโบราณสถานในเขตที่มีฝนตกมาก เมื่อฝนมาก ความชื้นก็มา รูปเขียนในโบสถ์ที่เมืองไทยถึงไม่ค่อยเหลือมาถึงปัจจุบัน

2 คนพม่านั้นมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากกว่าชาวสยาม ไม่มีการขุดกรุพระเจดีย์หาของมีค่าด้วยความกลัวนรกจะกินหัว ถึงไม่มีหน่วยงานเข้ามาดูแลโบราณสถาน ชาวบ้านก็จะดูแลถางหญ้ากันเอง ไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม

อย่างที่บอก ไปพุกามสามวัน ไม่เคยเห็นพระพุทธรูปเศียรขาด หรือพระกรขาดสักองค์เดียว

พระพุทธรูปองค์นี้ปางอะไร เจ้าของกระทู้ไม่ทราบค่ะ ทราบแต่ว่างาม



ดูลายปูนปั้นของเดิมนี่ก่อนสิคะ อย่าลืมนะว่าพุกามนั้นเป็นอาณาจักรเมื่อพุทธศตวรรษที่15-18 แปลว่าประมาณ800-1000มาแล้ว

ลายปูนปั้นยังงามสมบูรณ์มากๆ เหลือเชื่อว่าจะอยู่มาให้ตัวเราได้มาดูเป็นบุญตา



ขณะที่ทั้งอาณาจักรอโยธยาและสุโขทัย หาลายปูนปั้นดั้งเดิมแทบจะไม่มีแล้ว ของดั้งเดิมที่สุโขทัยมีอยู่แห่งเดียวที่วัดนางพญา อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย





พระในโบสถ์ที่วัดมนูหะ สร้างโดยพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญจากอาณาจักรสะเทิมที่รุ่งเรืองมากทางใต้ของพม่า ที่โดนพระเจ้าอโนรธา พระเจ้ากรุงพุกามตีเมืองเสียจนราบเป็นหน้ากลอง แล้วจับพระเจ้ามนูหะกับพระมเหสี ล่ามโซ่ตีตรวนทองคำมาอยู่ด้วยกันที่พุกาม

แต่พระเจ้ากรุงพุกามพระองค์นี้ใจดี๊ดี ไม่คิดจะฆ่าจะแกงซึ่งผิดวิสัยผู้ชนะมากๆ กลับให้พระเจ้ามนูหะกับไพร่พลมอญที่กวาดต้อนเอามาที่พุกาม สร้างบ้านเรือนอยู่กันไปตามระเบียบ

แต่พระเจ้ามนูหะในฐานะ prisoner of war นั้นคับแค้นพระทัยมาก เลยสร้างวัดมนูหะนี้ขึ้น แล้วสร้างพระพุทธรูปองค์โตคับโบสถ์ไว้เลย จะเดินอ้อมนี่ประมาณว่าต้องแขม่วพุงเพราะในโบสถ์แคบมาก

...เพื่อเป็นการบอกใบ้ให้พระเจ้าอโนรธาทรงทราบว่า ชั้นนั้นคับแค้นใจมาก อึดอัด ไม่อยากอยู่เป็นเชลย..

...ฮู้ยยยยย ล้ำลึกเป็นที่สุดพระเจ้ามนูหะ



อีกรูปค่ะ เวลาเดินผ่านท่านนี่ต้องแขม่วพุงกะทิสุดฤทธิค่ะ



เล่าก่อนว่า ก่อนที่พระเจ้าอโนรธายกทัพไปตีอาณาจักรมอญที่เมืองสะเทิมนั้น ชาวพุกามนั้นนับถือพุทธศาสนานิกายมหายานกับผีนัต ไปพร้อมๆกัน

แต่พอถึงจุดหนึ่ง พุทธศาสนานิกายมหายานในพุกามถึงจุดเสื่อมอย่างมาก พระเจ้าอโนรธาทรงได้ยินเรื่องราวของอาณาจักรสะเทิมที่นับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาท(หินยาน) ทรงเกิดความเลื่อมใส ทรงทูตไปขอพระไตรปิฏกฉบับเถรวาทจากพระเจ้ามนูหะ พระเจ้ามนูหะไม่ทรงยินยอม นี่คือสาเหตุหนึ่งที่พระเจ้าอโนรธาทรงตีเมืองสะเทิม

อย่างที่บอกว่าพอเมืองสะเทิมแตก พระเจ้าอโนรธาทรงนำไพร่พลมอญ พระไตรปิฏกของมอญกลับพุกามด้วย พุทธศาสนานิกายเถรวาทจึงเริ่มมีอิทธิพลต่อชาวพุกาม รวมทั้งอิทธิพลทางด้านสถาปัตยกรรมของมอญด้วย

จะเห็นได้จากเจดีย์หลายๆเจดีย์ในพุกาม เช่น เจดีย์ชเวสิกองซึ่งมีรูปร่างแบบระฆังคว่ำ (เป็นสถาปัตยกรรมแบบมอญ ซึ่งในเมืองไทยก็มีให้เห็นมากมาย)

วิหารแบบมอญก็มีให้เห็นเยอะแยะในพุกาม ส่วนมากจะเป็นแบบวิหารแคบ หน้าต่างทึบ มีเพียงการเจาะช่องให้แสงเข้าเพียงเล็กน้อย มีการวาดภาพเขียนบนผนังโบสถ์วิหารอย่างงดงาม

พอเดินเข้าทางเข้าด้านหน้า จะเห็นเพียงพระประธานที่ดูเหมือนทรงลอยอยู่ในความมืด(ภูมิปัญญาคนโบราณค่ะ เหมือนว่าพระประธานแสดงปาฏิหาริย์ลอยได้)

โบสถ์วิหารแบบนี้มีให้เห็นมากในเมืองไทยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น โบสถ์วัดพระพุทธชินราชที่จังหวัดพิษณุโลก ( แต่ขอออกตัวก่อนว่า ตอนที่เราไปครั้งสุดท้ายนี่ 20 ปีได้แล้วนะคะ พ่อเราชี้ให้ดูว่า ลูกเห็นไหม พระประธานท่านดูเหมือนลอยอยู่ เพราะในโบสถ์ตอนนั้นมืดมาก ไม่มีการตามไฟ)

วัดนี้ก็มีหน้าต่างแบบมอญ



วัดชื่อ Ku Byauk Gyi มีหน้าต่างแบบมอญคือเจาะเป็นช่อง ข้างในมืด ตัวโบสถ์หรือวิหารไม่ได้ใหญ่โตมากนัก ข้างในมีการเขียนภาพฝาผนังเป็นเรื่องราวพระเจ้าสิบชาติไว้ สวยงามมากค่ะ เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป ต้องไปดูกันเองค่ะ

ดูลายปูนปั้นสิคะ งามไหม





สถาปัตยกรรมแบบพุกามแท้ได้พัฒนาในกาลต่อมา โบสถ์วิหารแบบพุกามนั้น จะสว่างกว่า ใหญ่โตกว่ามาก มีการเจาะช่องลมให้อากาศถ่ายเท แม้ว่าอากาศร้อนแค่ไหนข้างนอก ในโบสถ์แบบพุกามแท้จะเย็นสบายมาก

แถมยังมีการสร้างระเบียง(ทางเดิน)สองชั้นโดยรอบโบสถ์หรือวิหาร แปลกมากค่ะ ไม่เคยเห็นที่อื่นเลย อธิบายไม่ถูกต้องไปดูกันเอง

วัดนี้ฮอตฮิตติดอันดับหนึ่งในพุกาม คือวัดอนันดา หรืออนันทวิหาร เป็นโบสถ์วิหารแบบพุกามแท้

เป็นวัดแปลกมากคือมีการสร้างทางเดินซ้อนกันสองชั้นในโบสถ์เลย ทำให้ลมเย็นถ่ายเท หน้าร้อนก็เย็นสบาย หน้าหนาวแสงสว่างก็ยังเข้ามาในโบสถ์ได้ ภูมิปัญญาคนโบราณนี่สามารถมากๆค่ะ

ตามฝาผนังเจาะไว้เป็นช่องๆมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่เป็นร้อยๆองค์ ไม่มีลูกกรงเหล็กกั้น แต่ก็ไม่มีองค์ไหนที่เศียรหาย พระกรหายสักองค์เดียว



พระประธานหนึ่งในสี่องค์ของวิหารอนันดา งามมากทำด้วยไม้ปิดทอง ที่พม่านี่แปลกว่าเมืองไทยอีกอย่างคือ ในโบสถ์หรือวิหาร จะมีพระประธานทั้งสี่ทิศเลย เป็นพระพุทธเจ้าในอดีตทั้งสาม และพระพุทธโคดม พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันของเรา (พระนามเดิมว่าเจ้าชายสิทธัตถะ)


พระกกุสันธะ หนึ่งในพระอดีตพุทธเจ้าประดิษฐานทางทิศเหนือ งามมากเป็นของเก่าดั้งเดิมตั้งแต่การสร้างวิหาร

ที่มา-เที่ยวดงเจดีย์ที่พม่าประเทศ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล นิพนธ์ร่วมกัน ดร.สันติ เล็กสุขุม




พระโฏนาคมน์พุทธเจ้า ประดิษฐานทางทิศตะวันออก สร้างแทนของเดิมที่ถูกไฟไหม้ (บางกระแสบอกว่าถูกขโมยไป)



องค์นี้จำไม่ได้ค่ะว่าพระนามว่าอะไร ประดิษฐานอยู่ทางทิศอะไร



***พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง***

ที่นี่เลยค่ะ "อนันดาอ๊กชง" อยู่ติดกับวิหารอนันดาเลยค่ะ แต่มีขนาดเล็กมาก ไม่น่าจะเป็นโบสถ์หรือวิหารนะคะ อาจจะเป็นหอไตรเก็บพระไตรปิฎก หรือหอวิปัสสนาค่ะ(สะกดยังไงแก้ให้หน่อยค่ะ)

ที่ว่าพลาดไม่ได้ก็คือ ข้างในมีภาพเขียนฝาผนังงามมาก ไปพุกามสามวันที่นี่สวยที่สุด สีสันจัดจ้าน ฟ้าเป็นฟ้า แดงเป็นแดง นี่มันผ่านมา แปดร้อยปีแล้วนะคะ

อ้อ ถ้าแหงนหน้ามองเพดาน จะเห็นขื่อไม้ของเดิมด้วยค่ะ

ถ้าคุณไปถึงแล้วประตูเหล็กล็อคไว้ ถามหา "keymaster" หรือคนถือกุญแจค่ะ ตามธรรมดาอยู่แถวนั้นแหละ เราถามหาได้ความว่าขี่จักรยานไปกินข้าวกลางวันที่บ้าน รอก้นยังไม่ทันร้อน พี่เขาก็ขี่จักรยานลองยีปลิวมาแต่ไกล เลยให้ทิปไปเล็กน้อยเป็นสินน้ำใจค่ะ

ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปข้างในค่ะ เอาไฟฉายไปด้วยนะคะจะได้เห็นถนัดๆ ข้างในมืดมากๆ

ของสวยๆอย่างนี้ต้องบอกต่อไปกันค่ะ เกิดมาชาตินี้ได้เห็นเราว่าเป็นบุญค่ะ



อีสาวนางนี้เจอกันที่วัดมหาโพธิ ที่สร้างเลียนแบบมหาวิหารมหาโพธิ พุทธคยา ประเทศอินเดีย

พอเจอหน้าเราหล่อนหัวร่อร่า หันไปถามคุณพระว่าเมียยูนี้เป็นบาม่าใช่ไหม

"ไม่ใช่ บาม่า เป็นโยเดีย"

แล้วเธอก็วิ่งจู๊ดกลับไปบ้านที่อยู่ตรงข้ามวัดนั่นเอง กลับมาด้วยของในมือคือ ตานากะ 1 ท่อน(เพิ่งรู้ว่าตานากะนั้นเป็นต้นไม้สายพันธุ์เดียวกับไม้จันท์หรือ sandalwood) กระจก 1 อัน แล้วแท่นหิน

แล้วเธอก็ฝนตาทากะกับแท่นหินๆๆๆๆ



เสร็จแล้ว หล่อนก็เอาตาทากะมาทาหน้าเรา เสร็จแล้วหัวร่องอหาย ไปจูงมือคุณพระมาดูหน้าเราว่า ตอนนี้เมียยูป็นบาม่าไปแล้ว

ตามธรรมดาเราจะไม่ซื้อของที่ระลึกแบบอีเหละเขละขละเลย แต่คราวนี้ซื้อเสื้อยืดของเด็กที่หล่อนขายมาสามตัว เพราะนับถือเทคนิคการขายของเจ้าหล่อนมาก ประหนึ่งว่าเจ้าหล่อนนั้นจบ MBA มาจาก Harvard Business School

หลังจากลงตานากะแล้ว วันนั้นเดินไปไหนคนมองเหลียวหลังแบบสงสัยมากว่านังนี่บาม่าแท้หรือเปล่า เพราะว่าใส่สายเดี่ยว กางเกงขาก๊วย



วัดมหาโพธิ



สังเกตได้ว่า พระพุทธรูปพม่าสมัยพุกามนั้น งามเท่าพระพุทธรูปแบบสยามไม่ได้เลย พี่ไทยกินขาด เนื่องจากแบบพม่านั้นติดแบบนิกายมหายานไว้มาก กล่าวคือ พระพักตร์ใหญ่ พระศอสั้น องค์พระใหญ่อ้วน พระกรรณยาวลงมาจดไหล่

อย่างที่บอกนะคะว่า อาณาจักรพุกามนั้น ตอนแรกนับถือแบบมหายาน มาเปลี่ยนเป็นหินยานทีหลังเมื่อไปตีเอาอาณาจักรมอญที่สะเทิมได้



Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2552 5:09:47 น. 4 comments
Counter : 1693 Pageviews.

 
ขอตามไปเที่ยวพม่าด้วยคนนะค่ะ


โดย: chopov วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:17:31 น.  

 
คุณ flymom คะ
ขอบคุณมากๆๆสำหรับคำเเนะนำในการเที่ยว
หนูเเละเพื่อนจะไปพม่าสิ้นเดือนมีนาค่ะ
มีงบจำกัด พวกเรากะขึ้นรถทัวร์ตอนกลางคืนเพื่อประหยัดค่าโรงเเรม มันจะพอเป็นไปได้มั้ยคะ คุณ flynow
รบกวนขอคำเเนะนำด้วยนะคะ


โดย: ginger56 IP: 158.108.150.43 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:37:23 น.  

 
เห็นงานพุทธศิลปแล้วสู้บ้านเราไม่ได้จริงๆ ครับ พระพทธรูปที่จีบนิ้วมือขวาจ่อที่มือซ้ายคล้าย(แค่คล้ายนะครับ)กับพระปางปฐมเทศนาที่ผมเห็นที่อินเดียเลย แต่ที่อินเดียงามมากครับ
อ่านถึงตอนท้ายๆ ขำก๊ากอีกแล้ว... ขอบคุณมากๆ ครับผม


โดย: bite25 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:31:32 น.  

 
ขอบคุณครับ.อ่านสนุกดี


โดย: ปืน IP: 61.19.231.6 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:15:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 51 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.