กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
ระลึกชาติได้ที่พม่า ตอนที่ 1-เกริ่นก่อนไป

ชาติก่อน เราคงเกิดเป็นคนพม่า...

เพราะตั้งแต่จำความได้ เราไม่เคยเกลียดพม่าเลยในชั่วโมงประวัติศาสตร์ที่โรงเรียน ตามหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ที่ว่าพม่าตีกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง เผาบ้านเผามืองเราจนยับเยิน สุมไฟลอกทองคำจากกรุงศรีไปโปะไว้ที่ชเวดากอง เข่นฆ่าชาวบ้านชาวช่อง ที่เหลือก็กวาดต้อนกลับไปอังวะ

...ตอนนั้นยังเล็กนัก วิชายังไม่แก่กล้าปากคอเราะรานเหมือนทุกวันนี้ เราได้แต่ถามในใจว่า...แล้วเวลากรงศรีอยุธยาไปตีบ้านเมืองอื่นล่ะ... ไม่เคยทำอย่างที่พม่าทำเลยหรือ

จนโตขึ้นได้เรียนหนังสือมากขึ้น ถึงเข้าใจว่า การขยายขอบขัณฑสีมานั้น เป็นเรื่องพึงกระทำตามโบราณราชประเพณีของท้าวพระยามหากษัตริย์ทุกพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นราชอาณาจักรใด เมื่อเมืองไหนใกล้เคียงอ่อนแอก็ต้องส่งคนไปเจรจาขอให้ส่งบรรณาการมาจิ้มก้อง ถ้าไม่ยอมก็ต้องใช้กำลัง เมืองไหนแข็งเมืองก็ต้องไปตีเอาคืนมา โดยที่ราชอาณาจักรเหล่านั้นไม่ได้มีความแค้นเคืองกันเลย ชาวบ้านยังไปมาหาสู่ค้าขายกันยังไงก็ทำอย่างนั้น

ไม่ใช่ว่าเราไปตีบ้านเมืองเขา เราว่าเราขยายดินแดน แต่พอเขามาตีบ้านเมืองเรา เราบอกว่าเขารุกราน

เราว่าคนไทยไม่ได้เกลียดพม่ามาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่เริ่มมาเกลียดพม่าเข้ากระดูกดำเมื่อรัฐบาลสมัย"มาลานำไทย"เมื่อหลายสิบปีก่อน ที่เริ่มใช้หลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ที่สอดแทรกเนื้อหาชักจูงใจให้คนรักชาติ(patriotism) ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของผู้นำประเทศในสมัยนั้นเช่นกัน เพราะเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนั้นต้องการให้ชาวไทยมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างมาก

*******************************

ชาติก่อน เราคงเกิดเป็นคนพม่า...

เพราะว่าครั้งแรกที่พ่อยื่นหนังสือชื่อแปลกๆว่า "พม่าเสียเมือง" ให้แล้วบอกให้เราลองอ่านดูตอนอายุสิบเอ็ดสิบสอง เราอ่านรวดเดียวจบ จำได้ว่าเหมือนเดินเข้าไปในโลกที่ไม่อยากเดินออกมา อยากรู้จักพระเจ้าสีป่อ พระนางสุภยลัต พระนางสุภยัคยี พระนางอเลนันดอ พระเจ้ามินดง พระองค์เจ้าผิว ให้มากกว่านี้ แต่สมัยนั้นจะไปกูเกิ้ลที่ไหนล่ะคะพ่อแม่พี่น้อง คอมพิวเตอร์น่ะคนยังไม่รู้จักเลยว่ามันคืออะไร ได้แต่บอกพ่อว่า ถ้าพ่อเจอหนังสือเกี่ยวกับเมืองพม่าอีก พ่อช่วยซื้อให้ลูกหน่อยได้ไหม

***************************

ชาติก่อน เราคงเกิดเป็นคนพม่า...

เพราะเมื่อเรียนมัธยมปลาย วิชาวรรณคดีไทย เราอ่านหนังสือเรื่อง ราชาธิราช บทนิพนธ์ของ เจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนสมิงพระรามอาสา(หรืออะไรทำนองนั้น) อ่านไปถึงตอนที่พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องครองราชธานีที่ชื่อว่า "รัตนบุระอังวะ"

เราอ่านทวนชื่อ "รัตนบุระอังวะ" อยู่หลายหน ...เมืองอะไรหนอ ชื่อช่างไพเราะเสียเหลือเกิน แล้วตัวเมืองจริงๆล่ะ จะเป็นราชธานีที่งามยิ่งใหญ่ประหนึ่งดวงแก้วหรือเปล่า

*****************************

ตัดตอนกลับมาชาตินี้

ถามเราว่าอีนี่มัวแต่พล่ามอยู่ได้ รักพม่านักไปเที่ยวมากี่หนแล้ว

คำตอบคือไม่เคยไปเลยแม้แต่คนเดียวค่ะ ไปมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ที่ไหนชอบก็ไปแบบซ้ำซ้ำซากซาก เช่นบาหลี(6ครั้ง) กัวเตมาลา(3ครั้ง)

เพราะว่าเรารักพม่า แต่เกลียดรัฐบาลทหารเผด็จการเบ็ดเสร็จของพม่ามากที่ปรนเปรอแต่พวกพ้องวงศาคณาญาติของตัวเอง แต่กับประชาชนเจ้าของประเทศตัวจริงแล้ว กลับเหยียบย่ำไม่ให้โอกาสไปผุดไปเกิด

ตอนที่นางอองซานซูจีชนะการเลือกตั้งแบบขาดลอย แต่โดนกลับโดนกักบริเวณในบ้านของตัวเอง เราบอกตัวเองว่า ให้นางอองซานซูจีได้ครอบครองประเทศอย่างชอบธรรมเสียก่อน แล้วค่อยไปพม่า โฮ้ย...ใกล้แค่นี้เอง

...แต่นี่มันผ่านไปยี่สิบปีแล้ว นางอองซานซูจีก็ยังถูกกักบริเวณอยู่ที่เดิม รัฐบาลทหารเผด็จการก็ยังลอยหน้าครองเมืองอยู่เหมือนเดิม ดิฉันสิคะ แก่ตัวลงไปทุกวันๆ นีถ้าตายไปแล้วไม่ได้ไปพม่า เราจะกลับไปเกิดใหม่เป็นพม่าได้ยังไง ยิ่งแก่ขัตติยมานะยิ่งถดถอยค่ะ

อย่ากระนั้นเลย หันไปบอกสามีว่า Christmas break ของลูกเราตั้งเดือนนึง กลับเมืองไทยแล้วเราไปพม่ากันสองอาทิตย์เหอะที่รัก พี่ท่านหันมาถามว่า ไหนว่าเธอเกลียดรัฐบาลพม่าไง อ๊ะ ชั้นเกลียดรัฐบาลพม่าแต่ชั้นกลัวว่าชั้นจะตายก่อนที่พวกนั้นจะพ้นอำนาจน่ะสิ

ไปก็ไป พี่ท่านบอกแบบเนื้อตัวเต้น เพราะพี่ท่านก็อยากไปเที่ยวพอๆกัน

*********************************

การขอวีซ่าพม่าด้วยตัวเอง

สถานทูตพม่าตั้งอยู่บนถนนสาทรตัดกับถนนปั้น เรานั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีถนนสุรศักดิ์ แล้วเดินย้อนขึ้นมา ผ่านโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ข้ามถนนประมวญแล้วเดินต่อมาเรื่อยๆนถึงถนนปั้น สถานทูตจะอยู่ที่หัวถนนเลย

เราไปถึงตอนแปดโมงสี่สิบห้านาที เจ้าหน้าที่กำลังเปิดประตูให้คนที่มารอคิวขอวีซ่าเข้าไปรอข้างใน

ข้างในจะจัดเป็นสองส่วนคือ ส่วนเก้าอี้สีส้ม กับเก้าอี้สีฟ้า ก่อนอื่นคือไปนำเอกสารมากรอกและติดรูปเลยค่ะ แล้วนั่งรอ

คนไทยนั้นนั่งรอในส่วนที่เป็นเก้าอี้สีส้ม ส่วนฝร่งมังค่าหรือว่าชาติอื่นๆ โดนเฉดให้ไปนั่งเขละๆเป็นกองรวมกันที่ฝ่ายเก้าอี้สีฟ้า ใครมาก่อนนั่งเก้าอี้ตัวแรกและถัดไปเลย

วันนี้เราเป็นคนไทยคนแรกที่ไปยื่นขอวีซ่า เจ้าหน้าที่เป็นคนไทย เจ้าหน้าที่พม่าจะดูแลส่วนที่เป็นชาวต่างชาติสัญชาติอื่นนอกจากสัญชาติไทย

ไม่มีการถามคำถามใดๆทั้งสิ้น ทั้งๆที่เรานั้นขอให้ลูกชายวัยเก้าขวบที่เป้น dual citizen ถือพาสปอร์ตอเมริกันด้วย(แต่ยื่นพาสปอร์ตไทยในการขอวีซ่า) เจ้าหน้าที่แค่ขอสูติบัตรไทยซึ่งเราเตรียมมาด้วย

วีซ่าต้องใช้เวลาทำสามวันคือ ทำวันจันทร์มารับวันพุธ ค่าวีซ่า แปดร้อยสิบบาทหรืออะไรทำนองนี้

ง่ายมากๆค่ะ ถ้าคุณมีเวลาไปขอเอง ถูกกว่าการที่เราจะไปจ้างเอเจ้นท์ขอให้มาก



การซื้อตั๋วเครื่องบินในประเทศของพม่า
เราซื้อตั๋วเครื่องบินในประเทศของพม่าจากกรุงเทพไปเลย เพราะอยากจัดการเรื่องนี้ให้หมดเรื่องไปและไม่อยากพกเงินดอลล่าร์ไปมากกว่าที่จะต้องพก สายการบินในประเทศของพม่านั้นมีหลากหลายพอสมควร แต่เราเลือกที่จะเดินทางด้วย Air Bagan เพราะมีสำนักงานในกรุงเทพอยู่ที่ตึก ITF บนถนนสีลมตัดกับถนนนราธิวาส

เนื่องจากมีเวลาน้อยแค่ 10 วัน ดิฉันกับสามีเลยตัดมัณฑะเลย์ออกไปจากทริปนี้ เนื่องจากบ้านดิฉันเดินทางแบบทัวร์หอยทาก มิใช้ชะโงกทัวร์ แบบดูๆอะไรตามใจชอบ ร้อนหรือเหนื่อยก็กลับมานอนเล่นที่โรงแรม จะให้กระหืดกระหอบดูโน่นดูนี่ ลูกดิฉันมันจะอาละวาดเสียก่อน

ค่าเครื่องบิน ย่างกุ้ง-เฮโฮ(อินเล)-พุกาม-ย่างกุ้ง ของผู้ใหญ่ 8700 บาท ของเด็กต่ำกว่า 12 ปี 7800 บาท

ขอบอกก่อนว่า สายการบินเกือบทุกสายของพม่า มีมาตราฐานการบินต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ บริษัทประกันภัยรายใหญ่ต่างๆทั่วโลกไม่รับประกันสายการบินไหนๆของพม่า

แปลว่า ถ้าเครื่องบินที่เรานั่งตก ตายเปล่าค่ะ



ล่วมยาและอาหาร
เที่ยวพม่ากับเด็กๆนั้น ขอให้เตรียมหยูกยาไปให้ครบ งานนี้ห้ามหวังน้ำบ่อหน้าเป็นอันขาด ยาที่เตรียมไปให้ลูกคือ ยาแก้ท้องร่วงฉับพลันแบบน้ำของเด็กชื่อ Disento ยาแก้ปวดแก้ไข้ พาสเตอร์ปิดแผล ยาปฎิชีวนะที่เป็นผงๆไว้โรยแผลสด

เนื่องจากลูกคนนี้ของเรากินอาหารยากแบบติดทีมโอลิมปิค พ่อมันเลยเตรียมอาหารของลูกไป 1 กระเป๋าเต็มๆ มีพีนัทบัตเตอร์ แยม เอาไว้ทำแซนวิชให้ลูกกินถ้ามันกินอาหารท้องถิ่นไม่ได้ ทูน่ากับแครกเกอร์เป็นอาหารขบเคี้ยว คุ้กกี้กรอบ นมสดแบบยูเอชทีซึ่งไปพม่า10วันไม่เคยเห็นขายที่ไหนเลย ถ้าคุณพาเด็กๆไปเที่ยวพม่าควรเตรียมของกินไปด้วยพอประทัง บอกแล้วว่างานนี้อย่าหวังน้ำบ่อหน้าเป็นอันขาด
Photobucket



หนังสืออ้างอิง
ไปพม่าให้สนุกควรจะเตรียมตัวเราด้วยการอ่านหนังสือเกี่ยวกับพม่าไปด้วย จะได้ดูสถานที่วัดวาอารามต่างๆอย่างมีความหมาย และมีอรรถรสมากขึ้น


*หนังสือเล่มแรกที่เราแนะนำคือ “พม่าเสียเมือง” ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ ปราโมช ท่านเขียนไว้ด้วยภาษาที่อ่านง่ายและสนุกมาก เป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆซึ่งนำมาถึงการล่มสลายของระบบจักรวรรดินิยมในพม่า


เล่มที่สองที่เราชอบมากๆเช่นกันคือ “เที่ยวเมืองพม่า”พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเสด็จเยือนพม่าในปีพ.ศ 2478(คือปีคศ. 1935 ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง 4 ปี) หนังสืออ่านสนุกและได้ความรู้มากๆสมแล้วกับที่ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นปราชญ์ มีรูปสวยๆมากมายโดยเฉพาะรูปของพระราชวังมัณฑะเลย์ของเดิม งามมากเหนือสิ่งอื่นใด (พระราชวังมัณฑะเลย์ถูกฝ่ายพันธมิตรทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 จนไฟไหม้หมดไม่เหลือเลย)
Photobucket


The Burmah โดย Noel F. Singer เป็นหนังสือภาษาอังกฤษที่รวบรวมภาพถ่ายเก่าๆของพม่าในช่วงปีคศ.1855 ถึง1925 ไว้อย่างดีเยี่ยม เช่นรูปถ่ายพระราชวังมัณฑะเลย์เดิมซึ่งถูกไฟไหม้หมดสิ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง ภาพชาวพม่าในชุดแต่งกายต่างๆ เราซื้อไว้นานมากเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วที่เอเชียบุ้ค กลับไปเมืองไทยครั้งนี้ก็ยังเห็นมีขายอยู่
Photobucket

รูปข้างในเล่ม "The Glass Palace" ในพระราชวังมัณฑะเลย์เดิม งามหาที่เปรียบมิได้ โดนไฟไหม้วอดไปหมดแล้ว
Photobucket

วัดชเวมอดอ เป็นสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมในพระราชวังมัณฑะเลย์ที่ยังหลงเหลืออยู่
เป็นที่ประทับของพระเจ้ามินดง เมื่อพระเจ้ามินดงสวรรคต พระเจ้าสีป่อโปรดเกล้าฯให้รื้อมาถวายวัดนอกกำแพงวัง จึงรอดมาได้
Photobucket


"ราชบัลลังก์พม่า วาระสุดท้ายของระบบกษัตริย์" งานเขียนของศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียร พันธรังสี ราชบัณฑิต เล่มนี้เราเพิ่งซื้อมาอ่านก่อนไปพม่าไม่นาน อ่านสนุกมากพอๆกับ"พม่าเสียเมือง"ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ แต่ละเอียดกว่า มีการบรรยายเรื่องเหมือนหนังสืออ่านเล่นมากกว่า
Photobucket


"ท่องแดนเจดีย์ไพรในพุกามประเทศ"ของธีรภาพ โลหิตกุล ซึ่งเราว่าดีใช้ได้เลย ไม่ได้เขียนเกี่ยวกับพุกามอย่างเดียวแต่รวมไปถึงย่างกุ้งและเมืองต่างๆในพม่าด้วย
Photobucket


"พุกาม-การก่อรูปของสถาปัตยกรรมจากก้อนอิฐแห่งศรัทธา"ของ เกรียงไกร เกิดศิริ เป็นหนังสือที่อ่านยากอยู่สักหน่อยถ้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมมาก่อน(อย่างเรา) แต่อ่านแล้วไปเที่ยวพุกามสนุกขึ้นอีก 5 เท่า เพราะดูเจดีย์ต่างๆแล้วเข้าใจว่า สร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรมแบบไหน สมัยไหน
Photobucket


อีกเล่มที่ขาดเสียไม่ได้คือ Lonely Planet's Burma แต่ขอบอกว่าควรจะใช้วิจารณญาณ(สะกดยังไง)ในการอ่าน แล้วจะเล่าให้ฟังนะว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไง


การแลกเงิน


พม่ามีเงินสกุลประจำชาติคือ"จั๊ต" แต่เนื่องจากการบอยคอตการปกครองแบบทหารของประเทศต่างๆทั่วโลก รัฐบาลทหารของพม่าต้องการเงินดอลล่าร์ค่อนข้างมาก

เพราะฉะนั้น เวลาซื้อตั๋วเครื่องบิน จ่ายค่าโรงแรม จ่ายค่าผ่านประตูเข้าชมสถานที่สำคัญต่างๆ จะต้องจ่ายเป็นยูเอสดอลล่าร์

ที่พม่าไม่มีเอทีเอ็ม บัตรเครดิตใช้ได้ในโรงแรมห้าดาวบางโรงแรมเท่านั้น (เสียค่าเซอวิสชาร์ช 5 เปอเซ็นต์)

เพราะฉะนั้น จะไปพม่าต้องคำนวนดีๆว่าต้องใช้เงินเท่าไร แล้วไปแลกเป็นเงินดอลล่าร์ไว้ อย่าลืมเผือเหลือเผื่อขาดไว้ด้วย

เงินดอลล่าร์ที่แลก ต้องแลกเฉพาะธนบัตรใหม่เอี่อมอ่องเท่านั้น ถ้ามีรอยยับหรือรอยพับ คนพม่าจะไม่รับหรือไม่ก็แลกได้เรทที่ต่ำกว่าธรรมดา

เวลาแลกเงินดอลล่าร์ที่เมืองไทยก่อนไปพม่า อย่ารับแบ็งค์ที่มี serial number ขึ้นต้นด้วย CB หรือ HB คนพม่าจะไม่รับเลยพราะมีการแปลงปลอมเยอะ

เอาล่ะพร้อมแล้ว ไปเที่ยวพม่ากันได้แล้วค่ะ














Create Date : 27 มกราคม 2552
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2552 2:08:14 น. 13 comments
Counter : 2702 Pageviews.

 
มารออ่านค่ะ


โดย: Off IP: 65.82.240.14 วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:3:48:58 น.  

 
ไม่ชอบรัฐบาลพม่าเหมือนกันค่ะ เลยไม่เลือกไปเที่ยวพม่า

แต่พออ่านแล้วอยากไปบ้าง รออ่านต่อค่ะ


โดย: ตกตะกอน วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:6:00:00 น.  

 
เคยดูหนังเกี่ยวกับพม่าบ่อย ๆ แต่ไม่เคยได้อ่านหนังสือแบบนี้เลยค่ะ เป็นอีกประเทศหนึ่งที่อยากไปเที่ยวไม่น้อยกับกัมพูชาค่ะ ขอบคุณข้อมูลที่บอกเล่าแบ่งปันกัน หากมีโอกาสได้ไปเที่ยวพม่าเมื่อไหร่ จะแวะมาเก็บข้อมูลจากบล็อกของคุณค่ะ

เรื่องระลึกชาตินี่ยีนส์เห็นด้วยนะคะ ความรู้สึกผูกพันกับสิ่งที่ก่อเกิดในชาติปางก่อนเราสัมผัสได้ที่ดวงจิต สถานที่บางแห่งที่เราไปสัมผัสในชาตินี้ เรากลับมีความรู้สึกเหมือนเคยได้มาแล้ว แต่ไม่รู้ตอนไหน

ไว้ว่าง ๆ จะแวะมาอ่านนะคะ ชอบเรื่องแบบนี้ค่ะ


โดย: roslita วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:7:25:16 น.  

 
หุๆ สงสัย กิ่งไม้ไทย ก็คงมีกรรมสัมพันธ์ กับพม่า เหมือนกัน เลยได้ไป ทำบุญ ทำกิจกรรมกับวัดพม่าบ่อยๆ จนพระพม่าจำเราได้ดีเลย


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 29 มกราคม 2552 เวลา:12:06:37 น.  

 
รออ่านเลยค่ะ พี่แอน เพราะว่าจะพาเด็กๆ ไปช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ปีนี้พอดี ได้อ่านของพี่ก่อนจะได้เตรียมตัวถูก


โดย: *พิณ* วันที่: 29 มกราคม 2552 เวลา:20:04:58 น.  

 
รออ่านค่ะกำลังสนุกเลย


โดย: พีบี IP: 124.120.166.203 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:36:08 น.  

 
คอมหน้าจะอ่านให้ฟังนะคะได้โปรด


โดย: อ้ม IP: 125.25.86.0 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:45:28 น.  

 
สมัคสมาชิกยังไงค่ะ


โดย: อุ้ม IP: 125.25.86.0 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:49:05 น.  

 
โกรธแล้วน่ะคะ!เชอะ!ยังไงก็ขอร้องน่ะคะขอร้องน่ะคะสมัคยังไง


โดย: อ้ม IP: 125.25.86.0 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:55:35 น.  

 
คนไหนจะตอบกอนน่ะอยากรู้จัง


โดย: อุ้ม IP: 125.25.86.0 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:58:26 น.  

 
เยี่ยมไปเลยครับผม...


โดย: bite25 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:49:20 น.  

 
อยากทราบว่าค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศพม่าจะซื้อได้ยังไงคะ


โดย: หนุ่ย IP: 119.31.7.227 วันที่: 20 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:03:40 น.  

 
มั้ยมีที่จะปัยกันเหรองัยขนาดบ้านเรายังเถื่อนขนาดนี้
แล้วปัยทางนู้นมันจะมั้ยเสี่ยงเกินปัยเหรอครับ


โดย: แสบ IP: 223.207.16.16 วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:12:13:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 51 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.