Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
24 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
ขอแนะนำห้องสมุด และร้านหนังสือที่เราไปบ่อยๆ

เราใช้หลายที่เลยค่ะ แต่ละที่ถ้าเทียบกับการลงคอร์สสอนภาษาฯ ซึ่งคอร์สนึงอย่างต่ำก็ 3000 บาท แล้วค่าสมัครถูกกว่ากันเยอะค่ะ

1. ศูนย์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง I-ZONE ที่ British Council

เราสมัครเป็นสมาชิกของ I-ZONE ที่ British Council สำหรับบุคคลทั่วไป ปีละ 1,300 บาท ถ้าเป็นนักเรียน นักศึกษา ก็ปีละ 850 บาท แล้วถ้าเรียนที่ British Council อยู่ก็จะได้เป็นสมาชิกฟรีค่ะ ที่นี่เป็นแหล่งความรู้หลักของเราเลยค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าแพง เพราะปกติไม่ได้เสียเงินสมัครเป็นสมาชิกห้องสมุดที่ไหน แต่ขอเน้นว่าคุ้มมากๆ ค่ะ จะไปลองอ่านหนังสือดูก่อนก็ได้ว่าถูกใจมั้ย หรือจะลองสมัครราย 3 เดือน 6 เดือน ก็ได้ค่ะ

ที่นี่มีทั้งหนังสือ, ชุดหนังสือเรียนประกอบเทปหรือวิดีโอหรือ CD, นิตยสาร, หนังสือและแบบฝึกหัด IELTS, หนังสืออ่านเล่นทั้งแบบมีและไม่มีเทป, CD, คอมพิวเตอร์สำหรับฝึกภาษาอังกฤษ มีโปรแกรมมากมายให้ฝึกภาษา จะไปหยิบ DVD มาดูที่คอมพิวเตอร์ก็ได้ ชุดหนังสือเรียนนั้น จะมีทั้งหนังสือเรียน คู่มือครู workbook และ เทปหรือวิดีโอหรือ CD ด้วยค่ะ ในคู่มือครูจะอธิบายว่าแต่ละบทควรเรียนอย่างไร คำอธิบายบทเรียน และมีเฉลยแบบฝึกหัดด้วย

หนังสือ หนังสือประกอบเทปหรือซีดี สามารถยืมได้ถึง 4 สัปดาห์เลยค่ะ, หนังสือหรือ สื่อสำหรับเตรียมสอบ IELTS สามารถยืมได้ 2 สัปดาห์ ถ้าใครจะสอบ IELTS จะลองฝึก speaking กับ Advisor ก็ได้นะ หนังสืออ่านเล่นที่นี่มีเยอะ และมีแบบฝึกหัดสำหรับหนังสืออ่านเล่นแต่ละเรื่องด้วย อ่านไปฟังเทปไปก็ได้นะ มีมุมเครื่องเล่นเทปให้ค่ะ อ่านหนังสือเบื่อๆ ลงมาดู BBC ที่ชั้น 1 ก็ได้นะคะ มีนิตยสารใหม่ๆ, เอกสารการท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร, ข้อมูลการศึกษาต่อสหราชอาณาจักรแบ่งตามมหาวิทยาลัยให้เลือกศึกษามากมาย จะสอบถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ค่ะ ทุกคนใจดีและยินดีให้บริการ

เว็บไซต์:

//www.britishcouncil.org/th/thailand-info-izone-resources.htm

2.ห้องสมุดมหาวิทยาลัย

ตอนนี้เป็นศิษย์เก่าแล้ว ก็เลยต้องเสียค่าสมาชิกรายปี แต่จะว่าไปก็คุ้ม เพราะหนังสือเยอะ ทั้งใหม่และเก่า ประหยัดค่าหนังสือไปได้เยอะ และที่ห้องสมุดนี้ก็มีศูนย์โสตฯ ด้วย ซึ่งที่ศูนย์โสตฯ มีภาพยนตร์, สารคดี, วิดีโอสอนภาษาอังกฤษ มีให้เลือกเยอะมากๆ ไม่ว่าจะภาพยนตร์เก่า หรือภาพยนตร์ออกใหม่ก็มีให้ยืมดู

3. ห้องสมุด AUA

เนื่องจากที่นี่คือสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา จึงเหมาะมากกับคนที่จะไปเรียนต่ออเมริกาหรือสนใจเกี่ยวกับประเทศอเมริกาค่ะ

การอ่านหนังสือในห้องสมุด AUA ถึงไม่สมัครสมาชิกก็ได้ ก็เข้าไปอ่านได้ค่ะ แต่ยืมออกไม่ได้นะ ถ้าอยากยืมต้องสมัครสมาชิกและชำระเงินค่าประกันหนังสือ

ในห้องสมุดมีหน่วยแนะแนวการศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย มีเอกสาร แผ่นพับ ข้อมูลมหาวิทยาลัยต่างๆ ใน USA เยอะเลยค่ะ

ถ้าชอบดูภาพยนตร์ ที่นี่มีภาพยนตร์ หรือสารคดีของสหรัฐอเมริกาให้เลือกชมแบบที่ศูนย์โสตฯ ค่ะ เสียค่าสมาชิกปีละ 200 บาท เท่านั้น ค่าสมาชิกทั้งปี ถูกกว่าซื้อ DVD บางเรื่องอีก

ที่ AUA มี Student Learning Center คล้ายๆ I-ZONE ของ British Council ค่ะ ที่นี่มี Conversation Hour ด้วยนะคะ คุยกันทั้งนักเรียนและอาจารย์ชาวต่างชาติค่ะ

ดูรายละเอียดได้จาก URL ข้างล่างค่ะ

//www.auathailand.org/slc/index.html

เว็บไซต์ FAQ ของห้องสมุด AUA:
//www.auathailand.org/library/faqth.asp

4. ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือศูนย์หนังสือจุฬาฯ นั่นเอง

เรามักจะไปสาขาสยามสแควร์ เพราะอยู่ติดกับ British Council จ้ะ ถ้าจะหาหนังสือภาษาไทยอยู่ชั้น 1 ส่วนหนังสือจากต่างประเทศอยู่ชั้น 2 จ้ะ โซนหนังสืออ่านเล่น เล่มเล็กๆ ที่ชั้น 2 มีที่ให้นั่งอ่าน หลายๆ คนก็ไปอ่านกันตรงนั้นค่ะ เราก็มักจะไปดูหนังสือบ่อยๆ บางสำนักพิมพ์ไม่ดัง แต่พิมพ์ตำราออกมาดี ก็มีนะ หรือถ้าสงสัยก็ถามพี่ๆ ได้ค่ะ พี่เค้าเชี่ยวชาญอยู่แล้ว หรือถ้าเล็งหนังสือเล่มไหนไว้ โทร.ไปสั่งจองไว้ก่อน แล้วค่อยไปซื้อก็ได้ จะได้รู้ว่าที่สาขานั้นมีหนังสือรึเปล่า และช่วยประหยัดเวลาเดินหาหนังสือเอง โดย
ส่วนตัว เรามักจะหาหนังสือจากทางเว็บไซต์ก่อนจ้ะ แล้วค่อยไปที่ศูนย์หนังสือ

เว็บไซต์:

//www.chulabook.com/cgi-bin/main/2007/home.asp

5. ร้าน Kinokuniya

สาขาที่เราไปประจำก็สาขาสยามพารากอน นี่แหละค่ะ สะดวกดี เสร็จจากอ่านหนังสือก็แวะไปดูหนังสือ มีให้เลือกเยอะมากๆ มีที่ให้นั่งอ่านได้สบาย แต่ที่นั่งน้อยไปหน่อย ไปทีไรเห็นหนอนหนังสือทั้งไทยและเทศ เอาบันไดสำหรับปีนหยิบหนังสือไปเป็นเก้าอี้นั่งอ่านกัน บางทีหนังสืออยู่สูงต้องใช้บันได ไปเจอบางงคนอ่านอย่างขะมักเขม้นมากจนไม่กล้าไปขอบันไดเลย ต้องรอเค้าอ่านเสร็จค่อยไปหยิบบันได

ถ้าเล่มไหนห่อพลาสติกไว้ อยากลองอ่านดูเพื่อตัดสินใจว่าจะซื้อดีหรือไม่ ก็นำไปให้เจ้าหน้าที่แกะพลาสติกออกได้เลยค่ะ บางเล่มตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว เลยไม่ได้ให้แกะ เจ้าหน้าที่ยังเสนอจะแกะให้ด้วย

ถ้าหาหนังสือไม่เจอจะถามเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ก็ได้นะคะ เค้าจะพาเราไปที่ชั้นหนังสือหาจนกว่าจะได้เลยค่ะ หรือจะกดหาเองที่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้ เมื่อหาหนังสือเจอแล้ว เราสามารถสั่งพิมพ์ออกมาได้ค่ะ จะมีข้อมูลรายละเอียดหนังสือ และชั้นวางหนังสือ ถ้าไม่มีแต่เราอยากได้หรือมีอยู่ที่สาขาอื่น ก็เอาใบนี้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ให้เค้าจัดการให้ค่ะ จะหาทางอินเตอร์เน็ตตาม URL ข้างล่างก็ได้ค่ะ


6. B2S

สาขาที่เราไปก็คือสาขา Central World ค่ะ ที่นี่เป็นร้านหนังสือ 1 ใน 3 แห่งที่เราชอบไป ที่นี่นอกจากอ่านหนังสือ เลือกหนังสือ นั่งกินกาแฟแล้ว ยังมีห้องผลิตหนังสือเสียงบีทูเอส เพื่อคนตาบอดด้วยค่ะ ถ้าใครพอมีเวลา ก็ไปอ่านกันนะคะ ถ้าไปครั้งแรกเจ้าหน้าที่จะแนะนำเกี่ยวกับการอ่านและการใช้คอมพิวเตอร์ในห้องบันทึกเสียงค่ะ หลายคนเป็นขาประจำก็จะจองห้องไว้ก่อน เราอาจจะต้องรอรอบถัดไป ถ้าไม่แน่ใจก็โทร.ไปก่อนก็ได้ค่ะ เบอร์ 02-646-1270-3 ต่อ 365 หรือ 02-646-1274



Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 20:29:50 น. 3 comments
Counter : 2667 Pageviews.

 
Amata อมตะ


โดย: Amata อมตะ (mlmboy ) วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:16:23:50 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ Amata อมตะ (mlmboy)



โดย: Flowery วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:12:27:25 น.  

 
แวะมาเก็บความรู้และเวบดีๆๆครับ


โดย: Tong (narongm1 ) วันที่: 4 มกราคม 2552 เวลา:8:01:51 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Flowery
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




Flowery รักการเขียน รักการเรียนรู้ รักภาษาอังกฤษ รักการแปล และรักที่จะแบ่งปันประสบการณ์ความรู้


Friends' blogs
[Add Flowery's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.