Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
23 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
ภาพยนตร์ไทย


ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
กำเนิดภาพยนตร์ไทย


หลังจากที่กรุงเทพฯ ภาพยนตร์บริษัทสร้างภาพยนตร์เรื่อง ใครเปนบ้า เสร็จในปี พ.ศ. 2471 จู่ ๆ ก็ยุติการสร้างภาพยนตร์ไปเฉย ๆ สร้างความแปลกใจแก่ วงการภาพยนตร์ช่วงนั้นเป็น อย่างมากว่า เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทท ี่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิก อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย เป็นรายแรก...จะ มีสักกี่คนที่ล่วงรู้ว่าการเงียบหาย ไปของกรุงเทพฯ ภาพยนตร์บริษัท คือการแผ้วถางทาง ไปสู่การบุกเบิกอุตสาหกรรม ภาพยนตร์แนวใหม ่ของเมืองไทย อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย




ย้อนกลับมาในปี พ.ศ. 2470 ขณะที่คนไทยกำลังตื่นเต้นอยู่กับ ภาพยนตร์ฝีมือคนไทยที่กำลัง ทยอยออกฉายอยู่นั้น ข้ามทวีปไปยังประเทศอเมริกา ประชาชนที่นั่นก็กำลังตื่นเต้นกับ ภาพยนตร์เรื่อง The Jazz Singer ภาพยนตร์เสียงในฟิล์ม เรื่องแรก ที่คิดค้นและพัฒนา โดยนายลี เดอ ฟอร์เรสต์ (Lee De Forrest) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ความสำเร็จของภาพยนตร ์เรื่องนี้ไม่เพียง สร้างรายได้มหาศาล ให้แก่บริษัทฟอกซ์เจ้าของ เท่านั้นหากยังเป็น จุดเริ่มต้นของ ประวัติศาสตร ์ภาพยนตร์เสียง อีกด้วย






เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2471 คนไทยก็มีโอกาสรู้จัก กับภาพยนตร์จากสิงคโปร ์ที่ชื่อบริษัท 'โฟโนฟิล์ม (สิงคโปร์) จำกัด' เดินทางเข้ามา ในสยามเพื่อติดต่อขอเช่า โรงภาพยนตร์ของบริษทภาพยนตร ์พัฒนากรสำหรับจัดฉาย ภาพยนตร์เสียง ประชาชนที่ได้ทราบข่าว ต่างเดินทางมายัง โรงภาพยนตร์พัฒนากร เป็นจำนวนมาก จนทำให้คณะ ฉายหนังจากสิงคโปร ์ตัดสินใจเช่าโรงภาพยนตร ์ของบริษัทภาพยนตร์พัฒนากร เพิ่มอีกหนึ่งโรง แล้วฉายติดต่อกันไป เป็นเวลาเกือบ 2 อาทิตย์ ก่อนที่จะกลับประเทศไป ทิ้งให้ผู้ชมต้องกลับมา ชมภาพยนตร์เงียบกันอีกครั้ง



สำหรับผู้ชมทั่วไป การกลับไปของ คณะฉายภาพยนตร์จากสิงคโปร์ อาจทำให้พวกเขาค่อย ๆ ลืมเลือนภาพยนตร์เสียง ไปในที่สุด แต่สำหรับ พี่น้องวสุวัต แห่งกรุงเทพฯ ภาพยนตร์บริษัทนั้น การได้ชมและ ฟังภาพยนตร์เสียง ถือเป็นการเปิดหูเปิดตา ต่อประดิษฐกรรมใหม ่ในโลกภาพยนตร์ ทำให้ทั้งสองเบนไปทุ่มเทความสนใจ ทั้งหมดแก่การศึกษา ภาพยนตร์เสียง อย่างจริงจัง


อย่างไรก็ตาม พี่น้องวสุวัต มีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ภาพยนตร์เสียงจาก ในตำราเท่านั้น แต่ไม่มีโอกาสที่จะ ทดลองปฏิบัติจริง ๆ จนกระทั้งเดือนมีนาคม พ.ศ. 2472 เมื่อได้มี คณะถ่ายภาพยนตร์เสียง ประเภทข่าว จากประเทศอเมริกา ชื่อ บริษัทฟอกซ์มูวีโทนนิวส์ (Fox Movietone News) เดินทางเข้ามาถ่ายทำ ภาพยนตร์ข่าวเบ็ดเตล็ด ในสยาม โดยในการนี้ หลวงกลการเจนจิต ซึ่งเป็นหัวหน้าช่างถ่ายภาพยนตร์ ของกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว ได้เข้าไปอำนวยความสะดวก ให้แก่คณะถ่ายทำกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด จึงได้ถือโอกาสดึงพี่น้องคนอื่น ๆ เข้าไปเรียนรู้ การถ่ายทำภาพยนตร์เสียง ด้วย


ภาพยนตร์เสียงเรื่องแรกของคนไทย

หลังจากร่วมงานกันเป็น เวลาพอสมควรทำให้ พี่น้องวสุวัต กับคณะถ่ายทำของ บริษัทฟอกซ์มีความสนิทชิดเชื้อกันมาก ดังนั้นก่อนจะเดินทางกลับ คณะถ่ายทำ ของบริษัทฟอกซ์จึงได้ ให้พี่น้องวสุวัตยืมอุปกรณ์ถ่ายทำ ภาพยนตร์เสียงของตนไปทดลองถ่ายดู พี่น้องวสุวัตได้นำไปทดลอง ถ่ายภาพยนตร์ขนาดสั้น 2 เรื่อง ได้แก่ ภาพยนตร์บันทึกการแสดงจำอวดของ คณะนายทิ้ง มาฬมงคล และนายอบ บุญติด และการแสดงเดี่ยวซอสามสาย และจะเข้โดยพระยาภูมี เสวิน และนางสนิทบรรเลงการ อย่างไรก็ตามเมื่อถ่ายทำเสร็จ พี่น้องวสุวัต ก็ไม่สามารถที่จะทดลองฉาย ดูผลในเมืองไทยได้ เนื่องจากขณะนั้น เมืองไทยยังไม่มีเครื่องฉายภาพยนตร์เสียง จึงต้องนำไปทดลองฉายที่สิงคโปร์แทน

เมื่อกลับมาเมืองไทย พวกเขาจึงลงมือดัดแปลง เครื่องฉายภาพยนตร์เงียบ ให้เป็นเครื่องฉายภาพยนตร์เสียง และดัดแปลงสร้าง กล้องถ่ายภาพยนตร์เงียบให้กลายเป็น กล้องถ่ายภาพยนตร์เสียง โดยใช้อุปกรณ์บางอย่างที่ คณะถ่ายทำของบริษัทฟอกซ ์ให้ได้ไว้ก่อนกลับประเทศ

ในที่สุดพี่น้องวสุวัต ได้ประเดิมใช้เครื่องฉาย ใหม่นี้ด้วยการฉายภาพยนตร์เสียง 2 เรื่องที่เคยถ่ายไว้ในปีที่แล้ว ถวายให้สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทอดพระเนตร ณ พระตำหนักเปี่ยมสุขหัวหิน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2473 หลังจากนั้นอีก 3 วัน พี่น้องวสุวัตจึง ได้ทำเครื่องฉายและภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องขึ้นมาเพื่อ ให้ประชาชนทั่วไป ได้ชมกันที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร กรุงเทพฯ สร้างความตื่นเต้นแก่ ผู้ชม จำนวนมากทั้งชาวไทย และต่างประเทศ ไม่แพ้เมื่อคราวท ี่คณะฉายภาพยนตร์เสียง จากสิงคโปร์นำ ภาพยนตร์เสียง มาฉายให้ดูกัน

หลังจากนั้นพี่น้องวสุวัต ก็ได้ดัดแปลงเครื่องฉายภาพยนตร์เงียบ เป็นเครื่องฉายภาพยนตร์เสียง ให้แก่โรงภาพยนตร์ทั่วไปในกรุงเทพฯ จนทำให้มีรายได้พอ จะนำมาขยายกิจการสร้างภาพยนตร ์ของตนอย่างจริงจังต่อไป ออย่างไรก็ตาม พี่น้องวสุวัตยังคงมีพันธะ ที่จะต้องสานต่อ นั่นก็คือ การเดินหน้าประดิษฐ์ ์กล้องถ่ายภาพยนตร์เสียง ให้สำเร็จ ซึ่งกว่าจะบรรลุผล ได้ก็เป็นเวลาอีกหนึ่งปีต่อมา






ภาพยนตร์เสียงเรื่องแรก ที่พี่น้องวสุวัต ประเดิมถ่ายทำได้แก่ภาพยนตร์ข่าว สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณ ีเสด็จนิวัต พระนคร เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2474 ต่อมาภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ออกฉาย สู่สาธารณะที่ โรงภาพยนตร์พัฒนากร ในวันที่ 7ธันวาคม พ.ศ. 2474 ได้รับความชื่นชม จากประชาชนเป็นจำนวนมาก ผลพวงจากความสำเร็จครั้งน ี้ทำให้พี่น้องวสุวัต ซึ่งขณะนั้นเรียกชื่อ กิจการสร้างภาพยนตร์ของพวกตน เป็นทางการว่า 'บริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุง' ได้ตัดสินใจ หวนกลับมาสู่ วงการภาพยนตร์อีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปกว่า 4 ปี

บริษัทไทยฟิล์ม : คู่แข่งสำคัญของศรีกรุง

แม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะดูเหมือนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบรัษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุงแต่เพียงบริษัทเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุงจะปราศจากคู่แข่ง ในขณะนั้นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในวงการภาพยนตร์เสียงด้วยกันก็คือ 'บริษัทไทยฟิล์ม'


บริษัทไทยฟิล์มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2481 จากการรวมกลุ่มของอดีตนักเรียนนอกที่มีความรักในภาพยนตร์ ประกอบด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล นายพจน์ สารสิน และนายประสาท สุขุม โดยเฉพาะนายประสาท สุขุม นั้นได้เคยไปเรียนวิชาถ่ายภาพยนตร์จากอเมริกา และมีฝีมือเป็นที่ยอมรับ ถึงกับได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกสมาคมช่างถ่ายภาพยนตร์แห่งอเมริกา (American Society of Cinematographer : ASC) บริษัทไทยฟิล์มได้ประเดิมสร้างภาพยนตร์เรื่อง ถ่านไฟเก่า เป็นเรื่องแรก หลังจากนั้นได้สร้างภาพยนตร์ตามมาอีก 2 เรื่องเท่านั้น ได้แก่ แม่สื่อสาว (พ.ศ. 2481) และ วันเพ็ญ (พ.ศ. 2482) ก่อนที่จะยุติบทบาทลงเนื่องจากประสบภาวะขาดทุนและได้ขายกิจการและโรงถ่ายให้แก่กองทัพอากาศไปใน พ.ศ. 2483 ภาพยนตร์ของบริษัทไทยฟิล์มคล้ายกับของบริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุง คือมักมีเพลงเป็นตัวชูรส บางเพลงจากภาพยนตร์ของไทยฟิล์ม เช่น 'บัวขาว' และ 'ลมหวล' ยังคงเป็นที่นิยมมาจนปัจจุบัน






นอกจากต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างบริษัทไทยฟิล์มแล้ว บริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุงยังต้องแข่งขันกับกลุ่มผู้สร้างหนังพากย์ ซึ่งเกิดขึ้นจำนวนมากหลังจากยุคภาพยนตร์เงียบ เมื่อภาพยนตร์เสียงเริ่มเข้ามาสู่ตลาดภาพยนตร์เมืองไทย เงื่อนไขในเรื่องเงินทุนทำให้พวกเขาไม่สามารถทำภาพยนตร์เสียงได้ จึงหาทางออกด้วยการยังคงรูปแบบการถ่ายทำแบบภาพยนตร์เงียบ แต่อาศัยการพากย์สดซึ่งพัฒนามาจากการบรรยายข้างจอที่นิยมกันมากในช่วงที่ภาพยนตร์เสียงเข้ามาแย่งตลาดหนังเงียบในเมืองไทยใหม่ ๆ การพากย์นี้เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ชมมาก โดนเฉพาะถ้าได้นักพากย์ฝีปากเอกที่มีลีลาการพากย์สนุกสนานเร้าใจ หนังพากย์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้ชมจำนวนมากโดยเฉพาะผู้ชมระดับล่างเลือกชมไม่แพ้ภาพยนตร์เสียง และความนิยมนี้ต่อมาได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นวัฒนธรรมหนังพากย์ 16 มม. ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 2490 แล้วดำเนินการต่อเนื่องไปกว่า 2 ทศวรรษ





Create Date : 23 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 9 ธันวาคม 2550 5:15:07 น. 0 comments
Counter : 946 Pageviews.

land_scape_man
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Google
Friends' blogs
[Add land_scape_man's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.