เสพภาพยนตร์เป็นจานหลัก พักสายตาฟังเจป๊อบเป็นจานรอง ให้อาหารสมองด้วยโดระมะ แปลเนื้อเพลงญี่ปุ่นเป็นงานอดิเรก
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
11 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
Gokusen The Movie (AKA. ごくせん The Movie) งานคืนสู่เหย้านักเรียนห้อง 3D


รู้สึกว่าจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของวงการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นไปเสียแล้ว ที่ต้องเอาละครที่ประสบความสำเร็จมาสร้างภาคต่อเพื่อเก็บตังค์เนื้อ ๆ จากผู้ชมทั่วประเทศ สำหรับ Gokusen หรือ "ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู" ละครที่สร้างมาแล้วถึงสามภาค บวกกับภาคพิเศษของแต่ละภาคอีก ก็ไม่รู้ว่าจะเหลืออะไรมาเป็นหนังอีก...


ตอนเดินเข้าโรงหนังก่อนที่หนังจะฉายก็พบว่า คนส่วนใหญ่ที่ไปดูจะเป็นบรรดาสาว ๆ ไม่ก็ลากแฟนมาดู ทำให้เพิ่งจะมานึกขึ้นได้ว่า จริง ๆ ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ คงจะไม่ใช่คุณครู "ยังคุมิ" ที่รับบทโดย นาคามะ ยูกิเอะ แต่อย่างใด แต่จุดเรียกลูกค้าของละครแต่ละภาคจริง ๆ คือเหล่าบรรดาลูกศิษย์ในที่ปรึกษาตัวแสบทั้งหลายทั้งแหล่ ซึ่งแต่ละภาคก็จะรับบทโดยบรรดานักร้องบอยแบนด์ หรือพวกนายแบบวัยรุ่นดัง ๆ ในช่วงที่ออกอากาศ


(ส่วนตัวมีจุดหนึ่งที่รู้สึกตะหงิด ๆ ตั้งแต่เห็นผ่าน ๆ ตอนที่ฉายช่องเจ็ดว่า ทำไมหนึ่งในนักแสดงที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นอย่างเจ๊ยูคิเอะ ถึงได้มาแต่งหน้าทำผมซะหมดสวยขนาดนี้ แถมพยายามทำหุ่นให้ไม่ดีเท่ากับเวลาเจ๊แกถ่ายโฆษณาอีก)


ก่อนที่จะไปดูหนังเรื่องนี้ก็ตัดสินใจอยู่ว่า การที่จำกัดการดูหนังในโรงได้แค่เดือนละหนึ่งเรื่องนั้น เดือนนี้จะเสียให้กับเรื่องไหนดี บอกตรง ๆ ว่าละครเรื่องนี้ภาคสามที่เพิ่งออกอากาศไปเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว เป็นภาคที่ดูสนุกน้อยที่สุด บวกกับหลายเรื่องที่หนังที่สร้างเป็นภาคต่อจากละครก็สู้ละครไม่ได้ ถึงสนุกไม่แพ้กันก็มักจะไม่ใช่หนังที่ดี แต่สุดท้ายก็เลือกหนังเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องเดียวที่อยากดูในเดือนนี้เป็นหนังเบาสมอง (อีกเรื่องเป็นหนังของวู้ดดี้ อเลนก็เป็นหนังเหมือนจะตลก แต่คาดว่าคงไม่เบาสมอง...)


ละครเรื่อง "ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู" ทุกภาคเป็นเรื่องของ ยามากุจิ คูมิโกะ หรือ ยังคุมิ ที่พื้นเพเป็นทายาทรุ่นที่สี่ของตระกูลยากูซ่าตระกูลหนึ่ง แต่คุณปู่ของเธอซึ่งเป็นอดีตยากูซ่ากลับอนุญาตให้ทายาทคนเดียวของตระกูล เลือกทางเดินที่ตัวเองต้องการ แต่ไหงเธอเลือกที่จะไปเป็นครูสอนหนังสือเด็กซะนั่น แล้วด้วยความบังเอิญเหลือเกินที่โรงเรียนม.ปลายที่เธอถูกจัดให้ไปสอนหนังสือ กลับให้เธอไปเป็นครูประจำชั้นห้องบ๊วยที่มีแต่นักเรียนอันธพาลที่มีแต่เรื่องทะเลาะวิวาทตลอดเวลา


เสน่ห์ของละครทุกภาคเห็นจะเป็นบุคลิกสองแบบของยังคุมิ ที่ปกติเธอจะเป็นครูสาวบ้า ๆ บอ ๆ พูดจาภาษาละครตลอดเวลา แต่เวลาที่เธอต้องไปจัดการกับปัญหาทะเลาะวิวาทของนักเรียนเธอจะกลายเป็นฮีโร่ผู้ที่มีคุณธรรม แถมสามารถประมือกับนักบรรดานักเลงชายอกสามศอกด้วยตัวคนเดียวได้ เนื่องจากเธอได้รับการฝึกศิลปะการต่อสู้แต่เด็ก รวมถึงความขำขันในแง่ที่เธอต้องปิดบังพื้นเพทางบ้านไม่ให้คนในโรงเรียนรู้ แต่เธอก็ชอบเผลอหลุดภาษายากูซ่าออกมาเวลาอารมณ์ขึ้น


สำหรับหนังภาคนี้เปิดเรื่องด้วยการกลับมาของ โอดางิริ (คาเมะ จากวงKAT-TUN) ลูกศิษย์หัวโจกรุ่นที่สองของยังคุมิ คราวนี้กลับมาในฐานะของครูฝึกสอนหลังจากที่เจ้าตัวนำพาชีวิตตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากจบการศึกษาระดับม.ปลายไปแล้ว แต่ว่าเจ้าตัวก็คงยังมีปมในใจเรื่องทางเดินของชีวิตที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าต้องการจะไปเป็นอะไร


ธรรมเนียมของละครทุกภาคเห็นจะเป็นการเปิดตัวนักเรียนจอมแสบ แต่สำหรับในหนังแม้ว่าจะเสียเวลาหนึ่งชั่วโมงแรกให้กับการรวบรวมความสามัคคีและมิตรภาพของนักเรียนทั้งห้องเหมือน ๆ กับละครตอนที่หนึ่งของทุกภาค แต่หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องของนักเรียนรุ่นที่สามที่เพิ่งจบการศึกษาไปหมาด ๆ


หนังใช้ประโยชน์จากตัวละคร โอดางิริ และนักเรียนรุ่นที่สาม ในแง่การสอนนักเรียนรุ่นที่สี่ของยังคุมิแบบรวบรัด (ในขณะที่ละครต้องใช้เวลาถึงสิบตอน) โดยเฉพาะพวกบรรดาคำสอนของยังคุมิต่อบรรดาลูกศิษย์ตัวแสบในเรื่องของมิตรภาพ ความกล้าหาญ ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน และการปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต บวกกับเธอก็ยังคงเป็นครูที่เชื่อใจลูกศิษย์ของเธอซึ่งผู้ใหญ่คนอื่นมักจะมองไม่เห็นถึงความดีลึก ๆ ในจิตใจของเด็กมีปัญหาเหล่านี้เลย


ตอนดูละครในหนึ่งชั่วโมงแรกก็พาลนึกไปว่าหนังเรื่องนี้คงจะเป็นหนังที่ไม่ต่างอะไรกับเอาละครทีวีมาขึ้นจอใหญ่ แต่ในช่วงครึ่งหลังของหนัง ดูมีความเป็นหนังสำหรับจอใหญ่ขึ้นมาบ้าง แถมดูสนุกและเขียนบทออกมาดูดีทีเดียว แม้ว่ายังคงมีความเป็นสูตรสำเร็จไปบ้าง และก็น่าจะเรียกได้ว่าจริง ๆ แล้วละครเรื่องนี้คงเป็นงานคืนสู่เหย้าของนักเรียนห้อง 3D รุ่นที่สามเสียมากกว่า เพราะด้วยเวลาสองชั่วโมง คงจะไม่สามารถลงประเด็นของตัวละครได้ทั้งหมด และยังมีบรรดานักเรียนรุ่นแรกกับรุ่นที่สองมารับเชิญให้เห็นหน้าเห็นตาเป็นระยะ ๆ


รวม ๆ คือ ไม่น่าผิดหวังอย่างที่คิดไว้แต่แรก คนที่ชอบละครก็คงจะชอบหนังได้ไม่ยากนัก แต่ใครที่อยากมาดูเหล่านายแบบอาจจะต้องเบื่อหน้านักเรียนรุ่นที่สามสักหน่อย เพราะภาคสามเพิ่งออกอากาศไปเมื่อปีที่แล้ว และภาคพิเศษก็เพิ่งออกอากาศไปหมาด ๆ ส่วนนักเรียนรุ่นที่หนึ่งที่เชิญมาได้ไม่มากคาดว่าสาเหตุอาจเป็นเพราะบรรดานายแบบบอยแบนด์เหล่านั้นปัจจุบันมีชื่อเสียงมากเกินกว่าที่จะเชิญมาออกนิด ๆ หน่อย ๆ ได้แล้ว


-------------------------------------------


ขอสักนิด..



สำหรับนาคามะ ยูกิเอะ นักแสดงนำผู้รับบทคุณครูลูกสาวเจ้าพ่อนั้น เธอคือนางแบบเจ้าแม่โฆษณาเรียกได้ว่าไปที่ไหนในญี่ปุ่นก็ต้องเห็นหน้าเธอเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าให้เห็นตลอดเวลา และเท่าที่ดูผลงานภาพยนตร์ (เน้นว่าภาพยนตร์) ที่เธอนำแสดงนั้นไม่ค่อยผิดหวัง ส่วนเรื่องที่ยังไม่เคยดูและอยากดูก็น่าดูมากทีเดียว จึงขอแนะนำให้ลองไปหากันดูดังนี้


O-Oku (AKA. 大奥)



หนังสร้างจากบทประพันธ์ชื่อดัง เคยสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้ว สำหรับเวอร์ชั่นของเจ๊ยูคิเอะ คงจะเป็นเวอร์ชั่นที่งานโปรดักชั่นใหญ่ที่สุด มีนักแสดงมีชื่อเสียงรวมกันมากที่สุด (เรียกว่าระดับเดียวกับสุริโยไทของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้) หนังเกี่ยวกับข้ารับใช้ในวังในของสนมเอกของท่านโชกุนที่เพิ่งจะเสียชีวิตไป แต่ถูกระแคะระคายจากสนมคนอื่น ๆ ในเรื่องที่เธอแอบไปมีชู้


Trick



อันนี้ส่วนตัวยังไม่ได้ดู แต่ดูจากนักแสดงที่เล่นทั้งหมดแล้ว หนังมีนักแสดงแถวหน้าของญี่ปุ่นมารวมกันทั้งนั้น แถมหนังก็ยังเป็นการติดลมมาเป็นภาคต่อจากละครอีกด้วย


I want to be a shell (AKA.私は貝になりたい)




เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูเช่นกัน แต่น่าดูเหลือเกิน หนังนำแสดงโดย นากาอิวงSMAP พิธีกรขาประจำที่ประกบกับเจ๊ยูกิเอะในงานคอนเสิร์ตขาวแดง เนื้อเรื่องคร่าว ๆ เห็นจะเป็นเรื่องของสองสามีภรรยาที่ต้องพรากจากกันด้วยเหตุผลเรื่องการเมือง หรือเรื่องอะไรสักอย่าง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ความน่าดูเห็นจะเป็นที่หนังประพันธ์ดนตรีโดย ฮิซาอิชิ โจ (ผู้ประพันธ์เพลงให้กับหนังของจิบลิ, คิตาโนะ ทาเคชิ, และล่าสุดที่ได้ดูและชอบมาก おくりびと)


Love & Pop



สมัยเจ๊แกยังวัยรุ่น ๆ เลย หนังคล้ายกับเอากล้องวิดีโอตามถ่ายนักเรียนม.ปลายสี่คน เนื้อหาไม่ทราบเหมือนกัน ต้องลองไปดูซะก่อน (เคยเห็นที่ร้านพี่คนนั้นเมื่อสมัยนานมาละ)


แถมอีกนิด....


เห็นตัวอย่างหนังใหม่ของผกก. ALWAYS 三丁目の夕日 น่าดูมากกกกกกก... นำแสดงโดย คุซานางิ ทซึโยชิ (สมาชิกวง SMAP ที่เพิ่งแก้ผ้าแหกปากโวยวายไป) และ อารางากิ ยูอิ หรืองักกี้จังของเรานั่นเอง ฉายประมาณกันยานี้ครับ..


เวปทางการของหนัง ... BALLAD 名もなき恋のうた

Free TextEditor


Create Date : 11 กรกฎาคม 2552
Last Update : 11 กรกฎาคม 2552 23:23:48 น. 2 comments
Counter : 2389 Pageviews.

 
อยากดูเหมือนกัน... ถ้า มันไม่แพง เหอๆ


โดย: ppao at Kobe IP: 61.115.139.148 วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:17:41 น.  

 
รู้สึกว่า จะเป็นคนที่เหมาะกับการใส่กิโมโน

กับการเล่นหนังย้อนยุค

สวยเชียว


โดย: mi-kung IP: 202.12.97.100 วันที่: 25 ธันวาคม 2552 เวลา:13:18:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Filmism
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add Filmism's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.