เสพภาพยนตร์เป็นจานหลัก พักสายตาฟังเจป๊อบเป็นจานรอง ให้อาหารสมองด้วยโดระมะ แปลเนื้อเพลงญี่ปุ่นเป็นงานอดิเรก
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2548
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
10 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
Butterfly Effect and Eternal Sunshine of the Spotless Mind (Spoil)

วันนี้เป็นครั้งแรกสำหรับ blog นี้ที่ผมจะได้เขียนถึงหนังฮอลลีวู้ด จากที่ได้ว่ากล่าวไปในอีก group หนึ่ง แต่ก็ต้องมาย้ำว่า ผมไม่ได้ต่อต้าน หากหนังดีเราก็ว่าดีไปตามเนื้อผ้า

เข้าเรื่องละนะ(ขอออกตตัวว่า เขียนบทความนี้ใส่กระดาษไว้ตั้งแต่ก่อนสมัครบล็อคนี้ ดังนั้นจึงไม่มีอรัมภบทมากมายอะไรนะจ๊ะ)

ในชีวิตคนเรามักจะมีเรื่องราวทั้งดี ทั้งเลวร้ายผ่านเข้ามาในชีวิต หากแต่เรื่องไม่ดีในอดีตมักจะคอยเตือนสติเราอยู่ตลอด ไม่ว่าเราจะไปอยู่แห่งหนใด บางครั้งเราก็อยากจะเปลี่ยนอดีต แต่บางครั้งเราก็อยากเพียงแค่ถึงอดีต เพื่อไม่ให้อดีตมาคอยทำร้ายตัวเราและสิ่งที่จะตามมาในอนาคต

อีวาน(แอชตัน คุชเชอร์)เลือกทางที่จะแก้ไขเหตุการณ์ในอดีต ที่มีผลกับชีวิตของเขาและเพื่อน ๆ ของเขามาโดยตลอด เขาสำนึกผิดที่ตัวเขาทำให้เพื่อน ๆ ของเขาเป็นคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และคนรักของเขาที่จะไปเป็นผู้หญิงหากิน ในขณะที่ตัวเขาเองกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มอนาคตไกล เขาเลือกที่จะกลับไปแก้ไขต้นเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเขาเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ที่ต่อ ๆ มาก็จะสัมพันธ์กับเหตุการณ์เดิม เรื่องราวกลับไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่คิด จริงอยู่ที่คนรักของเขาอาจจะไม่ต้องไปเป็นหญิงหากิน แต่แล้วมันก็กลายเป็นว่าน้องชายของเขากลับเป็นเด็กที่ต้องอยู่ในสถานพินิจเด็ก แถมยังกลับมาเป็นเด็กที่เกลียดพี่ชายตัวเองชนิดฆ่าให้ตายยังได้

อีวานไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขายังตัดสินใจกลับไปแก้ไขต้นเหตุของเหตุการณ์เหล่านั้นหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้ตัวเขาเองกับคนรักได้มีทางชีวิตที่ดีตามที่เขาหวัง แต่เมื่อเขาแก้ไขจุดหนึ่งกลับต้องได้เจอกับสิ่งที่เลวร้ายอีกอย่างหนึ่ง ทำให้เขาต้องเก็บความทรงจำอันเลวร้ายในชีวิตมากกว่าคนอื่น ๆ เพราะทุกครั้งที่เขากลับไปแก้ไขอดีต ตัวเขาเองต้องเดินทางผ่านกาลเวลามาอีกหลายปีจนตัวเขากลับมาอยู่ในจุดที่เขาตัดสินใจกลับไม่แก้ไขอดีต เขาเป็นคนเดียวที่เก็บเรื่องราวที่เลวร้ายต่าง ๆ ในชีวิต

สุดท้ายเขาตัดสินใจยอมเสียสละที่จะเสียความสุขส่วนตัวที่เขากลับไปแก้แล้วแก้อีก โดยการตัดสินใจที่จะไม่พบรักกับคนรักของเขา เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องกลับไปให้ทางชีวิตของเขากับคนรักจะต้องเจอกรณ๊เลวร้ายเหมือนกับที่เขาได้พยายามแก้ไขมันอีกต่อไป

อดีตของอีวานยิ่งแก้ไข ก็จะยิ่งเจอเรื่องราวไม่คาดคิดตามมา ยิ่งเลวร้าย ทั้งกับตัวเขาเองและคนรอบข้าง หากจะมีทางเลือกอีกทางหนึ่งที่จะทำให้อีดตมาทำร้ายตัวเราไม่ได้ โดยการลบความทรงจำที่เจ็บปวดออกไปอย่าง โจเอล แบริส(จิม แครี่) ใน Eternal Sunshine of the Spotless mind

แบริส แต่เริ่มเขาไม่อยากจะลืมอดีตที่ไม่ดีของเขากับคลีแมนไทน์แฟนสาวของเขา หากแต่เธอกลับมีความคิดที่จะลบความทรงจำในเรื่องราวของแบริสในสมองของเธอออกไป หลังจากที่คลีแมนไทน์ใจกล้าที่จะเป็นคนแรกที่จะลบแบริสออกไปก่อน กลับทำให้ตัวเองต้องไปพบเจอกับแพทริคผู้ช่วยของหมอที่ทำการลบความทรงจำให้เธอหลอกลวงเธอ ด้วยการศึกษาลักษณะของแบริสเพื่อที่จะได้เธอมาเป็นเจ้าของ

ต่อมาแบริสตัดสินใจไปลบความทรงจำของเขาหลังจากที่เขาเห็นว่าคงไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บคลีแมนไทน์ไว้ในความทรงจำของเขา เมื่อเขาได้พบหมอและขณะทำการลบความทรงจำอยู่นั้น เขากลับค้นพบว่าตนเองยังรักในตัวตนของคลีแมนไทน์อยู่ เขากลับหาทางพาคลีแมนไทน์หลบซ่อนให้ได้ทุกซอบทุกมุมของสมอง แต่แล้วในที่สุดก็ไม่ได้เกินความสามารถของวิทยาศาสตร์ที่สามารถตามมาลบคลีแมนไทน์ไปจนได้

แต่แล้วในที่สุดความรักก็คงต้องพึ่งเรื่องบุพเพสันนิวาส เพราะแต่แล้วการที่คนสองคนจะกลับมาเจอกันและเข้ากันได้ดี มันคงต้องมีรหัสอะไรบางอย่างที่ทำให้จูนกันได้ นั่นคือทั้งสองคนสามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ดี หากแต่เขาทั้งสองได้ค้นพบว่าพวกเขาเคยได้เป็นคู่กันและเลวร้ายถึงขนาดต้องลบกันและกันออกไปจากความทรงจำ เขาทั้งคู่ต้องเลือกระหว่างอดีตที่เขาแก้ไขไม่ได้ หรือสร้างอนาคตใหม่ที่ดีขึ้น เมื่อคนทั้งคู่ตัดสินใจเลือกอย่างหลังมันคงจะเป็นสิ่งที่เขาตระหนักได้ว่า ทั้งคู่จะไม่ให้อดีตกลับมาทำลายชีวิตเขาอีกต่อไป

ในชีวิตจริง คนเราคงไม่มีโอกาสที่จะลบอดีตที่เจ็บปวด หรือแม้แต่จะกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ก็ตาม คนเรามักจะมีความทรงจำที่ไม่ดีเสมอ อดีตที่เลวร้ายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้และแข็งแรงขึ้น เมื่อเราสามารถยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตได้ มันยิ่งทำให้อนาคตเราได้ดีขึ้นและเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับเราได้เป็นอย่างดี






Create Date : 10 มิถุนายน 2548
Last Update : 10 มิถุนายน 2548 18:55:08 น. 3 comments
Counter : 912 Pageviews.

 
เป็นหนังเกี่ยวกับความทรงจำที่มีชื่ออยู่เป็นอันดับต้นๆ ของหนังที่ผมชอบที่สุด
เขียนถึง Eternal Sunshine of the Spotless Mind ไว้ในบล็อกด้วยครับ


โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 10 มิถุนายน 2548 เวลา:22:17:01 น.  

 
ผมเพิ่งได้ดู ButterFly Effect ไปไม่นาน ถือว่าเป็นหนังที่มีไอเดียดีมากๆเรื่องหนึ่ง และจบได้ดีมากๆเลย แต่ถ้ามองในแง่ความเป็นไปได้ ผมยังไม่รู้สึกอินกับหนังเท่าไหร่ เพราะว่าการย้อนอดีต มันเป็นความคิด หรือว่าจินตนาการล้วนๆ

ส่วน Eternal Sunshine นั้นดูแล้วได้ใจผมมากๆ เพราะว่าถึงแม้ทั้งคู้จะลบความทรงจำกันออกไปแล้ว แต่เรื่องของพรหมลิขิตมันห้ามกันไม่ได้ ทั้งคู่ก็เลยไม่สามารถวิ่งหนีกันไปได้ซักที


โดย: YoiChi_KunG IP: 124.120.244.225 วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:19:15:41 น.  

 
คล้ายๆ กัน
แต่อารมณ์ต่างกันมากเลย
เรื่อง Eternal Sunshineฯ ละมุนกว่าเยอะ


โดย: คนขับช้า วันที่: 3 มีนาคม 2553 เวลา:17:15:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Filmism
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add Filmism's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.