เสพภาพยนตร์เป็นจานหลัก พักสายตาฟังเจป๊อบเป็นจานรอง ให้อาหารสมองด้วยโดระมะ แปลเนื้อเพลงญี่ปุ่นเป็นงานอดิเรก
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
"พลอย", "スイートリトルライズ(AKA: Sweet Little Lies)" เรายังรักกันอยู่รึเปล่า

(บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง หากไม่คิดว่าจะชมภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ก็เชิญทัศนาเลยครับ)




เป็นเรื่องบังเอิญที่ภาพยนตร์เรื่อง Sweet Little Lies ผลงานการแสดงล่าสุดของ นาคาตานิ มิกิ จะกล่าวถึงประเด็นเดียวกันกับภาพยนตร์ไทยเรื่อง พลอย ผลงานการกำกับของเป็นเอก รัตนเรืองที่ฉายไปเมื่อสามปีก่อน หนังเล่าเรื่องถึงความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ที่ผ่านการแต่งงานมานานหลายปียังไม่มีลูก และห่างเหินจากการมีเซ็กส์มาเป็นเวลานาน

ในภาพยนตร์เรื่องพลอยเป็นเรื่องของวิทและแดง สองสามีภรรยาที่ใช้ชีวิตแต่งงานกันในต่างแดน โดยฝ่ายชายเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยที่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อนที่จะมาแต่งงานใหม่กับแดง ส่วนฝ่ายหญิงเป็นอดีตนักแสดงที่ลาวงการเนื่องจากสังขารที่เริ่มจะร่วงโรย ทั้งคู่กลับมาประเทศไทยเพื่อมาร่วมงานศพเพื่อน แต่เนื่องจากทั้งคู่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในกรุงเทพฯ จึงต้องอาศัยโรงแรมอาศัยอยู่ชั่วคราว

ใน "พลอย" มีการเล่าเรื่องที่คลุมเครือ ที่มาที่ไปของตัวละครหลายตัวไม่ชัดเจน สำหรับตัวละครที่มีความน่าสนใจและถือว่าเป็นตัวชูโรงในหนังเรื่องนี้เห็นจะหนีไม่พ้นตัว พลอย เด็กสาวในทรงผมอัลโฟร์ เชื่อเหลือเกินว่าหลังจากเปิดตัวไม่เกินสามนาที ผู้ชมจะหลงเสน่ห์ตัวละครตัวนี้อย่างไม่มีเหตุผล ทั้งที่เป็นเพียงเด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แต่มีบุคลิกที่ดูต่างจากเด็กสาวสมัยนี้ทั่วไป เช่น รสนิยมฟังเพลง การแต่งตัว การพูดการจาและกริยาท่าทางต่าง ๆ

พลอยเจอกับวิทในบาร์ของโรงแรมที่เขาเข้าพักโดยให้ภรรยานอนพักผ่อนหลังจากเดินทางมาร่วมสิบชั่วโมง หนังดำเนินเรื่องคู่ขนานเหตุการณ์สองถึงสามเหตุการณ์ คือ ๑. การสนทนาระหว่างพลอยกับวิท ๒. ฉากร่วมรักอันเร่าร้อนของบาร์เทนเดอร์และพนักงานทำความสะอาดในโรงแรม ๓. เหตุการณ์หลังจากที่แดงออกไปข้างนอกหลังจากทะเลาะกับวิท (เกิดขึ้นหลังจากผ่านพ้นค่ำคืนแรกไปแล้ว)

ในเรื่องระหว่างเหตุการณ์ที่ ๑. และ ๒. เป็นการตัดสลับมากที่สุดที่เราจะเห็นในหนัง บทสนทนาระหว่างพลอยกับวิทส่วนมากจะเป็นคำถามที่ทำให้วิทต้องตั้งคำถามกับตัวเองหลายครั้งในเรื่องของชีวิตแต่งงาน ทั้งทีี่คำถามต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มาจากความไร้เดียงสาในเรื่องความรักของพลอย ในระหว่างนั้นเอง ก็เริ่มมีเหตุการณ์การมีปากเสียงกันระหว่างแดงกับวิท ทั้งเรื่องที่เธอไม่พอใจที่วิทพาพลอยขึ้นมาบนห้อง และเรื่องแบบผัว ๆ เมีย ๆ อื่น ๆ ที่เห็นได้ตามคู่สามีภรรยาทั่ว ๆ ไป และระหว่างเหตุการณ์นี้หนังก็มีการตัดสลับกับภาพร่วมรักอันร้อนแรงในเหตุการณ์ที่สอง สองเหตุการณ์นี้เสมือนกับการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักที่มีความผูกพันธ์กันเป็นเวลานานและเริ่มจะจืดชืด กับความสัมพันธ์ของคู่รักที่ยังมีการตอบสนองกันด้วยภาษากาย

ส่วนเหตุการณ์ที่ ๓. เกิดขึ้นหลังจากการมีปากเสียงของวิทกับแดง และผ่านมาจนเป็นช่วงเช้าของอีกวันหนึ่ง แดงได้พบกับชายคนหนึ่งที่ยังจำเธอได้ในฐานะนักแสดง จากบทสนทนาทักทายกันในตอนเริ่มต้นที่ฉายคนนี้ถามว่าเธอแต่งงานหรือยัง เธอตอบกลับไปว่ายัง นั่นเริ่มแสดงให้เห็นถึงการถือตัว และมีอัตตาในตัวเองอยู่ประมาณหนึ่งของแดง แต่แล้วหลังจากที่ชายคนนี้พาแดงไปเที่ยวที่บ้านเรื่องกลายเป็นเธอถูกทำร้ายในที่สุด

เหตุการณ์ที่ ๓. จะไม่เกิดขึ้นเลย หากแดงไม่บันดาลโทสะที่มาจากความไม่พอใจสามีที่พาเด็กผู้หญิงที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าขึ้นมาบนห้อง แม้ว่าเขาจะยืนกรานนักหนาว่าไม่ได้คิดอะไรกับเด็กพลอยเลยแม้แต่น้อย ส่วนวิทก็อาจจะลืมนึกถึงจิตใจภรรยาของเขาอยู่เช่นกัน แม้ว่าเด็กคนนี้จะดูเป็นคนที่มีแรงดึงดูด ไม่ทั้งทางหน้าตา หรืออุปนิสัยก็ตาม นั่นคือหากการคิดถึงใจอีกฝ่ายมากกว่านี้เหตุการณ์คงไม่บานปลายออกไปใหญ่ แม้ว่าเหตุการณ์อาจจะไม่ได้รุนแรงอะไรมากมายในช่วงสองสามวันที่เกิดขึ้นในหนัง แต่ก็คงทำให้ทั้งคู่ต้องมาทบทวนการใช้ชีวิตแต่งงานกันอีกครั้ง

สำหรับความคลุมเครือที่มีให้เห็นในหนังนั้น ดังที่กล่าวไว้ ก็จะมีตัวละครอย่าง พลอย ที่หนังก็ไม่ได้ระบุถึงที่มาที่ไปใด ๆ รวมไปถึงคู่บาร์เทนเดอร์กับสาวพนักงานรูมเซอร์วิส ที่เราไม่ทราบว่าตกลงเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงจินตนาการหรือเรื่องจริง

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Sweet Little Lies เป็นงานกำกับล่าสุดของผกก. ยาซากิ ฮิโตชิ (Strawberry Shortcakes)เล่าเรื่องของคู่สามีภรรยา ซาโตชิ (โอโมริ นาโอะ) และ รูริโกะ (นาคาตะนิ มิกิ) ที่ดูเผิน ๆ ก็เป็นคู่สามีภรรยาในแบบฉบับ Japanese Dream ฝ่ายชายเป็นพนักงานในบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง และภรรยาเป็นแม่บ้านธรรมดาแต่ประกอบอาชีพเสริมด้วยการออกแบบและประดิษฐ์ตุ๊กตาหมีแฮนด์เมด ซึ่งจากในหนังก็พอจะเดาได้ว่าเธอมีชื่อเสียงอยู่ประมาณหนึ่งเลยทีเดียว

หนังเปิดเรื่องด้วยการให้เราเห็นชีวิตประจำวันในช่วงเช้าของทั้งคู่ โดยรูริโกะเธอจะตื่นก่อนสามี และออกมาปัดกวาดเช็ดถู เตรียมอาหารเช้า ทักทายสามี และปรนิบัตรสามีตามแบบฉบับที่เราเห็นได้กับคู่แต่งงานแบบญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไป แต่รูริโกะ อาจจะมีลักษณะที่เป็นศรีภรรยาอันล้ำเลิศ เช่นการที่เธอจะไปส่งสามีที่หน้าประตูบ้านทุกเช้า จัดเสื้อโค้ดให้ และรอรับสามีที่หน้าประตูก่อนที่สามีเธอจะเข้าบ้านตอนขากลับ

ดูเผิน ๆ แล้วสามีภรรยาคู่นี้ดูเป็นคู่ที่ดูรักใคร่กันดีและน่าอิจฉาเสียด้วยซ้ำ แต่จากพฤติกรรมในบ้านแล้วหลายสิ่งก็ดูเฉยชากันเกินไป เช่น ฝ่ายสามีเองจะดูเงียบ ๆ ระหว่างรับประทานอาหารค่ำ ในขณะที่ฝ่ายภรรยาจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างวันมาเล่าสู่กันฟังตลอดเวลา และหลังจากเสร็จสิ้นจากอาหารค่ำ ฝ่ายสามีก็ดูจะสนใจอยู่แต่กับวิดีโอเกมส์ในห้องส่วนตัวของตัวเอง หรือการที่เวลาน้องสาวสามีมาที่บ้าน รูริโกะจะต้องใช้โทรศัพท์มือถือโทรศัพท์เรียกสามีเธอออกจากห้องนั่งเล่นวิดีโอเกมส์ทั้งที่เขาทั้งคู่อยู่บ้านเดียวกัน

ตลอดทั้งเรื่อง เราจะไม่เห็นคู่สามีภรรยานี้มีปากเสียงใด ๆ แต่เราก็จะไม่เห็นความโรแมนติกที่เกิดขึ้นจากทั้งสองเช่นกัน เหตุการณ์การที่คนทั้งสองจะต้องกลับมาทบทวนความสัมพันธ์เริ่มจากค่ำวันหนึ่งที่ซาโตชิกำลังนั่งเล่นวิดีโอเกมส์อยู่ในห้อง ภรรยาของเขากำลังจะนำของว่างไปให้ หลังจากที่เธอเคาะประตูห้องหลายครั้ง เสียงจากวิดีโอเกมส์ที่เล่นอยู่มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตัวว่ามีคนเคาะประตู จนกระทั่งภรรยาเขาต้องใช้โทรศัพท์มือถือโทรไปหาเขาทั้งที่ทั้งสองอยู่ห่างกันแค่ประตูกั้น ด้วยอุปนิสัยของผู้หญิง ก็คงอยากจะรู้ว่าสามีเธอทำอะไรเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งที่สามีเธอก็ไม่ได้ไปเหลวไหลอะไรที่ไหน เธอก็ขอเพียงแค่อยู่ใกล้ ๆ สามีขณะนั่งเล่นวิดีโอเกมส์ จนกระทั่งเธอเปรยขึ้นมาว่า "ฉันรู้สึกว่าบ้านหลังนั้น ความรักมันมีไม่พอ" ฝ่ายซาโตชิก็ได้แต่เงียบไปสักพักจนทำอะไรไม่ถูก ทั้งที่ตัวเขาและภรรยาเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไรทั้งสิ้น

ใน Sweet Little Lies หนังเล่าเรื่องผ่านสัญลักษณ์ (symbolic)อยู่มาก โดยสัญลักษณ์หนึ่งที่แทนความหมายของเรื่องนี้คือ ดอกกุหลาบสีแดง (赤薔薇:akabara)กับกุหลาบสีขาว (白薔薇:shirobara) ซึ่งรูริโกะเปรยถึงบทกลอนที่เธอได้ยินมาว่า ชีวิตคู่นั้นต้องประกอบไปด้วยกุหลาบสองสี กุหลาบสีแดง เปรียบเสมือนกับ 情熱:jounetsu (เสน่หา, ความเร่าร้อน, passion) และกุหลาบแดง เปรียบได้กับ 親切:shinsetsu (ความอ่อนโยน) หลังจากนั้นรูริโกะได้ปล่อยกลีบกุหลาบสองสีในมือลงไปในลำธาร และกุหลาบสองสีก็ไหลไปแยกกันไปคนละทิศละทาง

จุดพลิกผันของเรื่องเริ่มต้นจาก ฮารุโอะ (โคบายาชิ จูอิจิ) เข้ามาในชีวิตของรูริโกะ ฮารุโอะพบกับรูริโกะครั้งแรกในงานเปิดตัวคอเล็กชั่นตุ๊กตาหมี ซึ่งเขาได้มาขอร้องให้รูริโกะขายตุ๊กตาหมีเพราะแฟนสาวเขาปลื้มผลงานของรูริโกะมาก การบากบั่นเพื่อขอร้องตุ๊กตาหมีเพื่อแฟนของฮารุโอะนั้นคงจะเอาชนะใจรูริโกะไปไม่น้อย เธอตัดสินใจมอบตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งให้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีไว้ขาย

หลังจากนั้นรูริโกะก็พบกับฮารุโอะหลายครั้ง บางครั้งก็บังเอิญเจอพร้อมกับแฟนสาว หลายครั้งก็เจอกันโดยบังเอิญ แต่แล้วหนังจู่ ๆ ก็ตัดไปยังฉากทั้งสองจูบกัน โดยที่ยังไม่เห็นพัฒนาการด้านความสัมพันธ์เสียเท่าไหร่ จนกระทั่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปลงเอยกันบนเตียง ประเด็นหนึ่งที่หนังกล่าวในมุมมองของรูริโกะ นั่นคือการแต่งงานไม่ได้ทำให้ชีวิตเธอต่างไปจากอยู่คนเดียว อยู่กับสามีก็ยังรู้สึกเหงาไม่ต่างกัน ช่วงเวลาเหล่านี้นั่นเองที่บ่อนทำลายจิตใจของเธอมาโดยตลอด และบัดนี้ก็ได้รับการเติมเต็มไปแล้วจากฮารุโอะที่ตอบสนองได้ทั้งภาษากายและความอ่อนโยนที่ฮารุโอะมีมากกว่าสามีของเธอ และทั้งคู่ก็ยังพบกันอีกในหลาย ๆ ครั้ง ทั้งที่เราจะไม่ได้เห็นเขาทั้งสองมีความสัมพันธ์มากไปกว่าการอยู่ร่วมกันบนเตียง และแม้ว่าเธอจะไปคบชู้กันอย่างนี้ก็ตาม เธอก็ยังปรนิบัตรรับใช้สามีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเช่นเดิม

ส่วนฝ่ายซาโตชิวันหนึ่งเขาได้ไปพบกับ ชิโฮ (อิเควากิ จิสุรุ) รุ่นน้องสมัยมหาวิทยาลัยในงานเลี้ยงรุ่น ลักษณะท่าทางของเธอเป็นเหมือนเด็กสาวที่ดูมีพฤติกรรมเด็กกว่าอายุ ด้วยนิสัยเพิกเฉยต่อสิ่งรอบข้างและดูนิ่ง ๆ ของซาโตชิก็คงไม่ได้ใส่ใจอะไรกับชิโฮมากในตอนแรก จนกระทั่งการเข้าหาของชิโฮหลายครั้ง เช่นการทำกล่องข้าวเบนโตมาให้ซาโตชิช่วงพักกลางวันถึงที่ทำงาน หรือการแอบมาเจอหลาย ๆ ครั้ง ด้วยท่าทางแบบเด็ก ๆ ที่ดูน่ารักกว่าภรรยาของเขาก็มัดใจซาโตชิจนกระทั่งความสัมพันธ์ไปจบลงที่บนเตียงอีกเช่นกัน

ชีวิตที่บ้านของซาโตชิ และรูริโกะก็ดูไม่มีความเปลี่ยนแปลง และทั้งคู่ก็เริ่มตรวจสอบความรักของกันและกันจากการลองมาอยู่ใต้วงแขนของกันละกัน ถึงจุดนี้ความรู้สึกผิดก็เริ่มมีมากขึ้น ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้รับรู้ถึงการไปแอบมีชู้ของกันและกัน

เรื่องราวอาจจะเลยเถิดกันแบบนี้ต่อไป แต่แล้วจุดแตกหักมันเริ่มจากการที่ ฮารุโอะ มีอันต้องเลิกรากับแฟนสาวของตน อาจจะเนื่องด้วยสาเหตุที่มาจากรูริโกะ หรืออาจจะมาจากการเข้ากันไม่ได้ของทั้งคู่เอง ช่วงเวลาดังกล่าว รูริโกะต้องตัดสินใจเลือกระหว่างเธอจะทิ้งสามีไปหาฮารุโอะ เพราะฮารุโอะได้ยอมทิ้งแฟนมาเพื่อจะได้อยู่กับเธอแล้ว หรือเธอจะกลับไปหาสามีของเธอเพราะสามีเธอไม่ได้ทำอะไรผิด จากนั้นการตัดสินใจของเธอเลือกจะกลับไปหาสามี อาจจะด้วยความรู้สึกผิดในใจ หรือไม่อาจจะมีความสัมพันธ์ต่อไปในลักษณะนี้ได้ ตรงนี้หนังไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน

ทางซาโตชิก็เช่นกัน ที่เริ่มจะไม่สามารถทนกับความสัมพันธ์ลักษณะดังกล่าวกับชิโฮได้ ทั้งคู่จึงเริ่มกลับมาเติมเต็มชีวิตคู่กันอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่สามารถที่จะทำได้ทันทีก็ตาม เพราะตอนนี้ซาโตชิ ยังไม่สามารถที่จะเลิกรากับชิโฮได้ในทันที อาจจะเพราะด้วยนิสัยส่วนตัวของเขาที่ไม่เด็ดขาด หรืออาจจะเพราะชิโฮเองก็ไม่ได้มีความผิดอะไร หรืออาจจะเพราะเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะล้มเลิกความสัมพันธ์แบบนี้ได้อย่างไรก็เป็นได้

หนังได้ทิ้งเรื่องราวไว้ในฉากสุดท้ายที่ซาโตชิกำลังขึ้นบันไดเพื่อที่จะไปยังห้องพักในอพาร์ทเม้นท์ของเขา แต่รูริโกะกลับมารอเขาที่หน้าบันได ทั้งที่ทุกครั้งจะต้องรอที่หน้าประตูบ้าน และชิงพูดกับสามีเขาก่อนว่า ただいま:tadaima (กลับมาแล้วค่ะ ...สำนวนที่ใช้เวลาคนที่กลับมาจากข้างนอกพูดเวลากลับมาถึงบ้าน) ทั้งที่ปกติคนที่เป็นคนพูดควรจะเป็นซาโตชิ และรูริโกะก็ถามว่า แล้วคุณหละ ซาโตชิก็ตอบกลับว่า もうすぐ帰る。:mousugu kaeru (สักพักผมก็จะกลับแล้ว) และประเด็นนี้ก็ทิ้งไว้จนจบเรื่อง และให้เราคิดกันไปต่อว่า ซาโตชิจะกลับมาได้เมื่อไหร่

หนังมีสัญลักษณ์อีกหลายส่วนที่ใช้เล่าเรื่อง สำหรับประเด็นสุดท้ายนั้น ก็ยังถูกแทนด้วยตุ๊กตาหมีในมุมห้องหนึ่งของบ้าน เมื่อตอนเริ่มเรื่องจะเป็นตุ๊กตาหมีเหมือนกันสองตัวและผูกมือไว้ด้วยโบเส้นหนึ่ง และกลางเรื่องรูริโกะได้แก้โบนี้ออกไป และตอนนี้ตุ๊กตาหมีสองตัวนี้จะกลายเป็นของขวัญแต่งงานเพื่อนเธอ และถูกแทนที่ด้วยตุ๊กตาหมีตัวใหม่ที่เธอทำมาแทนตัวเธอ เพียงตัวเดียว และข้าง ๆ มีดอกกุหลาบสองสีวางอยู่ในแจกันแทนด้วยความหมายของทั้งเสน่หาและความอ่อนโยน

(ส่วนตัวรู้สึกว่าการเล่าเรื่องซ้ำ ๆ ของประเด็นท้ายเรื่องดูยืดเยื้อไปหน่อย ทั้งที่เอามาถูกแทนด้วยสัญลักษณ์อีกเต็มไปหมด เช่นฉากลงไปนอนในหลุมฝังกระต่าย ฯลฯ)

หนังสองเรื่องที่มาจากต่างสัญชาติต่างวัฒนธรรม แต่เล่าเนื้อหาประเด็นเดียวกัน ก็คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้คนที่รักกันมานานต้องลองทบทวนความสัมพันธ์กันอีกครั้งว่าสิ่งใดที่ขาดหายไปในชีวิตคู่

ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง พลอย


ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Sweet Little Lies




Create Date : 24 มีนาคม 2553
Last Update : 25 มีนาคม 2553 22:05:02 น. 3 comments
Counter : 1188 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:15:30:15 น.  

 
หนังแนวดีค่ะนุ้ยว่าน๊า


โดย: ไข่นุ้ย (oneshot ) วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:15:44:18 น.  

 
"มันมีวันหมดอายุด้วยหรือ ความรักนี่?"

ดูเรื่อง Chungking Express ต่อ จะเข้ากันมากเลยครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 30 มีนาคม 2555 เวลา:16:43:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Filmism
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add Filmism's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.