Group Blog
 
 
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
29 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Tokyo Sonata & Revolutionary Road

ดูทั้งสองเรื่องในเวลาไล่เลี่ยกัน แล้วมันก็เป็นหนังแนวเดียวกัน เลยเอามาเขียนไว้ด้วยกันซะเลย เขียนคร่าว ๆ

เริ่มยังไงดี
เอาความรู้สึกก่อนแล้วกัน
ทั้งสองเรื่องตั้งหน้าตั้งตาดราม่ามาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ดูแล้วอึดอัด จิตตก แทบไม่อยากทำอะไรต่อ อารมณ์ของหนังเราว่าคล้ายกันมาก แต่จุดจบต่างกัน เพราะเรื่องหนึ่ง (Revolutionary Road) จบได้สะเทือนอารมณ์ ประมาณว่า เอาอย่างงี้เลยหรอ ดราม่ามาทั้งเรื่องยังไม่พอใช่มั้ย เล่นเอาวันนั้น(ที่ดูหนังจบ) กลายเป็นคนเครียดไปซะงั้น
แต่อีกเรื่อง (Tokyo Sonata) จบแบบตัวละครไปสู่หนทางที่ดี ก็ยังโอเค ดราม่ามาทั้งเรื่อง มีตอนจบที่ดูเหมือนจะมีคนที่มีความสุขอยู่


Tokyo sonata

เล่าเรื่องได้โอเคนะ ไม่งง โทนเสียงเงียบ ๆ
แต่เกือบเลิกดูแล้วเพราะมันดราม่า สะ้ท้อนสังคม หาความสุขไม่ได้เลย
เป็นเรื่องของครอบครัวญี่ปุ่นที่ดิ้นรนให้รอดในสังคม พ่อตกงานแต่ก็ต้องปิดบังครอบครัวเพราะกลัวเสียหน้า ไม่อยากให้ทางบ้านรู้ว่าตัวเองหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวไม่ได้ ไม่อยากให้ลูกกับเมียเครียดด้วยมั้ง (ในเรื่องพ่อบอกว่ากลัวจะเสียการปกครอง...อ่านะ) อีกทั้งแม่ที่วัน ๆ ได้แต่ทำงานบ้าน ถูกทุกคนในบ้านละเลย ทำดีแค่ไหนก็ไม่มีใครเห็นค่าอะไร ลูกคนโตอยากเป็นทหารจนทะเลาะกับพ่อ ลูกคนเล็กอยากเป็นนักเปียโนจนต้องแอบเอาค่าอาหารกลางวันไปเป็นค่าเรียนเปียโน
ดูว่าทุกคนจะมีปัญหากันทั้งนั้น
แทบจะไม่เห็นใครคุยอะไรกันเลย ไม่เหมือนเป็นครอบครัีว ดูแล้วชวนเครียดมาก ๆ
ประเด็นที่พ่อตกงานนี่แหละโยงไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ของแต่ละคน
ยอมรับว่าไม่ค่อยเข้าใจจุดที่หนังเรื่องนี้ต้องการจะสื่อเท่าไหร่
แต่สิ่งที่ได้รับมาเต็ม ๆ เลยคือความอึดอัดและความเครียด
ห่างไกลความสุขมาก ๆ สำหรับเรื่องนี้
แต่ถ้าพูดถึงเนื้อเรื่อง ก็ยอมรับว่ามันมีอะไร ๆ ให้คิดเยอะเหมือนกัน
เอาไว้ขอไปคิดก่อนนะ อ่อนด้อยประสบการณ์มาก



ส่วน Revolutionary Road

ที่หยิบเรื่องนี้มาดูก็เพราะเพิ่งอิน Kate Winslet จาก The reader และจากอีกหลาย ๆ เรื่องที่เคยเคยดูมา เห็นว่าเป็นแนว drama romance และก็ดูแค่ปก ไม่ได้ดูตัวอย่างหนังอะไรมาก่อน ก็เลยนึกว่าออกแนว the reader, the notebook ที่แบบว่าซึ้ง ๆ ปนเศร้า อะไรอย่างงั้น
แต่มันไม่ใช่เลยกลายเป็นว่าเศร้าอย่างเดียว เหอะ ๆ
เป็นโศกนาฏกรรมเลยมั้ยนั่น
เรื่องนี้ก็เครียด อึดอัด สะท้อนสังคมสุด ๆ เหมือนกัน แต่ก็มีมุมที่คนในครอบครัวดูเหมือนครอบครัวหน่อย มีช่วงให้ได้หวังว่าเรื่องจะดำเนินไปในทางที่ดีก็ตอนที่ทั้งสองตัดสินใจไปปารีส แต่ทุกอย่างก็ชะงักลง ลงเอยด้วยการทะเลาะแรง ๆ ที่ใส่มาหลายฉากในเรื่อง
ต้องปรบมือให้นักแสดงนำทั้งสองที่แสดงได้ดีเหลือเกิน มันดูจริงมาก ตอนที่ทะเลาะกัน หรือแม้แต่ตอนรักกัน ทั้งสองปล่อยพลังใส่กันไม่มีลดละ ไม่ผิดหวังในฝีมือนักแสดงจริง ๆ
แต่สิ่งที่เหมือนกับ tokyo sonata คือแทบจะหาความสุขจากเรื่องนี้ไม่ได้เลย
อย่างที่บอกไปตั้งแต่แรก วันนั้นคิดวนเวียนถึงประเด็นในหนัง
ประมาณว่าหนังจบแต่อารมณ์ไม่่จบ ทิ้งความเครียดเอาไว้ให้อีก เอ้ออออ...
เก่งเนอะ ทำให้อินได้จนกลายเป็นความเครียด
เอา comedy มาฉุดอารมณ์ขึ้นก็เอาไม่อยู่แล้ว comedy เรื่องนั้นเลยซวยไป 555+ เพราะเอามุขอะไรมาเราก็ไม่ขำ (หรือว่ามันไม่ขำจริง ๆ หว่า) กลายเป็นเรื่องที่ไม่ชอบไปเลย

ไม่อยากดูหนังแนวนี้แล้วอะ เอาไว้มีความสุขสุดขีดแล้วค่อยมาดูดีกว่านะ
จะได้ balance อารมณ์หน่อย
ทั้ง ๆ ที่ตอนก่อนดูชีวิตก็โอเคนะ
แ่ต่หลังดูเหมือนอะไร ๆ มันจะแย่ลง อินไปหน่อย แยกแยะไม่ค่อยออก 555+

ตัวหนังดี อะไรก็ดี แต่พี่จะ drama ไปไหนคร้าบบบบบบบบบบบบ
เอาเป็นว่า ลาแล้วหนัง drama ถ้าเห็นใน imdb ว่า drama อย่างเดียวจะไม่ขอดูเด็ดขาด ไม่ว่ากวาดรางวัลมาเยอะแค่ไหน
มันดึงอารมณ์มาก จิตตก อารมณ์ดิ่งเหว ไม่เอาดีกว่า.............







Create Date : 29 ตุลาคม 2553
Last Update : 29 ตุลาคม 2553 21:41:15 น. 4 comments
Counter : 635 Pageviews.

 
แสดงว่าผู้สร้างประสบความสำเร็จที่ทำให้คุณ 'หนังจบแต่อารมณ์ไม่จบ' ได้แบบนี้นะเนี่ย
ส่วนผมก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันครับ แต่ยอมรับว่าเขาแสดงกันดีทั้งนั้น (โดยเฉพาะอิตาคนที่เพี้ยนๆ หน่อย แกมาเพื่อขโมยซีนกันโดยเฉพาะเชียว)

ปล.ส่วนอีกเรื่องมีแผ่นอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้ฤกษ์หยิบมาดูสักทีจ้า


โดย: Nanatakara วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:22:33:24 น.  

 
อย่าดูเลยค่ะ เดี๋ยวอารมณ์ดิ่ง 555+
ล้อเล่นนะคะ
ซื้อมาแล้วก็ดูให้เครียดเล่น ๆ ก็ดีเหมือนกัน


โดย: คิดถึงแกว่ะ วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:23:42:47 น.  

 
เป็นคน"อิน" เหมือนกันค่ะ ดูหนังผีกับหนังแอคชั่นไม่ได้
จะอินจัด เหนื่อยกับหนังทุกคราวไป

สงสัยต้องใส่ดราม่าเข้าไปอีกประเภทหนัง..จะเหลืออะไรดูได้ละนี่ ฮ่าๆ


โดย: ชะเอมหวาน วันที่: 17 มีนาคม 2554 เวลา:22:17:14 น.  

 
เหลือละครที่ดูก็แค่ romantic กับ comedy ไงคะ อิอิ
แต่บางทีมันก็เบื่อจนต้องหาเรื่องดูดราม่า 55
เพราะไม่ชอบแนวแอคชันเอาซะเลย


โดย: คิดถึงแกว่ะ วันที่: 20 กันยายน 2554 เวลา:12:40:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คิดถึงแกว่ะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




romcom เพลงเก่า ดนตรี กีต้าร์ สีน้ำ

Friends' blogs
[Add คิดถึงแกว่ะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.