Group Blog
 
<<
มกราคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
18 มกราคม 2557
 
All Blogs
 
The holiday หนังอุ่น ๆ กรุ่นในหัวใจ

** จขบ รักเรื่องนี้มาก ฉะนั้นขอพล่ามยาว ๆ อาจเยิ่นเย้อไป(ไม่)หน่อย ออกแนวอวยไปนิด แต่นั่นก็ไม่แปลก เพราะเรื่องนี้เป็นหนังโปรด**



ด้วยความที่ช่วงนี้หนาวลงอีกแล้ว เทศกาลปีใหม่ก็เพิ่งผ่านพ้นไปได้ไม่นาน
อยู่คนเดียว เหงา ๆ ว่าง ๆ แน่นอนต้องหยิบหนังเรื่องนี้มาดูอีก
The holiday (2006) นั่นเอง
ซึ่งเป็นหนังที่ดูบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง ดูแล้วดูอีก ดูจนไม่ได้นับรอบ

ปกติหนังที่ชอบคือแนว romcom อยู่แล้ว ทำให้การตกหลุมรักเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก
แค่เห็นชื่อผู้กำกับ Nancy Meyers ก็การันตีความ feel good ได้เลย
(สำหรับเรื่องนี้นอกจากกำกับแล้วยังเขียนบทและเป็นโปรดิวเซอร์ด้วย)
ประทับใจมาตั้งแต่ Parent trap, Something gotta give, What woman want และก็ It's complicated 
ซึ่งเรื่องที่ยกมา  ถึงไม่ได้เป็นหนังโปรด  แต่ก็ดูแล้วอมยิ้ม กรุบกริบ ๆ ได้ทั้งเรื่อง
หนังทุกเรื่องของ Nancy Meyers จะมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความกลมกล่อม กรุ่น ๆ ฮาเป็นระยะ น่ารักน่าหยิก ดูได้ทั้งครอบครัว
นั่นแหละเสน่ที่ทำให้แอบปลื้มหญิงเก่งคนนี้
นอกจาก Nancy Meyers แล้ว ยังมีทีมงานคุณภาพที่เป็นมือโปรระดับรางวัลคอยควบคุมอยู่ในทุกตำแหน่ง
นี่แค่เอ่ยถึงทีมสร้างก็เชื่อมือได้แล้วว่าหนังเรื่องนี้ต้องเริ่ดแน่ ๆ 




The holiday เป็นหนังที่อิงกับบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสก่อนปีใหม่ ซึ่งธีมก็ประมาณว่าหนาว ๆ เหงา ๆ
ใครกำลังโดดเดี่ยวล่ะก็เข้าแก๊ปเค้าเลย หามาดูซะ รับรองอินลืมหนาว
เรื่องนี้เป็นเรื่องของ Amanda Woods (Cameron Diaz) สาวอเมริกันที่เพิ่งเลิกกับแฟน พยายามจะหนีความเหงาทรมานในช่วงปีใหม่ ไปพักใจที่ไหนซักแห่ง
ด้วยความบังเอิญเสิร์ชในเน็ตไปมา เธอก็ได้แลกบ้านกับสาวอังกฤษผู้ช้ำรัก Iris Simpkins (Kate Winslet)
โดยที่เธอทั้งสองไม่รู้เลยว่าแค่การแลกบ้านสนุก ๆ ครั้งนี้ จะทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายหัวใจตามมาจนเป็นเรื่องยาว







--------------------ประเด็นที่อยากพูดถึง-------------------

นักแสดงและตัวละคร

เกร็ดเล็ก ๆ  *แนนซี่เขียนบทนี้มาเพื่อนักแสดงหลักทั้ง 4 คนโดยเฉพาะ

ฝั่งผู้ดีอังกฤษ

- คิดภาพ Kate Winlet แสดงหนังแนวนี้ไม่ออกเลย เห็นแสดงแต่แนวซีเรียส ชีวิตเศร้า เคล้าน้ำตา  
แต่ด้วยความมืออาชีพ เชื่อว่าสำหรับเธอแล้ว มันไม่ยากเลยที่จะเล่น romcom ที่มีทั้งมุมสดใสเธอแล้วก็มุมเศร้าโศกแบบนี้
เป็นแฟนหนังเคทอยู่แล้ว แสดงเรื่องไหนก็พร้อมจะไปสรรหามาดู เรื่องนี้ให้ฟีลแตกต่างจากเรื่องอื่นจริง ๆ ได้เห็นเคทในมุมสดใสบ้าง เปิ่นบ้าง ขี้เล่นบางเวลา
ในขณะเดียวกันเวลาดราม่า เธอก็ยังคงทำได้ดีมาก ๆ 
ขนาด Jack Black ยังเอ่ยปากว่าอยู่ในกองถ่ายนี้ถือว่าคุ้มสุด ๆ ได้มานั่งมอง Kate ปล่อยของ แถมยังได้ตังค์อีก หุหุ 



- Jude Law อย่าหาว่าลำเอียงเลยนะ หนุ่มอังกฤษคนนี้ดูอบอุ่น น่าหลงใหล สายตาชวนฝัน น่าเคลิบเคลิ้มสุด ๆ เป็น Graham ได้สมบูรณ์แบบ
ไม่แปลกใจเลยที่ Amanda จะเอ่ยประโยค We should have sex ตั้งแต่คืนแรกที่เจอกัน 555+ ใครจะไปห้ามใจไหวล่ะ
เวลาอยู่กับเด็ก ๆ ก็ทำให้เชื่อว่าเป็นคนอบอุ่น family man แถมเป็น Mr.Napkin head ได้น่ารักน่าหยิก
และด้วยที่ตัวละครนี้เป็นคนอ่อนไหว ฉากร้องไห้จึงถูกใส่มา เห็นแล้วก็นะ อยากเดินเข้าไปซับน้ำตา เสน่ห์เหลือร้ายจริง ๆ 





*รักสำเนียงอังกฤษของทั้งคู่จัง(รวมทั้งเด็กที่แสดงเป็นลูกของ Jude) ได้คนอังกฤษแท้ ๆ มาแสดงนี่นะ มันเลยลื่นไหล น่าฟัง 
(นึกไปถึงบทคนพูดเหน่อสุพรรณในละครไทย ดูยังไงมันก็ไม่ใช่อะ ไม่ใช่)

ฝั่งอเมริกันชน

- บทของ Cameron Diaz ก็ถือว่าเป็นแนวถนัด แสดงได้ดีตามมาตรฐาน ไม่มีอะไรต้องพูดมากมาย
คาแร็กเตอร์นี้เหมาะกับเธอมาก สาวเก่ง ภายนอกแกร่ง แต่ภายในบอบบาง หวาดวิตกในการเริ่มความสัมพันธ์
ร้องไห้ไม่เป็น มีปมหลังกับเรื่องครอบครัวที่แตกแยก
ยอมรับว่าเสน่ห์ของเธอไม่น้อยกว่าเรื่องอื่นที่ผ่านมาเลย 



- Jack Black ตอนแรกก็ผงะ ว่า Jack Black นี่นะ จะมาคู่กับ Kate Winslet  ใครจะไปคิดภาพออก มันดูไม่เข้ากันเลย
แต่พอดูหนังแล้วก็เข้าใจได้ว่าตัวละครนี้เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ มีลูกเล่น มีความน่าสงสารในตัว หลาย ๆ อย่างมันเอื้อ และเค้าทำให้เธอยิ้มออก
ประเด็นหลักคือทั้งคู่มีความเข้าอกเข้าใจกันในเรื่องความอาภัพรักกันเป็นพิเศษ เลยคลิก
บทนี้ก็แสดงได้โอเค ทะเล้น น่ารักพอประมาณ ถ้าเราเป็น Iris ก็คงจะหวั่นไหวกะอีตานี่ได้บ้างเหมือนกันมั้ง



สิ่งที่ชอบ

- ดนตรี
ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจว่าใครทำดนตรี แต่พอดูจบ ต้องนั่งดูเครดิตอย่างตั้งใจ เค้าคนนั้นคือ Hans Zimmer  (ที่จริงเค้าก็ใส่ชื่อมาตั้งแต่ต้นเรื่องอย่างเด่น) 
หลงรักเลยกับดนตรีแบบนี้ ละเมียดละมัยได้ฟีล เสริมความอิน เพราะสุดขั้วหัวใจเลยค่ะ 
ไปค้นประวัติ พบว่าแต่งให้หลายเรื่องที่ดังมาก ๆ เราก็เคยดูทั้งนั้น เพิ่งมาสะดุดเข้าอย่างจังก็เรื่องนี้แหละ
หลังจากนั้นก็ไปติ่งผลงานอื่นของเค้า ฟังเช้า ฟังก่อนนอน ชอบจริง ๆ ยกนิ้ว
(แหงล่ะ ชิงออสก้าร์มาตั้ง 8 ครั้ง ชนะมา 1 และรางวัลต่าง ๆ อีกนับไม่ถ้วน การันตีได้เลยว่างานของเค้าเยี่ยมมาก)




- การเล่าเรื่อง 

ฉากเปิดเรื่องที่มีดนตรีของ Hans Zimmer และเสียงของ Iris บอกเล่าถึงความรักรูปแบบต่าง ๆ
ขออวยอีกทีว่าดนตรีเจ๋งมากจริง ๆ จังหวะจะโคนกับตัวหนังก็ลงตัวสุด ๆ แค่เปิดเรื่องมาก็ตรึงให้อยู่กับหนังขนาดนี้แล้ว
การที่ Iris เป็นนักเขียนที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องงานแต่งงาน แล้วเปิดเรื่องมาด้วยการเล่าถึงความรัก คล้าย ๆ กำลังพูดถึงเนื้อหาของคอลัมน์หนึ่งในหนังสือ
โดยเชื่อมโยงไปกับการทำงานของ Miles ที่บรรเลงเพลงรักประกอบหนังที่เค้าทำงานอยู่มันเข้ากั๊นเข้ากัน ภาพก็ตัดถ่ายทอดเรื่องราวความรักของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป
ถือว่าเป็นการเปิดเรื่องได้สวยงาม ลงตัว และน่าสนใจมาก (แม้ว่า Jack Black จะทำท่าเคาะเปียโนได้ไม่ตรงตามคีย์ของเพลงก็ตาม 55+ ยังไงก็กล้อมแกล้มไปได้อ่านะ)



ที่ชอบมากอีกอย่างคือการคิดเป็นโฆษณาตัวอย่างหนังของ Amanda มันเท่มาก ๆ ด้วยความที่เธอเป็น working woman เจ้าของบริษัทตัดตัวอย่างหนัง
บ้างานสุดโต่ง ทุ่มเททำงานจนมีบริษัทเป็นของตัวเองตั้งแต่อายุน้อย จึงไม่แปลกที่ในหัวสาวเก่งคนนี้จะคิดแต่เรื่องงาน
จนความคิดทุกอย่างในหัวที่แล่นเข้ามาถูกดัดแปลงไปเป็นตัวอย่างหนังไปหมด ทั้งที่รู้ตัวแล้วก็ไม่รู้ตัว
ชอบไอเดียนี้มากเลย สร้างสรรค์ น่าสนใจและไม่ซ้ำใคร 




- การตัดสลับไปมาระหว่างอังกฤษและอเมริกาแบบเนียน ๆ
น้ำหนักการเล่าเรื่อง เทไปทางคู่ Amanda กับ Graham ซะเยอะ แต่ก็ไม่ได้มากจนรู้สึกตะหงิด การตัดสลับก็ smooth ส่วนมากมีจุดเชื่อมต่อ
คนดูก็โฟกัสไปกับแต่ละเรื่องราว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงลุ้นว่า แล้วอีกฝั่งนึงล่ะ เป็นยังไงบ้าง
โดยที่ไม่ปล่อยให้รอนานเกินไปจนลืม เราก็ได้ดูเรื่องราวของอีกฝ่ายที่สนุกไม่แพ้กัน ถือว่ารักษาความสมดุลได้ดี

- ความแตกต่างระหว่างอเมริกันและอังกฤษ
ในหนังถ่ายทอดรายละเอียดส่วนนี้ในเชิงหยอกล้อ จิกกัดนิด ๆ แต่นั่นก็ทำให้เห็นภาพชัดเจนดี
  • ทันสมัย Vs คลาสสิึค
  • เรียบหรู Vs เรียบง่าย
  • โอ่โถง Vs อบอุ่น
  • แผ่น DVDs Vs หนังสือ


วันแรกที่ Iris ไปถึง L.A. ทุกอย่างดูน่าตื่นตาตื่นใจมากสำหรับเธอ ผิดกับ Amanda ที่ดูหงอย ๆ เบื่อ ๆ ตามสไตล์สาวเมืองที่คุ้นเคยชีิวิตแบบเร่งรีบและมีครบทุกอย่าง
หนังเก็บรายละเอียดดีมาก อะไร ๆ ที่เป็นอังกฤษจะเป็นแบบเล็ก ๆ แคบ ๆ จะอาบน้ำในอ่างยัีงตัวยาวเกินอ่างเลย
เดินลงบันไดก็ชน กระเป๋าก็ต้องเก็บเข้าซอก เสื้อผ้าก็ต้องยัดเข้าไปเบียดในตู้เสื้อผ้าที่เต็มแน่น แต่บ้านนั้นประดับด้วยความเรียบง่าย ของประดับชิ้นเล็กน้อยวางไว้ดูน่ารัก
ส่วนบ้านที่ L.A. จะเป็นอะไรที่ตรงกันห้ามใหญ่โต และมีทุกอย่างครบ ห้องครัวดูทันสมัย แต่เหมือนว่าไม่เคยมีใครใช้มาก่อน (ชีวิตเร่งรีบนี่นะ)
มีห้องโฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่ แผ่นหนังเยอะละลานตา ทุกอย่างล้วนเป็นแบบ automatic ทั้งรั้วบ้านที่เปิดปิดโดยใช้เครื่องควบคุมและม่านบังแสง
ไม่แปลกที่ Iris ใช้ของพวกนี้ไม่เป็น



เสิร์ชไปเจอเว็บนี้ 
//hookedonhouses.net/2008/12/11/the-holiday-a-tale-of-two-houses/ 
มีข้อมูลเกี่ยวกับบ้านของทั้งฝั่งอเมริกาและอังกฤษเยอะเลย 
มีให้โหวตกันห้องต่อห้องเลยว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน
แน่นอน บ้านอบอุ่นน่าอยู่ของ Iris (Rosehill cottage) ชนะขาดเลย
แบบว่าตอนดูหนังครั้งแรกก็หลงรักบ้านหลังนี้เหมือนกัน ดูเป็นบ้านที่น่ารักมาก











ฉากที่ประทับใจ

- วันแรกที่ Iris ไปถึงบ้าน Amanda
ความตื่นตาของ Iris ในวันแรกที่ไปถึงบ้านแบบอเมริกันของ Amanda ที่ทั้งใหญ่ ทันสมัย และครบครันไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
เห็นอะไรก็รู้สึกตื่นเต้นไปหมด เธอวิ่งซ่อกแซ่กไปมา เริงร่า ซุกซนราวกับเด็กเล็ก ๆ เคทแสดงได้น่าเอ็นดูมาก พลอยทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย
อีกอย่างที่เพิ่มความฮาเข้าไปอีกก็คือการที่ Iris เฟอะฟะใช้อุปกรณ์ทันสมัยต่าง ๆ ไม่เป็น นี่แค่นึกก็ยังยิ้ม ๆ เลย




- ความยิ่งใหญ่ในอดีตและการกลับมายืนได้อีกครั้งของ Arthur
เขาเล่าเรื่องหนังต่าง ๆ ได้อย่างที่ดวงตาแสดงออกเลยว่ารักหนังสุดใจ มีความภูมิใจในอดีตอย่างล้น
ตอนที่กล้องแพนไปที่รางวัลต่าง ๆ มากมาย แต่ที่ทำให้ขนลุกเลย ก็ตอนที่แพนเรื่อย ๆ แล้วไปหยุดตรง Oscars ของลุงอ่า มันมีพลังบางอย่าง ชวนให้ปลื้มปริ่ม
เรียกได้ว่าตัวละครลุง Arthur (Eli Wallach) เป็นอย่างหนึ่งที่เติมเต็มหนังเรื่องนี้ให้สมบูรณ์เข้าไปอีก
คือตัวละครนี้มีปม มีความสำเร็จในอดีตเป็นสิ่งที่ทำให้เค้าภูมิใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนเป็นสิ่งที่ขังไว้ไม่ให้กล้าออกไปเผชิญคนรุ่นใหม่ที่ยังต้อนรับเขา อยากมอบรางวัลเกียรติยศ(คำนี้มั้ยอะ)ให้
แต่เขาไม่มั่นใจ เขากลัวที่จะขายหน้าว่าเดินบนไม้้เท้ากะร่องกะแร่ง ความยิ่งใหญ่มันหายไปหมด
แต่การที่ Iris ยื่นมือเข้ามาช่วยให้เค้ายืนได้อีกครั้งนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นความสวยงามของมิตรภาพที่ดูแล้วอิ่มเอม
ฉากน่ารัก ๆ ถูกใส่เข้ามาในระหว่างที่ Iris ช่วยเหลือ Arthur ให้เดินได้ด้วยตัวเอง และพาไปแต่งตัวให้หล่อเนี้ยบ เพื่อที่จะไปประกาศความยิ่งใหญ่อีกครั้ง





- คริสต์มาสที่บ้าน Graham
น่ารักอบอุ่นมาก ชอบตั้งแต่ที่ Amanda ต้องเงิบเมื่อชายหนุ่มมีลูกแล้ว ไม่ใช่แค่ 1 แต่มีถึง 2 
เด็ก ๆ น่ารักน่ามันเขี้ยวมาก เป็นเด็กที่อินโนเซ้น ใสกิ๊งเลย สำเนียงก็อังกฤษจ๋า ดูแล้วหลงรัก 
มีฉาก Mr.Napkin head ที่ทำให้ปลื้ม Jude เข้าไปอีก อบอุ่นจนร้อนละมั้งพี่จู๊ด
การกินช็อกโกแลตร้อนกับมาชเมลโลแค่นี้ก็ยังน่ารัก เจอเต๊นท์ของสองสาวเข้าไป ตาย ๆ ๆ ทำไมบ้านนี้มันน่าย้ายเข้าไปอยู่ขนาดนี้
รักอ้ะ ดูฉากนี้บ่อยสุด  แอบตัดแค่ฉากนี้ไว้ดูเล่นเวลาเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ด้วย






- Awkward moment ที่ Iris คุยโทรศัพท์กับ Graham แล้ว Amanda โทรเข้า แล้วเข้าใจผิดไปมา
คิดว่าเป็นฉากที่ฮาที่สุดของหนังเรื่องนี้แล้ว ตอนที่ Iris ถามพี่ชายแบบโกรธ ๆ ว่า นี่พี่นอนกับอแมนด้าใช่มั้ย แต่สายพี่ชายดันหลุดไปและคนที่ฟังอยู่กลับเป็นอแมนด้า !
จังหวะอะไรก็ดี รับส่งกันได้แบบว่าเป็นสถานการณ์ที่พัง ๆ ๆ ๆ เงิบกันทั้งต้นสายและปลายสาย 555+
แถมยังเงิบแบบย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ เพราะ Iris คิดว่าพี่ชายยังอยู่ในสายแล้วตัดสลับไปถามย้ำอีกที โอยยยย ฮาาาาาา



- ในที่สุด Iris ก็ตัดสัมพันธ์กับ Jasper อย่างไร้เยื่อใยได้ซักที
คิดได้ซักทีนะ Iris รักเค้ามาตั้งนานแบบนั้นได้ไง จนตอนที่เธอตาสว่างที่ Jasper มาหาถึง LA เพื่อหลอกใช้อะไรซักอย่างอีก
เธอเกือบจะกลับไปเป็นเหยื่อของนายนี่อีกรอบแล้ว แต่ในที่สุดก็คิดได้ และไล่ Jasper ไปอย่างสะใจ
ชอบฉากนี้เพราะเป็นซีนอารมณ์แบบได้ปลดปล่อยตัวเองจากสิ่งที่ยึดติดนาน โดยตลอดมา Iris หวังว่าซักวันเค้าจะกลับมาหาเธอ
ก่อนเคลียร์กับ Jasper ตรง ๆ มีการขอเปิดไฟสว่าง ๆ ให้เห็นสีหน้าชัด ๆ ด้วย โดนมาก
Gumption !!! 



(*Rufuss Sewell ที่รับบท Jasper เป็นแฟนเก่าของ Kate Winslet ซะด้วย ไม่รู้ว่าแสดงได้ดีเพราะอินอะไรกันรึเปล่า ฮ่าฮ่า)



การแลกเปลี่ยนบ้าน(house swap) ในหนังใช้บริการเว็บนี้นะคะ -----> https://www.homeexchange.com
ถ้าเปลี่ยว ๆ เหงา ๆ อยากแลกบ้านแล้วไปเจอชายหนุ่มอาบอุ่นหน้าตาดีมีลูกติดแบบ Graham ก็ลองเข้าไปดู





สำหรับเรื่องนี้ 10/10 ไปเลย ใ้ช้ฟีลล้วน ๆ :)


Credit:
ขอบคุณภาพจาก
//hookedonhouses.net/2009/01/04/jude-laws-mill-house-in-the-holiday/
//hookedonhouses.net/2010/12/05/kate-winslets-english-cottage-in-the-holiday/
//iamroseberry.blogspot.com/2012/12/laws-of-holiday-season.html
//www.pinterest.com/pin/203365739395747482/
//www.pinterest.com/pin/474496510710885182/
แล้วรูปอื่น ๆ ก็ตามเครดิตในรูปเลยนะคะ




Create Date : 18 มกราคม 2557
Last Update : 18 มกราคม 2557 20:33:44 น. 2 comments
Counter : 2534 Pageviews.

 
รักเรื่องนี้เหมือนกันครับ หนังน่ารักมากกกกกก นักแสดงนำทั้ง 4 ก็แสดงดีสุดๆ นานๆจะได้เห็นวินสเลตเล่นหนังเบาๆสักที พูดถึงแล้วก็อยากไปหามาดูอีกสักรอบเหมือนกันครับ


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 21 มกราคม 2557 เวลา:13:56:32 น.  

 
คุณปีศาจความฝัน หยิบมาดูเลยค่าาา ยิ่งอากาศแบบนี้ยิ่งอิน
นี่ก็เพิ่งจบไปอีกรอบค่ะ 


โดย: คิดถึงแกว่ะ วันที่: 23 มกราคม 2557 เวลา:21:01:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คิดถึงแกว่ะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




romcom เพลงเก่า ดนตรี กีต้าร์ สีน้ำ

Friends' blogs
[Add คิดถึงแกว่ะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.