Photobucket
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2554
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
15 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 

ตี้ สเลอปี้

โทษฐานที่รู้จักกูตอนนี้เป็นตอนพิเศษจริง ๆ เพราะคนสำคัญของผมและเพื่อนคนหนึ่งอยากทราบว่าผมและตี้สนิทกันได้อย่างไรและมาเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร จึงขออนุญาตยกท่อนหนึ่งตอนหนึ่งจากต้นฉบับ ส. เสือที่หายไป มาลงในบล็อกวันนี้ เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้ผมและตี้เริ่มต้นเป็นเพื่อนกัน เพราะคนพันธ์เดียวกันมันหาได้ง่ายสักเท่าไหร่ อรรถรสการอ่านอาจจะขาดตอนไปบ้างเพราะอย่างที่บอกไปว่ามันเป็นการตัดตอนมาลง ดังนั้นถ้าใครอยากอ่านฉบับเต็ม รอครับ รอ...

ตี้หยุดเท้าที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งซึ่งร้านสะดวกซื้อนี้มันเป็นเทรนด์ของคนในยุคนี้ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มันชวนพวกเราเข้าไปในนั้นด้วยเหตุผลว่ามันอยากกิน สเลอบี้ หรือ สเลบี้ ซึ่งผมเองก็ไม่สนใจเหมือนกันว่ามันจะเรียกอย่างถูกต้องว่าอย่างไร แต่ไอ้สเลอบี้เนี่ยมันเป็นที่นิยมเหลือเกินในหมู่เด็กนักเรียนแบบเรา ๆ ผมเองก็อยากกินเลยเดินตรงเข้าไปอย่างว่าง่าย เราสามคนเดินตรงเข้าไปตรงตู้กดสเลอบี้ซึ่งตอนนี้มีเด็กช่างกลกลุ่มหนึ่งยืนอยู่สามคน แต่ละคนดูจากการแต่งตัวแล้วผมก็ตั้งปณิธานอย่างฉับพลันว่าชาติหน้าฉันท์ใดขออย่าให้ผมเกิดมามีสภาพแบบคนอย่างนี้เลย

รูปร่างหน้าตามันเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดผมเลยไม่อย่าไปต่อว่าที่คนเหล่านั้นเกิดมามีหน้าตาไม่เหมือนมนุษย์ แต่การแต่งตัวและกิริยามารยาทเป็นสิ่งที่ฝึกและสอนกันได้ แต่คนเหล่านั้นเหมือนเดินหลุดออกมาจากนรกภูมิชั้นต่ำสุดเดินยกไหล่โยกไปมาพูดจาโวยวายจนคนหันมามองกันทั่ว รายละเอียดก็ไม่ใช่เรื่องน่าฟัง คำที่พูดกันธรรมดาก็เหมือนคำสำรากจนคนที่ยืนฟังต้องตั้งคำถามว่าพ่อแม่ของคนเหล่านี้เคยสอนกันมาหรือเปล่า ทุกคนใส่เสื้อช็อปเอวจั๊มป์กางเกงยีนส์ขาเดฟที่ผมคิดเวลาเขาจะถอดกางเกงต้องนอนเท่านั้น ข้างลำตัวจะมีรอยนูนผมคาดว่าน่าจะเป็นอาวุธ อาจเป็นมีดหัวตัด สปาร์ต้าร์ หรือ ไม้คมแฟกซักท่อน

เราสามคนยืนถอยห่างไม่กล้าจะเข้าไปใกล้ตู้สเลอบี้ที่ทรชนสามคนนั้นยืนกดกันอยู่ แต่ที่ดูแล้วทำให้เราสามคนรู้สึกแย่คือการที่สามคนนั้นยืนกินน้ำสเลอบี้จนพร่องแล้วเติมใหม่ พวกเขากดใหม่และยืนอยู่ที่เดิม พูดคุยเรื่องต่าง ๆ ซึ่งเหมือนการประกาศศักดาให้คนผ่านไปผ่านมาได้ยิน เนื้อความที่เขาคุยกันนั้นก็มีแต่เรื่องที่ไปไล่ตีโรงเรียนนั้นมา ตบหัวเข็มขัดโรงเรียนนี้ได้ ตบช็อปโรงเรียนนั้นได้ มันคงเป็นสิ่งที่พวกมันนั้นภูมิใจจนอยากประกาศให้คนทั่วโลกได้รู้

พอน้ำพร่องมันก็เวียนกันไปกดอีกคนละรอบและมายืนคุยต่อ คนหนึ่งคุยฟุ้งให้เพื่อนฟังว่า

“เมื่อวานเว้ย กูลากอีนั่นน่ะไปกดมา”

“เป็นไงบ้างวะ”

“แม่ง หลวมฉิบหายสงสัยผ่านมาเยอะ แต่แม่งร้องโคตรมันส์เลย”

อีกคนเติมสเลอบี้เสร็จก็หันมาพูดกับเพื่อนคนที่เล่า “เฮ้ย วันหลังเอามาให้พวกลองบ้างดิ”

“ได้ ๆ เรียงคิวแม่งเลยดีกว่า”

“ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะของสามคนดังก้องแต่เสียงที่คนอื่นได้ยินคงไม่ต่างกับเสียงกรีดร้องของสัตว์เดรัจฉาน

ผมเห็นตี้ยืนกัดฟันกรอดแต่มันก้มหน้าลงเหมือนไม่ต้องการให้สามสัตว์นรกนั้นรู้ว่าถูกมอง ผมไม่รู้ว่าตี้คิดอะไรแต่สันนิษฐานเบื้องต้นว่ามันคงเกลียดคนเหล่านั้นมากมาย นักเรียนช่างกลสามคนนั้นเดินไปเติมสเลอบี้อีกรอบ ผมหันไปมองพนักงานร้านที่มีอยู่สองคน หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง แต่เหมือนจะไม่มีใครจะหยุดยั้งการกระทำของสามคนนั้น ผมไม่รู้ว่าทั้งสองคนนั้นเคยชินหรือเกรงกลัวจึงปล่อยให้นักเรียนช่างกลทำ มันไม่ใช่แค่การแสดงความกักขฬระเท่านั้นแต่มันยังเป็นการบอกว่าความเอารัดเอาเปรียบกันในสังคมเกิดขึ้นแล้ว การกดน้ำสเลอบี้แม้ไม่มีเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรในตัวบทกฏหมายหรือถูกผนวกไว้หน้าหนึ่งของหนังสือสมบัติผู้ดีแต่ทุกคนก็รู้กันดีว่าควรกดให้เต็มถ้วยเพียงครั้งเดียวแล้วเดินไปจ่ายเงิน ไม่ใช่ดูดซ้ำดูดซากแล้วเติมเอาเติมเอาแบบนี้ นี่ยังไม่นับรวมวาจาและกิริยาที่หยาบโลนและเลวทรามเกินกว่าสุภาพชนจะรับได้

ตี้ยืนคอยจนเด็กสามคนนั่นทำพลการจนสาแก่ใจแล้วเดินจากไปจ่ายตังค์ มันหยิบถ้วยออกมาสามใบแจกให้ผมและกุล มันบอกให้ผมและกุลไปเติมก่อนแม้ปากของตี้จะพูดกับเราแต่สายตามันมองจนเด็กช่างกลสามคนออกจากร้าน ผมกับกุลกดสเลอบี้แค่พอดีกินแล้วเดินออกมา ตี้เดินเข้าไปกดบ้างแต่ไม่ได้ใช้ถ้วยรอง มันเอาปากลงไปแล้วงับตรงก๊อกแล้วบิดที่ปล่อย ตี้ดูดกินสเลอบี้ด้วยท่านั้น ผมยืนตะลึงกับการกระทำของเพื่อนเพราะตั้งแต่เกิดมาเป็นผู้เป็นคนไม่เคยเห็นคนทำอะไรที่ทุเรศแบบนี้ กุลตรงเข้าไปห้ามให้ตี้หยุดทำ มันหยุดปากอมสเลอบี้เย็น ๆ ให้เต็มกระพุ้งแก้มก่อนจะบ้วนลงกับพื้น พนักงานเห็นตรงเข้ามาห้ามแต่ตี้สะบัดมือแล้วบิดหัวจ่ายปล่อยสเลอบี้รสโค้กอีกครั้งจนมันไหลลงมาเกลื่อนพื้น พนักงานหญิงห้ามตี้ไม่ได้จึงร้องเรียกพนักงานชาย เขาตรงเข้ามาด่าตี้และพูดขู่ต่าง ๆ นานาแต่ตี้ก็ยังไม่หยุด มันปล่อยให้สเลอบี้ไหลออกมาจนเลอะพื้นร้านเซเว่นส์เต็มไปหมด น้ำสีดำ ๆ ไหลออกมาบางส่วนละลายไปแล้วบางส่วนยังเป็นเกล็ดน้ำแข็งอยู่ พนักงานชายตรงเข้ามาปัดมือตี้ ร่างของตี้เซจนไปกระแทกกับตู้แช่เครื่องดื่ม

“เฮ้ย น้องทำงี้ได้ไงวะ เดี๊ยวเรียกตำรวจมาจับเลย”

ตี้ยันตัวให้ลุกขึ้นแล้วตะโกนกลับว่า “ข้อหาอะไรวะทีไอ้เหี้ยพวกนั้นมันทำ มึงไม่เห็นออกมาห้ามกันสักคนเลย กูยืนมองอยู่นะเว้ย ทีกูทำบ้างทำไมมึงต้องโวยวาย”

พนักงานสองคนนิ่งเงียบไม่รู้ว่าเพราะคำพูดของตี้จี้ใจดำหรือเปล่าแต่จังหวะนั้นเองผมก็เดินไปหามันแล้วบอกให้ตี้ใจเย็น ๆ ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกของตี้ขึ้นมาบ้างแล้ว กุลเดินมาบอกให้ตี้สงบอารมณ์อีกคน ตี้ยืนนิ่งมือถือแก้วสเลอบี้ถ้วยใหญ่ไว้ มันมองหน้าพนักงานทั้งคู่แล้วเหยียบย่ำกองสเลอบี้ที่มันเปิดทิ้ง มันบิดตัวปล่อยเกล็ดน้ำแข็งรสโค้กไหลออกมาจนเต็มแก้ว ตี้ยกแก้วออกจ้องหน้าพนักงานสองคนนั้นมันงับก้อนเกล็ดน้ำแข็งไปหนึ่งคำแล้วยกซดดื่มจนหมดแก้ว มันมองหน้าพนักงานสองคนไม่วางตาก่อนจะบิดหัวจ่ายเติมสเลอบี้ให้เต็มแก้วอีกหน สายตาของมันยังจับจ้องไปที่พนักงานสองคนนั้นอย่างไม่วางตาแล้วจากนั้นมันก็ตรงไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน มันโยนเงินลงบนเคาน์เตอร์ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับราคาสเลอบี้แก้วใหญ่ แล้วเดินออกไปนอกร้าน ผมรีบเดินไปที่เคาน์เตอร์ พนักงานสองคนกลับเข้าประจำที่ปล่อยให้น้ำโค้กที่ละลายไหลเรื่อยไปตอนนี้เกล็ดน้ำแข็งทั้งหมดกลายเป็นน้ำหมดแล้ว ผมและกุลจ่ายเงิน พนักงานสองคนนั้นเก็บเงินแบบเงียบ ๆ ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เลย

หล่อนส่งหลอดให้ผมสองอัน ผมขอเพิ่มอีกอันสำหรับตี้ แต่แล้วก็ต้องบอกว่าไม่ต้องขอสองอันเท่าเดิม เพราะตอนนี้ภาพที่ผมเห็นคือตี้กำลังเดินไปที่ถังขยะและส่งถ้วยสเลอบี้ลงไปในนั้นแบบไม่มีความรู้สึกเสียดายเงินเลยสักนิดเดียว

ผมกับกุลเดินออกมาไม่พูดและถามว่าทำไมตี้ถึงทำแบบนั้น ตี้นิ่งเงียบไม่พูดจาอะไรเหมือนกัน เราหยุดเท้าที่ป้ายรถเมล์และนั่งรอจนรถเมล์สายที่จะขึ้นหยุดจอด ตี้ลุกขึ้นและโบกมือเชิงอำลา มันยิ้มให้ผมกับกุลและพูดว่า “พรุ้งนี้เจอกัน”

“เออ เจอกัน” กุลว่า

“เออ โชคดีสำลีแปะหัวโว้ย” ผมมองตี้ก้าวขึ้นรถและมองหาที่ว่าง ๆ เพื่อแทรกตัวเองเข้าไปยืน ผมกับกุลหันมามองหน้ากัน ผมเชื่อว่าแม้ไม่ต้องพูดอะไรแต่กุลก็น่าจะอ่านจากสายตาของผมได้ว่า ผมนิยมชมชอบคนแบบตี้และจะรักษาเพื่อนแบบนี้ไว้ให้นานแสนนาน




 

Create Date : 15 มิถุนายน 2554
6 comments
Last Update : 15 มิถุนายน 2554 10:04:14 น.
Counter : 939 Pageviews.

 

บ้าดีเดือดดี อิอิ

 

โดย: tuk-tuk@korat 15 มิถุนายน 2554 14:42:04 น.  

 

โหว ทึ่งมากมายหลายกิโลหลายเข่ง

 

โดย: BeCoffee 16 มิถุนายน 2554 7:12:42 น.  

 

เขียนได้ชัดเจน ไม่ติดขัด เหมือนได้ไปอยู่ในเซเว่นด้วยกัน
วีรกรรมพี่ตี้ ไม่น่าเชื่อว่าทำได้ เเต่ภายหลังก็ทำให้ร้านได้รู้ถึงการไม่สู้หรือกลัวเด็กช่างกล ซึ่งจะเอาเรื่องพี่ตี้นั้นไม่ถูกนัก เหมือนตำรวจไม่ยอมจับรถนายพลที่ฝ่าไฟเเดง เเต่จับชาวบ้านจนๆเเบบเรา
พี่ตี้คงเคลียดที่ไม่มีการห้ามปรามพวกเด็กช่างกล เจ๋งมากๆสำหรับพี่ตี้ในวัยนั้นที่กล้าทำกล้าเสี่ยงการกระทำเช่นนั้น

ใอ้เวรพวกนี้การพูดจาชอบคุยโวเรื่องผู้หญิง การเเสดงความเก่งนั้นก็เหมือนประจานตัวเองว่า
" โคตรเล็ก " ผู้หญิงน่ะต่อให้สัมบุกสัมบันเเค่ไหน มันยืดหยุ่นได้ เเต่ใอ้เวรฯนั่นมันไม้จิ้มฟันไปเเกว่งในเเก้วกาเเฟค่ะท่านพยัคฆ์ฯ..

 

โดย: YUCCA 20 มิถุนายน 2554 10:30:05 น.  

 

ในสังคมปัจจุบันนี้หาคนอย่างคุณตี้ คงยากแล้วเนอะ

 

โดย: magic-women 17 กรกฎาคม 2554 21:35:06 น.  

 

ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเพื่อนคุณที่ชื่อ"ตี้" เลยซักนิด ... รู้ทั้งรู้ว่าเป็นกริยาของคนที่ขาดพ่อแม่สั่งสอน แล้วยังไม่รู้จักใช้สติปัญญาคิดอีกว่า ,, ควร,, หรือไม่ควร ที่จะทำตาม เก่งจริงทำไมไม่แสดงต่อหน้าพวกนั้นหล่ะ ไหนๆก็มา 3 ต่อ 3 เท่ากัน อย่างมากก็แค่ตายเหมือนกัน ,, เก่งแต่ลับหลัง คนแบบนี้หรือคู่ควรที่จะยกย่อง เห็นสิ่งไม่ดี ขัดขวางได้ก็ควรขัดขวาง,, แต่หากไม่กล้าขัดขวาง ,, ก็จำไว้บอกลูกสอนหลานว่าอย่าได้กระทำเยี่ยงนั้น
มิใช่ไปกระทำแบบคนชั่ว

 

โดย: คนมีองค์ IP: 180.183.20.217 15 สิงหาคม 2554 12:48:28 น.  

 

ต่อไปถ่ายคลิป ประจานเลย นะครับ ฮาๆๆ

 

โดย: ree IP: 128.230.14.208, 128.230.14.208, 127.0.0.1, 113.53.243.210 4 พฤศจิกายน 2554 14:11:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถ้ามีที่ว่างให้ฉันบนโลกนี้..
ฉันขอเก้าอี้ซักตัว
กับน้ำชาซักถ้วย..
.......................

Friends' blogs
[Add พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.