บทความ เสียงเพลง มิตรไมตรี
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
เด็กกำพร้า..ห่มผ้าไม่เคยอุ่นเลย



ห่มผ้าไม่เคยอุ่นเลย:.. เด็กกำพร้า

คุณเคยเขียนจดหมายหรือข้อความอะไร สักอย่างถึงคนที่ คุณเองก็ไม่เคยเห็นไหมครับ ผมเองฟังเพลงนี้ แล้วสะท้อนชีวิตของเด็กกำพร้า ยอมรับระหว่างที่พิมพ์น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้จริงๆ  ความรักและความอบอุ่น จากผู้เป็นแม่เป็นยังไง ยังไม่ทราบเลย และ จะเขียนข้อความแบบไหน ให้คนที่ ใครต่อใครบอกว่า เขารักเรามากที่สุด เป็นเช่่นนั้นจริงเหรอ 

    ต้องหยุดพักการบรรยายบทความไป 10นาที เพื่อดึงความรู้สึก ของเด็กๆ ออกมาพร้อมกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ คงไม่พ้นปัญหาของสังคม เศรษฐกิจ มีลูกก่อนวัยอันควร ไม่พร้อมต่างๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น กับ เด็กๆ เหล่านี้ กับความรู้สึก ก็คงอยู่ในจิตใจของเขา ไปตลอดชีวิต เพราะหนทางข้างหน้า เหมือนขาดคนชี้นำ นำทางชีวิต ในบทเพลงนี้ มีเนื้อเพลง อยู่ช่วงหนึ่ง ที่พอฟังแล้ว กลั้นน้ำตาไว้ ไม่ได้ จริงๆครับ "กอดแม่อุ่นจริงๆ มันจริงไหม" และ "ห่มผ้าไม่เคยอุ่นเลย กอดหมอนไม่เคยอุ่นใจ นอนหลับไปอย่างเดียวดายทุกที" ไม่มีอะไรจะเขียนให้ครูได้อ่านพรุ่งนี้ วันแม่ กระดาษก็เลอะน้ำตา....เศร้าจริงๆ ครับ เรื่องเด็กกำพร้า

   อยากฝากบอกว่า ถ้าครอบครัวเข้มแข็ง สามารถให้ความรัก ความเข้าใจ และแนะนำปัญหาต่างๆ ให้แก่เด็กได้ ก็จะไม่เกิดปัญหาเด็กท้องไม่พร้อม ไม่เกิดปัญหาเด็กถูกทอดทิ้ง ดังนั้นคนที่จะมีครอบครัว ควรจะพร้อมก่อน ถ้าไม่พร้อมก็อย่ามีเลย รวมถึงควรรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัวทั้งพ่อแม่ลูก ปู่ย่าตายาย แล้วสังคมไทยก็จะเข้มแข็งขึ้นครับ

       เด็กกลุ่มนี้ขาดความรัก ความอบอุ่น เขาต้องการความโอบกอด ความชื่นชมพอเขาไม่มีสิ่งเหล่านี้เขาก็จะรักคนอื่นไม่เป็น รักครอบครัวตัวเองในอนาคตไม่เป็น เพราะเขาไม่เคยเห็นใครมีรักแท้กับเขา เขาเลยมีรักแท้กับใครไม่เป็น เจอแต่รักแบบรากฝอย คือ มาเยี่ยมเขาแป๊ปๆก็กลับ มากอดแล้วก็ไป พอวันใหม่ก็มีคนกลุ่มใหม่มาอีก ทำให้เขารู้สึกว่าความรักก็แค่นั้นแหละ ไม่มีจริงหรอก เคยมีเคสเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่พอออกจากศูนย์ไปมีครอบครัว เขาก็เอาลูกมาทิ้งไว้ที่เราอีก เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก

       “หรือบางครั้งเด็กถามหาว่าพ่อคนนั้นจะมาเยี่ยมอีกไหม แม่คนนั้นจะมาอีกไหม เราก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร ดังนั้นผมจะบอกแขกไว้เสมอว่าถ้ามาเยี่ยมอีกไม่ได้ ก็อย่าบอกว่าจะมาอีก เพราะพอเด็กถามหา แล้วไม่เห็นคนนั้นมาเยี่ยมอีก เขาก็จะผิดหวังและกลายเป็นคนเฉยชาไปเลย คือ ใครมาเล่นด้วย เขาก็เล่นด้วย แต่เหมือนเฟค เพราะเด็กรู้ว่าเดี๋ยวคนนั้นก็ไป พอเด็กโบกมือบ๊ายบายหันหลังปุ๊บ สีหน้าเขาจะไม่มีเยื่อใยกับใครเลย เพราะเขาเคยชินแล้วว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็มีคนใหม่มาเยี่ยมแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องพยายามปลูกฝังให้เขารักเจ้าหน้าที่เหมือนครอบครัว” 

ความสุขใจที่ได้เป็นผู้ให้  กรณี บอย-ปกรณ์

       เรื่องที่น่าชื่นชมอีกอย่างคือ การที่ด้านครอบครัวพระเอกอย่าง “บอย- ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” เห็นความสำคัญของเด็กกำพร้า จนกระทั่งรับอุปการะ “น้องวันใหม่” เข้ามาเป็นสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว พอถามว่าความสุขที่ได้เป็นฝ่ายให้เป็นยังไง บอยตอบว่า

       “ หลายคนบอกว่าเราเป็นฝ่ายให้ แต่ความจริงแล้ว น้องวันใหม่เป็นฝ่ายให้กับครอบครัวเราเช่นกัน ตั้งแต่น้องวันใหม่มาอยู่บ้าน ผมรู้สึกว่าครอบครัวสมบูรณ์ขึ้น มีกิจกรรมอะไรให้ทำมากขึ้น เราลืมไปแล้วว่าเรารับเขามาเลี้ยง เขาไม่ใช่เด็กที่ถูกทิ้ง แต่เขาเป็นน้องผมแท้ๆ เลย ทุกวันนี้ผมเลยอยู่ติดบ้านมากขึ้น เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับน้องวันใหม่มากขึ้น ผมชอบนั่งคุยกับเขา สอนเขาพูด อ่านนิทานให้เขาฟัง เพราะเขาเริ่มเรียนรู้แล้วว่าอะไรคืออะไร สอนให้เขารู้ว่านี่คือม้านะ นี่คือนกนะ นอกจากนั้นบ้านเรายังมีกิจกรรมที่ไม่ได้ทำนานแล้ว เช่น การไปเที่ยวทะเล เพราะพอผมโตขึ้น ก็ไม่ได้อยากไปทะเลเหมือนแต่ก่อน แต่พอมีน้องวันใหม่เข้ามาอยู่ในครอบครัว เราก็จะชวนกันไปเที่ยวทะเลด้วยกันมากขึ้น เพราะเราอยากให้น้องได้ไปเที่ยวทะเล

       พอถามว่ามีวิธีบอกน้องยังไงว่าเขาไม่ใช่น้องแท้ๆ บอยตอบว่า

       “เราคงต้องค่อยๆ บอกน้อง เพราะวันหนึ่งเขาก็ต้องรู้ ทุกวันนี้ที่บ้านผมก็จะพาน้องไปสถานสงคราะห์ที่เขาเคยอยู่ และบอกว่าเขาเคยอยู่ที่นี่นะ เป็นการทำให้เขารู้ว่าเขาเติบโตมาสองบ้าน คือ บ้านสงเคราะห์และบ้านเราด้วย เขาก็จะรับรู้ไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเขาโตจนรู้ความ ก็คงจะยอมรับความจริงได้

“ครอบครัวเราไม่ห่วงเรื่องนี้ เพราะมั่นใจในความรักที่มีให้น้องวันใหม่ว่ารักเขาจริงๆ แล้วถ้าวันหนึ่งเขากังขาในความเป็นมาของเขา ผมคงจะบอกเขาว่า ไม่ว่าเขาจะเริ่มต้นมาจากตรงไหน แต่ทุกวันนี้เราคือครอบครัวเดียวกันครับ” 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพเด็กกำพร้าวแม่

      เด็กส่วนใหญ่ที่ถูกทิ้ง มักเกิดจากปัญหาพ่อแม่เป็นวัยรุ่น เขาไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดูเด็กได้เอง เลยทิ้งไว้หลังคลอดที่โรงพยาบาลหรือสวนสาธารณะ ปัจจุบันสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนบ้านพญาไทมีเด็กในอุปการะทั้งหมด 326 คน โดยเราสามารถติดตามหาครอบครัวเด็กคืนได้ 30 เปอร์เซ็นต์ สามารถหาครอบครัวบุญธรรมให้แก่เด็กได้ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 10 เปอร์เซ็นต์คือ เด็กที่พ่อแม่นำมาฝากไว้แล้วไม่ยอมยกเด็กให้เรา จึงไม่สามารถหาครอบครัวใหม่ให้เด็กเหล่านี้ได้

       สภาพเด็กที่ถูกส่งเข้ามาที่สถานสงเคราะห์น่าสงสารทุกคน เช่น ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ,ห้องน้ำของรถทัวร์-รถไฟ, บางคนทิ้งเด็กไว้ท้ายรถกระบะ คือส่วนใหญ่เป็นการทิ้งเด็กในสถานที่สาธารณะ เพียงแต่จำนวนเด็กที่ถูกทิ้งแบบโหดๆ จะลดน้อยลง เพราะเขารู้ว่าเราเลี้ยงได้ เขาก็จะเข้ามาปรึกษา ทิ้งเด็กไว้และก็จากไป มีเคสหนึ่ง เป็นเด็กฝาแฝดอายุประมาณสองขวบถูกแม่ขังทิ้งไว้อยู่ในบ้าน เราจึงไปรับเด็กเข้ามา ตอนไปเจอเด็กสองคนอยู่ในสภาพเปลือยกาย ไม่มีเสื้อผ้าใส่ อาหารก็ไม่ได้กินหลายวัน มีแต่นมที่บูดๆ กินประทังความหิว เห็นแล้วน่าสงสารมาก

ปัญหาใหญ่ แม่วัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม 

       ด้าน มนิดา ลิ่มนิจสรกุล ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสวัสดิภาพหญิงและเด็ก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่าจากสถิติตั้งแต่ ต.ต.55- ธ.ค. 56 พบว่ามียอดรวมเด็กถูกทอดทิ้งทั้งหมด 627 คน โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กถูกทิ้งมากที่สุด คือ ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของมารดา ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่กฎหมายยังไม่มีบทคุ้มครองสิทธิเด็กที่ชัดเจน รวมถึงกฎหมายการลงโทษพ่อแม่ที่ทอดทิ้งเด็กยังไม่รุนแรง ทำให้ปัญหาทอดทิ้งเด็กยังกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก

       “พรบ.คุ้มครองเด็ก 2546 กำหนดว่าพ่อแม่ต้องมีหน้าที่และมีภารกิจดูแลลูก แต่ไม่มีบทลงโทษ ทำให้พ่อแม่อ้างว่าไม่พร้อมเลี้ยงลูก ความจริงพ่อแม่ที่ทิ้งลูกผิดทั้งกฎหมายและผิดศีลธรรม ถ้าตามตัวพ่อแม่เจอ ก็จะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ทิ้งเด็ก แต่ส่วนใหญ่เรามักจะหาพ่อแม่ไม่เจอ หรือถ้าตามเจอก็เจอโทษไม่หนักมาก แค่ปรับหรือตักเตือน เราจึงหาวิธีแก้ปัญหาโดยเสนอไปทางคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าน่าจะมีการเพิ่มบทลงโทษแก่พ่อแม่ที่ละเมิดสิทธิลูกตัวเอง เพื่อให้มีบทลงโทษที่ชัดเจน และนำไปสู่การปฏิบัติ เป็นการป้องกันไม่ให้เด็กกลุ่มนี้กลายเป็นเด็กที่อ่อนแอในสังคมต่อไป” มนิดากล่าว

       ส่วนวิธีการแก้ปัญหาเด็กที่ถูกทิ้งนั้น มนิดากล่าวว่า กรมฯ ได้จัดให้มีศูนย์ช่วยเหลือสังคม หรือ OSCC ซึ่งทำหน้าที่รับเด็กที่ถูกทอดทิ้งไปดูแล นอกจากนั้นยังจัดให้มีเบอร์ฮอตไลน์ 1300 เพื่อให้พ่อแม่ที่ต้องการทิ้งลูกสามารถโทรไปขอความช่วยเหลือ ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาไม่ให้พ่อแม่ทิ้งลูกในสถานที่ไม่เหมาะสม โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องเปิดเผยชื่อจริงแต่อย่างใด

       “เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเด็กถูกทิ้งโดยไม่ปลอดภัย เรายังจัดให้มีโครงการ “ฝากลูกรักให้ พม. เลี้ยง” ซึ่งคำว่าพม. มีสองนัยยะคือ พม.ซึ่งเป็นตัวย่อของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ส่วนพม.อีกความหมายหนึ่งคือ พ่อแม่ทดแทน คือ เรารับลูกคุณมาเลี้ยงดูและหาครอบครัวทดแทนใหม่ให้

อยากอุปการะเด็กกำพร้าต้องทำอย่างไร ?

       อภิเชษฐชี้แจงว่าขั้นตอนการขออุปการะเด็กนั้น ผู้ที่ยื่นขอรับอุปการะเด็กจะไม่สามารถระบุได้ว่าอยากรับเลี้ยงเด็กคนไหน สามารถทำได้แค่ระบุเพศและช่วงอายุของเด็กที่ต้องการรับอุปการะเท่านั้น

       “ถ้าครอบครัวไหนอยากอุปการะเด็ก แค่ไปแสดงความจำนงในหน่วยงานท้องถิ่นในประเทศนั้นที่เขาอยู่ ถ้าเป็นคนไทยในต่างจังหวัดก็ไปแจ้งที่ศาลากลาง จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมบ้าน ดูอาชีพ ดูรายได้ เช็กว่าเป็นคนดีไหม มีการตรวจสอบประวัติอาชญากร รวมถึงดูเจตนาอย่างเดียว คือ เพื่อรับเป็นลูกเท่านั้น ห้ามนำเด็กไปทดลองวิจัยหรือแสวงหาผลประโยชน์กับเด็ก นอกจากนั้นใครที่อยากเป็นอาสาสมัคร สามารถมาดูแลเด็ก เช่น ป้อนข้าว อาบน้ำเด็ก เล่นกับเด็ก โดยสามารถเข้ามาได้เลย ไม่ต้องสมัครผ่านเอเยนซี่ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด หรือใครอยากจะบริจาคของกิน ของใช้เด็ก เราก็รับทุกอย่างครับ

อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากให้บทความนี้ เป็นเครื่องเตือนใจ สำหรับ น้องๆ ที่ไม่พร้อมจะมีลูก ขอให้ตระหนัก ถึงชีวิตและจิตใจของลูกเราเอง ....ก็แบบที่เห็น จากภาพข้างบนครับ ก็ขอให้ครอบครัว และ สังคมไทย เข้มแข็งขึ้นกว่านี้ นะครับ 

-------------------------------------

FB-26

ขอขอบคุณข้อมูล

คุณ อภิเชษฐ ปานจรัตน์ นักจิตวิทยาชำนาญการจากสงเคราะห์




Create Date : 12 ธันวาคม 2559
Last Update : 12 ธันวาคม 2559 15:11:50 น. 2 comments
Counter : 1230 Pageviews.

 
ผมเคยฟังเพลงนี้แล้วน้ำตาไหลเหมือนกันครับ

ผมเป็นแค่เด็กกำพร้าพ่อ และแม่ยากจนมาก

ผมเคยบริจาคเงินช่วยเหลือมลนิธ่เด๋กอ่อนในสลัมอบู่หลายปี

เพิ่งงดไปเมื่ออาย ๘๐ และเสียค่ารักษาพยาบาลคนเองแลครอบครัวมากขึ้นครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:16:13:13 น.  

 
สวัสดีครับ

บุญกุศล มากมายครับ คุณอา[ขออนุญาต เรียกคุณอา ครับ]
ความรู้สึก ผมเข้าใจครับ การให้กับสิ่งที่เห็น ผมคิดว่าประเสริฐที่สุดครับ

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ



โดย: Bang (สมาชิกหมายเลข 1857230 ) วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:17:27:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สมาชิกหมายเลข 1857230
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 1857230's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.