กันยายน 2554

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
พ่อกับแม่ฉันเป็นชาวนา ตอน ปลูกข้าวกันเถอะ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ครอบครัวของ นิด อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่มีเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรไมตรีต่อกัน พึ่งพาอาศัยกัน อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข พ่อกับแม่ของนิดเป็นชาวนา แม่ของนิดมีลูกทั้งหมด 10 คน เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก 3 คน และเสียชีวิตตอนอายุ 25 ปี อีก 1 คน นิดจึงมีพี่สาวอยู่ 4 คน พี่ชาย 1 คน ส่วนนิดเป็นคนสุดท้อง ตั้งแต่จำความได้นิด เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนใกล้บ้านในหมู่บ้าน เสาร์-อาทิตย์วันหยุด แม่จะพาไปทำนา ซึ่งนากับบ้านอยู่ห่างกันประมาณ 7 กิโลเมตร และต้องเดินลัดทุ่งนาของเพื่อนบ้าน สลับกับป่าละเมาะ และแม่จะต้องหาบสัมภาระใส่ตะกร้า เช่น อาหาร น้ำ เพื่อไปรับประทานตอนกลางวัน หากเป็นช่วงหน้าฝน เส้นทางที่นิดกับแม่เดินก็จะมีน้ำขัง น้ำท่วม แต่สมัยนั้นน้ำจะใสมาก ซึ่งบางครั้งนิดก็อดไม่ได้ที่จะกระโดดลงเล่นน้ำตามไร่นาที่เขายังไม่ปลูกข้าว และต้องรีบเดินตามหลังแม่ให้ทัน บางครั้งก็เหนื่อย แต่ก็ต้องทนเพราะอยากไปให้ถึงนาจะได้พัก พ่อนิดต้องนอนอยู่ที่นาเพราะต้องเฝ้าเถียงนา เนื่องจากมีวัยรุ่นที่ไปหาปลา หาแมลง ตอนกลางคืนแล้วบางครั้งกินเหล้ากันแล้วเผาเถียงนากันก็มี วันนี้พ่อ กับแม่นิด จะปลูกข้าว โดยการใช้ไม้เหลาเป็นแหลม ๆ แล้วแทงลงไปในดิน ให้เป็นหลุมแล้วหยอดเมล็ดข้าวลงไป ประมาณ 4-5 เมล็ด แล้วใช้เท้าเขี่ยดินกลบ เนื่องจากนาเป็นดินเหนียว เวลาฝนตกดินจะติดเท้ามาก และที่นาอยู่เป็นที่ดอนจึงใช้วิธีดำนาไม่ได้ การปลูกข้าวแบบนี้เมื่อใช้ดินกลบ ก็จะรอเวลาให้ฝนตกใส่นาแล้วข้าวก็จะงอกออกมา บางปีพ่อของนิดก็จะใช้วิธีหว่านเมล็ดข้าว แต่พ่อบอกว่าการหว่านมันกะระยะไม่ได้ เมื่อข้าวงอกออกมา บางพื้นที่ข้าวก็เกิดหนามาก บางพื้นที่ข้าวก็เกิดบาง ถ้าใช้วิธีหยอดข้าว ข้าวก็จะเกิดขึ้นตามหลุมที่เราหยอดเรียงตัวกันสวย พอถึงเวลาอาหารกลางวันนิดดีใจมากที่จะได้กินข้าวแล้วเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน กับข้าววันนี้คือ ผักสดที่หาได้ตามทุ่งนา ส้มตำ ปลาร้า ข้าวเหนียว และเป็นกับข้าวที่อร่อยมากสำหรับนิด และพ่อกับแม่ หลังจากทำนาปลูกข้าวมาถึงใกล้จะค่ำ นิดกับแม่ต้องเตรียมตัวกลับบ้านโดยใช้เส้นทางเดิม และจะต้องเดินกลับให้ถึงบ้านก่อนมืด ซึ่งเป็นเวลาที่นิดคิดหนักเนื่องจากกลัวความมืด นิดจะต้องคอยบอกแม่ให้พากลับให้เร็วเสมอ เพราะหากมืด เมื่อผ่านป่าละเมาะ นิดจะต้องคอยเกาะแขนแม่ตลอดเวลา และช่วงเวลานั้น ก็มักจะมีเสียงกิ่งไม้หักบ้าง สัตว์เล็กสัตว์น้อยวิ่งชนกิ่งไม้บ้าง เสียงนกเสียงตุ๊กแกสารพัด หรือบางทีเดินไปก็ต้องเจอกับงูที่เลื้อยอยู่ตรงหน้า แต่แม่ก็ไม่กลัวอะไรเลย หรืออาจจะกลัวแต่ไม่แสดงออกให้นิดเห็น พอใกล้ถึงบ้านนิดจะวิ่งออกหน้าแม่เสมอเพราะจะได้ถึงบ้านก่อน บางวันนิดก็งอแงเพราะไม่อยากไปนา แต่แม่ก็จะบังคับให้ไปเพราะไม่มีใครดูแล ถ้าปล่อยไว้บ้านคนเดียวก็กลัวอันตราย ส่วนพี่ ๆ บางคนก็มีครอบครัวแยกบ้านไปแล้ว แต่ก็จะมาช่วยพ่อกับแม่ทำนาอยู่เสมอ พี่ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดเนื่องจากไปทำไร่ที่จังหวัดอื่น ก็จะส่งเงินมาให้พ่อกับแม่เป็นทุนในการทำนา และส่งเสียน้อง ๆ เรียนหนังสือ
เฮ้อ นิยายปรัมปรากำลังสนุก หมดมุกซะงั้น เดี๋ยวไปคิดก่อนนะคะว่าจะดำเนินต่อไปยังไง แต่รับรองถ้าใครชอบเรื่องสมัยก่อน ต้องชอบแน่ ๆ ค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
รูปนี้ให้ดูนากับป่าละเมาะในสมัยก่อนก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ



Create Date : 07 กันยายน 2554
Last Update : 7 กันยายน 2554 12:42:02 น.
Counter : 423 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

famlife
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]