มกราคม 2557

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
15
17
19
21
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
นวนิยายตราบสิ้นอสงไขย บทที่ ๓ บ่วงสัญญา
เนื่องจากไปรีไรท์นิยายมาใหม่ จึงขอเปลี่ยนชื่อพระเอกเป็น "นทีดล"ค่ะ (ไม่กลับไปแก้ตอนที่ ๑ และ ๒ แล้วนะคะ)

บทที่ ๓


“ฉากนี้เป็นฉากที่เอื้องมาสำรวจโบราณสถานเพื่อทำวิทยานิพนธ์แล้วได้เจอพระเอกนะ พี่ต้องการให้อยู่ในซีนอารมณ์ที่โรแมนติกมากๆ พีกับเอื้องต้องสมมติว่าตัวเองได้พบกับคนที่เรารัก รักมาก รักด้วยจิตวิญญาณ รักแบบที่ไม่เคยรักใครเท่านี้มาก่อนน่ะ ทำได้ไหม”คณินผู้กำกับหนุ่มวัย 35 ปีแนะนำพระ-นางของตนอีกครั้งก่อนจะหันไปเช็คมุมกล้อง แสง เสียง และส่งสัญญาณดังๆว่า “แอ๊คชั่น!”

บรรยากาศในโบราณสถานเงียบสงัด สายตาทุกคู่จดจ้องไปยังเอื้องลดาซึ่งบัดนี้กำลังสวมวิญญาณนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยดังอยู่

หญิงสาวเดินเข้ามายังเขตโบราณสถานด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ในมือถือสมุดโน้ตเอาไว้เล่มหนึ่ง เพื่อคอยจดรายละเอียดตามบทที่ได้รับ หลังจากเดินสำรวจกำแพงเมืองอยู่ครู่ใหญ่เธอจึงหมุนตัวกลับและพบว่ามีชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลายืนอยู่ตรงหน้า

สายตาสองคู่สานสบกันอย่างหวานฉ่ำ เอื้องลดาพยายามสมมติว่าตนเองเพิ่งได้พบกับคนรักดังที่ผู้กำกับแนะ แต่แล้วสิ่งที่ทำให้สมาธิของเธอขาดสะบั้นลง คือ เสียงกรุ๋งกริ๋งซึ่งดังอยู่ใต้ระดับสายตา ดาราสาวจึงก้มลงมองโดยสัญชาติญาณ พบร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงคนหนึ่งกอดอก ยืนฉีกยิ้มอยู่ข้างๆพีรธร

“น้าเอื้อง”ปากเล็กๆนั้นส่งเสียงเรียกราวกับเป็นคนที่คุ้นเคยกันมาเนิ่นนาน

“หนูเป็นใคร ในเรื่องนางเอกต้องชื่อหยกนะ ไม่ใช่เอื้อง”ดาราสาวคนดังท้วงด้วยน้ำเสียงปราณี หากหมากคำกลับสั่นหน้า หัวเราะคิกคัก

เอื้องลดาเริ่มสับสนว่าเด็กน้อยเข้ามาในฉากได้อย่างไร ในเมื่อตามบทละครฉากนี้มีแต่พระ-นางเท่านั้น เธอจึงหมุนตัวกลับไปถามผู้กำกับทันที “ทำไมให้น้องคนนี้มาเข้าฉากด้วยล่ะคะพี่คณิน”

ผู้กำกับหนุ่มรีบสั่งคัตพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน ก้าวอาดๆเข้ามาหาผู้ถาม “เด็กที่ไหนกันเอื้อง”

เอื้องลดามองตอบ ย่นคิ้ว “ก็เด็กที่มายืนอยู่ข้างๆพี่พีไงคะ”

“เด็กอะไร ไม่มีนี่ครับน้องเอื้อง”พีรธรเองก็งงเป็นไก่ตาแตกไม่แพ้กัน จะว่าไป เขางงมาได้สักพักแล้วล่ะ ว่าทำไมนางเอกคู่ขวัญจึงทำท่าคล้ายพูดอยู่คนเดียว แถมพูดนอกบทเสียด้วยสิ

เอื้องลดาจึงหันกลับมาหาเขา ยื่นมือออกไป หมายจะชี้ “นะ นั่น อ้าว เด็กคนนั้นหายไปไหนแล้วล่ะคะ”

ฝ่ายผู้กำกับจึงระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “อย่าบอกนะว่าเอื้องตาฝาด”

ผู้ถูกถามเม้มริมฝีปาก สั่นหน้า

โธ่ ก็เธอมีสติสัมปชัญญะอยู่ครบและเห็นเด็กคนนั้นยืนอยู่จริงๆนี่นา

ทว่าตอนนี้เด็กน้อยหายไปไหนแล้วเล่า...

“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ”เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้น

เอื้องลดาจึงละสายตาจากคณินไปมองผู้มาใหม่ทันที เขาคนนั้นเดินลิ่วๆนำหน้านัยภาคเข้ามาท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ แต่กระนั้นดาราสาวก็ยังมองเห็นความคมคายบนใบหน้าของชายหนุ่มได้ชัดเจน

คุ้นหน้า นี่คือประโยคแรกที่แวบเข้ามาในสมองยามได้เห็นชายหนุ่มแปลกหน้า แล้วความรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณนิ้วก้อยข้างซ้ายก็ทำให้เธอต้องเหความสนใจมายังแหวนนาคที่สวมอยู่แทน ทว่าชั่วครู่ทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ

อาจจะเป็นไปได้ว่าเธออุปาทานไปเอง

‘ว่างๆคงต้องไปให้หมอเช็คประสาทแล้วล่ะ เอื้องลดาเอ๋ย รู้สึกประสาทสัมผัสของเธอจะดูเพี้ยนๆไปแล้วในช่วงนี้’

“มีใครมาก่อกวนหรือเปล่าครับ”นัยภาคถามเมื่อเดินมาถึงจุดที่ทุกคนยืนอยู่

แทนที่คณินจะตอบกลับบุ้ยใบ้มายังเอื้องลดา หญิงสาวจึงต้องเป็นผู้เล่า“คือ ตอนถ่ายละครเอื้องเห็นว่ามีเด็กผู้หญิงมาเข้าฉากด้วยน่ะค่ะ”

“แล้วปัญหาคือ...”ชายหนุ่มแปลกหน้าเป็นผู้ถามขึ้น สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าของดาราสาว ความอบอุ่นหวามไหววาบขึ้นในอกโดยไม่มีสาเหตุ อะไรสักอย่างทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยยามที่ได้สานสบดวงตากลมโตคมกริบคู่นั้น ไหนจะเรียวปากรูปกระจับที่ดูละม้ายจะแย้มยิ้มอยู่เป็นนิจนั่นอีกล่ะ เหตุใดจึงคุ้นตาเสียเหลือเกิน

“ก็เราถ่ายทำกันอยู่ดีๆ น้องเอื้องก็พูดงึมงำแล้วหันไปถามถึงเด็กกับพี่คณินน่ะสิครับ แต่ก็ไม่มีใครเห็นตามนั้นเลยสักคน”พิรธรสรุปแทนให้ เมื่อเห็นนางเอกคู่ขวัญคล้ายตกอยู่ในภวังค์ความคิด

“โอ๊ย เรื่องแค่นี้คงไม่ถึงกับต้องเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องมาหาเหตุผลกันหรอกมั้ง”เสียงแหลมเล็กดังมาจากทางด้านหลังนัยภาค เอื้องลดาเริ่มรู้สึกตัว รีบหันมองตามเสียงแล้วจึงยิ้ม พลางเดินเข้าไปหาหญิงสาวร่างอวบด้วยความยินดี “พี่นัทมาถึงเมื่อไรคะ”

“มาถึงตอนสายๆล่ะ พอมาถึงก็ขอให้คุณดลกับคุณนัยพามาหาเอื้องเลย แต่พี่แวะคุยกับสไตลิสน์แป๊บนึงเลยมาช้ากว่าเพื่อนน่ะ”นาถนรีอธิบายเสร็จสรรพก็หันไปหาชายหนุ่มแปลกหน้า “ลืมแนะนำไปเลย นี่คุณดลเจ้าของพิงครัตน์รีสอร์ตจ้ะ ส่วนดาราสาวยอดนิยมคนนี้คุณดลคงพอจะเคยผ่านตาบ้างแล้วใช่ไหมคะ”

นทีดลค้อมศีรษะให้หญิงสาวนิดหนึ่งก่อนทักทาย “สวัสดีครับคุณเอื้อง ผมเคยเห็นคุณเอื้องผ่านจอทีวีบ่อยๆนะฮะ แต่ตัวจริงไม่ค่อยเหมือนในจอสักเท่าไหร่”

เขาพูดตรงกับใจทุกอย่าง ก่อนหน้านี้ ยามได้เห็นเธอโลดแล่นอยู่ในจอแก้วกลับไม่เคยรู้สึกถึงสายใยบางๆที่เกี่ยวกระหวัดใจเขาเอาไว้เฉกเช่นเวลานี้

เอื้องลดาหัวเราะเบาๆและระบายยิ้มทั่วใบหน้าขณะย้อนถาม “ตัวจริงนี่แย่กว่าในทีวีหรือเปล่าคะ”


ผู้ถูกถามจึงตอบด้วยท่าทีขึงขังยิ่งขึ้น “นอกจอดูดีกว่าหลายเท่าเลยครับ”

“เอ่อ รบกวนทางกองถ่ายมาพอสมควรแล้ว ถ่ายทำต่อเถอะค่ะพี่คณิน ไม่มีอะไรหรอก”นาถนรีเบรกเพราะรู้ดีว่าทางทีมงานนั้นต้องทำงานแข่งกับเวลา

คณินพยักหน้าและจึงเอ่ยถามนางเอกของตนเพื่อความมั่นใจ “เอื้องโอเคนะ”

“โอเคค่ะ”

สิ้นคำของหญิงสาว ทีมงานทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ฝ่ายนาถนรี นทีดลและนัยภาคนั้นถอยไปยืนอยู่ใต้ร่มก้ามปูใหญ่รอจนการถ่ายทำฉากนั้นเสร็จสิ้นลง

ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่น จะมีผิดปกติอยู่บ้างก็ตรงนทีดลซึ่งทำตัวคล้ายไม่ติดใจสงสัยอะไรเลยตั้งแต่ต้น กลับมองตามร่างบางของดาราดังอย่างครุ่นคิด ‘ความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในใจเขาเมื่อครู่ มันคืออะไร จะว่าเป็นความวูบวาบยามได้เห็นสาวสวยก็ไม่น่าจะใช่ เพราะวูบแรกที่สบตากัน เขาก็รู้โดยทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ ไม่ธรรมดา ’

รุ่มในใจฮ้อน อาวรณ์บ่หาย เหมือนปะอี่นาย ภายในหอห้อง
แม่นแล้วก่าหา กะหลาคู่ถ้อง ได้อยู่คู่ครอง ชาติแล้ว
หน้าคิ้วผิวนาง แอวบางฮ่างแคล้ว แม่จี๋ดอกแก้ว เหมือนเคย
ปี้อ้ายใคร่รู้ อู้จ๋าเฉลย แม่สีปูเลย เหมือนเคยอู้ถ้อง



Create Date : 11 มกราคม 2557
Last Update : 11 มกราคม 2557 11:14:30 น.
Counter : 625 Pageviews.

1 comments
  
ผ้าเช็ดตัวหนานุ่มเลื่อนไปตามเรือนร่างได้สัดส่วนอันมีหยดน้ำเกาะพราว ก่อนที่เจ้าตัวจะใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหม่พันตัวเดินกลับไปยังห้องนอนหรูซึ่งผู้จัดการส่วนตัวผู้เป็นญาติผู้พี่จัดเตรียมเอาไว้ให้

เรียวปากบางแย้มยิ้มน้อยๆเมื่อมองเห็นดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ปักอยู่เหนือแจกันทรงสูงซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะไม้เล็กๆข้างผนังกระจกใสที่บัดนี้ปิดผ้าม่านเอาไว้อย่างมิดชิด

ร่างระหงเดินมานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ยกมือขึ้นบรรจงหวีผมยาวสลวยดัดปลายน้อยๆของตนอย่างเบามือ พร้อมกับมองเลยไปยังฉากหลังอันเป็นภาพเตียงสี่เสาและมีมุ้งสีขาวสะอาดประดับอยู่ทั้งสี่มุม ที่คิดว่าเป็นการประดับเอาไว้นั้นเพราะดาราสาวคงไม่มีโอกาสได้ใช้มัน เนื่องจากไม่เคยชินกับการนอนในมุ้งมาก่อน

นิ้วเรียวแตะโลชั่นแล้วจึงชโลมลงบนผิวหน้าเบาๆ ในใจคิดเวียนวนเรื่อยเปื่อยแต่แล้วกลับวกมาหานทีดลอย่างช่วยไม่ได้

นี่เธอชอบเขาอย่างนั้นหรือ

บ้าไปแล้วเอื้องลดา ปีนี้เธอก็อายุย่าง 25 ปีแล้วนะ ไม่ใช่สาว 14 ขวบจะได้ตกหลุมรักหนุ่มได้ง่ายๆแบบนั้นน่ะ เฮ้อ! รู้ไปถึงไหนก็คงอายไปถึงนั่น มีอย่างหรือ ครองตัวเป็นสาวโสดไร้รักมาได้ตั้งหลายปี แต่กลับต้องมาตกม้าตายเอาตอนอายุ 25 ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่ๆ

เอ...หรือจะเป็นเพราะอาถรรพ์เบญจเพศกันนะ ใครๆเขาก็มักจะบอกว่า คนในวัยนี้มักจะชีวิตแปรปรวนและเปลี่ยนแปลงไปในทางร้ายมากกว่าดี
ร้ายหรือ...ความรักไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนี่นา อีกใจคิดแย้ง

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังก้อง หญิงสาวจึงลุกพรวดขึ้น เดินไปใกล้ๆประตู ตะโกนถาม “ใครคะ”

“เอื้อง พี่นัทเอง” เสียงด้านนอกตอบมาฉาดฉาน

“พี่นัทรอเอื้องแต่งตัวแป๊บนึงนะคะ”พูดจบหญิงสาวก็รีบหมุนตัวไปปลดชุดเดรสสีม่วงอ่อนที่แขวนเตรียมไว้มาสวมก่อนจะเดินกลับไปยังจุดเดิมเพื่อเปิดประตูอีกครั้ง

“เชิญค่ะ คุณนาย ไหนบอกว่าจะออกไปธุระไงคะ แล้วทำไมเปลี่ยนใจมาหาเอื้องได้ล่ะ”

ร่างท้วมของนาถนรีนั่งแหมะลงบนโซฟาสีเลือดนกแล้วจึงเอียงหน้ามองคนถาม “ยังไม่ได้ออกไปเลยน่ะสิ รอให้เพื่อนขับรถมารับก่อน เพราะพี่จะทิ้งรถไว้ให้เอื้องใช้ จะได้สะดวกเวลาอยากไปโน่นมานี่”

น้องสาวยกมือขึ้นไหว้ ดวงตาทอดมองผู้เป็นพี่ด้วยความซาบซึ้งใจ

เส้นทางการเป็นดาราของเธอมีนาถนรีร่วมทางมาตั้งแต่ต้น จึงเรียกได้ว่าเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันเลยทีเดียว

นับตั้งแต่มีแมวมองมาทาบทามเอื้องลดาให้เข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อสิบปีที่แล้ว เธอก็ถูกทัดทานจากบิดามารดามาตลอดโดยท่านอ้างว่ากลัวลูกสาวคนเดียวจะเสียการเรียน แต่ลึกลงไปกว่านั้นท่านทั้งสองเป็นห่วงเรื่องที่วงการบันเทิงเต็มไปด้วยงูเงี้ยวเขี้ยวขอเกรงจะมาฉกกัดลูกสาวของท่าน แต่เมื่อนาถนรีเรียนจบและเอื้องลดาเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาแล้ว ญาติผู้พี่ก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมบิดามารดาของเอื้องลดาซึ่งก็เป็นอาและอาสะใภ้ของตนอีกรอบ ท่านทั้งสองจึงตั้งข้อแม้ว่า จะยอมให้เอื้องลดาเข้าสู่วงการบันเทิงได้ ถ้ามีนาถนรีคอยเป็นผู้ดูแล นับแต่นั้นนาถนารีจึงรับหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้น้องสาวมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งๆที่ตนเองก็มีภาระหน้าที่รออยู่มากมาย

“ว่าแต่เรื่องราววันนี้มันเป็นยังไงมายังไง”นาถนรีขยับนั่งตัวตรง ชะโงกหน้าเข้ามาถามเจ้าของห้องซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม

“หมายถึงเรื่องที่เอื้องเห็นเด็กผมจุกนั่นหรือคะ”

“อืม เรื่องนั้นแหละ พี่ว่ามันทะแม่งๆอยู่นา แถมตรงนั้นเป็นเมืองเก่าด้วย อะไรที่เราไม่เคยเห็นก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีสักหน่อย เราไปทำอะไรให้เจ้าที่เจ้าทางไม่พอใจหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่นะคะ ตอนบวงสรวงเอื้องก็ไปร่วม แล้ววันนี้เอื้องก็เพิ่งโผล่ไป แทบไม่ทันได้ทำอะไรก็ต้องเข้าฉากแล้ว”

คนฟังพยักหน้าก่อนจะทำตาโต นึกขึ้นได้ว่า “เออ พี่ลืมไปเลย คุณดลเขาเชิญเราไปทานข้าวที่คุ้มเวียงพิงค์เย็นนี้ด้วยกันน่ะจ้ะ”

คนถูกเชิญฉงน “เลี้ยงทีมงานด้วย หรือมีแต่เอื้องคนเดียวคะพี่นัท”

นาถนรีอมยิ้ม มองหน้าน้องสาวตรงๆก่อนตอบ “เลี้ยงเอื้องคนเดียวจ้ะ ตอนแรกเขาเชิญพี่ด้วย แต่พี่ดันมีนัดเสียก่อน”

“งั้นเอื้องไม่ไปดีกว่า”

“เอ๊า!” คนเป็นพี่ทำเสียงสูงปรี๊ด “ทำไมล่ะจ๊ะ ใครๆเขาก็อยากใกล้ชิดคุณดลกันทั้งนั้นนะ แหม...ก็ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งตระกูลดี ใครจะยอมให้หลุดมือไปได้ล่ะ”

เอื้องลดาส่ายหน้า “เอื้องมาทำงาน ไม่ได้มาหาสามีนะคะพี่นัท”

ที่สำคัญเธอก็ไม่อยากอยู่ใกล้ชิดเขามากนักหรอก ความรู้สึกประหลาดบ้าบอเมื่อกลางวันทำให้ดาราสาวตั้งใจว่าจะพยายามเลี่ยงให้ห่างจากเขา เนื่องจากเคยได้ยินข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า หนุ่มเชื้อเจ้าคนนี้เจ้าชู้นัก

นาถนรีได้ฟังกลับยักไหล่ มองหน้าน้องสาวตรงๆ “มนุษย์เรายังไงก็ต้องมีคู่นะจ๊ะน้องเอื้อง ถ้าเรามีโอกาสดีๆทำไมไม่ลองดูล่ะ อีกอย่างพี่ก็มั่นใจว่าเอื้องมีภูมิคุ้มกันเรื่องผู้ชายสูง ถึงได้ไม่มีแฟนกับเขาสักทีไง”

คนฟังอมยิ้มน้อยๆมองเห็นลักยิ้มข้างแก้มรำไร เก๋ไก๋นัก “คุณพ่อคิดผิดนะคะเนี่ยที่ให้พี่นัทมาดูแลเอื้อง ที่ไหนได้ยุให้น้องอ่อยผู้ชายซะงั้นแหละ”
คนถูกว่าทำตาโต “โอ๊ย อคติจริงๆเลย พี่บอกว่าให้โอกาสตัวเองบ้าง เวลาเขาเสนอมา เราก็น่าจะลองพิจารณาดูสักตั้ง พี่รู้จักคุณดลมานาน เขาเป็นคนดีมากเลยนะ ขอบอก”

“แสดงว่าที่เขาลือๆกันว่าคุณดลของพี่นัทเจ้าชู้มากนี่ก็ไม่ใช่เรื่องจริงสิคะ”ดาราสาวดักคอ ทว่าคนฟังกลับพยักหน้ารับด้วยความมั่นอกมั่นใจ “ย่ะ เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง เขามีข่าวกับผู้หญิงเยอะ เพราะผู้หญิงพวกนั้นพยายามเข้ามาใกล้ชิดเขา แต่พี่ไม่เคยเห็นเขาจะเกินเลยกับผู้หญิงคนไหนเลยนะ”

“ถึงอย่างงั้นก็เถอะ วันนี้เอื้องไม่ว่างค่ะ”

“นัดกับใคร”อีกฝ่ายมีท่าทีสนใจขึ้นมาอีก

“ก็คุณนัยไงคะ”

นาถนรีย่นคิ้ว “คุณนัยผู้จัดการรีสอร์ตน่ะเหรอ”

“ใช่ค่ะ มีอยู่นัยเดียวแหละ”

“นัดกันไปไหน”

“ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกค่ะ นัดกันที่ห้องอาหารของรีสอร์ตนี่แหละ พอดีเอื้องมีเรื่องจะรบกวนคุณนัยนิดหน่อย”

คนฟังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกรอบ พลางบ่นพึมพำ “สงสัยจะเกิดศึกชิงนางขึ้นแล้วมั้งลูกพี่ลูกน้องคู่นี้”

เอื้องลดาได้ฟังจึงแกล้งถอนหายใจแรงๆเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินถนัดถนี่ “คิดแต่เรื่องชู้สาวนะคะพี่นัท เอื้องอาจจะมีธุระอื่นโดยไม่มีเรื่องรักๆใคร่ๆมาเจือปนก็ได้”

นาถนรีทำปากยื่น “ขอให้มันจริงเถอะ เอาล่ะ เดี๋ยวจะถึงเวลานัดของพี่แล้ว ดูแลตัวเองด้วยล่ะแม่คุณ เดี๋ยวสักสี่ทุ่มพี่จะแวะมาหาอีกรอบ”

“ขอให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีนะคะ”ดาราสาวอวยพรทิ้งท้ายก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อเดินไปส่งผู้จัดการส่วนตัวจอมเจ้ากี้เจ้าการของตน
โดย: ผู้หญิงเลือดเย็น วันที่: 11 มกราคม 2557 เวลา:11:16:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ผู้หญิงเลือดเย็น
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ใครเล่นเฟซบุ๊คไปคุยกันได้
ในแฟนเพจ "บ้านน้ำฟ้า"นะคะ