Group Blog
 
<<
เมษายน 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
1 เมษายน 2549
 
All Blogs
 
รวมเพลงชาติของสยามประเทศ สามยุคสามสมัย พ.ศ. ๒๔๗๕, ๒๔๗๗ และ ๒๔๘๒ ครับ


บังเอิ้ญ บังเอิญไปเจอเพลงทรงคุณค่าเหล่านี้จากเวป พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย ครับ เลยขอเอามาใส่เพื่อเป็นเกียรติแก่บล็อคเล็กๆ นี้ และแบ่งปันให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยฟังได้ฟังกันด้วย (ทางเวปคงไม่ว่ากันเน้อ ของดีๆ อย่างนี้ไม่เผยแพร่มันน่าเสียดายครับ)

ใครเคยฟังแล้วก็ขออภัยนะครับ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แปะเพลงชาติไทยแล้ว เลยว่าจะเก็บประวัติความเป็นมาของเพลงชาติไทยมาฝากด้วย แต่ค้นไปค้นมาแต่ละแหล่งข้อมูลก็มีประวัติที่หลากหลายแตกต่างกัน ผมเลยจับสรุปรวมๆ กันมา เอาเป็นว่า...ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแหล่ะครับ อ่านเล่นๆ พอเป็นความรู้รอบตัวละกันนะครับ...



ประวัติเพลงชาติไทย


ปี พ.ศ. 2395 ในปลายรัชสมัย พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีนายทหารอังกฤษ 2 คนชื่อ ร้อยเอกอิมเปย์ (Impey) และ ร้อยเอกน๊อกซ์ (Thomas G. Knox) เข้ามาเป็นครูฝึกทหารเกณฑ์ ในวังหลวงและวังหน้า ได้ใช้เพลง 'God Save the Queen' ซึ่งเป็นเพลงประจำชาติของอังกฤษเป็นเพลงฝึกสำหรับทหารแตร

ซึ่งในการฝึกทหารของไทยสมัยนั้น ใช้ตามแบบอย่างของประเทศอังกฤษทั้งหมด ดังนั้นเพลง 'God Save the Queen' จึงถูกใช้เป็นเพลงเกียรติยศสำหรับกองทหารไทยใช้ถวายความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ด้วย และเรียกกันว่า 'เพลงสรรเสริญพระบารมีอังกฤษ'

ต่อมา พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ได้ประพันธ์เนื้อร้องขึ้นมาใหม่ โดยใช้ทำนองของเพลง 'God Save the Queen' และตั้งชื่อเพลงขึ้นใหม่ว่า 'จอมราชจงเจริญ' และนี่นับเป็นเพลงชาติฉบับแรกของประเทศสยาม

แต่ในปี พ.ศ. 2414 เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสเมืองสิงคโปร์ ในขณะนั้นสิงคโปร์ยังเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษอยู่ กองทหารดุริยางค์ สิงคโปร์ก็ได้บรรเลงเพลง 'God Save the Queen' เพื่อถวายความเคารพเช่นกัน พระองค์จึงทรงตระหนักว่าประเทศสยาม จำเป็นจะต้องมีเพลงชาติที่เป็นของตัวเองขึ้น เพื่อแสดงถึงความเป็นเอกราชของชาติ

ครั้นเมื่อทรงเสด็จกลับถึงพระนคร จึงได้โปรดให้ตั้งคณะครูดนตรีไทยขึ้น เพื่อทรงปรึกษาหาเพลงชาติที่มีความเป็นไทยมาใช้แทนเพลง 'จอมราชจงเจริญ' และคณะครูดนตรีไทย ได้เลือก 'เพลงทรงพระสุบัน' หรือ 'เพลงบุหลันลอยเลื่อน' ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โดยนำมาเรียบเรียงใหม่ ให้มีความเป็นสากลขึ้นโดย เฮวุดเซน (Heutsen) ซึ่งก็นับเป็นเพลงชาติไทยฉบับที่สอง และใช้บรรเลงในระหว่างปี พ.ศ. 2414-2431

สำหรับ เพลงชาติไทยฉบับที่สาม คือ 'เพลงสรรเสริญพระบารมี' อย่างที่ยังได้ยินในปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งเพลงนี้ประพันธ์โดย ปโยตร์ สชูโรฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) นักประพันธ์ชาวรัสเซีย คำร้องเป็นพระนิพนธ์ของ สมเด็จฯ กรมพระนริศรานุวัตติวงศ์ ใช้บรรเลงเป็นเพลงชาติ ในระหว่างปี พ.ศ. 2431-2475

เพลงชาติไทยฉบับที่สี่ เกิดขึ้นภายหลังจากที่ประเทศสยามได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ซึ่งเพลงชาติฉบับนี้เป็นเพลงชาติฉบับชั่วคราว เนื่องจากคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้มีความต้องการที่จะสร้างเพลงชาติขึ้นมาใหม่อยู่แล้ว โดยได้มอบหมายให้ พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร หรือชื่อเดิม ปีเตอร์ ไฟท์ (Peter Feit) เป็นชาวต่างชาติ) เป็นผู้ประพันธ์ แต่ไม่สามารถเสร็จทันเวลาได้

ในระหว่างรอเพลงชาติจากพระเจนดุริยางค์อยู่นั้น คณะผู้ก่อการเลยนำเอาทำนองเพลงไทยเดิม คือ 'เพลงมหาชัย' มาใช้ก่อนเป็นการชั่วคราว โดยให้ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการในสมัยนั้น เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง ซึ่งมีเนื้อหาปลุกใจให้คนไทยเกิดความรักชาติ และเกิดความสามัคคี ตลอดจนให้เลื่อมใสในรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้

ยามอยู่คู่ฟ้าอย่าสงสัย เพราะชาติไทยเป็นไทยไปทุกเมื่อ
ชาวสยามนำสยามเหมือนนำเรือ ผ่านแก่งเกาะเพราะเพื่อชาติพ้นภัย
เราร่วมใจร่วมรักสมัครหนุน ธรรมนูญสถาปนาพรรษาใหม่
ยกสยามยิ่งยงธำรงชัย ให้คงไทยตราบสิ้นดินฟ้า


แต่เพลงชาติฉบับ 'เพลงมหาชัย' นี้ก็ถูกใช้อยู่ไม่นาน เมื่อเพลงชาติไทยฉบับที่ห้า คือเพลงชาติฉบับที่พระเจนดุริยางค์เป็นผู้ประพันธ์ทำนองได้เสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2475 และประพันธ์เนื้อร้องโดย ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) โดยได้บรรเลงครั้งแรก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมเมื่อ วันที่ 7 กรกฎาคม 2475 ซึ่งทำนองของเพลงชาติไทยฉบับนี้ก็เป็นต้นแบบของเพลงชาติไทยมาจนปัจจุบัน ลองฟังกันดูครับ...




เพลงชาติไทยสมัย พ.ศ. ๒๔๗๕
คำร้อง: ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)


แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า
สืบชาติไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา
ร่วมรักษาเอกราษฎร์ชนชาติไทย
บางสมัยศัตรูจู่มารบ
ไทยสมทบสวนทัพเข้าขับไล่
ตลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไทย
สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา

อันดินสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย
น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
เอกราชคือกระดูกที่เราบูชา
เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
ยึดอำนาจกุมสิทธิ์อิสระเสรี
ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย
สถาปนาสยามให้เชิดชัย ชโย


ส่วนกำเนิดของเพลงชาติฉบับที่ 6 นั้นมาจากในปี พ.ศ. 2477 รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเพลงชาติขึ้น ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาเกี่ยวกับเพลงชาติโดยเฉพาะ คณะกรรมการได้กำหนดให้มีเพลงชาติแบบไทยและแบบสากล อย่างละเพลงคือ แบบไทยได้แก่เพลงชาติของ จางวางทั่ว พาทยโกศล ที่แต่งขึ้นจากเพลงไทยเดิมชิ่อว่า 'ตระนิมิตร' ส่วนทางสากลได้แก่ เพลงชาติเดิมของพระเจนดุริยางค์ที่แต่งไว้แล้ว

แต่ในเวลาต่อมาคณะกรรมการชุดนี้ ได้พิจารณาว่าเพลงชาตินั้นควรจะมีลักษณะที่บ่งบอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามีสองเพลงอาจทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ลดลง จึงตกลงว่าให้มีเพลงเดียวคือ แบบทำนองสากลของพระเจนดุริยางค์ แต่ได้จัดให้มีการประกวดเนื้อร้องขึ้นใหม่ ซึ่งคณะกรรมการได้สรุปผลให้เนื้อร้องของ นายฉันท์ ขำวิไล และเนื้อร้องของขุนวิจิตรมาตรา ซึ่งแปลงจากเนื้อร้องเดิมของตนเล็กน้อยได้รับรางวัล และตัดสินให้เนื้อร้องของขุนวิจิตรมาตราได้รับรางวัลชนะเลิศในที่สุด




เพลงชาติไทยสมัย พ.ศ. ๒๔๗๗
คำร้อง: ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) และนายฉันท์ ขำวิไล ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)


(เนื้อร้องของขุนวิจิตรมาตรา)
แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า
สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา
ร่วมรักษาสามัคคีทวีไทย
บางสมัยศัตรูจู่โจมตี
ไทยพลีชีพร่วมรวมรุกไล่
เข้าลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไทย
สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา

อันดินสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย
น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
เอกราชคือเจดีย์ที่เราบูชา
เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
รักษาชาติประเทศเอกราชจงดี
ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย
สถาปนาสยามให้เทอดไทยไชโย

(เนื้อร้องของนายฉันท์ ขำวิไล)
เหล่าเราทั้งหลายขอน้อมกายถวายชีวิต
รักษาสิทธิ์อิสระ ณ แดนสยาม
ที่พ่อแม่สู้ยอมม้วยด้วยพยายาม
ปราบเสี้ยนหนามให้พินาศสืบชาติมา
แม้ถึงไทยด้อยจนย่อยยับ
ยังสู้กลับคงคืนได้ชื่นหน้า
ควรแก่นามงามสุดอยุธยา
นั้นมิใช่ว่าจะขัดสนหมดคนดี

เหล่าเราทั้งหลายเลือดและเนื้อเชื้อชาติไทย
มิให้ใครเข้าย่ำขยำขยี้
ประคับประคองป้องสิทธิ์อิสระเสรี
เมื่อภัยมีช่วยกันจนวันตาย
จะสิ้นชีพไว้ชื่อให้ลือลั่น
ว่าไทยนั้นรักชาติไม่ขาดสาย
มีไมตรีดียิ่งทั้งหญิงชาย
สยามมิวายผู้มุ่งหมายเชิดชัยไชโย


และเพลงชาติไทยฉบับที่ 7 ในปี พ.ศ. 2482 มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจากคำว่า 'สยาม' มาเป็น 'ไทย' ทำให้จำต้องแก้ไขเนื้อร้องในเพลงชาติด้วย รัฐบาลจึงได้จัดประกวดเนื้อร้องเพลงชาติไทยขึ้นใหม่ โดยใช้ทำนองเพลงชาติไทย ของพระเจนดุริยางค์ตามแบบเดิมซึ่งผู้ชนะการประกวดได้แก่ นายพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) และได้กลายมาเป็นเพลงชาติฉบับที่ 7

ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศใช้เพลงชาติไทยฉบับที่ 7 นี้ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2482 และเป็นฉบับที่ถูกใช้มาจนปัจจุบันนี้ครับ





เพลงชาติไทยสมัย พ.ศ. ๒๔๘๒
คำร้อง: นายพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ทำนอง: พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร)


ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัยชโย



แผ่นเพลงชาติไทยตราโอเดียน


ขอขอบคุณที่มา
เวปพิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย, เวปชมรมดนตรีไทย เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน






โอ้โห...ช่างมีประวัติยาวนานจริงๆ นะ เพลงชาติไทยของเรา (ดีใจจังที่นั่งค้น) ได้อ่านได้ฟังแล้วก็อดภูมิใจในเพลงชาติไทยของเราไม่ได้

แต่ฟังเนื้อหาแล้วไม่ว่าฉบับไหนก็พูดถึงเรื่องความสามัคคีเน๊อะ ทำให้คิดถึงบ้านเมืองตอนนี้ที่รุนแรงเลวร้ายขึ้นทุกที แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันซะ ที่จริงจะรักใครเกลียดใคร ก็น่าจะแสดงออกกันด้วยความคิดความเห็นเน๊าะ จะประท้วง รึไม่ประท้วงก็ว่ากันไป แต่ก็ไม่เห็นต้องใช้กำลังกันเลย อย่างน้อยก็คนไทยด้วยกัน อยู่บนแผ่นดินเดียวกัน ร้องเพลงชาติไทยเพลงเดียวกัน เป็นลูกพ่อของแผ่นดินเหมือนๆ กัน ไม่รู้จะใช้กำลังกันไปทำไม

เดี๋ยวจะเหมือนที่เค้าว่ากันเน้อ...แล้วเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง




...จบซีเรียสไปหน่อย ต้องขออภัย แฮ่ๆ ยังไงก็ขอบคุณนะครับที่แวะมา



Create Date : 01 เมษายน 2549
Last Update : 25 กรกฎาคม 2551 1:39:06 น. 30 comments
Counter : 1002 Pageviews.

 
อ้อ..ชื่อในไฟล์ที่เล่นเป็น 'เพลงชาติไทยสมัย พ.ศ. 2475' นี่ไม่ต้องงงนะครับ มันมากับไฟล์

เค้าบอกว่าเป็นฉบับปี 2475 แต่ผมอ่านจากประวัติ เทียบเนื้อร้องแล้วเป็นของปี 2477 ครับ

แต่ขี้เกียจแก้ชื่อไฟล์อ่ะ แหะๆ

อ้อ..ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะครับ


โดย: captainfakenature วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:3:45:39 น.  

 
โหยยย จ๊าบ เจ๋งอ่า
สุดยอดมากเลยพี่กัปตัน

น่าเอาไปเปิดใส่ม๊อบเนอะ
ไม่รู้ลืมเพลงชาติไทยกันไปหมดรึยัง

บล็อกวันนี้ ดูดี มีสาระมักๆ
ขัดกับลุคจขบ.อย่างรุนแรง


โดย: THE BEGINNING วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:4:03:05 น.  

 
ขอบคุณค๊า...

เพิ่งจะเคยได้ยิน เป็นบุญหูจริงๆจ้า


โดย: zaesun วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:4:04:02 น.  

 
คิดถึงตอนที่ต้องยืนเคารพธงชาติที่โรงเรียนอ่ะ

ดีจังที่ได้ฟัง

พี่กัปตันสบายดีนะคะ
วันนี้ปอยไปเลือกสว.ค่ะ ขี้เกียจมากๆ สถานฑูตอยู่ไกลเชียว

แต่ก้อ
เป็นหน้าที่
เนอะ


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:8:19:02 น.  

 
เอาบทกลอนมาฝากจ้า!!!

ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง
แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง
ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง
จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง

(นภาลัย สุวรรณธาดา (๒๕๑๐))


เพียงเพื่อให้ได้ชัย
เดือดร้อนใครก็ช่างหรือ
เพียงเพื่อให้ลุกฮือ
เสียเลือดเนื้อหรือก็ยอม

พฤษภาปี '35
คนทั้งหล้ายังตรมตรอม
ใยเสียงที่รอมชอม
ใยไม่ฟังยังดึงดัน

อดทนจะอดทน
เราทุกคนจะกัดฟัน
เขาจะยั่วเขาจะหยัน
ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือ

ไม่รุนแรงไม่แข็งกร้าว
แม้ปวดร้าวต้องยึดถือ
สันติวิธีคือ
หนทางรักษาบ้านเมือง

(นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี)

ยังไงๆ 2 เมษาอย่าลืมไปเลือกตั้ง สส. นะ
ขอฝากอนาคตไว้ในรอยกากบาทของท่านนะครับ
(ผมไม่ได้ไปเลือก เพราะอายุไม่ถึง 18)


โดย: ๛tum๛ IP: 61.47.124.63 วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:9:55:19 น.  

 
เป็นบุญหูจริง ๆ ด้วยค่ะ เคยได้ยินแต่ว่ามีเวอร์ชันก่อนหน้านี้แต่ไม่เคยฟัง

เจ๋งดีค่ะ


โดย: ZAZaSassY วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:10:51:58 น.  

 
ฮ่า ฮ่า คุ้นเคยกับคำว่าเป็น " บุญตา " แต่ว่างานนี้ต้องพูดซะแล้วค่ะว่า " เป็นบุญหู " ของเราจริงๆ ที่ได้ยินเพลงชาติไทยสมัยก่อน นี่ได้ฟังครั้งแรกเลยนะค่ะ

ภูมิใจกับความเป็นไทย เพลงไทยและชาติไทยค่ะ เวลาร้องเพลงชาติทีไรเราจะร้องด้วยความรู้สึกรัก หวงแหนมากๆ

จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนรับน้องมีรุ่นพี่เค้าสั่งให้ยืนเรียงแถวหน้ากระดานแล้วจู่ๆ เค้าบอกว่าให้น้องๆ ร้องเพลงชาติเอาแบบดังๆ ด้วยนะ พอน้องๆ ร้องไปแล้วไม่ดังเค้าก็ให้หยุดแล้วก็หัวเราะคิกๆ คักๆ ผลคือมีอาจารย์คนหนึ่งเดินเข้ามา ตักเตือนบอกพวกรุ่นพี่พวกนั้นว่าให้เอาเพลงใหม่มาร้องเหอะ เพราะเพลงชาติเค้ามีโอกาสในการร้องและไม่ใช่เอามาเล่นกันแบบนี้... โห ฟังตอนนั้นแล้วประทับใจในตัวอาจารย์คะ แล้วก็แอบสมน้ำหน้ารุ่นพี่ด้วยเพราะจ๋อยไปเลย


โดย: JewNid วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:11:18:31 น.  

 
เป็นบุญจริงๆ ไม่เคยฟังมาก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: ป่ามืด IP: 124.120.48.83 วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:11:19:29 น.  

 
ขอบคุณที่นำมาลงให้ฟัง เป็นบุญหูจริงๆ เหมือนที่พี่นิดว่าค่ะ


โดย: rebel วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:11:21:37 น.  

 
เยี่ยมนายแน่มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: หมึกซึม. IP: 124.120.188.180 วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:22:41:26 น.  

 


โดย: captainfakenature วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:23:12:30 น.  

 
ก็พ่อเฒ่า(คุณตา)ก็เล่าให้ฟัง ร้องให้ดูอยู่เหมือนกัน
แต่ก็จำไม่ได้แล้วหละ จำได้แต่บรรทัดแรกนั้นแหละ
หรือเพราะผมสนิทกับคนแก่ๆตอนเด็กๆมั้งคับ
แล้วก็ท๊อปประวิติศาตร์ประจำเลยสมัยเรียนก็เลยอ่านบล๊อคพี่ได้สบาย

ส่วนเรื่องพี่อัพบล๊อคแล้วผมไม่เห็นจริงๆคับพี่
ก็มันไม่มีคำว่านิวส์อ่ะผมเลยผ่านๆไป
แล้วนับวันบล๊อคพี่ก็โหลดยากขึ้นทุกทีนะครับ
ยังไงก็ตามการที่พี่ทำแบบนี้ทำให้คนได้ประโยชน์บ้างอยู่เหมือนกันนะคับ ผมว่าผลบุญคงเกิดแก่ตัวพี่มากนะคับ
ใว้วันหลังจะเล่าให้ฟังว่าผมเจอบล๊อคพี่ได้ไงนะคับ


โดย: cb IP: 58.136.99.155 วันที่: 10 เมษายน 2549 เวลา:21:30:12 น.  

 
ง่า..บล็อคผมก็ไม่ได้เน้นประวัติศาสตร์เท่าไหร่น่ะครับ น้อง cb เน้นอัพตามใจมากกว่า แต่พอดีเป็นคนชอบอะไรเก่าๆ เก็บๆ นะครับ ก็เลยเรื่องเก่าๆ เยอะหน่อย

อย่าลืมมาเล่านะครับว่าเจอบล็อคผมได้ไงอยากรู้จริงๆ นะ



โดย: captainfakenature วันที่: 12 เมษายน 2549 เวลา:22:51:13 น.  

 
ไปค้นมาจากไหนเยี่ยมจริงๆ


โดย: อู๋ IP: 203.114.103.242 วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:15:14:24 น.  

 
ขอบคุณมากเลยสำหรับเพลงที่มีคุณค่าที่หามาให้ฟังกัน


โดย: numta2003 IP: 83.250.27.122 วันที่: 3 กรกฎาคม 2549 เวลา:1:12:10 น.  

 
เป็นบุญหูจริงๆด้วยค่ะ

หาเพลงนี้มาได้ เก่งจริงๆเลยค่ะ แสดงว่าเป็นคนช่างค้น ช่างคุ้ย (แคะ แกะ เกา)


โดย: The Happiness IP: 58.8.182.62 วันที่: 6 ตุลาคม 2549 เวลา:14:54:13 น.  

 


ไม่เคยฟังเพลงนี้เรยค่ะ....ดีใจที่ได้ฟังค่ะ ขอบคุณมากมายค่ะ


โดย: ~ Oneko ~ IP: 61.90.147.248 วันที่: 6 ตุลาคม 2549 เวลา:15:41:47 น.  

 
เคยได้ยินในรายการ "คุณพระช่วย" ทางช่อง 9 เมื่อประมาณต้นปีนี้(49) แต่เป็นการบรรเลงใหม่ในคืนนั้น...

โดยมี อ. สุกรี เจริญสุข(ไม่รู้จำนามสกุลแกถูกหรือเปล่านะ)จาก ม. ศิลปากร มาบรรยายความเป็นมาของเพลงชาติไทยทุก ๆเวอร์ชั่นที่เคยมี...
ยังไงได้มาฟังของแท้ที่นี่ที่เพื่อน ๆหามาให้ฟัง ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลย...บุญหูที่ได้ฟังดังที่ว่า ขอขอบคุณครับ...


โดย: ตาโต IP: 58.9.198.233 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:0:39:35 น.  

 
ดีค่ะดี ดูแล้วเข้าใจดีค่ะ เอาไปตั้งคำถามตอบส่งครู วิชาดนตรี ค่ะ


โดย: mirumo_jung IP: 222.123.128.158 วันที่: 26 มกราคม 2550 เวลา:10:01:30 น.  

 
เพลงสนุกดี


โดย: mirumo_jung2 IP: 222.123.128.158 วันที่: 26 มกราคม 2550 เวลา:10:04:11 น.  

 


โดย: แพน IP: 124.157.182.201 วันที่: 18 มิถุนายน 2550 เวลา:18:19:42 น.  

 
เพลงเพราะดีค่ะ แล้วก็ยาวมากด้วย แต่สมแล้วที่เกิดมาเป็นคนไทยอุตส่าห์หามาให้ศึกษา สุดยอด


โดย: แพน IP: 124.157.182.201 วันที่: 18 มิถุนายน 2550 เวลา:18:26:38 น.  

 


โดย: ด.ช.แอ IP: 203.113.17.157 วันที่: 9 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:56:54 น.  

 
เพลงดี มาก
มาบ้านฮ็อง












โดย: กุ้ง IP: 203.113.17.157 วันที่: 9 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:00:32 น.  

 

ไดพำดหกแก


โดย: เด็ก พญาราม IP: 203.113.17.157 วันที่: 9 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:31:26 น.  

 
รักเละเคารพมากคับผมจะตั้งใจเรียนเพื่อเป็นการตอบเเทนพระคุณครับผม


โดย: ด.ชวัชระ IP: 125.24.169.163 วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:36:44 น.  

 
เพราะมากครับ อยากได้ๆๆ


โดย: natdanai IP: 125.24.50.132 วันที่: 25 กันยายน 2550 เวลา:8:13:43 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ

ต้องการอยู่พอดีเลย

ขอบคุณจริงๆ


โดย: จินนี่ IP: 118.172.123.222 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:54:36 น.  

 
บล็อกของคุณมีสาระดีมากเลยค่ะได้ความรู้ที่แปลกๆดี


โดย: hellojaae IP: 124.120.150.36 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:34:01 น.  

 
เคยได้ฟังเพลงชาติไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยคุณลุง นคร มังคลายน หนุ่มน้อยฝอยข่าว เคยร้องให้ฟังเนื้อร้องว่า" กรุงศรีอยุธยา ราชธานีไทย ถึงแม้จะแตกแยกไป ก็ไม่สิ้นคนดี เราจะรบศัตรู เราจะสู้ไพรี เราจะเทิดกรุงศรีอยุธยาไว้เอย"จำได้แค่นี้ครับ ใครเคยฟัง ก็ขอให้นำมาเล่าต่อนะครับ


โดย: พรเทพ IP: 125.27.251.215 วันที่: 6 สิงหาคม 2553 เวลา:22:33:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

deadromeo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





สวัสดีครับ ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมนะครับ ไม่รู้จะแนะนำตัวเองยังไง เอาเป็นว่าค่อยๆรู้จักกันไปที่ละนิดๆละกันนะครับ--





Google





หาทุกซอกทุกมุมในพันทิปก็มีมั้ง



Friends' blogs
[Add deadromeo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.