สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
4
6
7
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
พระจันทร์สีน้ำเงิน...ღ

พระจันทร์สีน้ำเงิน

เด็กหญิงตัวน้อยๆ เธอได้ดูดดื่มน้ำนมของแม่เพียงเวลาไม่ถึงปีก็ต้องถูกทิ้งไว้ให้อยู่กับตายายและน้าๆ เนื่องด้วยแม่ของเธอต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด เธอเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ไม่งอแง กินง่ายหลับนอนง่าย ครั้งหนึ่งยายเคยวางเธอไว้บนโอ่งมังกรที่มีฝาปิดแล้วเดินไปหยิบของ เพราะความไม่ซุกซนของเธอทำให้เธอไม่ตกจากโอ่ง

เด็กน้อยไร้เดียงสาที่ ใครๆ ชอบกระเซ้าเย้าแหย่เธอว่า ‘พ่อเธออยู่ไหนหรือเธอมีพ่อจริงๆเหมือนคนอื่นไหมแม่เธอละ...เขาทิ้งเธอกันหมดเลยรึ?!’ เป็นเรื่องสนุกปากและตลกขบขันของพวกเขา แต่เธอก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไร กลับเอาคำถามเหล่านั้นไปถามยายของเธอด้วยความฉงน

“พ่อกับแม่หนูอยู่ไหนหนูต้องมีพ่อกับแม่ใช่มั้ยค่ะ? ”

“อ้อ... มีซิลูก หนูมีพ่อนะจ๊ะ แต่พ่อของหนูตายไปตั้งแต่หนูยังไม่เกิดแล้ว แม่ของหนูเลยต้องออกไปหางานทำ หาเงินมาเลี้ยงหนูไงเล่า แม่เขารักหนูมากนะ” แล้วเธอก็ถามชื่อพ่อและแม่ของเธอจากยาย เธอรับรู้และจดจำมันไว้อยู่อย่างนั้น...

3 ปีต่อมา เธอเข้าโรงเรียนอนุบาล เด็กหญิงตัวเล็กๆ ผิวเหลืองซีดเซียว เหมือนไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เธอเรียกตาว่าพ่อใหญ่ เรียกยายว่าแม่เพราะเรียกตามน้าๆ นานๆครั้ง แม่จะกลับมาหาเธอ แต่ก็อยู่กับเธอเพียงไม่กี่วันท่านก็ต้องกลับไปทำงานต่อ ในความรู้สึกนึกคิดของเด็กตัวเล็กๆ มีเพียงยายคนเดียวเท่านั้นที่รักเธอจริง ที่คอยดูแล อบรมเลี้ยงดูเธอมา เธอรู้สึกเฉยๆกับความผูกพันของแม่ ส่วนคำว่าพ่อ...เป็นอย่างไรเธอไม่เคยรู้ คำว่า ‘พ่อ’ พยางค์เดียวเธอไม่เคยเรียกใคร เธอเป็นเด็กเงียบๆ เช่นเดียวกับตอนที่นั่งอยู่บนฝาโอ่ง ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร ไม่ค่อยเล่นไม่ร่าเริงเหมือนเด็กอื่นๆทั่วไป

เวลาพัดพาคืนและวันให้ผ่านพ้นไป เธอได้เข้าเรียนอยู่ชั้นประถม เธอเติบโตมากพอที่จะสงสัยและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่เธอก็ยังคงเป็นเด็กคนเดิม นิ่ง เงียบ เช่นเคย วันหนึ่งในห้องเรียน ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพื่อนๆเล่นอะไรกันแผลงๆ ต่างคนต่างล้อชื่อพ่อชื่อแม่เล่นกัน เอาชื่อพ่อชื่อแม่มาเป็นคำด่ากันอย่างสนุกสนาน มีเสียงตะโกนชื่อพ่อและแม่ของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งสะดุดหูของ เธอทำให้เธอต้องเหลียวไปมองด้วยความสงสัย เธอจึงเดินเข้าไปถามเด็กชายคนนั้น...แต่เธอกลับรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นเมื่อได้ฟัง...

เธอรู้สึกถูกชะตากับเด็กชายคนนั้นเป็นพิเศษ เขาคุยเก่ง ดูมีความสุข สดใสและร่าเริง ครอบครัวเขาก็ยังร่ำรวยและอบอุ่นอีกด้วย มากไปกว่านั้นเขาแต่งกายด้วยชุดนักเรียนที่สะอาดใหม่เอี่ยม ผิดแผกแตกต่างไปจากเธอที่ใส่แค่ชุดเก่าๆ สีหมองๆ เพราะคนอื่นมักจะเอาเสื้อกับกระโปรงที่ลูกเขาไม่ใช้แล้วมาให้ยาย คงมีเพียงถุงเท้ากับรองเท้าเท่านั้นที่จะต้องซื้อใหม่เมื่อถึงเวลาจำเป็นหรือต้องเปลี่ยนขนาด

วันนั้นเมื่อกลับถึงบ้าน เธอก็เอาไปเล่าให้ยายฟังถึงความคับข้องใจนั้น

“ความจริงพ่อของหนูเขาไม่ได้ตายหรอก แต่เขาเลิกกับแม่ของหนูไปตอนที่หนูยังอยู่ในท้อง แล้วก็ไปอยู่กับเมียอีกคน”

“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนค่ะเธอถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ยายถามเธอต่อว่าภรรยาของพ่อเด็กชายคนนั้นชื่ออะไร เธอก็ตอบไปอย่างที่ได้ยินเพื่อนๆ ด่าล้อเล่นกัน ยายเงียบไปครู่หนึ่งแล้วบอกเธอว่า...

“หนูจ๊ะ...พ่อของเขาก็คือพ่อของหนูนั่นแหละ”




Create Date : 08 สิงหาคม 2555
Last Update : 9 สิงหาคม 2555 12:14:26 น.
Counter : 1229 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

FaithStone
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ฉันเเข็งเเกร่งดุจดั่งก้อนหิน
แม้ก้อนหินก้อนนี้ บางครั้งมันอาจจะดูเล็กไป
ไม่อาจต้านทานต่อกระแสน้ำไหลเชี่ยว
ไม่อาจต้านทานสายลมแรงดังพายุร้าย
ไม่อาจต้านทานแสงแดดร้อนแรงที่แผดเผา
แต่ฉันก็ผ่านวิกฤตเหล่านั้นมาได้ทุกทีไป
เพียงเพราะฉันเปี่ยมล้นไปด้วยความศรัทธา
ศรัทธาในการมีชีวิตรอด !!
--------------------------