Me, Myself and Formula 1
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
26 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
ความปลอดภัยคือที่สุดของมอเตอร์สปอร์ต

เราทุกคนต่างทราบดีว่ากีฬายานยนต์มีความเสี่ยงต่อชีวิตทั้งนักขับ ทีมงาน ผู้ที่ทำงานในสนาม รวมไปถึงผู้ชม ในหลายทศวรรษที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ใดๆ ก็ตามได้มีการพัฒนาด้านความปลอดภัยในสนามแข่งอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด แต่จนแล้วจนรอด ความสูญเสียและความเสี่ยงต่อชีวิตนักแข่งก็ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ

อุบัติเหตุยางระเบิดของนิโค รอสเบิร์ก และเซบาสเตียน เวทเทล ในช่วงซ้อมวันศุกร์และวันแข่งขันรายการเบลเจี้ยน กรังด์ปรีซ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และความหวั่นใจเป็นอย่างยิ่ง รอสเบิร์กเกิดยางระเบิดที่โค้งซ้ายความเร็วสูงบลองชิมงต์ด้วยความเร็ว 190 ไมล์ต่อชั่วโมงระหว่างซ้อมช่วงบ่าย แต่ประคองรถไม่ให้ถึงกำแพงยางได้ ส่วนเวทเทลเกิดอุบัติเหตุหลังพ้นโค้งโอรูจมาไม่กี่ร้อยเมตรขณะเหลือการแข่งขันอีก 1 รอบครึ่ง และยังประคองรถได้บนทางตรงต่อมา จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมเวทเทลถึงโกรธ 'หัวฟัดหัวเหวี่ยง' ขนาดนั้น รวมทั้งรอสเบิร์กก็กล่าวหลังการแข่งขันว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชาติ

เบื้องต้นปิเรลลี่ชี้แจงว่าการระเบิดของยางทั้งสองเหตุการณ์นั้นต่างกัน หลังจากตรวจสอบสภาพสนามเมื่อคืนวันศุกร์ซึ่งไม่พบปัจจัยเสี่ยงจากขอบเคิร์บหรือเศษชิ้นส่วนรถที่อาจตกหล่น ปิเรลลี่สรุปว่ายางระเบิดของรอสเบิร์กเกิดจากรอยกรีดจากปัจจัยภายนอก อันโยงไปถึงชิ้นส่วนหนึ่งของรถเมอร์เซเดสที่อาจมากรีดเอง ไม่ใช่เกิดจากโครงสร้างของยาง ส่วนอุบัติเหตุของเวทเทล ปิเรลลี่ฟันธงว่าเป็นเรื่องของยางหมดสภาพล้วนๆ เพราะใช้งานเกินระยะทางที่ควรเป็น ซึ่งก่อนการแข่งขัน ปิเรลลี่ประมาณการว่ายางมีเดียมในสนามสปาจะวิ่งได้ 40 รอบ แต่เน้นว่าเป็นตัวเลขดัชนีพื้นฐาน ค่าอาจแตกต่างไปตามสภาวะของการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เฟอร์รารี่อ้างอิงกับตัวเลข 40 รอบนั้นและวางแผนให้เวทเทลเข้าพิตครั้งเดียวเพื่อไล่อันดับขึ้นมาหลังนักขับเยอรมันสตาร์ทจากกริดที่ 8 และยางมีเดียมของเขาก็ระเบิดในรอบที่ 28 ที่เขาใช้งาน





ใช่ว่าทุกคนในแพดด็อกจะพอใจคำตอบของปิเรลลี่ รอสเบิร์กยังไม่มั่นใจกับสาเหตุยางระเบิดของเขาที่ได้รับการสรุปมา เขาคิดว่าหลักฐานไม่ชัดเจน ส่วนอลัน เพอร์เมน วิศวกรส่วนสนามแข่งของโลตัสก็ข้องใจในเรื่องยางหมดอายุการใช้งาน หากปิเรลลี่คำนวณยางมีเดียมในสภาวะธรรมดาที่ 40 รอบ เวทเทลวิ่ง 28 รอบก็ยังไม่น่าเป็นอะไร ถ้ายางหมดสภาพจะมีตัวชี้วัดอย่างเช่นอุณหภูมิยางตกลง ไม่ใช่เป็นเรื่องของความปลอดภัย ยางควรจะขับไม่ได้เลยก่อนที่จะสร้างอันตราย นักขับอาจจะได้เข้าพิตสต็อปก่อนเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เขาจึงรู้สึกแปลกใจว่าทำไมอายุการใช้งานจึงเกี่ยวข้องกับการระเบิด

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ปิเรลลี่ออกคำแถลงตามมาว่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2013 ปิเรลลี่เคยเสนอทางฟอร์มูล่าวันให้มีกฎควบคุมจำนวนการใช้ยางได้มากที่สุดสำหรับยาง 1 ชุด แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยเรื่องได้เปลี่ยนเป็นว่าให้จำนวนที่ใช้ยางไพรม์ (ยางเนื้อแข็งกว่า) ได้มากที่สุดเท่ากับ 50% ของระยะทางของการแข่งขัน และสำหรับยางออปชั่น (ยางเนื้อนิ่มกว่า) คือ 30% ซึ่งหากคำนวณตามนี้ ยางมีเดียมในสนามสปาจะใช้ได้มากที่สุด 22 รอบ

จะกล่าวว่าความเชื่อถือของนักขับที่มีต่อยางปิเรลลี่กำลังถึงจุดต่ำสุดคงไม่ผิดนัก หลังจากเมื่อ 2 ปีก่อนในรายการบริติช กรังด์ปรีซ์ 2013 ก็เกิดเหตุการณ์รถยางแตกระหว่างการแข่งขันหลายคันในคราวเดียวกันมาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นปิเรลลี่พบว่าสาเหตุเกิดจากที่ทีมเซ็ตยางแบบสุดขีด หลังจากนั้นเอฟไอเอจึงต้องให้ปิเรลลี่จัดทำคำแนะนำการเซ็ตมุมแคมเบอร์ แรงดันยาง รวมถึงห้ามไม่ให้ทีมสลับยางระหว่างซ้าย-ขวาเพื่อได้ใช้สมรรถนะที่ยังหลงเหลืออยู่ จากนั้นสนามถัดไปที่เยอรมัน ปิเรลลี่ได้เปลี่ยนโครงสร้างจากเหล็กเป็นเคฟลาร์ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้ยางเวอร์ชั่นปี 2012 ในสนามต่อมาที่ฮังการี

การระเบิดของยางทั้งสองเหตุการณ์ในสนามสปามาในช่วงเวลาอ่อนไหวพอดี เนื่องจากขณะนี้เอฟไอเอกำลังพิจารณาพาร์ตเนอร์ยางสำหรับการแข่งขันฟอร์มูล่าวันระหว่างปี 2017-2019 ซึ่งนอกจากปิเรลลี่แล้วยังมีมิชลินที่ร่วมยื่นข้อเสนอด้วย จากเหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้เจ้าของปิเรลลี่รายใหม่ที่เป็นบริษัทเคมีแห่งชาติของจีนต้องคิดทบทวนผลที่ได้รับจากการลงทุนในฟอร์มูล่าวันต่อไป แม้ว่าพอล เฮมเบรี่ ผู้อำนวยการด้านมอเตอร์สปอร์ตของปิเรลลี่ จะเคยพูดไว้เมื่อต้นปีว่าผู้บริหารชุดใหม่ไม่มีความสนใจที่จะถอนตัวออกจากฟอร์มูล่าวันก็ตาม ส่วนการระเบิดของยางครั้งนี้ก็อาจทำให้ฟอร์มูล่าวันและปิเรลลี่พิจารณาอีกครั้งในแผนที่จะให้ทีมเลือกชนิดของยางลงแข่งขันเองในปีหน้า


************************************************************


ข้ามไปทางฝั่งอเมริกาในวันเดียวกับที่เวทเทลยางระเบิดได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในการแข่งขันอินดี้คาร์ ณ สนามโพโคโน เรซเวย์ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อจัสติน วิลสัน นักขับอังกฤษวัย 37 ปี อดีตนักขับฟอร์มูล่าวันของทีมมินาร์ดี้ ได้โดนชิ้นส่วนรถจากของเซจ แคแรม ที่เกิดอุบัติเหตุก่อนหน้านั้นลอยมาตกใส่ศีรษะระหว่างการแข่งขัน เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยเฮิลคอปเตอร์แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมาเมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เอฟไอเอมีแผนจะหยิบการทดสอบค็อกพิตหรือที่นั่งนักขับแบบปิดขึ้นมาศึกษาอีกครั้ง ซึ่งเคยริเริ่มมาแล้วในปี 2009 หลังอุบัติเหตุของเฮนรี่ เซอร์ทีส์ ที่โดนล้อรถคันอื่นที่หลุดจากการชนกำแพงมาตกใส่ศีรษะระหว่างการแข่งขันฟอร์มูล่าทูของอังกฤษ ทำให้เขาเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น และต่อมาเพียงสัปดาห์เดียว เฟลิเป้ มาสซ่า ก็ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัสในสนามฮังกาโรริง โดยนักขับบราซิเลียนโดนสปริงจากรถคันหน้าหลุดพุ่งมาที่ศีรษะ





ที่ผ่านมาเอฟไอเอได้ทดสอบค็อกพิตแบบปิดอยู่หลายครั้งเพื่อประเมินทั้งข้อดีและข้อเสีย การทดสอบแรกเริ่มศึกษาจากฝาครอบแบบเครื่องบินเจ๊ทขับไล่ แต่พบว่ามีปัญหาจากการออกแบบ 2 ข้อคือ ฝาครอบที่ทำจากโพลีคาร์บอเนตจะแตกได้และอาจลอยขึ้นกลางอากาศแล้วมีโอกาสสูงที่จะตกใส่ผู้ชม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เอฟไอเอกังวลที่สุดคือฝาครอบอาจทำให้นักขับปีนออกจากที่นั่งลำบากหากเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการช่วยเหลือนักขับที่ประสบอุบัติเหตุก็จะเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะต้องคอยเสียเวลางัดฝาครอบที่เสียหายด้วย 

เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่มาหักล้างกับเรื่องการป้องกันศีรษะนักขับเพราะในด้านอันตรายนั้นมีมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ที่เฟอร์นันโด อลอนโซ่ ถูกคิมี่ ไรค์โคเน่น เสยลอยขึ้นไปในรอบแรกของการแข่งขันออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ ปีนี้ หากที่นั่งนักขับมีฝาครอบ ไรค์โคเน่นคงใช้เวลาพอสมควรกว่าจะปีนออกมาได้ นอกจากนั้นในแง่ของฟอร์มูล่าวัน ทีมต่างๆ ก็พยายามค้านไอเดียค็อกพิตปิดเพราะรถแบบค็อกพิตเปิดคือสิ่งที่แสดงความเป็นรถฟอร์มูล่าวันอย่างแท้จริง

เมื่อผลการทดลองจากค็อกพิตสไตล์เครื่องบินเจ๊ทขับไล่ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาจึงมีการผลักดันแนวคิดที่จะทำโครงสร้างกันบริเวณหน้าค็อกพิต โดยคอนเซ็ปต์ล่าสุดจะให้รถมีชิ้นส่วนเสมือนใบมีดในแนวตั้งที่มีความสูงแตกต่างกันไปเพื่อป้องกันเศษชิ้นส่วนลอยเข้ามาถึงที่นั่งนักขับแต่ยังสามารถดึงตัวนักขับออกมาได้ง่าย ซึ่งบังเอิญที่บรรดากรรมการด้านเทคนิคของฟอร์มูล่าวันเพิ่งประชุมเรื่องนี้กับเอฟไอเอเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก่อนเกิดอุบัตเหตุของวิลสัน โดยได้มีการอนุมัติให้ทดสอบครั้งใหม่ในเดือนหน้า พร้อมทั้งจะประเมินคอนเซ็ปต์ที่เมอร์เซเดสเสนอในสไตล์ฮาโล (halo-style concept) ที่อาจนำมาใช้ป้องกันค็อกพิตได้เช่นกัน











*ข้อมูลจาก espnf1.com และ motorsport.com
ภาพจาก motorsport.com



Create Date : 26 สิงหาคม 2558
Last Update : 26 สิงหาคม 2558 22:25:32 น. 4 comments
Counter : 1340 Pageviews.

 
อย่างน้อย ผ่อนหนักเป็นเบา(เวลาเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง แทบไม่อยากดูต่อ มันเศร้าๆอย่างไรไม่รู้)


โดย: ka IP: 183.88.24.72 วันที่: 27 สิงหาคม 2558 เวลา:12:46:31 น.  

 
ยางใช้แค่ 28 รอบจาก 40 และที่สำคัญ ก่อนระเบิด 2-3 รอบ เวลา vettel ไม่ได้ตกลงมากเลยนะ ( ยางน่าจะยังสภาพดีอยู่ ) แต่ระเบิดได้ยังไง ยางได้มาตรฐานหรือไม่ ?


โดย: nin IP: 1.10.201.105 วันที่: 28 สิงหาคม 2558 เวลา:13:36:28 น.  

 
รถสวยนะ ครับ


โดย: ไตรภพ คงดี IP: 101.51.217.5 วันที่: 31 สิงหาคม 2558 เวลา:10:49:06 น.  

 
Sbobet Thailand แทงบอลออนไลน์ ผ่านมือถือ,pc มีทั้งบอลเดี่ยว บอลสเต็ป บาคาร่า รูเล็ต เกมส์ฯ ฝาก-ถอน ได้ ตลอด 24ช.ม. ขั้นต่ำ 250 บาท (สนใจสมัครเป็น เอเย่นติดต่อสอบถามได้) **แนะนำเพื่อน รับ 350 บาท สมัครใหม่รับเพิ่ม 120% คืนยอดเสีย 15% คอม 7% เล่นสเต็ปได้ 3-13 คู่ เข้าหมดรับเพิ่ม 2,000บาท ,ผิดหมดรับ 2,500บาท และโปรโมชั่นอีกเพียบ** ดูรายละเอียดทาง Lineได้ที่ @gun9870p ตอนค้นหาใส่ @ ด้วยน้า


โดย: sbo IP: 171.96.171.26 วันที่: 5 กันยายน 2558 เวลา:12:14:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
finishline
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 106 คน [?]




ในประเทศไทยหาข่าวฟอร์มูล่าวันอ่านได้ยากเหลือเกิ๊นนนน...เขียนเองเลยดีกว่า!

**เจ้าของบล็อกเขียนข่าวขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลข่าวและแปลจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือของต่างประเทศเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาชนิดนี้ ท่านใดที่นำข้อความในบล็อกไปเผยแพร่ต่อ ขอความกรุณาให้เครดิตบล็อกด้วยนะคะ**
Friends' blogs
[Add finishline's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.