Me, Myself and Formula 1
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2559
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
17 พฤษภาคม 2559
 
All Blogs
 
ต้นเหตุที่เมอร์เซเดสชนกันนั้นอยู่ตรงไหน?



หลังจากเกิดอุบัติเหตุระหว่างนิโค รอสเบิร์ก กับลูอิส แฮมิลตัน ที่โค้ง 4 รอบแรกของสแปนิช กรังด์ปรีซ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีการวิเคราะห์หาสาเหตุความผิดพลาดของคู่นักขับเมอร์เซเดสอย่างกว้างขวาง จขบ. อ่านเจอคำอธิบายหนึ่งที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ motorsport.com จึงขอยกมาแปลให้ได้อ่านกันค่ะ

จากการที่กฎห้ามนักขับสื่อสารทางวิทยุกับทีมงานในช่วงตั้งแต่ตั้งกริดจนถึงสตาร์ท ทีมงานเมอร์เซเดสจึงได้ติดคำแนะนำไว้บนพวงมาลัยแบบเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งในการสตาร์ทต้องใช้โหมด "STRAT 3" โหมดนี้จะเกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำมันที่ใช้ การใช้พลังงานจาก MGU-K ว่าจะเก็บหรือใช้แค่ไหน เป็นต้น และปรับจูนได้ต่อไประหว่างแข่งขัน แต่ภาพจากกล้องติดรถแสดงให้เห็นว่าตอนสตาร์ท รอสเบิร์กยังแช่อยู่ที่โหมด "STRAT 12" ซึ่งเป็นโหมดประหยัดเชื้อเพลิงและพลังงาน โดยปกติสามารถใช้โหมดนี้ระหว่างรอบวอร์มอัพเพื่อประหยัดน้ำมันและช่วยส่งกำลังให้ตอนสตาร์ทหากเลือกโหมด STRAT ที่เหมาะสม

เมื่อรอสเบิร์กใช้โหมด STRAT 12 ขณะสตาร์ท แรกเริ่มรถของเขายังมีกำลังในการตามดูดลมท้ายรถของแฮมิลตันและแซงขึ้นหน้าได้ด้วยพลังงานที่เขาสะสมไว้ก่อนหน้านี้ แต่จากการที่ระบบ ERS ใช้พลังงานที่เก็บในแบตเตอรี่ (ES) และใช้โดยตรงจาก MGU-H ก็สันนิษฐานได้ว่า STRAT 12 ไม่ได้ช่วยให้การทำงานข้างต้นทั้งสองออกมาในอัตราเต็มในช่วงเวลานั้น กลายเป็นว่าระบบกลับไปเก็บเกี่ยวพลังงานจากตอนออกตัวแทน หมายความว่ารอสเบิร์กเข้าโค้ง 3 โดยไม่มีแรงช่วยจาก MGU-K ซึ่งกำลังรถหายไป 160 bhp

แฮมิลตันตามหลังรอสเบิร์กเข้าโค้ง 3 โดยรู้สึกว่ารถคันหน้าช้าลงพร้อมกับเห็นไฟท้ายกะพริบ นักขับอังกฤษจึงรู้ทันทีว่าเพื่อนร่วมทีมยังอยู่ในระบบประหยัดพลังงาน นั่นคือรอสเบิร์กใช้โหมดเครื่องยนต์ผิด และแฮมิลตันต้องการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดนั้น ขณะเดียวกันรอสเบิร์กรู้แล้วว่าตนปรับผิดโหมดอยู่ กล้องแสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มหมุนจากโหมด STRAT 12 ทางซ้ายไปยัง STRAT 3 ทางขวา และยังปรับบาลานซ์ของเบรกขณะเข้าโค้ง 4 ก่อนจะกดปุ่ม OT (แซง) สีเหลืองตรงซ้ายบนของพวงมาลัย เพื่อช่วยเพิ่มกำลังสูงสุดให้กับรถ

แต่จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้วของรอสเบิร์ก ทำให้แฮมิลตันผู้ซึ่งปรับโหมดไว้ที่ STRAT 3 อย่างถูกต้องพุ่งเข้ามาติดท้ายด้วยความรวดเร็ว เพียงแค่ชั่วพริบตา รถทั้งสองก็เกี่ยวกันออกจากการแข่งขัน เป็นครั้งแรกที่รถเมอร์เซเดสไม่จบการแข่งขันเลยสักคันนับตั้งแต่ปี 2011


ความเห็นของกรรมการ

ด้านกรรมการในสนามมีความคิดเห็นอย่างไรจึงตัดสินให้อุบัติเหตุของรอสเบิร์กกับแฮมิลตันเป็นอุบัติเหตุจากการแข่งขันทั่วไป (racing incident) ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องรับโทษ เรามาดูตามด้านล่างนี้ค่ะ

รถหมายเลข 6 (รอสเบิร์ก) ใช้โหมดเครื่องยนต์ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเร็วแตกต่างของรถทั้งสองคันอยู่ที่ 17 กม./ชม. ขณะอยู่บนทางตรงหลังออกจากโค้ง 3 ต่อมารถหมายเลข 6 ป้องกันตำแหน่งตนเองโดยเบี่ยงรถออกไป ซึ่งมีสิทธิ์ทำได้ตามกฎการแข่งขันข้อที่ 27.7* ขณะเดียวกันรถหมายเลข 44 (แฮมิลตัน) ที่เร็วกว่าเห็นช่องว่างด้านในและจะแซงขึ้นมา ทั้งนี้ ตามกฎข้อที่ 27.7 นักขับของรถคันนำต้องเผื่อพื้นที่ให้หากรถที่พยายามแซงขึ้นมาอยู่ใน "สัดส่วนที่มีนัยสำคัญ"

รถหมายเลข 44 แซงขึ้นมาโดยปีกหน้าอยู่ด้านในของรถหมายเลข 6 เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่รถหมายเลข 44 จะหลบลงไปด้านขวาของแทร็คเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุในเบื้องต้น ด้วยอาจเชื่อว่าตนมีสิทธิ์ขึ้นทางขวา แต่รถหมายเลข 44 ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งหลังจากฟังคำให้การทั้งสองฝ่ายและทีมงานแล้ว กรรมการมึความเห็นว่ารถหมายเลข 6 มีสิทธิ์ป้องกันตำแหน่งของตนตามที่กระทำนั้น และรถหมายเลข 44 พยายามแซงก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล จึงไม่ตัดสินลงโทษใดๆ กับทั้งสองฝ่าย

*กฎการแข่งขันข้อที่ 27.7 ระบุว่า "นักขับคนใดที่กำลังป้องกันตำแหน่งของตนบนทางตรง ขณะก่อนเข้าถึงพื้นที่เบรก สามารถใช้ความกว้างเต็มขนาดแทร็คในการป้องกันเพื่อไม่ให้รถคันที่พยายามแซงขึ้นมามีสัดส่วนที่มีนัยสำคัญขนาบข้างรถของตน

"ขณะที่ทำการป้องกันตำแหน่งในลักษณะนี้ นักขับต้องไม่ออกนอกแทร็คโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยเพื่อป้องกันความสับสน หากส่วนใดส่วนหนึ่งของปีกหน้าของรถคันที่พยายามแซงขึ้นมาทาบล้อหลังของรถคันหน้า เช่นนี้จึงจะถือว่าเป็น 'สัดส่วนที่มีนัยสำคัญ'"



หมายเหตุ

1. ดูภาพประกอบคำอธิบายเพิ่มเติมได้ที่นี่
2. คลิปวิเคราะห์จังหวะนี้จากช่องสกายสปอร์ตส์ของอังกฤษ











*ข้อมูลจาก motorsport.com


Create Date : 17 พฤษภาคม 2559
Last Update : 17 พฤษภาคม 2559 0:55:29 น. 3 comments
Counter : 1229 Pageviews.

 

กฎกติกาการแข่งขันกีฬา มันตัดสินกันที่เทคนิคจริงๆ
ถึงจะเข้าที่ 1 แต่ถ้าใช้เครื่องยนต์โมดิฟายผิดสเปก ก็โดนปรับแพ้ได้

แต่ถ้าเป็นเรื่องกฎหมาย Roseberg ถูกแน่นอน
เสี้ยววินาทีจริงๆ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้ใหม่ๆ


โดย: *SUPRA* วันที่: 17 พฤษภาคม 2559 เวลา:15:44:25 น.  

 
ดูยากเหมือนกันในขณะที่ รอสเบิกกำลังปรับโหมดเหมือจะไม่ได้มองกระจกข้างด้าขวาตอน ลูอีสขึ้นมา ชึ่งตอนเข้าโค้งก็ไม่มีสิทป้องกันตำแหน่งด้วย ลูอีสไม่น่าจะผิด


โดย: noom IP: 1.46.32.148 วันที่: 17 พฤษภาคม 2559 เวลา:20:22:52 น.  

 
เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วจริงๆ นั่งดูอยู่ อ้าวเฮ้ย พากันไปบ่อกรวดซะละ


โดย: runtaro IP: 58.137.3.217 วันที่: 18 พฤษภาคม 2559 เวลา:9:32:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
finishline
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 106 คน [?]




ในประเทศไทยหาข่าวฟอร์มูล่าวันอ่านได้ยากเหลือเกิ๊นนนน...เขียนเองเลยดีกว่า!

**เจ้าของบล็อกเขียนข่าวขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลข่าวและแปลจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือของต่างประเทศเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาชนิดนี้ ท่านใดที่นำข้อความในบล็อกไปเผยแพร่ต่อ ขอความกรุณาให้เครดิตบล็อกด้วยนะคะ**
Friends' blogs
[Add finishline's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.