แหล่งรวมเกร็ดความรู้เรื่องการเงินในทุกมิติของทุกช่วงชีวิต โดยทีมให้คำปรึกษาและวางแผนการเงิน K-Expert
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
17 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 

เทคนิคเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศ

สวัสดีครับ

เรียกได้ว่าสำหรับสมัยนี้ คนไทยเราส่งลูกหลานออกไปหาโอกาสทางภาษาและประสบการณ์ชีวิตกันที่เมืองนอกกันมากมายแต่เรื่องแบบนี้ใครไม่เคยลองสัมผัสเองไม่รู้หรอกครับว่าการไปอยู่ไกลบ้านเพียงลำพังนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายและสบายโดยเฉพาะในช่วงแรกที่ไปอยู่ต่างประเทศหากเตรียมตัวไปไม่ดีอาจทำให้ท้อเมื่อเจอปัญหาต่างๆ ได้ง่ายๆ เลยครับผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศมาวันนี้เลยอยากนำเทคนิคการเตรียมตัวมาฝากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีแผนส่งลูกๆไปเรียนต่อ หรือสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อให้ไปเรียนต่อได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุดครับ

ว่าด้วยเรื่อง Passport และVisa

Passport คือเอกสารสำคัญที่เราทุกคนต้องมีหากจะเดินทางไปต่างประเทศครับ เป็นเสมือนบัตรประชาชนของเรานี่เองครับซึ่งก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศควรเช็คให้ดีว่า passport ของเรานั้นหมดอายุเมื่อไรโดยตามกฏเกณฑ์แล้ว passport ของเราควรมีอายุเหลือใช้งานอย่างน้อย6 เดือน ถ้าเหลือไม่ถึง 6 เดือนควรไปต่ออายุให้เรียบร้อยก่อนเดินทางครับ และหาก passportหมดอายุในช่วงที่เราอยู่ต่างประเทศสามารถต่ออายุได้ที่สถานกงสุลไทยประจำประเทศนั้นๆ ได้เลยครับ

Visa เป็นเอกสารที่ออกโดยสถานทูตของประเทศที่เราไปเรียนต่อเป็นเสมือนใบอนุญาตให้เข้า-ออกประเทศของเขา ซึ่งหากเราจะไปเรียนต่อ ก็ต้องขอ visaประเภทนักศึกษาซึ่งจะจำกัดระยะเวลาไว้เลยว่าเราอยู่ในประเทศเขาได้นานแค่ไหนและมีการจำกัดชั่วโมงทำงานpart time ในกรณีที่นักศึกษาต่องการหารายได้เสริมระหว่างเรียนด้วยครับ

ในส่วนของการขอvisa ควรเตรียมเอกสารให้พร้อมและยื่นขอvisa อย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ก่อนเดินทาง เพราะการขอ visaใช้เวลาอยู่พอสมควรและต้องเผื่อไว้ในกรณีที่ขอ visa ไม่ผ่าน จะได้ทำเรื่องยื่นใหม่ได้ทันเวลาครับ ทั้งนี้สามารถดูรายการเอกสารที่ต้องใช้ยื่นได้จากเว็บไซต์ของสถานทูตของประเทศนั้นๆได้เลยครับ

ในกรณีของการไปเรียนปรับพื้นฐานทางภาษาก่อนvisa ที่เราได้รับก็จะเป็นvisa ระยะสั้นที่ครอบคลุมเฉพาะระยะเวลาของหลักสูตรเรียนภาษาและหากเรียนผ่านและได้เข้าเรียนในชั้นเรียนปกติต่อ ก็จะต้องไปขอ visa นักศึกษาใหม่ครับ อาจยุ่งยากและใช้เวลามากหน่อยแต่ถ้าทำตามขั้นตอนที่เขากำหนดไปเรื่อยๆ ทุกอย่างก็คงไม่ติดปัญหาอะไรครับ

ว่าด้วยเรื่องตั๋วเครื่องบินเสื้อผ้า และกระเป๋าเดินทาง

ตั๋วเครื่องบิน หากมีแผนแน่ๆ แล้วว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศควรรีบดูราคาตั๋วและจองแต่เนิ่นๆ ครับ เพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มค่าและควรเดินทางไปถึงประเทศที่เราไปเรียนอย่างน้อย 3-5 วันล่วงหน้าก่อนเปิดเรียนครับเพื่อไปสำรวจสถานที่ต่างๆ และปรับตัวก่อนเริ่มเรียนซึ่งเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินเป็นเอกสารอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ยื่นขอ visa ด้วยนะครับ

เสื้อผ้า ก่อนเดินทางควรเช็คสภาพอากาศของประเทศที่เราจะไปเรียนก่อนครับว่าร้อนหรือหนาวจะได้เตรียมเสื้อผ้าไปให้เหมาะสม ในส่วนนี้ขอแนะนำว่าหากอากาศหนาวให้เตรียมเสื้อกันหนาวไปเพียงแค่พอใส่ก่อนก็ได้ครับแล้วค่อยไปซื้อเพิ่มที่ต่างประเทศเพราะเสื้อกันหนาวที่ขายในบ้านเราอาจใช้ไม่ได้กับสภาพอากาศของเมืองนอกครับ เช่นผ้าไม่กันความชื้นหรือไม่มีซับในที่ช่วยรักษาออุณหภูมิดังนั้นหากแบกเสื้อผ้าไปเยอะ ก็จะหนักและเป็นภาระในการเดินทางเปล่าๆ ครับทั้งนี้ก็ขอแนะนำอีกว่าอย่าซื้อเสื้อกันหนาวเยอะนะครับเพราะกลับมาไทยแล้วก็ไม่ได้ใส่อยู่ดีซื้อเพียงเพื่อพอใช้ระหว่างที่อยู่เมืองนอกก็พอครับ

กระเป๋าเดินทาง โดยทั่วไปแล้วสายการบินจะมีการจำกัดน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางดังนั้นก่อนจัดกระเป๋าควรเช็คจากใบจองตั๋วเครื่องบินก่อนครับว่าได้น้ำหนักกระเป๋ากี่กิโลกรัมและหากจำเป็นต้องขนของไปเยอะ ก็ควรติดต่อสายการบินเพื่อขอน้ำหนักเพิ่มก่อนครับไม่งั้นจะต้องไปรื้อกระเป๋าตอนcheck-in ที่สนามบินแล้วจะเสียเวลาและต้องทิ้งของบางอย่างไว้ที่ไทยด้วยครับ

ว่าด้วยเรื่องห้องพัก

ห้องพักสำหรับนักเรียน/นักศึกษาในต่างประเทศสามารถแบ่งออกได้เป็น3 แบบครับคือ หอพักของทางสถาบันการศึกษา บ้านพักเอกชน และ host family

หอพักของสถาบันการศึกษา ข้อดีของการอยู่หอพักของสถาบันก็คือส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ใกล้หรือภายในสถาบันสะดวกต่อการเดินทาง ประหยัดค่ารถ และค่าน้ำ-ไฟจะถูกกว่าเช่าอยู่เองข้างนอกรวมถึงอาจมีอินเตอร์เนทให้ใช้ฟรีอีกด้วยครับ ส่วนข้อด้อยก็คือห้องพักอาจคับแคบและอาจได้ห้องเก่าสักหน่อยแต่ก็คงไม่ถึงขั้นทรุดโทรมนะครับเพียงแค่อาจไม่ได้ใหม่กิ๊กเหมือนเช่าอยู่เองข้างนอกครับ

บ้านพักเอกชน หากเราไม่อยากอยู่หอของสถาบันก็อาจไปเช่าข้างนอกอยู่เองได้ครับ ซึ่งก็เลือกได้อีกว่าจะเช่าห้องอยู่คนเดียวหรือจะเช่าบ้านเป็นหลังแล้วอยู่รวมกันกับเพื่อนๆก็ได้ครับ หากเช่าบ้านก็จะมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 4-8 คนเลยทีเดียวซึ่งการออกมาเช่าอยู่เองก็มีข้อดีคือเราสามารถเลือกได้เองว่าจะพักในย่านไหนมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเยอะ แต่ก็มีข้อเสียคือค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าเช่าหอพักของสถาบันและต้องติดต่อเรื่องการติดตั้งอินเตอร์เนทและเคเบิ้ลทีวีเองรวมถึงต้องดูแลตัวบ้านและสวนให้สะอาดเรียบร้อยตลอดเวลาครับ ไม่งั้นอาจโดนเจ้าของบ้านดุเอาได้ครับ

Host Family หรือการไปพักอยู่กับครอบครัวของคนในท้องที่นั้นๆมีข้อดีคือ host ส่วนใหญ่จะดูแลเราเหมือนคนในครอบครัวบางบ้านช่วยซักผ้าให้ ทำอาหารให้ หรือแม้กระทั่งพาไปเที่ยวแต่ก็ขึ้นอยู่กับความใจดีของ host บ้านนั้นๆ นะครับนักเรียนไทยที่ไปเจอ host ที่เข้มงวดก็มีเยอะครับดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือก host familyควรพูดคุยตกลงกันให้ดีก่อนว่าเราทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้างเมื่ออยู่ที่บ้านของเขาข้อเสียหลักๆ ก็คือราคาอาจจะแพงสักหน่อยและอาจมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าสองแบบแรกครับ

ว่าด้วยเรื่องเงินๆทองๆ

หากเป็นไปได้ลองติดต่อธนาคารที่ใช้อยู่ดูนะครับว่าเขามีการ co กับธนาคารท้องถิ่นที่เราไปเรียนหรือไม่หากมีก็อาจดำเนินการเปิดบัญชี โอนเงิน และทำบัตรเดบิตหรือบัตร ATM ไว้เลย เพื่อที่เวลาไปถึงจะได้มีบัญชีและบัตรไว้ใช้ครับแต่อาจไม่ได้เลยทันทีนะครับ อาจต้องรอสัก 5-10 วันแต่ก็เร็วและสะดวกกว่าไปเปิดบัญชีเองที่ต่างประเทศครับเพราะต้องรอเอกสารจากทางสถาบันการศึกษาแนบเป็นหลักฐานการเปิดบัญชีด้วย

สำหรับเงินสดที่พกติดตัวไปในช่วงแรกให้แลกเงินไว้พอประมาณครับ เผื่อไว้ใช้สัก 1เดือนโดยควรแลกไปเผื่อสำหรับซื้อของเพิ่มเติมด้วยครับ เช่น ชุดจานชามช้อนส้อมเครื่องอุปโภคบริโภคภายในที่พัก ชุดเครื่องนอน และเสื้อผ้าเพิ่มเติมครับทั้งนี้ให้เตรียมบัตร ATMของไทยเราไปด้วยนะครับ เผื่อฉุกเฉินจะได้กดเงินออกมาใช้ได้ แต่ก็จะมีค่าธรรมเนียมการกดอยู่ที่ครั้งละประมาณ100 บาทครับ

เพิ่มเติมอีกนิดครับว่าหากไปในโซนยุโรปคนส่วนใหญ่จะใช้บัตรเดบิตกันนะครับ และใช้รูดซื้อของแทนเงินสดไม่ค่อยนิยมพกเงินสดกันครับ แม้แต่ซื้อของในร้านสะดวกซื้อก็รูดบัตรเดบิตกันครับ

ว่าด้วยเรื่องประกัน

ก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศแนะนำว่าให้ทำประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ และประกันการเดินทางไปก่อนครับโดยเลือกแบบประกันให้คุ้มครองครอบคลุมถึงต่างประเทศเพื่อที่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะได้มีแหล่งเงินมาแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเพราะการรักษาพยาบาลในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกานั้นค่อนข้างสูงครับอีกทั้งหากเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยเรามีบริษัทประกันคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือในด้านต่างๆ ครับ

และนี่ก็คือเทคนิคการเตรียมตัวในด้านต่างๆสำหรับการเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนผู้อ่านเพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมนะครับ

ท้ายนี้หากใครมีคำถามเรื่องการวางแผนการศึกษาของลูกหรือเรื่องการออม/การลงทุนสามารถปรึกษา K-Expert ได้ทางช่องทางดังนี้ครับ

ปรึกษาทุกเรื่องการเงินกับผู้เชี่ยวชาญผ่านอีเมล k-expert@kasikornbank.com

หาข้อมูลและใช้เครื่องมือคำนวณในเว็บไซต์ www.askkbank.com/k-expert

ติดตามรับข่าวสารทันสถานการณ์ทาง Twitter @KBank_Expert


Credit: ภาพประกอบจาก Elearneasy.com




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2556
0 comments
Last Update : 17 กรกฎาคม 2556 11:27:22 น.
Counter : 674 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Expert Blog
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เกร็ดความรู้ทางการเงินสำหรับชีวิตประจำวันในทุกมิติของชีวิต
Friends' blogs
[Add Expert Blog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.