เ ป็ น e สุ ก e ใ ส โ ร ค อิ น เ ท ร น
เช้าวันที่ 8 พ.ย. 50 เข้าห้องน้ำ โดยใช้ hi-speed ความเร็วสูง

ก่อนออกจากห้องน้ำ แลเห็น ..... "ตุ่ม อะไรใสๆ คุ้นๆ เหมือนเมื่อวานขึ้นที่หน้า แล้วเราบีบ (ด้วยความโง่ นึกว่าสิว) แต่วันนี้ มันขึ้นที่ ใต้คอ"

ขอท้าวความ .......

เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนกลับไปต่างจังหวัด หรือแถวบ้านเรียกกลับชนบท ดูดีขึ้นไหมนี่
น้องสาว เป็น e สุก e ใส เนื่องจากติดผู้ชายข้างบ้าน(อย่าคิดมาก) น้องยังเป็นเด็กอยู่ ไปเล่นกับเด็กข้างบ้านมา

พอดิฉันรู้ว่ามันเป็นก็ต้องรีบเผ่น กลับ กทม. ด่วน เพราะ พึ่งลาพักร้อนมา อาทิตย์นึงถ้าเป็นอีก หยุดยาวแน่ ... ได้ลา(ออก) เอ๊ย พักอีกแน่

ด้วยประการฉะนี้ผ่านไป 2 อาทิตย์พอดิบพอดี ..... ก็เกิดตุ่มใสๆ นี้ขึ้นมา รู้แน่ชัดว่าเป็นแน่ยืน แน่นอนแล้ว ก้อ........
ไปทำงานต่อ ด้วย spirit แรง กะว่าเคลียร์งานให้เสร็จบางส่วนก่อน
วันนั้นนั่งทำงานไม่สนใจใคร ทำๆๆๆๆๆ แบบผู้คนน่าจะสงสัยว่าอีนี่บ้าหรือเปล่า

อ่อแต่ตอนเช้านี้ เพื่อนสนิทมาทำงาน แบบตาบวม เพราะว่าเมื่อวานหลังจากแยกจากเรามัน โดน จี้กระเป๋า ..... ทุกคนมารุมมันกันใหญ่ (อ้อ เรื่องนี้ฝากเป็นอุทาหรณ์ไว้ด้วยสำหรับหญิงอย่างเราๆ ที่เดินทางกลับบ้านคนเดียว ที่ทำงานโดน จี้กระเป๋า มา 2 ราย ติดๆกันเลย)เรื่องนี้จบเล่าซะยาว จะบอกว่าข่าวเรื่องจี้กระเป๋าก็ทำให้ทุกคนรุมๆตกใจ กันใหญ่ แล้ว เรื่องของเราที่เป็น ไม่ใหญ่โต เอาไว้บอกเย็นๆ ดีกว่า

16.30 เวลานี้คิดว่างานก็เคลียร์ไปบางส่วนแล้ว ก็สมควรแก่เวลา เดินไปห้องน้ำแล้วกลับมา ไปหาพี่ที่อยู่หลบๆมุม คนไม่เยอะ
"พี่ๆ นี่ใช่ตุ่ม e สุก e ใสป่ะ "
ไม่ต้องฟังคำตอบ เจ๊แกยืน แล้ว ตะโกนบอกทุกคนที่ทำงานด้วยกัน 20 กว่าคนที่อยู่แถวนั้น .. ท้างที่เรากำลังจะบอกว่าอย่าเสียงดัง อย่าบอกใคร จะหยุดไปแบบเงียบๆ

"อีฟ มันเป็น e สุก e ใส" พี่ตะโดน พร้อมลุกขึ้นกลัวคนอื่นไม่เห็น

จาบอกทำไม ทุกคน รุก กรู มา
"ดูหน่อยๆ"

"คนนะไม่ใช้ กูปรี อยากดูก็ไปเขาดิน"อันนี้คิดในใจไม่ได้พูดออกไป อารามตกใจ

หัวหน้ายันลูกน้อง เดินมาไม่ทำงาน แบบ มันแปลกประหลาด ที่โรค หรือ หน้าตาเราแปลกอ่ะ ถึงมาดู ... เมือเช้าเพื่อน โดนจี้ ยังไม่น่าดูเท่าเราเลยหรอ (แอบภูมิใจในความเป็นคนสำคัญของตัวเรา.. คิดได้ไงนี่55+)

แต่ที่น่ารักคือ บางคน บอก "มันไม่ได้อาบน้ำหรือเปล่า ตุ่มถึงขึ้น" มองเราว่าเราสกปรก ซึ่งก็เป็นสมมติฐานที่ใช้ได้.... แต่ตอนนี้ซีเรียส

แล้วเค้าก้อบอกด้วยความหวังดีว่า "ไปโรงบาลเลย (แถวชนบทเค้าเรียกว่าไล่) เดี๋ยวโรงบาลปิด (แอบเถียงในใจอีกแหละ .. โรงบาลนะไม่ใช่ตลาด อตก. ปิดๆ เปิดๆได้ตลอด"
คื่อเข้าใจว่า ถ้าอยู่นานกว่านี้เชื้อโรค มันจะกระจายง่ายโดยเฉพาะ แอร์นี่แหละ เค้าคงกลัว
แต่ก็แอบเป็นห่วง "มีตังค์หรือเปล่า"
ตอบทันทีว่า"มี...เพราะคงต้องหยุดหลายวัน ไม่ต้องเสียค่ารถ วันละ100 กว่าบาทมาทำงาน ก็คงเหลือแน่ๆ"
พี่ขำ ๆ พร้อมกับทำหน้าสมเพศ 55+

ก่อนไปเลยสั่งว่าเออ "น้ำที่เราไปกดมา หรือในขวดที่เรายกดื่ม แก้วเราให้กินใช้ตามสบายนะ" ปล่อยไปอีกมุก แล้วรีบสลายตัว ... ได้ยินประมาณว่า "ไม่สบายแล้วยังตลกอีกนะ....(มึง)"

จิงๆ เรื่องนิดเดียวเล่าไ้ด้อีก 3 วันอ่ะ
เอาย่อๆแล้วกัน
ไปหาหมอที่โรงบาล
"เป็นไรครับ"ถ้ารู้หนูก้อไม่หาหมอหรอก คิดในใจ (ไม่ได้คิดนอกใจ)
พาลเค้าไปทั่ว
เปิดตุ่มให้ดู แล้วก็ถามหมอว่า
"อยากได้ยาที่มันกินแล้วตุ่ม น้อย หายไวๆ" ด้วยความห่วงสวย

"ค่ายาแพงนะ"

"เท่าไหรคะ"

"2พันกว่าบาท"เพื่อความสวยยอม

หมอบอกว่าจิงๆเป็นแล้วมันก็หายเองแต่มันต้องใช้เวลา
ก่อนเค้ามาหาหมอ เพื่อนบอกว่ายากิน "ยาเขียว" มันจะึขึ้นเยอะ

เลยถามหมอว่า "----ยาเขียว----กินได้ไหมคะ" --------สาระ----------
"----ยาเขียว-----เป็น ยาของคนโบราณ ที่กินก้อได้ไม่ได้ ส่งผลอะไร
สรรพคุณของมันเหมือนกับยา ลดไข้ แก้หวัดทั่วไป แต่เป็นของคนโบราณ"

"เหมือน ไทลินนอลอะไรแบบนี้ป่ะคะ"ถามเพิ่มเติม

"มันไม่แรงเท่ากับยาสมัยใหม่หรอก มันมีฤทธิ็อ่อนๆ ทานได้นะครับ ไม่มีผลอะไร"
สาระทั้งหมดที่เล่ามาก็มีเท่านี้
ไปรอจ่ายยา ค่ายา 2,300 กว่าๆ ตุ่มขึ้น 10 กว่าตุ่มทันที "ท่องไว้หายไว สวยไว"

ไปบอกเพื่อนว่าค่ายา เท่านี้ เพื่อนด่า ว่าเป็น อีสุกอีใส กินยาธรรมดาเด๋วก็หาย
555+ ้เพื่อความงามหนูยอมอดข้าว มาจ่ายค่าหมอ 55+

ตุ่มที่ขึ้นแรกๆที่เห็นชัด คือ บริเวณหน้าอก พุง แล้วก็บริเวณ คอ หน้านี่ขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่บนหัวนี่สิ คัน ดีจังเลย ... ขึ้นที่หน้านี่นึกว่าสิวทุกที .. ต้องคอยระวังไม่บีบเพราะมีคนเตือนว่ามันจะเป็น แผลลึก ..ช่วงนี้ทาฮีรูดอย์ แผลที่เป็นสะเก็ด... แต่เพื่อนข้างบ้านนี่สิน่าสงสารแพ้ ฮีรูดอย ...

พอกินยาทีไรเครียดทุกที บางเวลา ไม่ต่ำกว่า 5 เม็ด ... จิงๆแล้วเป็นโรค เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ เส้นประสาท อยู่ด้วย... นั่งทีไรปวดต้นขาทุกที นี่ก็เริ่มปวดแล้ว... ซึ่งมันยังไม่หาย ต้องกินยา รวมกัน .. ความวัวไม่ทันหายความ กวาง เข้ามาแทรกอีก โอ้ย ... อยากต่อยน้องจัง ที่มันเอามาติด ...
แต่ก้ต้องขอบคุณ มันด้วย สิ ที่เราจะมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงมากกว่าเดิม แล้วก็ไม่้ต้องไปเป็นตอนแก่ .. ซึ่งตอนนั้นต้องอยู่คนเดียว (มองอนาคตไกล) ไม่มีใครดูแล

และที่สำััคัญได้้กลับมาอยู่บ้าน(นอก) อากาศที่แสนดีทำให้เราหายไวขึ้นด้วย

ฟังมาทั้งหมดนี้ ใครอ่านแล้วมีใครอยากเป็นบ้าง ... จะได้อินเทรนด์นะ
ปล.ข้่างบ้านที่ ตจว.ตอนที่เรามาอยู่ วันที่ 4 เป็นอยู่ และกำลังหาย ประมาณ 3-4 คน ..ก้อ พี่ น้อง แม่เพื่อนของน้องที่มันไปติดมาแหละ ... อินเทรนด์ แบบไม่ได้โม้

ปีนี้เบญจมาศ เอ๊ย เบญจเพศ กับ โรคต่างๆมากมาย ที่ไม่ได้บ่นอีกหลายโรค ขอให้หายไปพร้อมกับปีนี้นะโรค .....................ไม่ใช่ตัวเราหายไปนะ 55+แช่งตัวเองอีก





Create Date : 12 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 7 ตุลาคม 2555 22:12:48 น.
Counter : 199 Pageviews.

3 comments
  
ขอให้หายไวๆ น้า.....
โดย: cupcake (sweety_pie ) วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:24:20 น.
  
อ่านแล้วขำในใจค่ะเล่าเก่งจัง ว่าแต่เพื่อนที่ทำงานที่เข้าใกล้ติดกันไปตามระเบียบแล้วหรือยังคะอิอิ ญก็ยังไม่เคยเป็นค่ะกลัวเป็นเหมือนกันเค้าบอกว่าถ้าเป็นตอนเด็กจะดีกว่าเป็นตอนเป็นผู้ใหญ่ แต่นี่มีลูกเดี๋ยวถึงกำหนดครบวัคซีนตัวนี้คงกัดก้อนเกลือกินยอมทำวัคซีนตัวนี้ให้ลูกค่ะเพราะเด็กๆติดง่าย(อารมณ์อย่างกะติดเหาเลยอิอิ) ขอบคุณที่แวะไปอวยพรนะคะ
โดย: จ๊ะหญิง วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:13:18 น.
  
ขอบคุณมากๆค่ะที่แวะไปอวยพรวันเกิด
ขอให้มีความสุขมากๆเช่นกันค่ะ
โดย: Charlotte Russe วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:38:04 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อีฟฟฟฟ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





พฤศจิกายน 2550

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30