ตะวันกับหมอก
ตะวันใช้ชีวิตตามที่มันคุ้นเคยและเป็นมา ตะวันโดดเดียวแต่ไม่เดียวดาย รุ่งเ้ช้าตะวันก็ทำหน้าที่ของมันปลุกทุกสรรพสิ่งด้วยเปลวแดดอันอ่อนโยน ให้พลังงานกับทุกสรรพสิ่งบนโลก ให้แสงสว่างกับทุกชีวิต ขจัดความเหน็บหนาว จวบจนเย็นย่ำ ก็หลับพักให้ทุกชีวิตได้ผ่อนคลาย ปล่อยให้หลายชีวิตได้หลับไหล มันก็เป็นของมันอยู่ชั่วนานตาปี มองโลกด้วยสายตาของมัน ถูกมองด้วยความชื่นชม

หมู่เมฆขาวเคยถาม ตะวันไม่เหงาบ้างหรือไร ตะวันตอบ ไม่ เพราะมันเห็นโลกสดใสและตื่นตาทุกวัน
หมู่นกกาเคยถาม ตะวันไม่เบื่อบ้างหรือไร ตะวันตอบว่า ไม่ เพราะมันมีหน้าที่และมันก็รักหน้าที่ของมัน
ต้นไม้เคยถาม ตะวันไม่อยากเปลี่ยนชีวิตให้หรูหราหรือไร ตะวันตอบ ไม่ มันมันเห็นค่าของของตัวมันและมันรู้จักพอ หรืออยากให้เราเจิดจ้ามากกว่านี้ไหมละ

ตะวันผู้แสนทรนง เจิดจ้า อบอุ่น และมีกฎของมัน

เมื่ถึงฤดูหนาวหนึ่ง วันหนึ่งตะวันตื่นขึ้นมา พบว่ารอบข้างเปลี่ยนไป มีสิ่งสีขาวที่ดูอ่อนแอ บอบบาง อยู่ทั่วท้องฟ้าอยู่รอบข้างมัน มันฉงนกับฟ้าที่เปลี่ยนไป จากตะวันสีแดงมันเปลี่ยนเป็นส้มละมุน มันเป็นอย่างนี้อยู่หลายวัน พอมันลองเปล่งแสง เจ้ากลุ่มสีขาวก็จางลง ไม่งั้นเมื่อเวลาผ่านไปจนสาย เจ้ากลุ่มสีขาวก็จะหายไป แล้ววันหนึ่งมันก็ถาม
เจ้าเป็นใคร ทำไมข้าถึงเปลี่ยนไปเมื่อเจ้ามาอยู่ไกล้
ข้าคือหมอกขาว ข้าพลัดหลง ข้ามาจากทางเหนือที่แสนไกลและหนาวเหน็บ สายลมได้ลืมข้าทิ้งไว้สายลมได้ทิ้งข้าไป
เมื่อเวลาผ่านไปตะวันก็หลงไหลหมอกขาว มันเริ่มใช้ชีวิตช้าลง ลดแสงให้น้อยลงเมื่อมันอยู่กับหมอกขาว ช่วงเช้าที่ยาวนาน กลางวันที่สั้นลง เป็นอย่างนี้มันรู้สึกอยากให้รุ่งเช้ามาถึงไวไว มันอยากมีชิวิตร่วมกับหมกขาวของมัน
ยิ่งมาความรักของตะวันยิ่งหนา ยิ่งมาหมอกขาวเริ่มจางลง

แล้ววันหนึ่งลมหนาวของหมอกขาวก็ได้พาเจ้าหมอกขาวไป ไม่มีคำร่ำลาไม่มีคำเตือน

ตะวันตื่นมาอย่างเดียวดาย ทิ้งตะวันให้โดดเดี่ยว ตะวันมันเหงาหงอย อ้างว้าง มันใช้ชีวิตด้วยการรอคอย
เมื่อการรอคอยนั้นสูญเปล่า มันก็ปล่อยตัวปล่อยใจ สุดท้ายก็กลายเป็นโกรธเกรียว
มันมองหาแต่หมอกขาวไม่สนใจสิ่งรอบข้าง มันรอคอยเฝ้าคอย และมีความหวัง
มันตื่นขึ้นมาด้วยความร้อนแรง และดับลงด้วยความร้อนแรง
แม่น้ำที่ไหลปริ่ม ก็เหือดแห้ง ต้นไม้เหี่ยวเฉา สิ่งมีชีวิตเรื่มอ่อนแรง

จนวันหนึ่งมีนกน้อยตกลงมาที่หน้ามัน มันซูบผอมและอ่อนแรง ทำให้มันหยุดและเหลี่ยวมองรอบข้าง
พื้นดินแห้งผาก สานน้ำที่เหือดแห้ง ต้นไม้ที่แห้งแกรน ต้นหญ้าที่ไหม้เหลือแต่โคน ดอกไม้ที่ไร้ประกาย สัตว์ตัวน้อยที่ต้องคอยหลบแสงของมัน มันได้แต่ มอง มอง และมอง แล้วมันก็คิด คิด คิด
มันค่อยๆ มองโลกอย่างเดิมที่เคยเป็น มองคนรอบข้าง มันค่อยๆ ปรับแสงให้พอเหมาะ แล้วที่สุดตะวันคนเดิมก็กลับมา
มองไปข้างหน้า อง และมองผ่านไป ก็แค่หมอกขาว ก็แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ แล้วมันก็ยิ้มส่องแสงสีแดงต่อไป

ปล. เขียนไว้ตอนเดือน กพ. เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูพอดี เพิ่งจะได้มาพิมพ์วันนี้เอง



Create Date : 05 พฤษภาคม 2553
Last Update : 5 พฤษภาคม 2553 22:47:22 น.
Counter : 383 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

eroz_killer
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เจ้าของBlog รูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย ปากหมา แซวเก่ง ดังนั้นในBlog นี้อาจบรรจุด้วยคำหยาบคายบ้าง อะไรบ้าง ตามสันดานคนเขียน ที่ตอนเช้าอบอุ่นหมือนดวงตะวัน ตอนเย็นล่องลอยดั่งสายลม ส่วนกลางคืนร้อนแรงดุจเปลวไฟ
New Comments
พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
10
12
14
15
18
19
20
21
23
24
25
26
27
31
 
 
All Blog