กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
30 กรกฏาคม 2554
Visa อเมริกา
แปะประสบการณ์ขอวีซ่าอเมริกาไว้ซักหน่อย

ได้ไปสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาเป็นครั้งที่ 2 แล้ว
เคยไปขอครั้งหนึ่งตอน สค.52
ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้ กินแห้วกลับมา ร้องไห้เป็นอาทิตย์ (เว่อร์)
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ
- เราบอกว่าไปคนเดียว (เค้าไม่เชื่อ)
- เงินน้อย (ประมาณ 1 แสนบาท)
- โสด
- คนสัมภาษณ์เป็นผู้หญิง (อคติกับชะนีแบบเดี๊ยน?)
สรุปแล้ว รอสัมภาษณ์มา 2 ชั่วโมง ชีก็ดับความหวังเดี๊ยนในเวลา 2 นาทีซะงั้น
ปีนั้นก็เลยไม่ได้ไปบ้านเดฟ ไม่ได้ไปเห็นครอบครัวฮีก่อนแต่งงานนะ
ไปญี่ปุ่นกับแอนแทน เพราะไปตกปากรับคำไว้ว่า
ถ้าไม่ได้วีซ่าอเมริกาเดี๋ยวจะไปญี่ปุ่นกับหล่อนแทนแล้วกัน...
(หรือจริงๆ แอนแช่งไว้?)

ผ่านไปเกือบสองปี ก็แต่งงานกับเดฟแล้ว ลัลล้าๆ
จัดพิธีตอนเดือนธันวา 53 จดทะเบียนมีนา 54
ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะไปขอตั้งแต่แต่งงานใหม่ๆ
ก็ซื้อพินเรียบร้อย กะว่าไปขอไว้แต่เนิ่นๆ
แต่ตอนแรกก็กลัวว่าจะไปขอไว้เนิ่นไป กลัวเค้าไม่ให้อีก
ที่สำคัญคือคิดว่ายังมีเงินเก็บไม่มากพอ
ก็เลยไม่ได้รีบจอง กว่าจะมาหาวันจองก็ใกล้หมดอายุพินล่ะ
เลยกลายเป็นว่าหาวันไม่ได้ ไม่มีวันว่าง จนหมดอายุพินนั่นแหล่ะ - -'
ก็เลยเหมือนระงับโครงการไว้ก่อน

ดูข้อมูลวีซ่า นัดสัมภาษณ์ได้ที่เวปนี้เลย กรอก DS-160 ด้วยนะ

https://thailand.us-visaservices.com

จนมาจริงจังอีกทีตอน มิถุนา 54 นั่นแหล่ะ
ซื้อพินใหม่ นั่งส่องวันจองทั้งเช้าทั้งเย็น ทั้งวันทั้งคืน ที่นึกได้
ก็ส่องไปประมาณอาทิตย์นึง ก็เจอวันว่างซะงั้น
ว่างเป็นแผงเลยนะ ช่วง กค.54
ก็เลยรีบจิ้มทันที กลัวไม่ทัน
เพราะเคยเหมือนจะจองได้ๆ ตอนซื้อพินครั้งแรกล่ะ
แต่ปรากฎว่าจิ้มไม่ทัน มันโดนจองไปแล้ว ก็เลยอด



จิ้มได้เรียบร้อย 7.15 น. 22 ก.ค.54
พอจองได้ก็สบายใจ ไม่ต้องมานั่งส่องอีก
ก็เลยเร่งๆ ให้เดฟเขียนจดหมายรับรองให้
ให้น้าส่งจม. มาให้ ให้เจ้านายเขียนจดหมายรับรองให้อีก
เราเองก็ไปขอจดหมายรับรองจากมหาวิทยาลัยไว้ด้วย (100 บาท)
แต่คุณเดฟก็อืดเหลือเกิน สัมภาษณ์ 22 กว่าฮีจะโทรไปบอกน้า
ก็ต้นๆ เดือนอ่า เราก็กลัวไม่ทัน สรุปจดหมายมา 21 -*-
แต่ก็โอเคเรียบร้อยดี คิดว่าน่าจะพอสำหรับจดหมายรับรอง
ก็เตรียมหมด สำเนาพาสปอร์ตฮี work permit (ยังดีที่มีแอบซีร็อกส์ไว้)
โฉนดบ้าน ทะเบียนรถ ใบรับรองทำงานคิโนะก็แอบเอาไปด้วยนะ
ใบเกรดที่ปริ้นท์มาจากเนต ทะเบียนสมรส พาสปอร์ตพ่อ-แม่ เยอะอ่ะ
แถมยังเตรียมอัลบั้มรูปไป 1 เล่ม รูปไล่มาตั้งแต่เจอกันวันแรกถึงวันอาทิตย์ล่าสุดกันเลย
เตรียมรูปบ้าน รูปแมวเรียบร้อย เยอะมากๆ

วันที่ 20 ก็ไปจ่ายเงินค่าวีซ่าที่ไปรษณีย์
แล้วก็กรอก DS-160 ให้เสร็จเสียที ให้เดฟไปปริ้นท์ใบนัด และใบคอนเฟิร์มให้

ช่วงอาทิตย์ก่อนไปสัมภาษณ์เลยเวิ่นเว้อมากๆ
ค่อนข้างจะกังวลเพราะ
- เงินเก็บน้อยนิด ประมาณแสนสาม บวกแอบโป๊ะบัญชีอีกธนาคาร หกหมื่นกว่า (จริงๆ ก็คือเงินก้อนเดียวกัน แต่ไม่อัพสมุด เหอๆ)
ฝากประจำอีกสามหมื่น จนมากกกกกกกกกกกก
- แต่งงานแล้วแต่ไม่ได้เปลี่ยนคำนำหน้า ไม่ได้เปลี่ยนนามสกุล
เพราะกลัวหางานยาก (นามสกุลแปลกไป?) และขี้เกียจไปเปลี่ยนชื่อในเอกสารล้านแปด (บัตรปชช. ใบขับขี่ พาสปอร์ต
บัตรเครดิตห้าล้านใบ ธนาคาร และอื่นๆ อีกมากมาย)
- แต่งงานแล้วก็กลัวว่าจะหาว่าขอวีซ่าผิดประเภท ให้ไปขอวีซ่าแต่งงานแทน
- ไม่มีงานทำ เรียนหนังสือ เป็นแม่บ้านดูเลื่อนลอยมาก
- เคยถูกปฎิเสธมาแล้วหนึ่งครั้ง
และอื่นๆ ที่ทำให้เวิ่นเว้อ เช่น ถ้าเค้าถามว่าทำไมครั้งที่แล้วไม่ได้ล่ะ เค้าจะถามมั้ยว่าเราเจอกันยังไง เค้าจะถามเปล่าว่าจะย้ายไปอยู่บ้านสามีมั้ย ฯลฯ (เดฟว่าไร้สาระไปแล้ว)

สรุปแล้วคืนก่อนไปขอวีซ่าก็เตรียมเอกสารพร้อม ชุดพร้อม
แถมเดฟยังบอกก่อนนอนด้วยว่า ถ้าพรุ่งนี้เธอได้วีซ่าอย่าร้องไห้ออกมานะ
เดี๋ยวมันจะแยกไม่ออกว่าตกลงได้หรือไม่ได้ - -''


ปริ้นท์ใบ DS-160 confirmation ออกมา เอาไปด้วยนะ



ไปไหว้พระก่อนเข้านอนกันสองคน ก็พระที่บ้านนั่นแหล่ะ แอบบนว่า
ถ้าหนูได้วีซ่านะ จะเอามาลัยมาถวายทุกวันพระเลย แล้วก็ไปนอน
คิดว่าจะนอนไม่หลับ แต่เที่ยงคืนนิดๆ ก็หลับนะ (วันนั้นตื่นมาตั้งแต่หกโมงอ่ะ ก็เลยง่วง)
ตื่นมาตีสี่ครึ่ง อาบน้ำแต่งตัว ออกจากบ้านกันตีห้าครึ่งได้ ไปถึงตึกสินธร (ตรงข้ามสถานฑูต) ตอน 6.05 น.
ก็ไปซื้อขนมกิน (ปั้มตราจอดรถได้ฟรี 1 ชม.) ให้เดฟรออยู่ที่ร้านกาแฟนั่นแหล่ะ
ราวๆ 6.30 น.เราก็ข้ามถนนไปต่อแถวฝั่งสถานฑูต ซึ่งตอนนั้นแถวยาวมาเลยสะพานลอยล่ะ
ตอนแรกที่ผ่านแถวยังสั้นๆ อยู่เลย ก็เลยไปต่อแถว คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
มากันเรื่อยๆ จนแถวยาวถึงป้ายรถเมล์ล่ะมั้ง แล้วแถวก็ไม่ขยับเขยื้อนอยู่นาน
จน 7.00 น.ได้มั้ง ถึงค่อยๆ กระดึ๊บๆ กัน พอใกล้ถึงประตูก็จะมีสาวเสื้อชมพูมาเช็คชื่อ
ตรวจใบนัดสัมภาษณ์ ใบ comfirm (ใบ DS-160 ที่มีหน้าเรากับบาร์โค้ด) แล้วก็ตีตราไว้ 7.15 B2 ล่ะมั้ง
(ตรงจุดนี้จะเซ็งหน่อย เพราะนัด 8 โมงก็มากันแล้ว เราก็จะมาเช้าทำม้ายยยย)
เรากระดึ๊บไปถึงประตูได้ก็เกือบ 8 โมงอ่ะ
ฝากของตรง รปภ. (จุดนี้ รปภ. แอบ เก๋ และ กร่างมาก แต่เราไม่ถือ เพราะอารมณ์ดี)
ฝากโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์พร้อมบัตรปชช.ไว้
ของเราฝากโทรศัพท์กับ thumb drive (ติดกระเป๋ามากับการอัดรูปเมื่อวาน) ไว้ เพราะกล้องเอาไว้ในรถแล้ว
แล้วก็ได้ใบฟ้าๆ สำหรับกรอกที่อยู่เพื่อส่งพาสปอร์ต (ถ้าได้วีซ๋า) มาถือไว้
ก็ผ่านจุดนี้ไป ก็เข้าไปต่อแถวๆ ให้สาวๆ เช็คเอกสารที่สำคัญเรียงใส่แฟ้มให้ (แฟ้มพลาสติกของสถานฑูต)
ก็จะมีคุณป้ามาบอกให้กรอกใบฟ้าๆ ไว้เลย แล้วก็เรียงเอกสารดังนี้
1.ใบฟ้าๆ
2.ใบเสร็จยาวๆ จากไปรษณีย์ ใบฟ้าของไปรษณีย์ไม่เอา ให้เอาไว้ดูต่างหน้า 4340 บาท
3.ใบรับรองจากที่ทำงาน ของเราก็เป็นใบรับรองมหาวิทยาลัย จดหมายเดฟ จดหมายน้า และจดหมายเจ้านายเดฟ
4.สอดไว้ในพาสปอร์ต ถ้ามีเล่มเก่าก็แนบไปด้วย
เอกสารอื่นๆ เตรียมไว้ เผื่อเค้าขอดู

ก็เข้าคิวไปถึงสาวตรวจเอกสาร เค้าก็จะถามว่าเคยขอมั้ย เคยมีวีซ่ามั้ย
ถ้าเคยมีวีซ่าเค้าจะไม่ให้เบอร์ แต่ติดใบเขียวๆ ไว้ที่พาสปอร์ตแล้วเข้าไปข้างในได้เลย ไม่ต้องต่อหน้าต่าง 1 - 3
แต่ถ้าไม่เคยมีจะได้เบอร์ และติดใบฟ้าๆ ไว้ที่พาสปอร์ต (เขียนว่าให้ยื่นเอกสารช่อง 1 - 3 )
ก็คือนั่งรอเรียกคิว เค้าจะเรียกทีละ 10 คิว เราได้เบอร์ A57 (ตอนนั้นเรียก 1 - 20 อยู่เลย)
ตรงนี้ก็ค่อนข้างละเอียดนะ เหมือนเราจำได้ว่าครั้งทีเแล้วไม่นานอย่างนี้ เพราะครั้งที่แล้วเค้าให้ปริ้นท์ DS160 มาเองมั้ง
แต่คราวนี้เค้าจะโหลดดูในคอมเองอ่ะ ก็เลยคงจะนานเพราะต้องสแกนข้อมูลกันก่อน)

ระหว่างรอเรียกคิว ก็นั่งดูนู้นดูนี่ไปเรื่อย (สังเกตชาวบ้านนั่นแหล่ะ)
ก็มีทั้งมาเป็นครอบครัว พ่อแม่ลูก สุขสันต์ สามีภรรยา ลุงๆ ป้าๆ หลานๆ
สาวๆ ทั้งเรียบร้อยและไม่เรียบร้อย นักเรียนเหมือนจะไปแลกเปลี่ยนแปลกๆ
แต่ตอนนั่งอยู่ก็มีคนออกมาจากห้องสัมภาษณ์เยอะเหมือนกันนะ
ส่วนใหญ่จะได้วีซ่า ก็คือถ้าได้ ก็จะได้ใบฟ้าๆ มาซื้อซองตรงไปรษณีย์ข้างหน้าอ่ะ
ถ้าไม่ได้ ก็จะไม่ได้ซื้อซอง ถือพาสปอร์ตเก่ากลับบ้านไปเลย
ประมาณ 90% อ่ะ ได้วีซ่ากันทั้งนั้น บางคนเห็นเข้าไปแปีบเดียวได้ออกมาล่ะ
จนเราคิดว่าอันนี้ประตูสำหรับคนได้วีซ่าเท่านั้นหรือเปล่า คนไม่ได้ให้ไปออกทีอื่นหรือเปล่าเนี่ย

ระหว่างรอเรียกคิว
ก็ดูเอกสารไป เรียงไปเรียงมา
แอบเอาทะเบียนสมรส กับพาสปอร์ตเดฟใส่เข้าไปในแฟ้มด้วย

รอจนเกือบ 10.00 น. ก็ได้เรียกคิวหน้าต่างเบอร์ 3
ตรงนี้เค้าก็จะสแกนนิ้ว ซ้าย 4 ข้าง ขวา 4 ข้าง โป้ง 2 ข้าง
แล้วก็จะถามๆ ของเราถามว่า
- จะไปทำอะไรที่อเมริกา
ไปเยี่ยมญาติสามี
- สามีเป็น American Citzen ?
ใช่ (เค้าดูสำเนาพาสปอร์ตเดฟ ดูทะเบียนสมรส)
- เคยขอวีซ่ามั้ย
เคย เมื่อเกือบสองปีก่อน แต่ไม่ได้
- เป็นวีซ่าประเภทเดียวกันเหรอ (ท่องเที่ยว)
ใช่
- ใครเป็นสปอนเซอร์ให้
สามี
- สามีช่วยกรอก DS-160 ให้นะ
ใช่ค่ะ
ตรงนี้ไม่ค่อยได้ยิน เพราะหน้าต่างข้างๆ เสียงดังมาก แอบไปตอบคำถามเค้าซะเลย งง
- ไม่ได้เปลี่ยนชื่อนามสกุลนะ
ไม่ได้เปลี่ยนค่ะ
แล้วก็เค้าก็เช็คๆ เขียนๆ อะไรไป แล้วก็ปริ้นท์บัตรคิวให้เรา ว่าเพราะเคยโดนปฎิเสธวีซ่ามาก่อน
เพราะงั้นเค้าจะเก็บแฟ้มไว้ในกงศุล review เคสเราอีกที ให้เค้ามานั่งรอ

เง้อๆ คนทั่วไปที่เคยมาขอครั้งแรกเค้าให้ไปต่อคิวที่หน้าต่างรอสัมภาษณ์เลย
(คิวข้างเค้าเข้ามาแป๊บเดียว สัมภาษณ์ไม่ถึงสองนาที ได้วีซ่า กลับบ้านได้ล่ะ หง่าวววว)
แต่เราเป็นเด็กมีปัญหา ต้องมานั่งรอนะ ได้คิว 511 ล่ะ
แอบดูข้างๆ 501 ยังไม่โดนเรียกเลย เพื่อนร่วมชะตากรรมเยอะทีเดียว
เพราะนั่งรออยู่ชั่วโมงครึ่งในนั้น เค้าไม่เรียกเลยๆๆๆๆ
ได้แต่นั่งดูคนเค้าเข้ามแล้วก็ออกไปกันอย่างรวดเร็ว (เห็นมาทีหลังเค้า แต่ได้วีซ่าออกไปกันแล้วๆ)

เราก็นั่งรอนอนรอจนเริ่มปลง ว่านานขนาดนี้ มันต้องมีปัญหาแน่ๆ สงสัยคงจะไม่ได้แหง
ก็เลยแอบทำใจนะ ว่าเออไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่เป็นไร ก็ดี ไม่ต้องเสียเงิน นู้นนี่ คิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย
แล้วก็สงสารเดฟด้วยอ่ะ เพราะฮีรอนานแล้ว ไม่รู้ป่านนี้นึกว่าเมียตายอยู่ในสถานฑูตไปแล้วหรือยัง - -'

จนซัก 11 โมง เห็นมีผู้หลักผู้ใหญ่มาขอวีซ่าด้วยล่ะ มาพร้อมลูกน้อง(ในเครื่องแบบ 5-6 คน)
แหม.. มีคนนำมาเลย V.I.P. โคตรๆ (แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครหว่า มีคนไปไหว้ด้วยนะ)
แล้วแป๊บเดียว ไม่ถึง 10 นาทีเค้าก็เสร็จ ออกไปกันหมด
แก๊งค์เด็กมีปัญหา ก็นั่งรอ นอนรอกันต่อไป

จนเกือบ 11 โมงครึ่ง เค้าสัมภาษณ์ชาวบ้านเค้าไปหมดแล้ววววววววววว
ก็เลยเริ่มเรียกคิวเด็กมีปัญหา (ขึ้นต้นด้วย 5)
แต่เค้าเรียก 502 ก่อนนะ ตามด้วย 510 แล้วก็ 511
(โอ๊ะ.. คิวเค้าแล้ววววว รอมา 5 ชั่วโมงแล้ว)
ก็รีบโดดเข้าไปหน้าต่างเบอร์ 13 เลย
ได้คนสัมภาษณ์เป็นผู้ชาย (ขอบคุณมากนะจุดนี้) น่าจะซัก 40
ใส่แว่น แล้วก็ท้วมๆ นิดๆ น่ารักกกกกก ท่าทางเป็นมิตรดี
แล้วก็สนทนากันดังนี้
Morning
-Morning สวัสดีค่ะ
ถามเป็นภาษาอังกฤษนะ แต่ขอแปลเลยล่ะกัน
ทำงานที่ Kinokuniya เหรอ
- เคยทำอยู่ 4 ปีค่ะ ตอนนี้ออกมาเรียนหนังสือ
เรียนที่ไหน
- MBA ที่ราม
แต่งงานกับ American Citizen เหรอ
- ใช่ค่ะ เค้าทำงานที่นี่
แล้วเค้าก็ดูพวกจดหมายเดฟอ่า

เพิ่งแต่งงานปีนี้เหรอ (ดูทะเบียนสมรส)
-จัดพิธีตอน ธค.ปีทื่แล้ว แต่เพิ่งจดทะเบียนตอน มีค.
(คืนทะเบียนสมรสให้)

มี passport หรือ work permit สามีมั้ย
- ไม่มี passport ค่ะ (แต่มีสำเนาให้เค้าไปแล้ว) มี work permit ค่ะ (ส่งให้)
เค้าก็เอาไปดูแล้วก็คืนมา

แฟนทำงานที่ไหน
- inlingua โรงเรียนสอนภาษา
จะเอาสัญญาของเดฟให้เค้าดู แต่เค้าว่าไม่เป็นไร
แล้วเค้าก็ส่งคืนพวก จดหมายต่างๆ อ่ะ

จะอยู่เมืองไทยกันอีกนานมั้ย
- คงอืกนานเพราะแฟนชอบอยู่ที่นี่
เค้าแอบเล่าว่าภรรยาเค้าก็เป็นคนไทยเหมือนกัน
เราเลยใจชื้นขึ้นมาอีก เย้ๆ

อยู่อพาร์ทเมนท์หรืออยู่ที่ไหนตอนนี้
- เพิ่งซื้อบ้านค่ะ (ยกโฉนดให้ดู)

เป็นชื่อเธอเหรอ
- ชื่อหนูเองค่า

เมื่อไหร่จะเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล
- คงอีกนานอ่ะค่ะ มันยุ่งยากต้องไปเปลี่ยนเอกสารเยอะ
ฮีก็ทำหน้าเข้าใจนะ

เมื่อไหร่จะมีลูก
- คงอีกซักพักค่ะ เพราะยังไม่อยากมี
อันนี้เค้าพูดขำๆ ด้วยว่า ถ้ามันจะมีเดี๋ยวมันก็มีเองล่ะ
เราก็ยิ้มๆ แล้วก็ว่า ก็นะ ถ้าจะมีมันก็มี 555

แล้วเค้าก็ติ๊กๆ เอกสาร แล้วก็พิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ
แล้วก็คืนเอกสารมาหมด เหลือแต่พาสปอร์ตเรา
เราก็เลยชวนคุยนิดนึงว่า ลูกครึ่งน่ะน่ารักนะคะ ^_^

แล้วเค้าก็บอกว่าถ้าจะย้ายไปอยู่อเมริกาต้องให้แฟนสมัครวีซ่าถาวรให้นะ
จะใช้เวลา 6 เดือน ต้องมาสมัครแต่เนิ่นๆ ล่ะ

แล้วเค้าก็ว่า จะได้พาสปอร์ตคืนอาทิตย์หน้านะ
ขอให้ไปเที่ยวให้สนุก ^________________^
แล้วก็ให้ใบสีฟ้าไปซื้อซองจดหมาย

เย้! ตรงนี้ดีใจมาก อยากจะเข้าไปหอมแก้มฮีซักฟอด 555
ยิ้มหน้าบานเลย ขอบคุณ Thank you very much แล้วก็ไหว้ขอบคุณเค้าไปด้วย
แล้วก็กระโดดออกมาเลย 555
ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ยิ้มหน้าบานวิ่งออกมาซื้อซอง (กลัวเค้าเปลี่ยนใจไม่ให้นะ)

ก็รีบซื้อ รีบกรอกซอง อยากรีบไปบอกเดฟนะ ^_^
แทบจะกระโดดออกมาเลย
ไปรับของคืนตรงประตู (เค้าท่าจะทำเบอร์เราสลับกับใครไม่รู้ ก็เลยหาๆ กันอยู่แป๊บนึง)
เราก็เห็นเดฟล่ะ ฮีรออยู่หน้าประตู โบกมือให้ ยิ้มหน้าบาน ^___^
ฮีคงเดาได้ว่า ได้วีซ่าแหง
ระหว่างรอของก็แซวรปภ.อยู่ว่าจะได้โทรศัพท์ใหม่หรือเปล่าเนี่ย เหอๆ
(แต่โทรศัพท์เราเก่าๆ อ่ะนะ คงไม่มีใครอยากได้ - -')
ก็ได้ของออกมาเรียบร้อย

เดฟยืนรออยู่หน้าประตู
ฮีบอกว่ามารอตั้งแต่ 8 โมงกว่า เห็นคนมาทีหลังเธอออกมากันหมดแล้ว
แต่ก็ไม่กล้าไปรอที่อื่น กลัวไม่เจอเรานะ
ออกมาก็เกือบเที่ยงล่ะ สงสารเดฟจริงๆ ดีที่แดดไม่ออก ฮีเลยยืนสบายๆ หน่อย
ก็ยิ้มหน้าบาน บอกว่าได้วีซ่าล่ะเธอ เย้ ^_^




เตรียมเอกสารไปหมดนี่ ไม่ใช้
ใช้แค่ จดหมายมหาวิทยาลัย จดหมายรับรองเดฟ จดหมายเจ้านาย จดหมายน้า
ทะเบียนสมรส พาสปอร์ตเดฟ work permit เดฟ แอบดูโฉนดนิดหน่อย
ไม่ดู bookbank เลย (อุตส่าห์แต่งบัญชีนะ)
แล้วก็คิดว่าเค้าคงไปดูประวัติอันเก่าที่เราเคยขอไว้ (ตอนนั้นทำงานคิโนะ)
เพราะคำถามแรกที่เค้าถามว่าทำงานที่คิโนะเหรอ อันนี้เราไม่ได้ใส่ไปในฟอร์มอันใหม่อ่า

กลับบ้านมาดูให้ชื่นใจ



แล้วก็รอเล่มพาสปอร์ตอยู่ 3 วันทำการค่ะ
ไปขอวันที่ 22 (วันศุกร์) ได้รับวันที่ 27 (วันอังคาร)ค่ะ

ได้มาเรียบร้อยดี ในซองก็จะมีจม.แสดงความยินดี แล้วก็คำแนะนำตอนไปอเมริกา
กับเอกสารให้ตรวจสอบความเรียบร้อย ถูกต้องของชื่อ นามสกุล เลขพาสปอร์ต ฯลฯ
ถ้าผิดให้แจ้งเค้าภายใน 1 ปี ถ้าเกินนั้นต้องไปขอใหม่ค่ะ

ของเอิงเรียบร้อยดี ^^
ได้วีซ่า 10 ปีมาแล้วค่ะ





Create Date : 30 กรกฎาคม 2554
Last Update : 30 กรกฎาคม 2554 11:26:05 น.
Counter : 1057 Pageviews.

7 comments
  
เย้ๆๆๆ ยินดีด้วยนะจ๊ะ เอิง........
เขียนได้สนุก จนแอบลุ้นๆๆไปด้วยเลย

ยังไงก็ขอให้ไปเที่ยวให้สนุกนะจ๊ะ
แล้วแพลนจะไปกี่วัน? ไปเมื่อไหร่จ๊ะเนี่ย..
น่าอิจฉาจัง.. จะได้ไปลัลลาที่เมกาแย้ววว..
โดย: coco-wine วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:17:51:24 น.
  
ดีใจด้วยค่า ^__^
โดย: i_nookae วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:13:06:46 น.
  
ดีใจด้วยจริง ๆค่ะ
อ่านแล้วลุ้นตามเลย
โดย: มิลเม วันที่: 1 ตุลาคม 2554 เวลา:13:08:10 น.
  
คุณเอิงจ๋า.. ไม่ได้อัพบล็อค
นานแล้วน๊า.. คิดถึงจัง..
โดย: coco-wine วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:37:58 น.
  
สวัสดีค่ะ Merry X' mas นะคะ มีความสุขมากๆค่ะ
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


เห็น glitter รูปนี้แล้วทำให้นึกถึงตอนสมัยสาวๆค่ะ แดนซ์กันกระจายอย่างนี้เลยค่ะ เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยแดนซ์กระจายอย่างนี้มาแล้ว ^_^ จริงมั้ยเอ่ย ^_^ แซวเล่นค่ะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

พักผ่อนเยอะๆนะคะ มีความสุขมากๆในเทศกาล happiness season ....
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โดย: ภายใต้ วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:10:21:45 น.
  
เขียนได้ชวนติดตามมากครับ มีคนมาจ้างไปถ่ายภาพที่วัดไทยในวอชิงตัน แต่ก็ปฏิเสธเขาไปเพราะกลัวเรื่องวีซ่าไม่ผ่านครับ อ่านแล้วลุ้นจริง ๆ ถ้าเราไปขอเองจะผ่านไหมหนอ
โดย: tomcat007 วันที่: 11 มีนาคม 2555 เวลา:17:00:56 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



แมวเอิง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



แมวเอิงจ้า
log in เก่า ayanami_rei นะคะ
blog นี้บางส่วนก็จะ copy มาจากอันเก่าค่ะ

ปกติเพ่นพ่านอยู่ห้องแมว จตุจักร
แว่บๆ ไปแอบดูห้องโต๊ะเครื่องแป้งบ้าง
แอบไปเที่ยวตามเค้าที่ Blue Planet บ้าง

ปัจจุบันทำงานอยู่ร้านหนังสือสัญชาติญี่ปุ่น
แถวๆ สยามจ้า แต่ไม่รู้ภาษาญีปุ่นหรอกนะจ๊ะ

ปัจจุบันกว่า เป็นแม่บ้านเนเธอร์แลนด์ค่า
https://www.facebook.com/ErngInTheNetherlands/

ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชมนะคะ
มีอะไรสงสัยอยากถามอยากคุย
ก็จิ้มได้เลยจ้า
MY VIP Friend