Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2550
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
อภัยนุราช

บทละคร เรื่อง อภัยนุราช
ผู้แต่ง สุนทรภู่



บทละครเรื่องอภัยนุราช สุนทรภู่แต่งในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อถวายพระองค์เจ้าดวงประภา พระราชบิดาในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นบทละครสั้นๆ ขนาด 1 เล่มสมุดไทยที่อ่านแล้วให้ความเพลิดเพลินสนุกสนาน


เรื่องย่อ


ท้าวอภัยนุราช กษัตริย์ครองเมืองรมเยศ ครั้งหนึ่งทรงต้องการออกประพาสป่า แต่ไม่ยอมเซ่นสังเวยแสดงความเคารพต่อผีป่าและได้กล่าวลบหลู่ดูถูก ผีป่าจึงดลบันดาลให้ท้าวอภัยนุราชต้องเสียบ้านเสียเมือง พร้อมทั้งพระนางทิพยมาลีพระมเหสี พระอนันต์พระโอรส และวรรณาพระธิดา



๏ช้า มาจะกล่าวบทไป
ถึงท้าวไทอภัยนุราชเรืองศรี
กับโฉมยงองค์ทิพมาลี
ครองบูรีรมเยศเขตคัน
มีโอรสธิดาน่ารัก
ประไพพักตร์ลักษณ์เลิศเฉิดฉัน
เชษฐาชื่อว่าพระอนันต์
น้องชื่อวรรณาสุดาถาวร
คนละปีพี่สิบขวบเศษ
ดังเทเวศร์สุรางค์นางอัปสร
พระวงศาข้าบาทราษฎร
ทุกข์ร้อนไม่มีบีฑา
วันหนึ่งจึงท้าวอภัยนุราช
คิดใคร่ไปประพาสภูผา
ไล่ฝูงโคถึกมฤคา
แรมค้างกลางป่าพนาวัน ฯ

๏ร่าย คิดพลางทางสั่งเสนี
พรุ่งนี้เราจะไปไพรสัณฑ์
เกณฑ์โยธีขี่ม้าสักห้าพัน
ถือเกาทัณฑ์ปืนยาหน้าไม้ ฯ

๏ บัดนั้น
เสนารับสั่งบังคมไหว้
ก้มกรานคลานคล้อยถอยออกไป
เกณฑ์ไพร่พร้อมกันดังบัญชา
ฯ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระปิ่นเกศเขตขันธ์หรรษา
ครั้นรุ่งรางสร่างแสงสุริยา
มาโสรจสรงคงคาวารี
แล้วทรงเครื่องประดับเสร็จสรรพ
มงกุฎเก็จเพชรพรายหลายสี
จับพระขรรค์อันเรืองฤทธี
ไปตรวจพลมนตรีที่เกยลา ฯ
ฯ เสมอ ฯ

๏ร่าย พระองค์ขึ้นทรงช้างต้น
พร้อมพลไพร่นายกราบซ้ายขวา
เดินทหารควาญไสไอยรา
ตำรวจหน้านำตรงเข้าพงไพร ฯ
ฯ กราวนอก ฯ

๏ชมดง เดินทางหว่างเขาเงาร่ม
เพลินชมเชิงผาพฤกษาไสว
บ้างผลิดอกออกแทรกแตกใบ
ลูกมะไฟมะเฟืองเหลืองระย้า
จำปาดะขนุนกรุ่นหอม
มะปรางปริงกิ่งค้อมริมจอมผา
ร้อยลิ้นอินจันทร์พรรณพวา
ฝูงนกกาจิกเจาะเกาะกิน
บนเขาสูงฝูงหงส์บุหรงร้อง
เยี่ยมหุบห้องปล่องเปลวเหวหิน
ชมเพลินเดินรอบขอบคีรินทร์
มีโกรกสินธุพุปรุปราย
ริมลำธารศาลเจ้าเก่าแก่
กษัตริย์แต่ก่อนปางสร้างถวาย
เสาศิลาฝากรุผุทลาย
ต้นรังรายรื่นร่มพนมไพร ฯ

๏ร่าย จึงหยุดช้างที่นั่งสั่งเสนา
ปลูกประทับพลับพลาอาศัย
ให้แยกย้ายรายพลค้นไป
สกัดไล่โคถึกมฤคา ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
พวกหมื่นขุนมูลนายซ้ายขวา
ต่างเกณฑ์ไพร่ไปริมหิมวา
ไล่สกัดสัตว์ป่าพนาวัน
โห่ครื้นปืนยิงกระทิงถึก
ล้อมมฤคแรดควายทรายสมัน
ต้อนตะพัดลัดแลงแทงฟัน
พัลวันมาหน้าพลับพลาไพร ฯ
ฯ เชิด ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระภูมินทร์ยินดีจะมีไหน
เผ่นขึ้นม้าทรงก่งศิลป์ชัย
ขับไล่เลี้ยวลัดยิงสัตว์ดง ฯ
ฯ เชิดฉิ่ง ฯ

๏ร่าย ลั่นสายหลายลูกไม่ถูกสัตว์
ก้าวสกัดพลัดแพลงลัดแลงหลง
จนรอนรอนอ่อนแสงสุริยง
ขับม้าทรงตรงมาพลับพลาชัย ฯ
ฯ เชิด ฯ

๏ร่าย พร้อมทั้งเสนีรี้พล
ต่างคนเหนื่อยบอบหอบเหงื่อไหล
ไม่ได้เนื้อเบื้อบ้างเป็นอย่างไร
หลากใจนักหนาพูดจากัน ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ร่าย บัดนั้น
ผู้เฒ่าชาวป่าพนาสัณฑ์
จึงกราบทูลองค์พระทรงธรรม์
นี่ชื่อป่าสาลวันบรรพต
แต่ย่าปู่ผู้เฒ่าเล่าว่า
เทพารักษ์ศักดาปรากฏ
แต่ก่อนท้าวเจ้าเมืองเรืองยศ
มาประณตนับถือลือชา
ครั้งนี้มิได้เซ่นวัก
อารักษ์ไม่ให้สัตว์ในป่า
พระองค์จงบวงสรวงเทวา
ซึ่งสิงสู่ภูผาพนาลัย ฯ

๏ ฟังทูล
นเรศูรเคืองขัดอัชฌาสัย
จึงตรัสว่าป่าดงพงไพร
ก็อยู่ในเขตแคว้นแดนเรา
เพราะอารักษ์หักแกล้งกูแผลงศร
ไม่แน่นอนเหมือนหมายอายเขา
ไม่ยำเยงเกรงกูดูเบา
เอาไฟเผาศาลให้ไหม้หมดโครง ฯ

๏ บัดนั้น
พวกขุนนางต่างใส่ไฟโขมง
ไหม้หลังคาฝาเปิงเพลิงโพลง
เสียงผึงโผงเผาศาลเป็นถ่านไป ฯ
ฯ เหม่งตุมเพล่ง ฯ

๏ เมื่อนั้น
จอมวังนั่งหน้าพลับพลาใหญ่
ให้เลี้ยงโต๊ะโยธาเสนาใน
เสวยชัยบาลสำราญครัน ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
พวกเสนาสามนต์พลขันธ์
ต่างกินเหล้าเมามัวไม่กลัวกัน
บ่าวขันสู้นายเรียกอ้ายเกลอ
บ้างร้องลำสำรวจอวดรู้
การกูผู้ใดไม่เสมอ
บ้างเมามากรากท้นบ่นเพ้อ
พูดเอะอะคะเอออึงไป
บ้างร้องเพลงพาดควายไก่ป่า
เมาร่ารำแต้ต้องแก้ไข
บ้างขันชกยกตัวไม่กลัวใคร
ผลักไสซวนเซเสียงเฮฮา
จนพลบค่ำกำลังเล่นสนุก
บ้างล้มลุกหลับกลิ้งพิงพฤกษา
ทั้งองค์ท้าวเมาเซพวกเสนา
ลุกถลาล้มทับเลยหลับไป ฯ
ฯ เซ่นเหล้า ฯ ฯ เจรจา ฯ

๏ยานี มาจะกล่าวบทไป
ถึงอารักษ์ที่เขาผาศาลไหม้
ขึ้นสิงสู่อยู่บนต้นไทร
แค้นท้าวอภัยนุราชบังอาจนัก
แต่ก่อนกูอยู่มาป่านี้
ชาวบูรีเกรงฤทธิ์สิทธิศักดิ์
ถึงเดือนห้ามาเล่นเซ่นวัก
ไม่ทำการหาญหักเหมือนดังนี้
จะแก้แค้นแทนทำให้ส่ำเสีย
ให้เสียลูกเสียเมียเสียกรุงศรี
คิดพลางทางแผลงฤทธี
ไปเรือนอีผีสิงหญิงคนทรง ฯ
ฯ เชิด ฯ

๏ร่าย ครั้นถึงจึงเทพารักษ์
ลอบหักคออีศรีสาหง
เข้าสิงสู่ชูใจให้ดำรง
รูปทรงคงเป็นเหมือนเช่นดี ฯ

๏ บัดนั้น
นางศรีสาหงคนทรงผี
อยู่แต่ตัวผัวตายหลายปี
อายุสี่สิบสี่ปีปลาย
นัยน์ตาพองสองผมนมคล้อย
ทำชดช้อยลอยเลิศเฉิดฉัน
นุ่งแดงห่มชมพูพิศดูกาย
ออกจากเรือนเดือนหงายกรีดกรายมา ฯ
ฯ ฉุยฉาย ฯ

๏ พอรุ่งแจ้งแสงทองถึงกองทัพ
เข้าหยุดยับยั้งอยู่ริมภูผา
แกล้งคิดคำทำนองร้องพัดชา
วิเวกแว่วแนวป่าวนาดอน ฯ

๏พัดชา โอ้สงสารพระหน่อวรนาถ
แรมนิราศเรือนจันทร์พระบรรถร
อยู่ในวังดังพระศศิธร
ดารากรแวดล้อมอยู่พร้อมเพรียง
เคยฟังขับรับพิณซอจีนเจ้ง
ฆ้องระนาดพาดเพลงวังเวงเสียง
มโหรีปี่แก้วแจ้วจำเรียง
เสนาะสำเนียงนางเห่ทุกเวลา
มานอนในไพรพนมต้องลมว่าว
อนาถหนาวน้ำค้างพร่างพฤกษา
หอมดอกกลอยสร้อยสนสุมณฑา
มะลิลาลมโชยมาโรยริน
ดอกไม้สดรสรื่นชื่นแช่ม
เหมือนกลิ่นแก้มแจ่มนวลหวนถวิล
หอมบุปผาสารพันลูกจันทร์อิน
ไม่เหมือนกลิ่นนุชเนื้อที่เจือจันทร์
เจ้าพี่เอ๋ยเชยอื่นไม่ชื่นจิต
เหมือนเชยชิดโฉมน้องประคองขวัญ
มานอนเดียวเปลี่ยวใจในไพรวัน
สะอื้นอั้นอกน้องมัวหมองเอย ฯ

๏ร่าย เมื่อนั้น
พระจอมวังฟังนิ่งอิงเขนย
สำเนียงขับจับใจกระไรเลย
ลุกขึ้นเผยพระแกลเล็งแลไป
ยิ่งเพลินฟังวังเวงในเพลงขับ
ดูพวกพ้องกองทัพยังหลับใหล
พระลงจากพลับพลาคลาไคล
คอยฟังเสียงเมียงไปในไพรวัน ฯ
ฯ ฉุยฉาย ฯ

๏ชมโฉม เห็นนารีผีสิงพริ้งเพริศ
โฉมเฉิดเลิศอย่างนางสวรรค์
สวยสำอางคางคิ้วผิวพรรณ
เป็นสองผมคมสันเพียงขวัญตา
ถันเทียบเรียบปทุมที่หุ้มฝัก
ดูหน้าตาน่ารักหนักหนา
นาสิกเสี้ยมเอี่ยมโอ่โสภา
นุ่งผ้าแดงห่มสีชมพู
ดูจ้ำม่ำล้ำหญิงยิ่งอย่าง
รูปร่างรัดกุมใส่ตุ้มหู
พินิจไหนให้เห็นน่าเอ็นดู
จะใคร่รู้เรื่องความตรัสถามไป ฯ

๏โอ้ชาตรี ทรามสงวน
เจ้างามล้วนนวลละอองผ่องใส
พี่ขอถามตามซื่ออย่าถือใจ
เจ้าชื่อไรไยมาอยู่อารัญ
หรือบ้านเมืองเคืองเข็ญเป็นวิบัติ
จากจังหวัดเวียงชัยไอศวรรย์
หรือเข็ญใจไร้วงศ์พงศ์พันธุ์
จะรับขวัญเนตรน้องไปครองวัง
วาสนาพาพี่มาพานพบ
อย่าหลีกหลบผินผันหันหลัง
จงพรายแพร่งแจ้งอรรถตามสัจจัง
จะขอฟังวาจาเจ้าพาที ฯ

๏ร่าย ฟังคำ
นางทำชม้อยถอยหนี
พลางนบนอบตอบว่าข้านี้
ชื่อศรีสาหงไร้พงศ์พันธุ์
เดิมสำหรับขับร้องรองบาท
เจ้าไกรลาสเลี้ยงไว้ในสวรรค์
ข้าเล่นเพื่อนเชือนเที่ยวเป็นโทษทัณฑ์
จึงสาปสรรให้มาอยู่ป่าดอน
ผู้เดียวเปลี่ยวเปล่าทุกเช้าค่ำ
อยู่อาศัยในถ้ำที่สิงขร
ซึ่งเสด็จเมตตาอาวรณ์
เหมือนบิดรมารดาปรานี
จะรับไปไว้วังดังตรัส
เกรงจะขัดใจพระมเหสี
จะพาลผิดริษยาด่าตี
น่าที่ชีวันจะบรรลัย ฯ

๏โอ้ชาตรี สาวสวรรค์
อย่าหวาดจิตคิดพรั่นหวั่นไหว
จะถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงไว้
รักใคร่ให้เหมือนเพื่อนชีวัน
แม้นเมียหลวงจ้วงจาบหยาบช้า
จะฆ่าตีชีวาให้อาสัญ
สมบัติวัตถาสารพัน
จะมอบขวัญเนตรทั้งวังเวียง
เจ้าเคยคู่กุศลส่งให้
พี่จะได้ฟังคำน้ำเสียง
ว่าพลางย่างย่องประคองเคียง
อย่าหลีกเลี่ยงเมียงเมินสะเทินใจ
ขอเชิญเจ้าเข้าวังวันนี้
ได้อยู่ที่แท่นทองผ่องใส
พลางพยุงจูงนางมากลางไพร
ตรงไปที่ประทับพลับพลา ฯ
ฯ เพลง ฯ

๏ ครั้นถึงจึงปลุกพวกเสนี
ทั้งโยธีไพร่นายซ้ายขวา
พระนั่งเตียงเคียงนางพลางพูดจา
ประทานพานสลาให้นารี ฯ

๏ บัดนั้น
พวกขุนนางต่างกราบเจ้ากรุงศรี
เห็นนางนั่งบนเตียงเคียงภูมี
เหมือนรูปผีปีศาจประหลาดใจ
จึงทูลถามพระองค์ทรงศักดิ์
หลากนักนางนี้อยู่ที่ไหน
เผ่าพงศ์วงศ์วานประการใด
โปรดให้นั่งเตียงเคียงองค์ ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระทรงธรรม์ฟั่นเฟือนเลอะเลือนหลง
จึงบัญชาว่านางโฉมยง
ลอยลงมาจากฟากฟ้า
ทั้งรูปงามนามเพราะเสนาะเสียง
สำเนียงในมนุษย์สุดหา
เคยคู่กุศลจึงส่งมา
เราจะพาไปเลี้ยงไว้เวียงชัย ฯ

๏ บัดนั้น
อำมาตย์ราชครูผู้ใหญ่
พิศดูรู้เท่าทูลท้าวไท
นางนี้มิใช่ชาวฟากฟ้า
เป็นผีสิงหญิงแก่แม่ม่าย
สาบแสลงแรงร้ายพรายรักษา
จะขอทำน้ำมนต์พ่นมารยา
ให้ผีป่าไปจากซากสตรี ฯ

๏ บัดนั้น
นางศรีสาหงคนทรงผี
ฟังหมอว่าพาโลโศกี
มือตีอกร่ำฟายน้ำตา
สะอื้นอ้อนวอนองค์ทรงฤทธิ์
พวกข้าเฝ้าเขาคิดริษยา
แม้นไปอยู่บูรีชีวา
เห็นว่าไม่ข้ามถึงสามวัน
ข้าพระจะลาอยู่ป่าเขา
ตามพระเป็นเจ้าสาปสรร
เชิญพระเสด็จเข้าเขตคัน
รำพันพูดจาโศกาพลาง ฯ
ฯ โอด ฯ

๏ เมื่อนั้น
กรุงกษัตริย์ขัดข้องหมองหมาง
กริ้วกราดราชครูดูหมิ่นนาง
ว่างผีสางสิงองค์นงเยาว์
กูมิได้ไต่ถามเอาความบอก
ชาติชั่วหัวหงอกหลอกเจ้า
เหวยเพชฌฆาตเอ็งเร่งเอา
อ้ายเฒ่าไปฟันให้บรรลัย ฯ

๏ บัดนั้น
องครักษ์ชักดาบก้มกราบไหว้
จิกศีรษะมหาเสนาใน
พาไปชายป่าพนาวัน ฯ
ฯ เตียว ฯ

๏ บัดนั้น
ราชครูผู้ใหญ่มิได้พรั่น
ประกาศก้องร้องสั่งคนทั้งนั้น
เรากตัญญูจึงโทษถึงตาย
ท่านที่อยู่ดูไปเถิดไม่ช้า
ทั้งเวียงชัยไพร่ฟ้าจะฉิบหาย
เพราะอีผีสิงหญิงร้าย
เราต้องตายก่อนกรรมได้ทำมา
พอขาดคำร่ำสั่งนั่งนิ่ง
ไม่ไหวติงตั้งอารมณ์ก้มหน้า
เพื่อนขุนนางต่างคนขอสมา
กลั้นน้ำตาไม่ได้ทั้งไพร่นาย ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
ฝ่ายเพชฌฆาตมาดหมาย
ย่างสามขุมกุมดาบเดินกราย
หมายที่ท้ายผมฟันลงทันที ฯ
ฯ กลองเหม่งโอด ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระจอมวังคลั่งจิตด้วยฤทธิ์ผี
ให้เลิกทัพกลับหน้าเข้าธานี
พระชวนศรีสาหงขึ้นทรงช้าง
นั่งในกูบทองประคองหัตถ์
ไปเชยชมสมบัติอย่าหมองหมาง
โลมลูบจูบกอดชวนพลอดพลาง
เพลิดเพลินเดินทางมากลางดง ฯ

๏ ครั้นถึงจึงประทับเกยทอง
พระประคองเทวีศรีหงสา
นำดำเนินเดินเรียงเคียงองค์
เสด็จตรงเข้ายังวังใน ฯ
ฯ เสมอ ฯ

๏ ขึ้นบนมนเทียรเขียนผนัง
ให้นางนั่งแท่นทองผ่องใส
พิศวงหลงลืมปลื้มใจ
เฝ้าลูบไล้เล้าโลมนางโฉมยง ฯ

๏โอ้ชาตรี น้องรัก
ผ่องพักตร์ลักขณาศรีสาหง
เจ้างามเหมือนเดือนแรมแจ่มวง
ทรวดทรงพลิ้วพร้อมกล่อมกลม
เจ้าอยู่ถึงไกรลาสวาสนา
จำเพาะพามาพบประสบสม
จะเล้าโลมโฉมหอมถนอมชม
ชื่นอารมณ์ร่วมจิตสนิทใน
อย่าเมินเมียงเอียงอายสายสมร
จงโอนอ่อนผ่อนจิตพิสมัย
พลางขยับจับต้องลองใจ
นางปัดกรค้อนให้ไม่ไยดี
พระแนบนางพลางว่านิจจาน้อง
เฝ้าขัดข้องป้องกันผินผันหนี
นางพลิกผลักหนักหน่วงทำท่วงที
พระหยอกเย้าเซ้าซี้ปรีดา ฯ

๏ ทรงศักดิ์
อย่ารุกรานหาญหักหนักหนา
น้องอุตส่าห์พยายามตามมา
จะขอเป็นเช่นข้าฝ่าละออง
ด้วยเกินสาวคราวแก่แพ้ผม
ไม่ควรคู่ชูชมสมสอง
ที่รุ่นราวชาวเมืองเนืองนอง
อันรูปร่างอย่างน้องไม่ต้องการ
เหมือนเขาเปรียบเทียบความเมื่อยามรัก
น้ำผักต้มขมก็ชมหวาน
เมื่อจืดจางห่างเหินเนิ่นนาน
แต่น้ำตาลว่าเปรี้ยวไม่เหลียวดู
ขอสนองรองบาทเหมือนมาดหมาย
อย่าด่วนได้ให้อายอดสู
ราชกิจผิดชอบไม่รอบรู้
พระภูวไนยได้เมตตา ฯ

๏โอ้โลม สุดสวาสดิ์
แสนฉลาดน่ารักหนักหนา
โฉมเฉลาชาวสวรรค์ชั้นฟ้า
จะเป็นข้าอย่าคิดบิดเบือน
ถึงทั้งเจ้าเฒ่าแก่แพ้ผม
สาวพรหมจารีไม่มีเหมือน
อย่าห่วงเหเรรวนชวนเชือน
จงเป็นเพื่อนรักพี่ร่วมที่นอน
ที่สาวสาวลาวตายพี่คลายรัก
ที่เคยคู่รู้หลักไม่พักสอน
เขาย่อมว่าปรากฏเป็นบทกลอน
กระต่ายแก่แม่ปลาช่อนงอนชด
ได้เชยน้องสองผมสมกับพี่
ไม่มีที่ตำหนิกะทิสด
พลางกอดเกี้ยวเกลียวกลมภิรมย์รส
เหมือนแม่มดเจ้าเข้าเมาสุรา
รำฟ้อนอ่นโยนตีโทนรับ
เยื้องขยับโยกย้ายซ้ายขวา
ความอยากเหล้าเฝ้าดื่มไม่ลืมตา
จนผีออกลอกหน้าไหว้อารักษ์ ฯ
ฯ โลมปี่พาทย์ ฯ

๏ช้า บัดนั้น
นางศรีสาหงกราบทรงศักดิ์
แอบชะอ้อนวอนว่าสามิภักดิ์
น้องซื่อตรงจงรักพระจักรี
เหมือนเกือกทองรองบาทมาดหมาย
ไม่ม้วยมอดวอดวายไม่หน่ายหนี
แม้นขัดเคืองเบื้องหน้าจงปรานี
อย่าฆ่าตีชีวันให้บรรลัย
ซึ่งทรงเดชเมตตาเอามาเลี้ยง
พระคุณเพียงแผ่นฟ้าจะหาไหน
ซึ่งสัญญาว่าขานประการใด
จงโปรดให้ตลอดอย่าทอดทิ้ง ฯ

๏ลำนำ เมื่อนั้น
ท้าวอภัยนุราชปีศาจสิง
นางว่าไรให้เห็นเป็นจริง
แอบอิงพิงนางพลางพูดจา
จะถนอมกล่อมเกลี้ยงไว้เคียงข้าง
ไม่ละเมินเหินห่างเสน่หา
ไม่ถือโกรธโทษทัณฑ์กัลยา
สาวสวรรค์ขวัญตาอย่าปรารมณ์
ร้อยปีพี่ไม่ลืมแม่ปลื้มจิต
พลางโอบอุ้มจุมพิตสนิทสนม
เพลินพลอดกอดเกยเชยชม
จนบรรทมระงับหลับไป ฯ
ฯ กล่อม ฯ

๏ช้าปี่ ครั้นรุ่งเช้าท้าวตื่นฟื้นองค์
ให้ลุ่มหลงปลงจิตพิสมัย
ลืมเหล่าสาวสรรค์กำนัลใน
มิได้ว่าขานการบูรี
ลืมเสวยเลยลืมสรงน้ำ
พระพักตร์คล้ำดำหมองเพราะต้องผี
ลืมโอรสธิดาลืมมาลี
เล่นกับศรีสาหงทรงสกา
นางแพ้เสียเบี้ยทับนับแต้ม
ต้องเอียงแก้มถวายทั้งซ้ายขวา
นางชนะกษัตริย์จัดจินดา
ธำมรงค์ลงยาให้นารี ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ช้า เมื่อนั้น
นางโฉมยงองค์พระมเหสี
ให้ลอบดูรู้ว่าพระสามี
ไปได้อีหญิงแก่มาแต่ไพร
พระลุ่มหลงปลงจิตพิศวาส
ไม่จากอาสน์คลาดนางไปข้างไหน
ไม่ว่าขานการบำรุงกรุงไกร
หรือท้าวไทถูกฤทธิ์กฤษยา
ประหลาดนักจักใคร่ขึ้นไปเฝ้า
ดูอีเจ้ายาแฝดแพศยา
แต่เกรงท้าวคราวหลงจะสงกา
ว่าอิจฉานางเมียจะเสียที
จำจะใช้ให้สองหน่อนาถ
ไปทูลราชการงานกรุงศรี
นางนิ่งนึกตรึกตราเห็นว่าดี
เรียกโอรสบุตรีทั้งพี่น้อง ฯ

๏ร่าย มานบนอบหมอบเฝ้าค่อยเล่าเรื่อง
ความบ้านเมืองสอนสั่งเจ้าทั้งสอง
แล้วแต่องค์ทรงเครื่องให้เรืองรอง
ไปปรางค์ทองทูลพระชนกา ฯ

๏ เมื่อนั้น
ทั้งสององค์อภิวันท์หรรษา
ชวนพี่เลี้ยงสาวสรรค์กัลยา
ลีลาขึ้นเฝ้าท้าวไท ฯ
ฯ เพลง ฯ

๏ ครั้นถึงจึงค่อยมองเมียง
อยู่เพียงม่านทองสองไข
เห็นอีเฒ่าเฝ้าอยู่ภูวไนย
เข้าเคียงไหล่ลูบต้องกระกองกร
ค่อยแหวกม่านคลานเคียงกันพี่น้อง
ถึงแท่นทองสุวรรณบรรถร
บังคมสมเด็จพระบิดร
เห็นภูธรทำยอบหมอบเมิน ฯ

๏ เมื่อนั้น
ท้าวไทไหลเล่อเก้อเขิน
ออกห่างนางพลางถามตามสะเทิ้น
มาหมอบเมินมองหน้าอยู่ว่าไร ฯ

๏ เมื่อนั้น
สองกุมารกราบก้มบังคมไหว้
จึงทูลว่ามาเฝ้าท้าวไท
ด้วยอาลัยไม่แจ้งแคลงความ
ไม่เห็นพระเสด็จออกข้างหน้า
พวกเสนาน้อยใหญ่เข้าไต่ถาม
ราษฎรร้อนใจดังไฟลาม
เพราะถ้อยความมีคู่ความอุทธรณ์
ทั้งตีกลองร้องทุกข์พลุกพล่าน
ความโรงศาลเก่าแก่แซ่สลอน
ไม่รู้ที่ชี้ขาดราษฎร
ยิ่งซับซ้อนเก่าใหม่แน่นในวัง
ผู้ชำระจะคอยทูลฉลอง
ที่ขัดข้องต้องบังคับรับสั่ง
เสนาในใหญ่น้อยเขาคอยฟัง
วอนให้ข้ามาบังคมทูล ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น
ท้าวไทอภัยนุราชนเรนทร์สูร
ค่อนคลายคลั่งฟังเล่าเค้ามูล
อนุกูลไพร่ฟ้าเสนาใน
จึงว่าพ่อก็เป็นเหน็บเจ็บปวด
ให้เขานวดหน้าหลังพึ่งนั่งได้
วันนี้มีแรงจะแข็งใจ
ออกไปไต่ถามความพารา
แล้วเข้าที่สระสรงทรงเครื่อง
รุ่งเรืองระยับวับเวหา
ชวนโอรสบุตรีลีลา
สาวสรรค์กัลยาตามคลาไคล ฯ
ฯ เสมอ ฯ

๏ ออกห้องท้องพระโรงรูจี
พระนั่งที่แท่นทองผ่องใส
เห็นเสนาข้าเฝ้าท้าวไท
คลั่งไคล้ไม่ถามความบูรี
เคลิ้มเคล้นเห็นหน้าศรีสาหง
ตะลึงหลงปลงจิตด้วยฤทธิ์ผี
จึงถามว่าข้าเฝ้าเหล่านี้
เคยมีเมียชู้เคยรู้รัก
อันสาวแก่แม่ม่ายหลายอย่าง
ใครรักข้างไหนจะใคร่ประจักษ์
กูชอบแก่แม่ม่ายแยบคายนัก
รู้หลักยักย้ายได้หลายเพลง
ไม่พักเตือนเบือนเห็นก็เป็นได้
รู้จักใจจำเพาะเหมาะเหม็ง
มีเมียสาวลาวตายเหนื่อยกายเอง
มันโก้งเก้งกูไม่พอใจคบ ฯ

๏ บัดนั้น
พวกข้าเฝ้าเจ้าชู้รู้ประจบ
ต่างชอบแก่แม่ม่ายแยบคายครบ
ท้าวเธอตบเพลาสรวลชวนพูดจา ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น
องค์พระมเหสีเสน่หา
รู้ว่าองค์พระเสด็จออกเสนา
จะขึ้นไปดูหน้าอีกาลี
จึงจัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่อง
รุ่งเรืองจำรัสรัศมี
ชวนเหล่าสาวสรรค์ขันที
ไปที่มนเทียรวิเชียรรัตน์ ฯ
ฯ เพลงช้า ฯ

๏ร่าย ครั้นถึงจึงเผยม่านบัง
เห็นนางนั่งบนแท่นเท้าแขนหยัด
ดัดจริตกรีดมือกระพือพัด
แป้งผัดหน้าขาวเหมือนจาวตาล
หน้านิ่วคิ้วผูกจมูกยักษ์
ไม่ควรพระจะรักสมัครสมาน
ตาผองสองผมนมยาน
ยังโปรดปรานประหลาดหวาดวิญญาณ์
เห็นท่วงทีอีเฒ่าเจ้าเล่ห์
ทำเสน่ห์ยาแฝดแพศยา
น้อยหรือนั่งตั้งปึ่งทำขึงตา
ไม่พูดจาจองหองจะลองทัก
จึงเข้าใกล้ไต่ถามนางงามนี้
นั่งร่วมที่พระองค์ทรงศักดิ์
ทำละเมิดเพลิดเพลินเหลือเกินนัก
ไม่รู้จักเราบ้างหรืออย่างไร
จะขอถามนามวงศ์พงศ์เผ่า
พวกพ้องของเจ้าเป็นชาวไหน
ยวนลาวชาวละครหรือมอญไทย
บอกให้รู้บ้างอย่าพรางกัน ฯ

๏ บัดนั้น
นางผีสิงยิ่งหัวเราะเยาะหยัน
แล้วย้อนว่าข้าเจ้าชาวสุพรรณ
ไม่รู้ชั้นเชิงเช่นเป็นชาววัง
ก็ตัวเจ้าเผ่าพงศ์วงศ์ไหน
ชื่อไรไม่บอกออกมั่ง
ข้าเคยอยู่สุวรรณบัลลังก์
จะมาบังคับข้าว่าไร ฯ

๏ ได้ฟัง
แค้นคั่งดังว่าเลือดตาไหล
เหลือที่จะสะกดอดใจ
มันฮึกฮักซักไซ้กลับไล่เลียง
จึงชี้หน้าว่าแน่อีแก่แรด
วาสนายาแฝดพูดแผดเสียง
เห็นทรงศักดิ์รักใคร่ใกล้เคียง
มาทุ่มเถียงลามเลียมเทียมทัด
กูเป็นพระมเหสีเอก
ร่วมที่ภิเษกเอกฉัตร
มึงชาติข้ามานั่งบัลลังก์รัตน์
เท้าแขนแอ่นหยัดดัดทรง
เชื่อดีผีสิงอีกิ้งก่า
พูดจาปั้นเจ๋อเห็นเธอหลง
ขึ้นนั่งแท่นแม้นดื้อถือทะนง
จะถีบส่งลงให้สาใจมึง ฯ

๏ นางเมียหลวง
หยามหยาบจาบจ้วงหวงหึง
มเหสีชิชะเอะอะอึง
ขึ้นกูมึงถึงแรดแผดร้อง
ข้ามันอีผีสิงหยิ่งเย่อ
จึงดุดันปั้นเจ๋อจองหอง
ริษยาว่านั่งบัลลังก์ทอง
มาถีบลองดูเล่นก็เป็นไร
ตายร้ายตายดีก็ทีหนึ่ง
ที่กูจะละมึงอย่าสงสัย
แท่นทองของพระภูวไนย
ประทานให้ได้อยู่อย่าดูแคลน
มิใช่ข้าอาศัยเมื่อไรเล่า
ของเราเจ้าล่วงมาหวงแหน
จะตีปีกฉีกแหกให้แตกแตน
มเหเสือเหลือแสนทำแทนเธอ ฯ

๏ น้อยหรือ
จะสู้มือถือดีตีเสมอ
จองหองร้องแรกแหกกระเชอ
ปากจะเจ่อจริงวะไม่ละมึง
เข้าตบตีผีสิงสะบิ้งสะบัด
ผลักพลัดตกเตียงเสียงผิง
ร้องเรียกเหล่าสาวศรีมี่อึง
เข้าหยิกทิ้งทุบปล้ำด้วยกำลัง ฯ

๏ บัดนั้น
คนทรงผีตีต่อยไม่ถอยหลัง
ต่างยุดยื้ออื้ออึงตึงตัง
เสียงอึกทึกทั้งวังใน ฯ
ฯ เชิด ฯ

๏ บัดนั้น
พวกพระมเหสีตีผลักไส
มันกลอกลับรับรองว่องไว
เลี้ยวไล่ล้มลุกคลุกคลี ฯ

๏ บัดนั้น
ผีสิงยิ่งขยิกไม่หลีกหนี
คนเดียวเลี้ยวตลบตบตี
ข่วนเทวีอีบ่าวเลือดซาวไป ฯ
ฯ เชิด ฯ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระจอมวังคลั่งคิดพิสมัย
เสียงอื้ออึงตึงตังที่วังใน
เสด็จจากพระโรงชัยฉับพลัน ฯ
ฯ เสมอ ฯ

๏ ขึ้นบนมนเทียรเขียนทอง
เห็นหญิงแก่แซ่ซ้องสาวสรรค์
พวกพระมเหสีตีรัน
เข้ายืนขวางกางกั้นทันที
พลางถามว่าอะไรมิใคร่หยุด
อุตลุดฉุดคร่าน่าบัดสี
ดูฮึกฮักหนักหนานางมาลี
ประเดี๋ยวนี้ก็ได้ขัดใจจริง ฯ

๏โอ้ช้า บัดนั้น
นางมารยากาลีผีสิง
ทำร้องครางพลางฉะอ้อนวอนวิง
พระทอดทิ้งเมียไว้ไม่นำพา
เขามากลุ้มรุมตีหนีไม่พ้น
เหลือทนจนชีวังจะสังขา
จะเลยลับดับสูญขอทูลลา
พลางโศกากอดบาทไม่คลาดคลาย ฯ
ฯ โอด ฯ

๏ร่าย เมื่อนั้น
ท้าวอภัยนุราชหวาดหวั่นขวัญหาย
เห็นหอบรวนครวญครางจะวางวาย
ประคองเมียเสียดายฟายน้ำตา ฯ
ฯ โอด ฯ

๏ เมื่อนั้น
มเหสีมีแต่แผลนขา
เจ็บแสบแทบจะมรณา
ยิ่งโมโหโศกาพาที
พระองค์จงแลดูแผลน้อง
แขนขนองเลือดซับดังสับสี
ทั้งคางคิ้วริ้วรอยมันต่อยตี
ร้ายกาจชาติฝีมือมีพิษ
ฉะครางร่ำสำออยน้อยหรือนั่น
ไหนตัวมันมีแผลแต่สักหนิด
พระหลงเชื่อเสือเฒ่าเจ้าความคิด
ไม่พินิจผิดชอบเฝ้าปลอบมัน
แม้นครั้งนี้มิเลี้ยงตามเยี่ยงอย่าง
จะเข้าข้างอีแก่แปรผัน
พระองค์จงพิฆาตฟาดฟัน
ให้ข้านี้ชีวันวางวาย
แม้นเอ็นดูอยู่ว่าเป็นข้าเก่า
โทษอีเฒ่าหัวเสือเหลือหลาย
ขอใส่บททดแทนที่แสนร้าย
อย่าให้อายอดสูชาวบูรี ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ ทรงฟัง
ยิ่งแค้นคั่งว่าเหม่มเหสี
ไม่ยำเยงเกรงผัวตัวดี
มารุมตีเมียข้าด่าทอ
ยังจะเอาเขาไปใส่บท
ตั้งกฎโกงไว้ศาลไหนหนอ
แม้นชำระจะยับต้องปรับพอ
เบี้ยรุกเบี้ยก่อหมอความ
ที่โทษตัวชั่วช้าไม่ว่ามั่ง
ทำลำพังใจเองไม่เกรงขาม
ชอบเอาบ่าวข้าที่มาตาม
เฆี่ยนถามสามยกผ่าอกมัน
ยังไม่ไปให้พ้นบ่นบ้า
ประเดี๋ยวนี้ชีวาจะอาสัญ
อีผีสิงยิ่งครางไม่ห่างกัน
เฝ้านวดฟั้นฟกช้ำลูบคลำไป ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น
นางกษัตริย์ขัดข้องไม่ผ่องใส
เห็นสามีวิปริตผิดใจ
นางครวญคร่ำร่ำไรโศกา ฯ
ฯ โอด ฯ

๏โอ้ช้า โอ้ว่าพระองค์ทรงศักดิ์
ช่างลุ่มหลงปลงรักมันหนักหนา
เสียแรงน้องรองบาทไม่คลาดคลา
ต้องต่ำต้อยน้อยหน้าอีกาลี
เหมือนละลดยศศักดิ์อัคเรศ
จงห้ำหั่นบั่นเกศเกศี
ไม่ขออยู่ดูหน้าชาวธานี
ชาตินี้มีกรรมก็จำตาย
ต้องกริ้วกราดคาดโทษโกรธแค้น
สุดแสนอดสูไม่รู้หาย
ร่ำพลางนางทุ่มทอดกาย
ฟูมฟายชลนาโศกาลัย ฯ
ฯ โอด ฯ

๏ร่าย บัดนั้น
นางศรีสาหงเห็นหลงใหล
แสร้งฉะอ้อนวอนพระภูวไนย
ขอลาไปสู่ป่าพนาวัน
อยู่ในวังดังไฟใกล้ฝอย
จะตบต่อยตีด่าให้อาสัญ
เขาเขม่นเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ชุ่ยฉันนั่นแน่พระแลดู ฯ

๏ ฟังยุ
พระพลอยดุเดือดว่าน่าอดสู
กูเห็นแน่แก่ตาต่อหน้ากู
แขนชูชุ่ยนางทำอย่างนี้
คอยเขม่นเข่นเขี้ยวเจียวอุเหม่
เจ้าโมโหโวเว้มเหสี
ไม่ยำเยงเกรงกลัวถือตัวดี
ประเดี๋ยวนี้ก็ได้ถูกไม้เรียว ฯ

๏ ทูลเกล้า
พ่อเจ้าประคุณอย่าฉุนเฉียว
ช่างเชื่ออีผีสิงจริงเจียว
เห็นชุ่ยเห็นเข่นเขี้ยวคอเดียวกัน
ฉะหนักหนอตอแหลอีแก่แรด
ทำออดแอดอ้อนวอนผ่อนผัน
มิยำเยงเกรงองค์พระทรงธรรม์
จะเอาฟันออกจากปากมึง
จะข่มขู่กูนั้นอย่ามั่นหมาย
ตายร้ายตายดีก็ทีหนึ่ง
เฝ้าแต้มเติมเหิมฮึกลึกซึ้ง
ไม่แคล้วแล้วมึงแมวพึ่งพระ ฯ

๏ แม่เจ้า
จะทำไมทำเข้าเอาซินะ
เข้าเคียงนางพลางว่ามาแล้วคะ
จะตบจะต่อยทำตามลำพัง ฯ

๏ เหลือกลัว
นางจิกหัวตบตีหน้าที่นั่ง
อีผีสิงยิ่งร้องก้องดัง
ตาทั้งสองบอดทุ่มทอดกาย ฯ

๏ เมื่อนั้น
ท้าวไทได้กราดฟาดโฉมฉาย
โมโหมาตามัวหวดขรัวยาย
ตีรายร้องอึงคะนึงไป ฯ
ฯ เชิด ฯ

๏ เมื่อนั้น
มเหสีหนีออกข้างนอกได้
พาเหล่าสาวสรรค์กำนัลใน
กลับไปปรางค์มาศปราสาททอง ฯ
ฯ เสมอ ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระภูธนร้อนรนหม่นหมอง
พยุงนางวางเตียงเคียงประคอง
พลางถามว่าตาน้องเป็นอย่างไร ฯ

๏ บัดนั้น
นางผีสิงยิ่งทำร่ำไห้
ปวดนักจักขุปะทุไป
แกล้งพิไรคางร้องกุมสองตา ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระจอมวังฟังนางครางนักหนา
เร็วเร็วเข้าเถ้าแก่บอกเสนา
ให้ผูกคอหมอมาอย่าช้าที ฯ

๏ บัดนั้น
เถ้าแก่ประณตบทศรี
ไปเร่งสั่งข้างหน้าหาหมอดี
อยู่ที่ไหนไหนไปเอามา ฯ

๏ บัดนั้น
กรมวังทั้งหลายซ้ายขวา
ไปเที่ยวผูกคอหมอยาตา
ได้มาพาเข้าเฝ้าเจ้านาย ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ เมื่อนั้น
จอมกษัตริย์ตรัสสั่งหมอทั้งหลาย
ให้รักษายาใส่แม้นไม่คลาย
ถูกถองเฆี่ยนเจียนตายหลังลายไป ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
นางศรีสาหงเห็นหลงใหล
ทำมารยาว่ากล่าวกับท้าวไท
เพื่อนที่ไกรลาสมาเมื่อราตรี
เขาบอกว่าถ้าพระองค์จงรัก
ให้ควักเนตรพระมเหสี
เอามาใส่นัยน์ตาข้านี้
จะเห็นดีเหมือนดังแต่หลังมา

๏ ทรงฟัง
กำลังคลั่งรักหนักหนา
จึงว่าบุญแล้วเจ้าแก้วตา
เทวาบอกความให้ทรามวัย
อีทิพมาลีมันตีน้อง
จนจักขุพุพองเป็นหนองไหล
โทษหนักจักทำให้หนำใจ
ควักตามาใส่ให้เทวี
แม้นโฉมฉายหายแน่แลเห็น
จะให้เป็นที่พระมเหสี
ว่าพลางย่างเยื้องจรลี
ออกนั่งที่แท่นโถงพระโรงใน ฯ
ฯ เสมอ ฯ

๏ ตรัสเรียกกรมวังมาสั่งว่า
โทษอีมาลีหนักถึงตักษัย
ตีเมียรักจักขุปะทุไป
จะควักตามาใส่ให้นงลักษณ์
ตัวมันนั้นส่งเป็นโขลนจ่า
ริบหมดยศถาบรรดาศักดิ์
จะคอยเอาเข้ายาอย่าช้านัก
ไปควักลูกตามาไวไว ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
กรมวังบังคมประนมไหว้
กับท้าวนางต่างพากันคลาไคล
ตรงไปปรางค์ปรานางมาลี ฯ
ฯ เชิด ฯ

๏ ครั้นถึงจึงทูลนงลักษณ์
สั่งให้ควักแก้วตามารศรี
ริบหมดลดถอดเทวี
เป็นที่โขลนใช้อยู่ในวัง ฯ

๏ ได้ยิน
สุดสิ้นสติตะลึงนั่ง
เขาฉุดองค์ลงจากบัลลังก์
กรมวังพร้อมพรักจะควักตา
นางอ้อนวอนว่าช้าสักหน่อย
ตะโกนเรียกลูกน้อยเสน่หา
องค์พระอนันต์นางวรรณา
วิ่งมากอดองค์พระชนนี ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
ท่านท้าวนางต่างว่ามารศรี
จะรอช้าข้าเจ้าเหล่านี้
จะมีโทษทัณฑ์อันตราย
กรรมของพระแม่แน่นัก
สุดที่จักแก้ไขให้หาย
พลางผูกหัตถ์มัดเงื่อนไม่เคลื่อนคลาย
เจ้าขรัวนายสั่งให้ควักนัยน์ตา ฯ

๏ เมื่อนั้น
มเหสีชีวังจะสังขา
สงสารพระอนันต์นางวรรณา
โศกาครวญคร่ำรำพัน ฯ
ฯ โอด ฯ

๏โอ้ปี่ โอ้ลูกแก้วแววตาของแม่เอ๋ย
แม่เคยเลี้ยงถนอมจอมขวัญ
อยู่กับเจ้าเช้าเย็นได้เห็นกัน
ครั้งนี้ชีวันจะบรรลัย
ทั้งสององค์จงจำคำสั่ง
คอยระวังกายาอัชฌาสัย
แม้นขับหนีตีโบยต้องโพยภัย
พากันไปพึ่งพระอัยกา
แม้นเลี้ยงดูอยู่ดีทั้งพี่น้อง
จงปกป้องครององค์ไร้วงศา
ฝ่ายน้องรักภักดีฝ่ายพี่ยา
พ่ออย่าด่าตีน้องจงครองกัน
แม่นี้ชีวิตไม่รอดแล้ว
จะคลาดแคล้วแก้วตาม้วยอาสัญ
จะเกิดไหนให้สองพี่น้องนั้น
ได้กำเนิดเกิดครรภ์ของมารดร
แล้วฝากฝังทั้งปวงข้าหลวงใหญ่
แม้นหน่อไทผิดพลั้งช่วยสั่งสอน
สงสารลูกผูกใจอาลัยวอน
สะอื้นอ้อนโศกาอาลัย ฯ
ฯ โอด ฯ

๏ร่าย เมื่อนั้น
พระพี่น้องสองราน้ำตาไหล
กันแสงพลางต่างกอดพระแม่ไว้
มิให้ผู้ใดควักนัยน์ตา
แล้วร้องว่าฆ่าเรานี้เสียด้วย
จะสู้ม้วยชีวังสังขา
แม้นไม่ประหารผลาญชีวา
ไม่ให้นัยนาชนนี ฯ

๏ บัดนั้น
ท้าวนางต่างประคองสองศรี
ค่อยผันผ่อนวอนว่าพาที
ขัดขวางอย่างนี้มีโทษทัณฑ์
ถ้าเพ็ดทูลฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด
ต้องรับราชอาชญาอาสัญ
แม้นพี่น้องสองราพากัน
ไปทูลขอโทษทัณฑ์พระมารดา
ถ้าออกโอษฐ์โปรดให้ไม่ม้วย
ได้ช่วยชนนีดีหนักหนา
จะรอรั้งยังไม่ควักนัยน์ตา
ทั้งสององค์จงพากันคลาไคล ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระพี่น้องสองทรงกันแสงไห้
สวมสอดกอดองค์พระแม่ไว้
ครวญคร่ำร่ำไรโศกา ฯ

๏โอ้ปี่ โอ้แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย
พระองค์เคยกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรักษา
แม้นพระชนนีสิ้นชีวา
ลูกยาจะอยู่กับผู้ใด
พระบิตุรงค์หลงเมียเสียแล้วจ้ะ
จะเหมือนพระชนนีลูกที่ไหน
จะอดอยากยากเย็นจะเห็นใคร
ลูกเปลี่ยวใจไม่อยู่จะสู้ตาย
ใครใครไปทูลเถิดว่าข้า
สงสารมารดาไม่รู้หาย
ถ้าแม้นว่าตาบอดคงวอดวาย
จะขอตายด้วยพระชนนี
จะทูลขอก็เห็นจะไม่ให้
แค้นใจน้อยหน้าอีทาสี
อย่าช้าอยู่ผู้รับสั่งทั้งนี้
เร่งฆ่าตีชีวันให้บรรลัย
พระแม่จ๋าอย่าอยู่เลยพูคะ
ตายเถิดจ้ะประเสริฐไปเกิดใหม่
ลูกดูแม่แลดูลูกผูกใจ
สะอื้นให้ไม่วายฟายน้ำตา ฯ
ฯ โอด ฯ

๏ร่าย บัดนั้น
กรมวังทั้งขรัวนายซ้ายขวา
สงสารคำรำพันจำนรรจา
ต่างปรึกษาว่าจะทำกระไร
หน่อกษัตริย์ขัดขวางอย่างนี้
ไม่รู้ที่จะควักจักขุได้
จะฉุดลากพรากเธออำเภอใจ
ก็เกินไปไม่ควรลวนลาม
เหมือนหลบลู่ดูถูกลูกหลวง
ลามล่วงจ้วงจาบหยาบหยาม
ที่ขัดข้องต้องทูลมูลความ
สุดแต่ตามจะโปรดโทษทัณฑ์
ปรึกษาพลางทางพากันมาเฝ้า
ก้มเกล้ากราบกลัวตัวสั่น
ทูลถามตามจริงทุกสิ่งอัน
กล่าวโทษพระอนันต์นางวรรณา ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ ได้ฟัง
ค่อยคลายคลั่งยังรักหนักหนา
ไหนลูกกูอยู่ไหนทั้งสองรา
กับแม่มันนั้นพามาไวไว ฯ

๏ บัดนั้น
กรมวังฟังตรัสกราบไหว้
ต่างวิ่งมาหาสองหน่อไท
จูงไปทั้งองค์นงเยาว์ ฯ

๏ เมื่อนั้น
มเหสีวิโยคโศกเศร้า
เห็นคลายโกรธโทษทัณฑ์บรรเทา
คลานเข้าไปกราบกับบาทา ฯ
ฯ โอด ฯ

๏โอ้ปี่ โอ้พระผ่านเกล้าเจ้าประคุณ
เคยพึ่งบุญอุ่นเกศเกศา
แต่รุ่นราวสาวหนุ่มคุ้มชรา
ไม่ข้องขัดอัชฌาพระสามี
มาเกิดเข็ญเป็นเคราะห์เพราะวิวาท
ให้ขุ่นเคืองเบื้องบาทบทศรี
เพราะเบาจิตผิดพลั้งครั้งนี้
พระภูมีจงโปรดยกโทษทัณฑ์
ถ้าแม้นควักจักขุปะทุบอด
เหมือนม้วยมอดชีวาอาสัญ
จงโปรดไว้ให้มีชีวัน
อยู่เลี้ยงเจ้าอนันต์กับวรรณา
พระองค์จงคิดถึงเมียมั่ง
มาไกลทั้งบิตุรงค์วงศา
พระชุบย้อมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงมา
ไม่นิราศคลาดคลาฝ่าธุลี
ถึงมิเลี้ยงเคียงองค์พระทรงเดช
ใช้เช่นเป็นวิเสทโรงสี
สะอื้นอ้อนวอนว่าพระสามี
โศกีกอดบาทไม่คลาดคลา ฯ
ฯ โอด ฯ

๏ร่าย ฟังวอน
กระกองกรแก้มัดหัตถา
ค่อยคลายคลั่งนั่งเคียงขอสมา
ให้คงว่าที่พระเสาวนีย์ ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
นางศรีสาหงรู้เพราะหูผี
ทำครางร้องมองมาเตือนสามี
ไม่ปรานีน้องบ้างหรืออย่างไร
จะขอแก้วแววตาทำยายอด
ให้หายบอดชื่นแช่มแจ่มใส
พลางเคียงเข้าเป่ามนต์ให้ดลใจ
พระกลับคลั่งสั่งให้ควักนัยน์ตา ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
กรมวังฟังตรัสผูกหัตถา
จะจูงไปให้ห่างนางพญา
ร้องทูลอ้อนวอนว่าจาบัลย์ ฯ
ฯ โอด ฯ

๏โอ้ร่าย โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว
โปรดแล้วกลับฉุนหุนหัน
แม้นเนตรน้องต้องประสงค์ทรงธรรม์
ถึงชีวันบรรลัยไม่เสียดาย
จะควักไปให้อีผีสิง
น้อยหน้าจริงเจ็บใจไม่รู้หาย
ถึงแสนชาติคลาดแคล้วเกิดแล้วตาย
ไม่เคลื่อนคลายวายแค้นแสนทวี
พระองค์สงสารกับบุตรบ้าง
จะอ้างว้างทั้งสองหมองศรี
เห็นกับพระชนกชนนี
ได้ฝากฝังครั้งนี้ขอชีวี
ไว้ชีวิตคิดมั่งสักครั้งหนึ่ง
อย่ามึนตึงขึ้งโกรธโปรดเกศา
เขาลากฉุดหยุดยั้งรั้งรา
สะอื้นอ้อนวอนว่าโศกาลัย ฯ
ฯ โอด ฯ

๏โอ้ช้า เมื่อนั้น
พระพี่น้องสองราน้ำตาไหล
กราบบิดรวอนทูลท้าวไท
พระบิตุรงค์จงได้โปรดปราน
ถึงแม้นพระมารดาตาบอด
จะม้วยมอดมั่นคงน่าสงสาร
ลูกเปล่าใจไร้พงศ์วงศ์วาน
ขอประทานโทษพระชนนี
มิโปรดเกล้าเอาลูกฆ่าเสียด้วย
ไม่ขออยู่สู้ม้วยไปเป็นผี
เห็นสุดคิดบิดาไม่พาที
ต่างโศกีกลิ้งเกลือกเสือกกาย
ฯ โอด ฯ

๏ ฟังวอน
พระทัยอ่อนอาลัยจิตใจหาย
สมประดีมีมั่งคลั่งคลาย
กลับเสียดายกัลยาอาลัย
เรียกตำรวจเหวยพากลับมานี่
ครั้นอีผีเป่าองค์เคลิ้มหลงใหล
กลับเคืองขัดตรัสว่าพามาไย
เอาตัวไปควักตาเสียอย่าฟัง ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
พวกโขลนจ่าว้าวุ่นรุนหน้าหลัง
ฉุดคร่าพานางไปกลางวัง
พระลูกทั้งสองวิ่งเข้าชิงไว้
พวกท้าวนางต่างเหนี่ยวหน่อกษัตริย์
กอดกระหวัดไว้สิ้นดิ้นไม่ไหว
ต่างผูกมัดรัดองค์อรไท
ยุดไว้ให้ตึงตรึงตรา
แล้วแขวะควักจักขุเลือดพุพลุ่ง
นางสะดุ้งร้องกรีดหวีดผวา
เอาพานทองรองแก้วแววตา
นางพญาเสือกซบสลบลง ฯ
ฯ โอด ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระหน่อไททั้งสองร้องเสียงหลง
เขาละวางต่างชิงกันวิ่งตรง
เข้าสวมสอดกอดองค์ชนนี
เห็นเลือดนองสองตาซ้ายขวาบอด
ระทวยทอดทุ่มอกชกเกศี
สงสารแม่แน่นิ่งยิ่งโศกี
ครวญคร่ำร่ำพิรี้พิไรไป ฯ
ฯ โอด ฯ

๏โอ้ปี่ โอ้สงสารมารดาตาบอด
เลือดยังฟอดฟูมโซมชโลมไหล
ช่วยไม่ทันมันฉุดยุดไว้
ไม่เห็นใจเจ้าคุณสิ้นบุญแล้ว
ลูกแลเหลียวเปลี่ยวจิตสุดคิดอ่าน
สิ้นวงศ์วานว่านเครือเชื้อแถว
จะเกิดอื่นหมื่นชาติอย่าคลาดแคล้ว
ให้ลูกแก้วเกิดครรภ์พระมารดร
ได้เคยเห็นเย็นเช้าเจ้าประคุณ
พระการุญรับขวัญรำพันสอน
ถนอมเลี้ยงลูกยาไม่อาทร
จะนั่งนอนเป็นสุขทุกเวลา
ลูกจะใคร่ได้ม้วยด้วยพระแม่
สงสารแต่น้องรักหนักหนา
พลางสวมกอดพลอดกันจำนรรจา
แม่วรรณาหนะม้วยเสียด้วยกัน
ขนิษฐาว่าจ้ะจะตายด้วย
เป็นเพื่อนม้วยช่วยพาฉันอาสัญ
แล้วพี่น้องสองราร่ำจาบัลย์
สะอื้นอั้นอ่อนซบสลบไป ฯ
ฯ โอด ฯ

๏ บัดนั้น
หลวงแม่เจ้าเถ้าแก่เข้าแก้ไข
ขรัวนายนั้นพรั่นตัวกลัวภัย
เชิญพานใส่แก้วตารีบมาพลัน ฯ
ฯ เสมอ ฯ

๏ ครั้นถึงจึงประคองพานทองตั้ง
ถนอมพระจอมวังนรังสรรค์
แล้วทูลความตามจริงทุกสิ่งอัน
สามองค์นั้นแน่นิ่งไม่ติงองค์ ฯ

๏ เมื่อนั้น
ท้าวไทได้ของต้องประสงค์
ยกพานไปในห้องทองผจง
ตั้งให้ศรีสาหงนงลักษณ์ ฯ
ฯ เจรจา ฯ

๏ บัดนั้น
นางสาหงทรงผียินดีนัก
ทำเสกใส่นัยน์ตาฤทธิ์อารักษ์
ให้ท้าวเห็นเป็นจักขุคืนดี ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระจอมวังนั่งชมนางโฉมศรี
มาพบเห็นเป็นเมียมิเสียที
ได้เทวีชาวสวรรค์ชั้นฟ้า
พระเนตรน้องสองข้างสว่างแล้ว
ดูผ่องแผ้วผิวพักตร์นวลหนักหนา
พลางกอดเกี้ยวเกลียวกลมภิรมยา
จนโพล้เพล้เวลาราตรี ฯ
ฯ โลมปี่พาทย์ ฯ



ที่มา : รวมนิทานบทเห่กล่อม และสุภาษิต ของ สุนทรภู่ . พิมพ์ครั้งแรก . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์หัตถศิลป์ , 2529

หมายเหตุ กรมศิลปากรจัดพิมพ์เผยแพร่เพื่อร่วมโครงการฉลอง 200 ปี กวีเอกสุนทรภู่ พุทธศักราช 2529


Create Date : 28 พฤษภาคม 2550
Last Update : 28 พฤษภาคม 2550 1:09:29 น. 22 comments
Counter : 8060 Pageviews.

 



เพราะมากกกกกกกกกเลย


โดย: โดจัง IP: 203.188.57.128 วันที่: 9 มิถุนายน 2550 เวลา:11:08:36 น.  

 
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดด


โดย: love pik IP: 202.91.18.192 วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:30:19 น.  

 
แปลให้ด้วยสิค่ะ


โดย: การ์ตูน IP: 125.27.148.238 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:39:26 น.  

 


โดย: เด็กระยองค่ะ IP: 125.27.76.31 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:47:39 น.  

 


โดย: หมาหมุ้ย IP: 125.27.76.31 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:48:45 น.  

 
งงอ่า


โดย: นายงงจัง IP: 125.25.122.51 วันที่: 22 มิถุนายน 2551 เวลา:12:05:46 น.  

 
เอ่อ..คือช่วยแปลหน่อยจิป.6เองแปลมะออกอะ-_-


โดย: ...คนหนึ่ง IP: 124.121.181.4 วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:19:31:35 น.  

 
แปลให้ด้วย


โดย: พลอย IP: 61.19.238.195 วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:15:03:01 น.  

 
อ่านให้สนุก


โดย: มิว IP: 180.180.85.197 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:22:34 น.  

 
อยากจะบอกว่าเยอะมากแล้วอจารย์ให้เขียนรายงานเรื่องนี้พอดีมืองิกยิ่งกว่าพิมบีบีอีก555


โดย: เบล IP: 124.121.67.205 วันที่: 26 ธันวาคม 2553 เวลา:15:16:06 น.  

 
ขอบคุณที่สรุปเรื่องย่อให้


โดย: จามอง IP: 125.26.186.177 วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:22:43:43 น.  

 
ขอบคุณที่สรุปเรื่องย่อ


โดย: กันยา IP: 118.173.126.170 วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:18:30:15 น.  

 
เกดน่ารักมากค่ะ


โดย: เกด IP: 118.173.126.170 วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:18:30:49 น.  

 
อีเเพรวอ้อร้อ


โดย: เกด IP: 118.173.126.170 วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:18:31:55 น.  

 
เยอะมากคร๊าบ


โดย: น้องนุ่น&น้องเกด IP: 125.26.141.247 วันที่: 18 มิถุนายน 2554 เวลา:12:41:10 น.  

 
น่าอ่านมากๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: ฮิโตจัง IP: 125.26.187.148 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:59:58 น.  

 
thank you


โดย: monori IP: 49.48.137.219 วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:19:12:45 น.  

 
เย้ได้ทามรายงานแล้ว


โดย: kingkadong IP: 223.206.232.30 วันที่: 29 มิถุนายน 2555 เวลา:21:31:06 น.  

 
ดายทามลายงานแลว


โดย: maa IP: 27.55.10.10 วันที่: 10 กรกฎาคม 2555 เวลา:18:25:53 น.  

 
ดีมาก


โดย: oa IP: 202.29.14.233 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:7:44:28 น.  

 
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆ คะ แปลเนื้อความยิ่งจะดีกว่านี้คะ


โดย: นิทานไทย IP: 1.4.175.248 วันที่: 23 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:31:26 น.  

 
อ่านไม่ทันอ่ะ


โดย: ศศิธร IP: 118.173.23.151 วันที่: 19 สิงหาคม 2557 เวลา:17:46:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ende
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




I do my thing and you do your thing.
I am not in this world to live up to your expectations,
And you are not in this world to live up to mine.
You are you, and I am I,
And if by chance we find each other, it's beautiful.
If not, it can't be helped.

(Fritz Perls, 1969)
ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add ende's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.