พี่เปี๊ยกเป็นผื่นคันที่แขนขวา (ผื่นตุ่มน้ำใสๆ เหมือนเดิม)
ประมาณวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2566 อาการผื่นคันแบบเดิมของคุณสามีกำเริบอีกแล้ว และตามเดิมคือคุณพี่เข้าไปรื้อของที่ห้องเก็บของหน้าบ้านซึ่งห้องก็ไม่ได้ใหญ่อะไร เป็นช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าพอมุด/ก้มเข้าไปได้ ไม่รู้คุณสามีแพ้อะไรในนั้น ก้มเข้าไปแค่ครึ่งตัวก็เป็นผื่นตุ่มน้ำใสๆ แบบเดิม ส่วนเราที่เป็นคนแพ้ง่าย ไปก้มๆ เงยๆ กวาดขี้ฝุ่น จัดของไม่ให้รก กลับไม่เป็นผื่น ไม่รู้สึกคันอะไรเลย ในห้องเก็บของเราแค่เก็บรองเท้าแตะ 2 คู่ /รองเท้าผ้าใบ 3 คู่ / รองเท้าคอมแบท/รองเท้าใส่ทำงานของคุณสามี (รองเท้าจะใส่ถุงแยกไว้ให้หยิบง่าย) ถังดับเพลิง 1 ถัง, อาหารปลา 1 กระป๋องเล็ก, ที่สูบลมจักรยาน และก็มีกระเบื้องที่เหลือจากตอนต่อเติมครัวแค่ 2 กล่อง แต่ก็มีรอบเวลาที่นัดฉีดปลวก เจ้าหน้าที่เขาจะพ่นยาฉีกปลวกเข้าไปในห้องนั้นด้วย พอเจ้าหน้าที่ฉีดเสร็จเราก็เปิดประตูห้องระบายอากาศไว้นะ รอจนน้ำยาแห้งค่อยปิดประตู สงสัยวันหลังต้องรื้อของออกมาดูดฝุ่นแล้วถูด้วยเลย ถ้าคุณสามีมีผื่นขึ้นอีกก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วผื่นจะประมาณนี้ แรกๆ ที่ยังไม่ทายาและกินยา พี่เขาบอกว่าแสบๆ คันๆ มากเราให้กินยาแก้แพ้ฟีนาเฟค ขนาด 180 มก.วันละ 1 เม็ด ตอนกลางคืนและไปให้เภสัชร้านยาเจ้าประจำดู เพื่อขอซื้อยาทาแก้ผื่นคัน ยี่ห้อ Esperson ที่เคยใช้ทาแล้วหาย ปรากฏว่ายาที่เคยใช้หมด ไม่มีของต้องเปลี่ยนเป็นยายี่ห้อ Topiderm แทน ทั้งกินยาและทายาไป 1 อาทิตย์ อาการผื่นคันก็ทุเลาลง จนไม่มีร่องรอยของโรคปรากฏอีก
เภสัชกรช่วยได้มากเลย