7 เมษายน 2566 รักษาโรคไขมันในเลือดสูง+ไขมันพอกตับ
จากผลการตรวจสุขประจำปีที่คลินิคศูนย์แพทย์พัฒนา เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 พบว่าเราเป็นโรคไขมันในเลือดสูงและโรคไขมันพอกตับ เราเลยย้ายมารักษาต่อที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกวันที่ 7 เมษายน 2566 ไปทำประวัติใหม่ตามขั้นตอนของโรงพยาบาล และรอพบแพทย์ ที่อาคาร 9 ชั้น 12 หมอก็อ่านรายงานผลการตรวจสุขภาพและสอบถามโน้น นี่ นั่น และแจ้งว่าตามผลตรวจสุขภาพเรามีโคเลสเตอรอล 220 ซึ่งไม่ควรเกิน 200ไตรกลีเซอไรด์ 268 ซึ่งไม่ควรเกิน 150HDL 62 LDL 131 ซึ่งไม่ควรเกิน 130ถือเป็นโรคไขมันในเลือดสูง และจากผลอัลตร้าซาวด์พบไขมันในช่องท้องเยอะด้วยส่งผลให้เป็นโรคไขมันพอกตับ หมอมีความเห็นว่าเราควรได้รับการรักษาโดยการทานยาลดไขมัน (ซึ่งเราเคยควบคุมอาหาร ทานชาดอกคำฝอย เดินลู่วิ่ง 30 นาที - 1 ชั่วโมง เป็นประจำอาทิตย์ละ 4-5 วันต่อสัปดาห์ ตลอด 2 ปี ก็แล้ว ไขมันก็ลดลงแบบนิดนึง แต่ไตรกลีเซอไรด์ยังสูงอยู่)และช่วงที่ผ่านมาประสบเหตุการณ์ประดังประเดในชีวิตหลายสิ่ง มี 2-3 ครั้งที่เรารู้สึกเหมือนจะวูบ ตาลาย แบบสมองจะ Shut Down ไปเองแบบภาพดับจอดำไปเลย แต่เราก็กลับมารู้สึกตัวและมีสติได้ภายในไม่กี่วินาที และมีความคิดแว็บเข้ามาว่า เรากำลังจะตายหรือเปล่าอะ หรือเพราะไขมันสูงเลยทำให้เกิดอาการแบบนี้ แต่จากการหาข้อมูลมาบ้างก็ว่าทานยาลดไขมันแล้วจะเกิดผลข้างเคียงโน้น นี่ นั่น เราเลยลังเลใจมาจนถึงทุกวันนี้ ท้ายที่สุดเราก็ยอมรับการรักษาจากหมอ ลองทานยาดูก็ได้ มันอาจจะดีกว่าตายไปโดยไม่ยอมรับการรักษา ทานวันละ 1 เม็ด ก่อนนอน จากการหาข้อมูลมาพบว่าร่างกายคนเราจะสังเคราะห์คอเลสเตอรอลมากที่สุดช่วงกลางคืนวันที่ 30 มิถุนายน 2566 (อีก 84 วัน หรือประมาณ 2 เดือนกว่าๆ) หมอนัดมาเจาะเลือดเพื่อตรวจไขมัน ดูค่าตับ ค่าน้ำตาลสะสมค่าน้ำตาลในเลือด 120คอลเลสเตอรอล 150ไตรกลีเซอไรด์ 190LDL (ไขมันไม่ดี) 66หมอบอกว่าน้ำตาลในเลือดยังสูงอยู่ (เอิ่ม..ก็เรายังกินพวกชานมหวานน้อยอยู่เลย ต้องพยายามลด หมอบอกว่าทานได้แต่ให้เปลี่ยนเป็นไม่ใส่น้ำตาล และไม่ใส่นม) และค่าไตรกลีเซอไรด์ยังสูงอยู่ หมอเลยสั่งยาให้ทานต่อ และนัดมาเจาะเลือดอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2566 แถมหมอยังถามเรื่องโรคนิ่วในถุงน้ำดีว่าสรุปแล้วจะรักษายังไง เราก็บอกว่าหมอให้ทำอัตร้าซาวด์อีกรอบเพื่อดูขนาดของก้อนนิ่วว่าใหญ่แค่ไหน แล้วค่อยว่ากันอีกทีว่าจะรักษายังไงต่อไปค่าเจาะเลือด 910 บาทค่ายาลดไขมัน + ค่าบริการ 500 บาทตอนเจาะเลือดไม่เจ็บเท่าไรนะแต่พอวันรุ่งขึ้นเส้นเลือดแตกเขียวช้ำเลยจ้า เกือบเดือนกว่ารอยช้ำๆ ม่วงๆ เขียวๆ จะหายวันที่ 16 ตุลาคม 2566 หมอนัดเจาะเลือดเพื่อตรวจติดตามไขมันในเลือด เจาะที่แขนซ้ายเหมือนเดิม รอบนี้ตอนทิ่เข็มเจาะเข้าไปในผิวหนังเจ็บนิดเดียว ตอนสูบเลือดขึ้นมาไม่รู้สึกอะไรเลย ตอนดึงเข็มออกก็ไม่เจ็บเท่าไร แต่เจาะเสร็จมีรอยเป็นตุ่มเหมือนโดนยุงกัดเลย แต่พอวันรุ่งขึ้นรอยก็ค่อยๆ ยุบลง และเป็นสีเหลืองจางๆ ที่ผิวหนังบริเวณที่โดนเจาะเลือดค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด 1,610 บาท เราขอให้หมอปริ้นเอกสารแสดงค่ารายการต่างๆ ในการตรวจเลือดให้ด้วย เพราะช่วงนี้น้ำตาลสูง เสี่ยงเป็นเบาหวาน (ก็ 1 อาทิตย์ก่อนมาเจาะเลือดยังคงกินขนมเค้ก น้ำหวานๆ ตามปกติไม่ได้อดหรือลดอะไรเลย ค่าน้ำตาลในเลือดเลยพุ่งปรี๊ด ซึ่งไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง)รายการตรวจวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 นั้นคือตอนที่เราไปเจาะเลือดตรวจเพื่อเตรียมความพร้อมในการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีหมอบอกว่าค่าตับดี และให้ยาลดไขมันมาทานต่อ อีก 6 เดือน (วันที่ 1 เมษายน 2567) มาเจาะเลือดตรวจใหม่ วันที่ 1 เมษายน 2567 >> มีนัดเจาะเลือดตรวจไขมัน/ค่าตับ ค่าไต ผลออกมาตามนี้ หมอบอกว่าค่าตับ ค่าไตดี รอบนี้เจ้าหน้าที่เจาะเลือดมือเบามา ตอนจิ้มเข็มลงไปที่ผิวหนังไม่รู้สึกว่าเจ็บเลย ตอนดูดเลือดขึ้นมาในหลอดกับตอนดึงเข็มเจาะเลือดออกก็ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้สึกอะไรเลย มองตามเข็มอีกทีอ้าวเจาะเลือดเสร็จแล้ว เห็นแค่ตอนดึงเข็มออกจากแขนเรา หลังเจาะก็ไม่มีรอยเขียวช้ำด้วย เริ่ดมากค่ะผลเลือดรอบนี้ค่าไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นเป็น 217 ค่าน้ำตาลในเลือดยังคงสูงอยู่ 120 หมอบอกเริ่มปริ่มเบาหวานแล้วนะ เพราะฉะนัั้น อีก 6 เดือน (วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2567 หมอขอนัดมาดูค่าน้ำตาลสะสมหน่อย)หมอให้ยาลดไขมันตัวเดิมไลโปสแตท 40 มก. มาทานตามเดิม อีก 6 เดือนมาเจาะเลือดดูใหม่วันที่ 16 กันยายน 2567 >> มีนัดเจาะเลือดตรวจไขมัน/ค่าตับ ค่าไต ค่าน้ำตาลสะสม ตามที่หมอนัดตามรอบ 6 เดือน ครั้งนี้แย่มาก รู้สึกไม่โอเคกับเจ้าหน้าที่เจาะเลือดเลย ตอนเจาะเลือดที่แขนซ้าย บอกว่าหาเส้นเลือดเราไม่เจอ แถมนางจิ้มลงไปสูบเลือดเราออกมาหน่อยนึงแล้วนะ มาบอกเราว่าขอเจาะหลังมือแทน เพราะหาเส้นเลือดเราไม่เจอ นางมาขอดูเส้นเลือดทั้งสองข้าง จนเราบอกว่าขอเปลี่ยนช่องเจาะเลือด ขอเปลี่ยนคนเจาะเลือด เจ้าหน้าที่บอกไม่เป็นไรเจาะได้ค่ะ สรุปเราโดนเจาะหลังมือขวา ตอนเข็มจิ้มลงไปไม่เจ็บมาก พอสูบเลือดขึ้นมาสักพักเริ่มเจ็บ เริ่มปวด แบบเกือบ 5 นาทีได้กว่าจะเสร็จ เล่นเอาปวดมือเลย ระบบจนเช้าวันรุ่งขึ้นตรงหลังมือที่โดนเจาะเขียวเลยจ้าส่วนผลเลือดวันที่ 16 กันยายน 2567 ไม่ค่อยดีเท่าไร น้ำตาลยังคงสูงอยู่ที่ 120 เหมือนเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ค่าไม่ลงเลยก็กินซะขนาดนั้น (รู้ตัวดี ฮ่าๆๆ) หมอเลยบอกว่าขอตีเป็นโรคเบาหวานนะ เพราะน้ำตาลยังไม่ลด และค่าคอเลสเตอรอล 153 กับค่าไตรกลีเซอไรด์ 242 ก็ขึ้นจากเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว (อันนี้ก็ยอมรับว่าไม่ได้คุมทั้งไขมันและน้ำตาล) ส่งผลให้ค่า LDL ในเลือดเพิ่มขึ้นด้วยเป็น 51 น้ำตาลสะสม (HbA1C) อยู่ที่ 6.8 ทั้งๆที่เขาห้ามเกิน 5.9 หมอเลยบอกว่าขอนัด 3 เดือนมาตรวจทีนึง ไม่เอา 6 เดือนแล้วนานไป นี่แหละที่เขาว่าอร่อยปากลำบากเลือด *** 9 ธันวาคม 2567 หมอสั่งยาเบาหวานให้เป็นครั้งแรก ***วันที่ 9 ธันวาคม 2567 ครบรอบ 3 เดือน >> มีนัดเจาะเลือดตรวจไขมัน/ค่าตับ ค่าไต ค่าน้ำตาลสะสม รอบนี้ก็เจาะเลือดยากเหมือนเดิม ไม่รู้ทำไม ไม่ได้ทานน้ำและอาหารตั้งแต่ 21.00 น. เลย เลือดหนืดรึเปล่าก็ไม่รู้ ครั้งนี้เลยโดยเข็มแทงไป 4 จุด ทั้งแขนซ้ายและแขนขวา แถมโดนเปลี่ยนทั้งเป็นเข็มเจาะแบบใหญ่กับแบบเล็ก โอ๊ย!! ... จากที่คิดว่าจะไม่กลัว เจาะเลือดแป๊ปเดียวคงเสร็จ สรุปยาวๆ ไปเลยค่ะ พยาบาลต้องมาช่วยเจาะถึง 2 คน พยาบาลบอกว่าเจอเส้นเลือดนะ แต่พอเอาเข็มจิ้มลงไปมันดูดเลือดไม่ขึ้น พยาบาลบอกว่าดูดเลือดขึ้นมาแค่หัวเข็ม ท้ายสุดมาเจาะแขนซ้ายเลยข้อพับซ้ายมานิดได้เลือดมายาวประมาณ 2 เซนติเมตรเท่านั้นรอยเข็มใหญ่เจาะเลือดแขนขวาตรงข้อพับรอยเข็มเล็กเจาะเลือดแขนขวาเลยข้อพับมาหน่อยแขนขวาเจาะเลือดไม่ขึ้น เจ้าหน้าที่เลยเปลี่ยนมาเจาะแขนข้างซ้ายแทนตรงข้อพับจะโดนเจาะด้วยเข็มใหญ่แขนซ้ายเลยข้อพับมาจุดนี้โดนเจาะด้วยเข็มเล็ก ผ่านไป 3 ชั่วโมงเริ่มช้ำแล้วค่ะผลเลือดวันที่ 9 ธันวาคม 2567 หมอยังไม่โอเคเท่าไร บอกว่าน้ำตาลเพิ่มขึ้นจาก 120 เป็น 125 และค่าน้ำตาลสะสมเพิ่มเป็น 7 จากเดิมแค่ 6.8 ผู้ป่วยต้องเอายาโรคเบาหวานไปทานแล้วนะ เราก็บอกหมอว่ารู้ตัวดีค่ะ ไม่ได้ควบคุม เคร่งการทานอาหารเท่าไรเลย ผลเลือดเลยออกมาเละเทะ ค่าไตรกลีเซอไรด์ลดลงเหลือ 207 แต่หมอยังถือว่าสูงอยู่ หมอจะให้ยาไขมันอีกตัวไปทานเพิ่ม โดยยาเบาหวานและยาไขมันที่หมอให้ใหม่ ให้ทานหลังอาหารเช้า และยาลดไขมันในเลือดตัวเดิมก็ทานเวลาเดิม ส่วนค่าตับค่าไตอยู่ในเกณฑ์ปกติ หมอขอนัด 3 เดือนมาตรวจอีกครั้ง (ตรวจอีกทีวันที่ 3 มีนาคม 2567)หมอนัดตรวจอีกครั้ง วันที่ 3 มีนาคม 2568Fenofibrate / ฟีโนไฟเบรต ขนาด 200 mg เป็นยารักษาภาวะไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มสารหรือเอนไซม์ในร่างกายทำหน้าที่ลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งและตับอ่อนอักเสบ แต่...ไม่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองทานหลังอาหารเช้าวันละ 1 เม็ดหลังทานยาเราไม่มีอาการใดๆ วันที่ 11 ธันวาคม 2567 หลังเจาะเลือดได้ 3 วัน แขนช้ำและระบมตั้งแต่วันที่เจาะวันที่ 16 ธันวาคม 2567 หลังเจาะเลือดผ่านไป 1 อาทิตย์ ไม่เจ็บไม่ระบม แต่แขนยังช้ำอยู่เรื่องโรคเบาหวานจะเขียนแยกไปอีกหัวข้อหนึ่งค่ะ วันที่ 3 มีนาคม 2568 มาเจาะเลือดตรวจไขมัน และน้ำตาลในเลือดตามที่หมอนัด ตอนนี้โรงพยาบาลนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียกคิวแทนการหยิบบัตรคิวแล้ว รอบนี้ค่าความดันอยู่ในเกณฑ์โอเค บางครั้งความดันสูงอาจเป็นเพราะเราเครียดกับการเจาะเลือดที่ไม่ผ่านสักที เจ้าหน้าที่แทงเข็มเข้าๆ ออกๆ หลายครั้งเพราะหาเส้นเลือดไม่เจอบ้าง แทงเข็มเข้าเส้นเลือดแล้วดูดเลือดไม่ขึ้นบ้าง โอ๊ย!! ชีวิตฉัน เป็นแบบนี้กันทั้งครอบครัวหาเส้นเลือดยาก ตอนเข้าไปเจาะเลือดเรายื่นแขนข้างซ้ายให้เจ้าหน้าที่เลย เพราะเคยเจาะข้างซ้ายแล้วผ่านฉลุย (กะว่าครั้งนี้ฉันจะเจ็บตัวรอบเดียว) ผลปรากฏว่า....แทงเจอเส้นเลือดค่ะ แต่ดูดเลือดไม่ขึ้น นานจนเราหันไปเห็นว่าเจ้าหน้าที่ควานเข็มหาเลือด เข็มดึงหนังเราขึ้นมา 3-4 ครั้ง แบบเห็นแล้วลมแทบจับ แขนคนนะไม่ใช้ปลอกหมอน ใจหายไปเลยอะ จนเจ้าหน้าที่พูดว่าขอดูแขนข้างขวาหน่อยค่ะ ข้างซ้ายไม่เจอ เจ้าหน้าที่บอกว่าแขนขวาหาเส้นเลือดเจอและเจาะง่ายกว่าแขนซ้าย ตอนเจาะเจ็บนิดๆ ตอนโดนดูดเลือดขึ้นมารู้สึกปวดหน่อยๆ ผลเลือดของวันที่ 3 มีนาคม 2568 ไตรกลีเซอไรด์ลดลงเหลือ 128 (มันควรลงแหละเพราะหมอเพิ่มยาลดไขมันให้เรากินทั้งเช้าและก่อนนอน) ค่าไตดี ค่าตับดี แต่เบาหวานไม่ลงเท่าไร นี่ขนาดเรายอมเปลี่ยนทานกาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่น้ำผึ้งแล้วนะ คงต้องเคร่งครัดเรื่องขนมหวาน ขนมปังลงอีกหมอให้ยาเบาหวาน และยาลดไขมันตัวแบบเดิม ตัวเดิมมาทานต่อ หมดนัดตรวจอีก 3 เดือนค่ะรอตรวจและเจาะเลือดอีกที วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 (3 เดือน)วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568 : 4 วันผ่านไปหลังจากโดนเจาะเลือด แขนข้างขวาที่โดนเจาะเริ่มเป็นสีเหลืองๆ อมน้ำตาล ไม่มีอาการปวดแขนแล้ว หลังโดนเจาะ 2 วันมีอาหารปวดหน่วงๆ ตรงที่โดนเจาะ รู้สึกอิจฉาคนที่เจาะเลือดได้ง่ายมาก ไม่ต้องมาเจ็บตัวโดนเข็มแทงเข้า แทงออกหลายรอบแบบเราวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 มาเจาะเลือดตรวจไขมัน และน้ำตาลในเลือดตามที่หมอนัด ค่าไตรกีเซอร์ไลน์ 153 เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมมาเยอะเลย หมอยังคงจ่ายยาลดไขมันให้เรากินทั้งเช้าและก่อนนอนเช่นเดิมเรื่องเบาหวานจะไปเขียนอัพเดทในอีกหัวข้อค่ะวันที่ 18 สิงหาคม 2568 มาเจาะเลือดตรวจไขมัน และน้ำตาลในเลือดตามที่หมอนัด ค่าไตรกีเซอร์ไลน์ 159 ยังสูงอยู่เพราะเราไม่ได้คุมเยอะ กินแหลกทั้งไก่น้ำปลา ขาหมู หมูสามชั้นทอด แต่...หมอบอกว่า 5-6 เดือนที่ผ่านมาค่าไขมันดีขึ้นเยอะ รอบนี้หมอเลยให้งดยาลดไขมันที่ทานตอนเช้า ให้กินยาลดไขมันแต่ก่อนนอนแทน เรื่องเบาหวานจะไปเขียนอัพเดทในอีกหัวข้อค่ะวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 มาเจาะเลือดตรวจไขมัน และน้ำตาลในเลือดตามที่หมอนัด ค่าไตรกีเซอร์ไลน์พุ่งขึ้นเป็น 220 เพราะไปเจออาหารใหม่ ไส้หมูย่าง หูหมูย่าง คราวนี้กินมันติดต่อกันอย่างบ้าคลั่งตลอด 2 เดือน ผลปรากฏว่าไขมันพุ่งกระฉูดเลยค่ะ แถมหมดสั่งงดยาลดไขมันที่ทานตอนเช้า ให้กินยาลดไขมันแต่ก่อนนอนแทน เราเลยย่ามใจกินกระจาย ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่ดีต่อร่างกาย เรื่องเบาหวานจะไปเขียนอัพเดทในอีกหัวข้อค่ะหมอผู้ชายที่เคยตรวจเราไม่อยู่ รอบนี้ได้พบกับหมอผู้หญิงแทน หมอสั่งยาแบบเดิมให้คืองดยาลดไขมันที่ทานตอนเช้า ให้กินยาลดไขมันแต่ก่อนนอนแทน ยาเบาหวานให้กินเหมือเดิมคือหลังอาหารเช้า และก่อนนอน หมอนัดตรวจอีกทีวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569