ไร้สาระ19.14
ตอนนี้ก็หกโมงกว่าแล้วละ  ฉันไม่ได้ไปไหน

ยุ่งมันเยอะตั้งแต่เย็น  หนาวเหมือนกันน่ะ

ฉันรู้สึกว่าความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกับความคิด

ของฉัน  ฉันไม่รู้สึกตัวถึงมัน  แต่มันทำให้ฉัน

เป็นทุกข์  ฉันรู้สึกไม่ดี  เมื่อมันเกิดขึ้น

ฉันไม่รู้ว่ามันมาจากไหน  จนกระทั้งมันหมดไป

เมื่อฉันมองหาว่าอะไรทำให้ฉันทุกข์ใจ

ฉันเห็นมันเชื่อไหมละ  ฉันเห็นมันแค่นั้น  แล้วมันก็

หายไป  ความรู้สึกที่เป็นทุกข์อยู่ของฉันมัน

ก็หายไปด้วย

ฉันคิดเล่น ๆ ว่าถ้าย้อนกลับไปในยุคที่คนยัง

ไม่มีอาชีพ  เราคงแค่หาอาหาร ล่าสัตว์

เมื่อเราหิวแค่นั้น  ไม่มีเงิน  ไม่มีรถ

ไม่มีอินเตอร์เน็ต  ไม่มีคอมพิวเตอร์

ไม่มีอาชีพ  ไม่มีชื่อและนามสกุล

เราไม่ต้องทำฟัน  เราไม่ต้องมียารักษาโรค

เราไม่รู้จักโรคมะเร็ง  ไม่รู้จักโรคหัวใจ

ไม่รู้จักการใส่ถุงยาง  เราแค่ทำอาวุธ

เพื่อล่าสัตว์ที่อ่อนแอกว่า  แล้วทำอาหาร

บางทีเราอาจจะกินมันทั้งดิบ ๆ เรายังไม่รู้จัก

การทำเกษตร  นั้นทำให้ต้องหาของป่า

มันไม่มีแก้วน้ำ  แต่เราดื่ม  ไม่จาน ช้อน

แต่เรากิน  ไม่มีทิชชูเช็ดปาก  เราใช้มือ

ไม่มีส้วม  แล้วเราจะมองเพศหญิงที่ตรงไหน

หากเธอไม่มีทั้งเสื้อผ้า และเครื่องสำอาง

ฉันว่าน่าจะมองที่รูปร่าง  กับหน้าตาที่ดูโอเคที่สุด

ถ้าย้อนกลับไปตอนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างที่ว่าได้

จะทำอะไร  คิดไม่ออกเลย  เราไม่เคยอยู่ในตอน

นั้นจริง ๆ นี่  ร่างกายเราจะแข็งแรงแน่ ๆ

เพราะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก  ไม่มีรถ

แถมอาจจะโดนแดนทั้งวัน  แต่ยุ่งมันคงเยอะแน่ ๆ

เราต้องโดนมันกัดทั้งตัวแน่เลย  เราจะสร้างบ้าน

ด้วยอะไรหรือหลบเข้าไปอยู่ในถ้ำ  บางทีเขาก็อยู่กัน

ได้น่ะ  กินอาหารที่รสชาติแย่ ๆ บางทีฝรั่งป่าผลเล็ก ๆ 

สำหรับเขาตอนนั้นมันดูเป็นเหมือนผลไม้ล้ำค่า

นี่ฉันคิดว่าอยากจะเอาโคคาโคล่าใส่น้ำแข็งไปให้

คนยุคนั้นดื่มดู  ฉันคิดว่าพวกเขาไม่มีแว่นน่ะ

ถ้าพวกเขาสายตาสั้นจะทำยังไงน่ะ  หรือว่าพวกเขา

ไม่รู้ว่าตัวเองสายตาสั้น  เขาคงจะคิดว่าตาของฉันก็

คงมองเห็นเหมือนตาของเธอ  อาจจะเป็นแบบนั้นก็

ได้น่ะ  ฉันมองไปที่รูปถ่ายใส่กรอบติดไว้ที่ฝาผนัง

ใครจะจำเราได้ถ้าไม่ใช่ญาติ  ฉันคิดเล่น ๆ ดูเหมือนว่า

ตอนนี้ฉันกำลังเซ็งและเบื่อหน่าย  เวลาว่างทำให้

ฉันนึกอย่างเขียนอะไรไปเรื่อยไป  บางทีฉันก็งงกับ

คำว่า "เขาบอก" เมื่อน้องบอกว่าเขาไม่ให้ให้น้ำหอมกัน

ฉันก็งงกับคำว่า "เขาบอก" แล้วก็คิดในใจอะไรว่ะ

ช่างมันเถอะ  มีเหรียญเหรียญหนึ่งที่ฉันได้ตอนอยู่

ป.1 ฉันดีใจน่ะและก็เสียใจด้วยในขณะที่เดียวกัน

มันน่าจะเป็นเหรียญทอง  แต่ฉันได้เหรียญเงิน

ตอนนั้นกีฬาสี  ฉันก็ยัง งง ๆ แบบไม่ค่อยรู้เรื่อง

แต่ก็ทำมันได้ดีน่ะ  ไม่เคยซ้อมด้วยโชคดีที่ได้เหรียญเงิน

มันเป็นกีฬาสี  ที่ฉันลงแข่งวิ่งกระสอบทราย

กระสอบข้าวมันก็หนักเอาเรื่องสำหรับเด็กคนหนึ่ง

นั้นเป็นเหรียญกีฬาเหรียญแรกของฉันเลย

ฉันว่างน่ะ  ทนอ่านหน่อยแล้วกันไม่มีอะไรทำ

สวรรค์ในยุคนี้ต้องมี คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตและเกมส์

ส่วนอาหารเราไม่ต้องกินเราอิ่มตลอด  อยากลองให้ฉัน

สร้างสวรรค์ของตัวเองไหมล่ะ  มันคงจะแปลกเอาล่ะ

ฉันจะลองคิดดูว่าสวรรค์ของฉันมันควรจะเป็นยังไง

ทุกคนเป็นดวง  ไม่มีน้ำ  ไม่มีอาหาร  ไม่มีความรู้สึก

มีแต่ความคิด  ฉันคิดว่ามันควรจะหลงเหลือความคิด

ไว้บ้างเพราะไม่งั้นมันจะไม่เหลืออะไรเลย  เห็นไม่ใช่ด้วยตา

ได้ยินไม่ใช่ด้วยหู และสัมผัสไม่ใช่ด้วยร่างกาย

แล้วก็ไม่มีอายุ  ไปได้ทุกที่  เมื่อไม่มีความรู้สึก

ก็ไม่่ต้องเศร้า  ไม่ต้องทุกข์  ไม่ต้องสุข  ไม่ต้องทำอะไรเลย

แต่มีความคิด  ไม่ต้องการบุญ  ต้องการแค่ความคิดใหม่ ๆ

ที่ไม่เหมือนความคิดเดิม ๆ ทุก ๆ ครั้งที่ได้ความคิดใหม่ ๆ

นั้นจะทำให้เรามีอารมณ์ที่ไม่ได้เรียกว่าความสุข

การเติมเต็มของเราคือความคิด  สวรรค์มันควรจะเป็นแบบนี้ไหม

บางครั้งเราก็ต้องการอย่างที่มนุษย์เราต้องการ

น้ำฝนที่ว่าเคยสะอาด  แต่ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้น

การกินน้ำในขวดพลาสติกจึงเป็นเรื่องที่ปกติ

ฉันคิดน่ะว่ามันสะอาดเหมือนกับที่คิดอื่นคิด

ฉันคิดอย่างนั้นน่ะ  ฉันไม่รู้หรอกว่ากระบวนการผลิต

มันจะเป็นอย่างไง  แต่รู้สึกปลอดภัย

ฉันเคยเห็นแก้วน้ำในร้านก๋วยเตี๋ยวที่ฉันกำลังจะดื่ม

มีลูกน้ำ  เรื่องมันนานมาแล้วล่ะ  น้ำมันคงจะสะอาด

ยุ่งมันเลยไปวางไข่เอาไว้  ฉันก็คิดว่ามันแปลกอยู่

เหมือนกัน  แต่ฉันไม่ได้บอกใคร  คนที่ไปดื่มน้ำ

ที่นั้นก็คงไม่รู้สึกถึงอะไร  เพราะเขาไม่รู้อะไร

ฉันเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวช  รู้ไหมเมื่อคน

คิดมากอย่างฉันป่วยและเข้ารับการรักษาอาการ

ทางจิตเวช  มันมีความคิดอะไรเยอะแยะไปหมด

แล้วอาการต่าง ๆ ที่ทั้งชีวิตนี้เราคงไม่เคยเจอแน่ ๆ 

แต่เมื่อเราป่วยเป็นโรคพวกนี้  มันก็ไม่แปลกสำหรับเรา

แต่แปลกสำหรับคนปกติ  ฉันก็ไม่ได้คิดว่าฉันผิดปกติน่ะ

ฉันไม่ได้แนะนำน่ะ  คนคิดมากถ้าป่วยแบบฉันนี้มันส์

มีเรื่องให้ระทึกใจเยอะแยะไปหมดระหว่างที่มีอาการ

ฉันหัวเราะ...ขำ...กับเรื่อง่าย ๆ  แต่คนที่มาหยิกฉัน

และคิดว่าฉันไม่ปกติคือคนที่เป็นห่วง  ฉันรู้เรื่องกับ

ทุกการสนทนาน่ะ  เพียงแต่มีอาการที่มันเหนือธรรมชาติ

มันบอกไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องของใครของมัน

เออลืมซื้อหนังสือมาสองเล่ม  อ่านไปนิดเดียว

ขอบคุณน่ะ  ที่อ่านมาถึงตรงนี้  ไม่มีอะไรให้

แต่รู้สึกขอบคุณที่เข้ามาอ่านมันจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าอ่าน

หรือห่วยแค่ไหน  ก็ยังเข้ามาอ่าน



Create Date : 11 ธันวาคม 2562
Last Update : 11 ธันวาคม 2562 19:22:09 น.
Counter : 70 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อยากบอกว่าหลง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ฉันรู้สึกถึงชื่อ หากใครสักคนเรียก

ฉันอาจจะหันไปแล้ว...มองเขาคนนั้น
ธันวาคม 2562

1
2
3
4
6
7
8
10
13
14
15
16
17
18
20
21
23
24
25
26
27
29
31
 
 
11 ธันวาคม 2562
All Blog