The world around us: My perspective
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
10 กุมภาพันธ์ 2556
 
All Blogs
 

พูดเรื่องนโยบายลดการบ้านสักหน่อย

ช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ผมเดินทางไกลอยู่ตลอดเวลา ทำให้งานแต่ละอย่างทับถมเข้ามาทั้งานเล็กไปจนถึงงานใหญ่ พอมาถึงบ้านที่พิษณุโลกผมก็จะมีเวลาใช้ PC ในการเคลียร์งานบางอย่างไปได้ แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ด้วยการจดบันทึกรายการงานที่ต้องทำ พร้อมกับการจัดลำดับความสำคัญของงาน ก็ช่วยให้ผมไม่ต้องเจอปัญหาเรื่องงานหลายงานต้องถูกส่งพร้อมๆ กันในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน

ทักษะแบบนี้เป็นสิ่งที่ผมได้ติดตัวมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เนื่องจากจะมีการบ้านจากหลายวิชา ซึ่งผมจำเป็นต้องนำมาจัดลำดับการทำงาน ซึ่งถ้าเป็นงานเล็กๆ ผมก็อาจจะทำเสร็จตั้งแต่วันแรกที่สั่ง แต่ถ้าเป็นงานใหญ่ ก็ต้องดูกำหนดส่งและความยากง่ายของงาน เพื่อที่ผมจะได้แบ่งเวลาทำการบ้านแต่ละอันให้เหมาะสม ลดจำนวนงานที่ต้องเร่งส่งพร้อมกัน

แต่ผมเห็นนิสิตนักศึกษาหลายรายยังขาดการจัดการในลักษณะนี้ ถ้าอาจารย์หลายวิชาสั่งให้ส่งงานในเวลาใกล้กัน ก็จะเริ่มบ่นว่างานเยอะ แม้ว่าแต่ละวิชาจะเริ่มสั่งงานในเวลาที่ต่างกันก็ตาม เห็นได้ชัดเวลาที่ผมสั่งงานตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้า แต่เด็กก็จะมาบ่นในสัปดาห์นี้ว่ามีงานจากวิชาอื่นเข้ามาด้วย เห็นได้ชัดว่าหนึ่งในสาเหตุที่งานเยอะก็เป็นเพราะการ "ดองงาน" ของเด็กเองด้วย

และ trend การดองงานอย่างนี้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปัญหาในการ "ขาดความรับผิดชอบ" ของเด็กๆ เอง

ผมไม่ใช่ครูประถมและไม่มี know how หรือประสบการณ์กับเด็กประถมมากพอที่จะมาวิเคราะห์เรื่องการลดการบ้านของเด็กประถมหรอกครับ ผมเข้าใจว่าประเด็นของการลดการบ้านก็คือการให้เด็กมีความเครียดในการเรียนน้อยลงและมีความสุขในการเรียนมากขึ้น แต่ก็อยากให้ครูและผู้ปกครองเข้าใจด้วยว่า การบ้านจะช่วยสร้างให้เด็กมีความรับผิดชอบ และเพิ่มทักษะการบริหารจัดการเวลาของเด็กเช่นกัน

ถ้าการลดการบ้านเด็กแล้วทำให้เด็กมีความสุขขึ้นจริงโดยไม่ขาดเรื่องความรับผิดชอบ ผมก็คิดว่าอาจจะดี แต่ถ้าเด็กขาดความรับผิดชอบอยู่แล้ว ก็น่าคิดว่าพวกเขาจะนำเวลาที่เพิ่มขึ้นจากการบ้านที่ลดลงไปใช้ในทางไหน 

ดังนั้นสิ่งที่ผมห่วงที่สุดก็คือ การนำนโยบายลดการบ้านนี้ไปใช้แบบตรงๆ ตามลายลักษณ์อักษรโดยไม่มีการแปลความ ขยายความ และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละกลุ่มต่างหาก

------ หมายเหตุหลังบทความ -------

ช่วงนี้ผมจะเขียนบทความให้กับเว็บ Click-Kid เป็นประจำที่หน้า default ของบล็อกผมเอง และสำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน Click-Kid นั้น สามารถเข้ามาชมแฟนเพจของ Click-Kid ได้เลยครับ

ส่วนบทความเรื่อง E-Commerce เรื่องภาษาอังกฤษ และเรื่องอื่นๆ ที่ผมอยากพูดคุย จะถูกใส่ไว้ใน fan page ก่อนแล้วก็อปมาวางไว้ที่บล็อกครับ ดังนั้นถ้าใครสนใจ ก็สามารถตามไปที่ แฟนเพจของผม ได้เลย

หรือแวะไปดูเรื่อง สัมมนาเจาะลึกการตลาดสถานพยาบาล ครั้งที่ 8 "เทคนิคการสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้กับองค์กร" (Innovative Strategies in Healthcare Marketing: Hi-speed Pursuit of the Blue Oceans) ที่ผมทำกับบริษัทไอเดียไลน์ในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2556 ได้ที่ //goo.gl/b0Inm




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2556
0 comments
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2556 10:55:40 น.
Counter : 926 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


MrET_TK
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




วิศวกรคอมพิวเตอร์โดยปริญญา แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นอาจารย์ในที่สุด (แถมเป็นคณะวิทยาศาสตร์ด้วย ฮะๆๆ) ปัจจุบันเป็นวิทยากรด้านการตลาดออนไลน์ให้กับสถาบันในเครือกรุงเทพธุรกิจและเว็บ exitcorner รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ให้บริษัทเอกชน

ปัจจุบันผมเขียนบทความใน fan page เป็นประจำ (http://www.facebook.com/dr.ekkasit กับ http://www.facebook.com/InspireRanger)
Friends' blogs
[Add MrET_TK's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.