ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ของฝากจากการเดินทาง: นั่งรถไฟเที่ยวยุโรป 1 - ปารีส, โรม



ไม่ได้เดินทางไกลมากว่า 2 ปีแล้วครับ ครั้งนี้ถือว่าทุ่มทุนสร้างและคิดการณ์ใหญ่จริงๆ เพราะตั้งใจว่าจะไปเที่ยวยุโรป 3 ประเทศเลย คือ ฝรั่งเศส อิตาลี และสวิสเซอร์แลนด์ มีเพื่อนร่วมทริปตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี 2-3 คน มารียูเนี่ยนกันในทริปนี้ครับ การเดินทางเริ่มต้นจากนั่งเครื่องฯ ไปลงที่ปารีส (Paris) แล้วขึ้นเครื่องต่อไปที่โรม (Rome) หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ฝ่านฟลอเร้นซ์ (Florence) แวะเวนิซ (Venice) มิลาน (Milan) แล้วเข้าสวิสฯ ไปพักที่เมืองเซอมัท (Zermatt) ลัดเลาะไปตามทะเลสาปเจนีวา เที่ยวเมืองมองเทรอซ์ (Monteux) วีเวย์ (Vevey) และขึ้นรถไฟจากเจนีวา (Geneva) กลับมาเที่ยวปารีสอีก 2-3 วันก่อนกลับ การเดินทางครั้งนี้่ใช้พาหนะหลักคือรถไฟครับ เป็นการเดินทางอีกครั้งหนึ่งได้เห็นอะไรน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย รวมถึงสถานที่และสิ่งของบางอย่างที่ตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปเห็นให้ได้ด้วยตาตนเองให้ได้ชีวิตนี้อีกจำนวนมาก มีการวางแผนมานานทั้งที่พักตั๋วรถไฟ ตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยว ก็จองล่วงหน้ามาเกือบหมดทุกอย่าง ซึ่งก็มีข้อดีคือการจองล่วงหน้าหลายๆ เดือนจะได้ราคาตั๋วต่างๆ ที่ถูกมากๆ กว่า 1 ใน 3 ทีเดียวครับ ทำให้สามารถลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในทริปนี้ไปได้เยอะ การนั่งรถไฟเที่ยวในครั้งนี้ผมจะเอามาเขียนเล่าในบล๊อกซัก 4-5 ตอนนะครับ เพื่อว่าอัพเดตข้อมูลให้กับคนที่สนใจจะเดินทางในเส้นทางเดียวกันนี้ พร้อมทั้งจะนำรูปที่ถ่ายไว้จำนวนมากมาทยอยลงเป็นของฝากเพื่อนๆ ชาวบล๊อกด้วยครับ



วันแรกเรานั่งเครื่องบินของ Air France ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงเพื่อไปลงกันที่ปารีส ทั้งที่จริงๆ แล้วต้องการเที่ยวโรมก่อนแล้วค่อยเที่ยวปารีสในวันสุดท้าย แต่ตั๋วเครื่องบินจะแพงกว่ามากถ้าเราไปลงที่โรมแล้วบินกลับจากปารีส เราจึงไปลงที่ปารีสแล้วจองตั๋วของ Easy Jet ในตอนเช้าอีกวันเพื่อบินไปโรมแทน รวมแล้วก็ประหยัดไปได้เกือบกว่า 5 พันบาททีเดียวครับ วันแรกที่ไปถึงปารีสเป็นเวลากว่า 5 โมงเย็นแล้ว ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างอบอ้าวครับ และมืดช้ามาก 3 ทุ่มแล้วยังเหมือน 5 โมงเย็นบ้านเราอยู่เลย หลังจากทีเอาของไปเก็บที่พักแล้ว พวกเราจึงมีเวลาเที่ยวหอไอเฟล (Eiffel Tower) ในช่วงหัวค่ำได้ แถมยังไม่เลือกขึ้นลิฟท์อีกต่างหาก ใช้วิธีเดินกันขึ้นไปเลยเล่นเอาเหงื่อโทรมทีเดียว แต่พอเห็นวิวเมืองปารีสจากข้างบนนั้นก็ปรากฏว่าหายเหนื่อยครับ

วันต่อมาเรานั่งเครื่องบินออกจากปารีสแต่เช้า ไปขึ้นที่สนามบินออรี่ (Orly Airport) เพื่อไปที่สนามบิน (Fiumicino Airport) เพื่อจะไปเที่ยวโรม ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็ไปถึงโรมช่วงสายๆ ประมาณ 10 โมงครึ่ง พักที่ดรีมสเตชั่น (Dream station) เป็นโฮสเทลที่อยู่ติดกับสถานีโรมาแตร์มินี่ (Roma Termini) เอาของเก็บแล้วก็เริ่มเดินเที่ยวกันเลย พวกเราใช้ตั๋ววันเริ่มต้นนั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Ottaviano San Pietoเพื่อเข้าไปดูความยิ่งใหญ่และเก่าแก่ของโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Basilica) แล้วก็ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์หลายอย่างที่นี่ครับ อย่างเช่น รูปแกะสลักปิเอต้า (Pieta) ภาพวาดภายในโบสถ์ที่เป็นผลงานอันทรงคุณค่าจำนวนนับไม่ถ้วน (ลองดูนะครับว่าภาพไหนที่คุ้นตาบ้าง) ส่วนตัวพิพิธภัณฑ์วาติกันนั้นพวกเราจะกลับมาดูอีกครั้งในตอนกลางคืนครับ





การเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวในโรมโดยรถไฟใต้ดินง่ายมากครับ มีแค่ 2 สายตัดกันเป็นรูปกากบาท สาย A กับสายบี ที่เที่ยวของเราอยู่สายไหนก็ขึ้นสายนั้น มีจุดตัดอยู่ที่สถานีโรม่าแตร์มินี่ครับ หลังออกจากวาติกันแล้วเราก็นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Spagna เพื่อจะเริ่มต้นเดินเที่ยวเมืองโรมตามจุดที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บันไดสเปน (Spanish Steps) น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain หรือโคลอสเซี่ยม (Colosseum) อากาศช่วงที่พวกเราไปเที่ยวโรมนี้ค่อนข้างร้อนครับ (ต้นกันยายน) ระหว่างทางจึงแวะกินเจเลโต้ (Geleto) หรือไอศกรีมกันไปตลอดทาง เดินมั่งหยุดมั่งขึ้นรถไฟใต้ดินบางไปจนเย็นครับ


บันไดเสปน


น้ำพุเทรวี



และแล้วก็มาถึงไฮไล้ต์ของเมืองนี้สำหรับผมครับ เป็นความตั้งใจมากที่สุดส่วนตัวของผมในทริปนี้ก็ว่าได้ คือผมอยากจะเข้าไปดูศิลปะและสมบัติล้ำค่าที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์วาติกันครับ ซึ่งก็น่าจะเป็นที่ใฝ่ฝันของคนที่เรียนมาทางด้านปรัชญาและศาสนาแทบทุกคนที่อยากจะเห็นศิลปวัตถุและสถานที่ที่เป็นตำนานของศาสนาคริสต์อย่างในพิพิธภัณฑ์นี้ สถานีวาติกันชื่อ ผมจองตั๋วทางอินเตอร์เน็ตไว้ในเวลา 2 ทุ่ม ซึ่งก็เป็นโชคดีของเราอีกอย่างหนึ่งคือวันที่เราไปเป็นวันศุกร์ ที่ตรงกับวันที่เขาจะเปิดโอกาสให้เข้าเยี่ยมชมได้ในเวลากลางคืนพอดี





สำหรับผมแล้วเห็นว่าบรรยากาศตอนกลางคืนยิ่งทำให้สมบัติล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์ยิ่งดูขลังและดูลึกลับน่าสนใจ คืนวันนั้นพวกเราค่อนข้างเหนื่อยมากเพราะขึ้นเครื่องมาจากปารีสแต่เช้า คืนก่อนหน้าก็ไปไต่หอไอเฟลมา แล้ววันนี้ก็เดินเที่ยวเมืองมาทั้งวันอีก แต่ก็รู้สึกอิ่มใจมากกับพิพิธภัณฑ์วาติกันครับ ไม่ว่าจะเป็นห้องราฟาเอล (Raphael's Rooms) ที่ตอนที่เห็นนี่แทบจะน้ำตาไหลเลยครับ ไม่นับโบสถ์น้อยซิสทีน (Sistine Chapel) ที่มีภาพจิตรกรรมของไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) ที่เห็นจากในหนังสือมาตั้งแต่เด็ก วันนั้นพอได้เห็นของจริง ก็ตื้นตันจนพูดไม่ถูกครับ กว่าจะกลับถึงที่พักก็เที่ยงคืนพอดี ปวดเมื่อยไปทั้งตัว หมดแรง แต่มีความสุขมากมายครับ


ภาพจากอินเตอร์เน็ต ของจริงเขาห้ามถ่ายนะครับ



Create Date : 06 ตุลาคม 2556
Last Update : 6 ตุลาคม 2556 15:11:52 น. 2 comments
Counter : 5185 Pageviews.

 
ชอบมากๆค่ะกับงานศิลปะระดับโลก


โดย: เสาวภา IP: 1.47.226.6 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2557 เวลา:19:26:13 น.  

 
รูปสวยและเป็นประโยชน์มากค่ะ


โดย: หนุงหนิง IP: 183.89.206.226 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2559 เวลา:7:55:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.