ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ภาพยนตร์: บทสรุปไตรภาคแบทแมนของโนแลน - ฮีโร่ผู้เจ็บปวด ปะทะ วายร้ายผู้ขมขื่น (2)



บทสรุปไตรภาคแบทแมนของโนแลน - ฮีโร่ผู้เจ็บปวด ปะทะ วายร้ายผู้ขมขื่น (1)

(สปอยนะครับ)

เบนและการกลับมาของพันธมิตรแห่งเงา

เหตุการณ์ในภาคสุดท้ายเกิดขึ้นภายหลังภาคก่อนหน้าเป็นเวลา 8 ปี บรู๊ซ เวนน์ยังคงเจ็บปวดกับเรื่องราวการเสียชีวิตของฮาวี่ย์ เด๊นท์ และ ราเชล คนรักเก่า รวมถึงสิ้นศรัทธาต่อการเป็นแบทแมนไปแล้ว โดยเลือกที่จะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพียงลำพัง ส่วนเมืองก็อธแธมก็ดูเหมือนว่าจะมีความสงบสุขมากขึ้บนจากกฎหมายที่เด๊นท์เคยผลักดัน

กลุ่มพันธมิตรแห่งเงาได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งในภาคที่ 3 ผู้นำกลุ่มวายร้ายที่พากันมาป่วนแบทแมนในภาคนี้คือ เบน (Bane) นักสู้ที่ถูกฝึกมาด้วยวิธีการแบบพันธมิตรแห่งเงาเช่นเดียวกับแบทแมน แต่เบนถูกรัส อัล กูลขับออกจากกลุ่มเสียก่อน การที่เบนต้องสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลาในเวอร์ชั่นภาพยนตร์เป็นเพราะเขาเคยได้รับบาดเจ็บทางร่างกายอย่างสาหัสจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด หน้ากากจะช่วยฉีดพ่นยาชาเพื่อทำให้การเจ็บปวดร่างกายไม่กำเริบขึ้นมา อุดมการณ์ของเบนคือการสืบสานเจตนาที่จะทำลายล้างเมืองก็อตแธมของพวกพันธมิตรแห่งเงา แต่ต่างกันตรงที่เบนเลือกที่จะใช้ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะทำลายเมืองให้พังพินาศไป โดยปกครองด้วยวิธีการสร้างความกลัวให้กับทุกคน และตั้งศาลของตัวเองขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่พิพากษาบรรดาพวกเศรษฐีและคนที่เขาเกลียดชัง เบนจึงมีท่าทีเหมือนกับผู้นำเผด็จการ มากกว่าพวกผู้ก่อการร้ายแบบพวกพันธมิตรแห่งเงา หรือวายร้ายป่วนเมืองแบบโจ๊กเกอร์



ในภาคนี้มีตัวละครใหม่ที่สำคัญเข้ามา 2 คน คือ เซลิน่า ไคล์ (Selina Kyle) ถึงแม้ในเรื่องจะไม่ได้ระบุว่าเธอเป็นแคทวูแมนและโนแลนก็ไม่เคยเรียกตัวละครตัวนี้ว่าแคทวูแมน แต่หลายๆ อย่างก็เหมือนกับจะทำให้เราเข้าใจได้เองว่าเธอคือแคทวูแมนในแบบของแบทแมนไตรภาคนี้ โดยปรกติแล้วตัวละครแคทวูแมนเป็นตัวละครที่ซับซ้อนและมีสถานะก้ำกึ่งระหว่างฝ่ายดีและฝ่ายเลวอยู่แล้ว ในภาคนี้ก็ดูเหมือนเธอจะเอาแน่เอานอนไม่ได้ และยึดถือสัญชาตญาณและความพึงพอใจของตัวเองเป็นสำคัญ ส่วนตัวละครอีกตัวคือ จอห์น เบลค (John Blake) ตำรวจหนุ่มไฟแรงที่รับบทเป็นผู้ช่วยพระเอก เขาเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตขึ้นในองค์กรทางด้านสังคมสงเคราะห์ที่บรู๊ซ เวนน์เคยเป็นผู้อุปถัมภ์ เบลคมีประสบการณ์ชีวิตวัยเยาว์ที่เลวร้ายไม่ต่างอะไรกับบรู๊ซ เวนน์ และ โจ๊กเกอร์ เขายึดถือเอาบรู๊ซ เวนน์เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับเมืองก็อธแธมเพื่อให้เป็นเมืองที่ดีขึ้น ในตอนท้ายของภาคนี้มีลูกเล่นที่อาจทำให้แฟนแบทแมนแอบยิ้มได้นิดหน่อยเกี่ยวกับตัวละครตัวนี้ด้วย

ประเด็นเรื่องความกลัวได้กลับมาอีกครั้งในแบทแมนภาคนี้ จากภาคแรกที่รัส อัล กูล สอนให้บรู๊ซ เวนน์หลอมรวมตัวเองเข้ากับความกลัว แล้วผลักดันความกลัวนั้นต่อไปยังอาชญากรในเมืองก็อธแธม แต่ในภาคนี้บรู๊ซ เวนน์และเมืองก็อธแธมถูกเบนดึงให้กลับมาสู่ความกลัวอีกครั้ง ไม่ว่าจะทำให้บรู๊ซเวนน์ต้องสูญเสียคนใกล้ชิด สูญเสียอำนาจ และทรัพย์สิน เบนต้องการฝังเขาให้จมดิ่งลงสู่เบื้องลึกที่สุดของความสิ้นหวัง โดยขังเขาไว้ในคุกใต้ดินที่ถูกสร้างให้ไม่มีทางที่จะหลบหนีได้ บรู๊ซ เวนน์ต้องกลับมาต่อสู้กับความสิ้นหวังและความกลัวที่เขาไม่สามารถสลัดหลุดจากจิตใจได้มาตั้งแต่วัยเด็กอีกครั้ง และเขาก็ได้เรียนรู้ในท้ายที่สุดว่า สิ่งที่จะทำให้เขาเป็นอิสระจากความกลัว และทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ปรกติได้จริงๆ เสียที ก็คือ การปลดปล่อยความกลัวนั้นไปสู่สิ่งทีมีคุณค่ายิ่ีงใหญ่กว่าตัวของเขาเอง



บรู๊ซ เวนน์ ออกจากคุกใต้ดินและกลับมาสู่เมืองก็อธแธมที่ปกครองโดยเบนอีกครั้ง เขาต่อสู้กับเบนและร่วมกับฝูงชนเข้าต่อต้านพวกของเบน และสามารถหยุดยั้งแผนการในการทำลายเมืองก็อธแธมด้วยระเบิดนิวเคลียร์ได้สำเร็จ พร้อมๆ กับที่เขาสามารถปลดปล่อยความผิดปรกติพิกลพิการที่มีอยู่ภายในจิตใจของตัวเองให้หมดไป และสามารถกลับมาใช้ชีวิตในแบบที่มนุษย์ที่มีจิตใจปรกติได้เสียที

ความเป็นฮีโร่ในไตรภาคแบทแมน

แบทแมนในไตรภาคของคริสโตเฟอร์ โนแลนนี้ เน้นที่ความสมจริงและความเป็นมนุษย์ของตัวละครในการ์ตูนเรื่องแบทแมนครับ ตัวละครทุกตัวไม่มีใครมีความสามารถพิเศษเกินไปกว่ามนุษย์ปรกติ และล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีเรื่องราวเจ็บปวดและขมขื่นในชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ทำให้เขาเหล่านั้นออกมาทำในสิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์โดยทั่วไปคืออุดมการณ์ที่มีต่อสังคม เราทุกคนต่างมีความไม่พอใจต่อสังคม และมีเรื่องที่เจ็บปวดขมขื่นกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นจากสังคมด้วยกันทั้งสิ้น เราควรเลือกทางเดินแบบตัวละครตัวใดในเรื่องแบทแมน เราควรเลือกทำในสิ่งที่ผิดเพื่อสร้างความเป็นธรรมแบบแบทแมนหรือไม่ หรือควรเลือกที่จะจัดการกับมันด้วยความรุนแรงเหมือนพวกพันธมิตรแห่งเงา จะเลือกที่จะต่อต้านสังคมและปฏิเสธระเบียบกฎเกณฑ์ทางสังคมเหมือนกับโจ๊กเกอร์ หรือเลือกที่จะสร้างสรรค์สังคมด้วยวิธีการในอุดมคติแบบโธมัส เวนนพ่อของบรู๊ซ เวนน์ ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ความดีและความชั่วไม่สามารถถูกแยกแยะได้อย่างเด็ดขาด สิ่งที่หนังเรื่องแบทแมนพยายามจะบอกกับเราก็คือ ไม่ว่าเราจะเลือกคิดหรือตัดสินใจทำอะไร ไม่สำคัญเท่ากับการที่เราได้ตรวจสอบตนเองว่า เราได้กระทำในสิ่งที่ดีกับเพื่อนมนุษย์อย่างจริงใจหรือไม่ หรือเราได้ใช้ชีวิตเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวตนและความปรารถนาส่วนตัวของเราแล้วหรือยัง รวมถึงด้วยหลักการนี้เช่นกันที่จะทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างคนที่เป็นคนดีและคนที่ชั่วร้าย ทั้งในหนังเรื่องแบทแมนและในสังคมที่เป็นอยู่จริงๆ แบบทุกวันนี้ด้วยครับ

ปล.สัปดาห์ที่แล้วไปคิดต่อว่าถ้าจะมีการสร้างแบทแมนภาคใหม่ใครควรจะเป็นผู้กำกับคนต่อไปดี สำหรับผมแล้วอยากจะเห็นทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) กลับมาทำแบทแมนในรูปแบบแฟนตาซีสีหม่นๆ อีกครั้งให้ครบเป็นไตรภาค ต่อจาก Batman และ Batman Return ครับ






Create Date : 05 สิงหาคม 2555
Last Update : 6 สิงหาคม 2555 15:46:41 น. 3 comments
Counter : 3215 Pageviews.

 
ขออนุญาติถามถึง "สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวตน" นั้นคืออะไรหรือครับ ขอคำชี้แนะด้วย


โดย: พญานกเผิง IP: 101.108.116.117 วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:22:56:44 น.  

 
อย่าเรียกว่าคำชี้แนะเลยครับ น่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นกันสนุกๆ ดีกว่าครับ

"สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวตนและความปรารถนาส่วนตัวของเรา"

ผมกำลังพูดถึง "คุณค่า" ที่เราเลือกเพื่อสร้างวิถีในการดำเนินชีวิตครับ ในชีวิตสั้นๆ ของเรา เราจะให้คุณค่ากับอะไร ผมเชื่อว่าแต่ละคนมีไม่เหมือนกันครับ บางคนอาจเป็นคุณค่าทางศาสนา บางคนอาจเป็นเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม ผมเห็นว่า ถ้าคุณค่าที่เราเลือกให้นั้นมันสำคัญกว่าแค่สุขทุกข์พอใจไม่พอใจของตัวเราแค่คนเดียว มันก็ช่วยยกระดับชีวิตของเราขึ้นได้แล้วครับ

ส่วนคำตอบส่วนตัวของผมก็คล้ายกับเรื่องแบทแมนบ้างเหมือนกันครับ ผมเลือกจะให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ ทั้งความเป็นมนุษย์ของตัวผมเองและของเพื่อนมนุษย์คนอื่นด้วย ผมเชื่อว่าเรามีหน้าที่จะต้องส่งเสริมและปกป้องมัน(เท่าที่จะมีความสามารถทำได้ครับ) เหมือนกับนักปรัชญาที่ชื่ออิมมานูเอล ค้านท์เขาเคยบอกไว้ว่า มนุษย์เกิดมาก็มีหน้าที่เพียงสองอย่างเท่านั้นคือส่งเสริมความเป็นมนุษย์ของตัวเองและความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ผมเชื่ออย่างนั้นแหละครับ


โดย: D.B. IP: 110.164.187.188 วันที่: 12 ตุลาคม 2555 เวลา:12:01:12 น.  

 
ขอบคุณมากเลยครับ ส่วนตัวผมชื่นชมผู้ที่ให้คุณค่ากับการตรวจสอบชีวิตของตนเองและเพื่อนผู้ร่วมเดินทางในสังคม
ผมติดตามประเด็นที่คุณเจ้าของบล็อกคิด เขียนไว้พอสมควร ผมชื่นชมจากใจครับ กรุณารักษาพื้นที่ทางความคิดนี้ไว้ด้วยนะครับ ผมจะคอยติดตาม


โดย: พญานกเผิง IP: 119.46.191.7 วันที่: 12 ตุลาคม 2555 เวลา:14:37:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
5 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.