ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ปรัชญา: นักปรัชญาธรรมชาติกับปัญหาเรื่องปฐมธาตุ (2) - เมื่อความคิดไปไกลกว่าสิ่งที่ปรากฏ


ปีธากอรัส (คนที่นั่งจดบันทึกการคำนวนอยู่) ปาร์มานิดิส (คนที่ยืนอยู่ทางด้านขวาสุด) ส่วนผู้หญิงที่สวมชุดขาวอยู่ตรงกลางภาพคือ ไฮฟาเธีย (Hyphatia)


2) สำนักปีธากอรัส (Pythagoreans)

มีความคิดเห็นก้ำกึ่งอยู่ว่าพวกปีธากอรัส ป็นนักปรัชญาหรือไม่ เพราะแนวคิดของพวกนี้มีลักษณะเป็นลัทธิความเชื่อทางศาสนาที่มุ่งเน้นไปในเรื่องของพิธีกรรม แนวทางความประพฤติ หรือความเชื่อในเชิงเหนือประสบการณ์ มากกว่าจะมีวิธีคิดแบบนักปรัชญา แต่อย่างไรก็ตามความคิดของพวกเขาก็มีอิทธิพลต่อนักปรัชญามากมาย ทั้งกับปัญหาเรื่องปฐมธาตุ และกับแนวคิดทางปรัชญาในยุคต่อๆ มา

ปีธากอรัส (Pythagorus 580 - 570 B.C.) คือนักคิดที่สำคัญในกลุ่มนี้ เขาเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของนักเรขาคณิต (Arithmetic) ปีทากอรัสเสนอทัศนะในเรื่องปฐมธาตุว่า สิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง คือ จำนวน (Number) เนื่องจากไม่ว่าสิ่งใดก็ตามล้วนแล้วมีส่วนประกอบที่สำคัญคือจำนวน ทุกสิ่งมีจำนวนอยู่ด้วยเสมอ ไม่มีสิ่งใดที่จะอยู่นอกเหนือความคิดในเรื่องจำนวน แนวคิดนี้มีผู้โต้แย้งว่า เป็นไปได้อย่างไรในเมื่อ จำนวน เป็นสิ่งนามธรรมที่ไม่สามารถจับต้องได้ เช่น เราสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งของ 4 สิ่งได้ แต่เราไม่สามารถรับรู้จำนวน 4 ได้ว่าคือสิ่งใด ดังนั้นสิ่งนามธรรมจะเป็นต้นกำเนิดของสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร นอกจากนั้นจำนวนยังเป็นสิ่งที่จำแนกแยกย่อยเป็นชื่อเรียกแบบอื่นได้อีก เช่น เป็นจำนวนคี่ จำนวนคู่ หรืออื่นๆ อีก สิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกย่อยได้อีก

แนวคิดของปีธากอรัสถูกวิจารณ์ไปในทางที่เห็นว่าแปลกประหลาด แต่ความคิดนี้ก็มีความน่าสนใจอยู่ว่าพวกนี้ไม่ได้เห็นว่าปฐมธาตุในฐานะที่เป็นสสารเหมือนกับพวกไอโอนิก หากแต่เห็นว่าสิ่งที่เป็นปฐมธาตุในฐานะที่เป็น กฎเกณฑ์อันมีร่วมกันของสรรพสิ่ง หรือมีลักษณะที่เป็นนามธรรมมากกว่าเป็นรูปธรรม คำตอบปัญหาเรื่องปฐมธาตุจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งด้วยแนวทางวิธีการคิดในแบบของพวกปีธากอรัส

3) นักปรัชญากลุ่มอีเลียติก (Eleatic Philosophers)

นักปรัชญากลุ่มนี้มาจากเมืองอีเลียที่อยู่บริเวณตอนใต้ของอิตาลีในปัจจุบัน นักปรัชญากลุ่มนี้มีความคิดแตกต่างจากกลุ่มไอโอนิกโดยสิ้นเชิง เขาไม่เชื่อว่าต้นกำเนิดของสรรพสิ่งเป็นเพียงสิ่งๆ เดียว หากแต่มีความเชื่อว่าอาจเป็น 2 สิ่ง หรืออาจมากกว่านั้น รวมถึงนักปรัชญาในกลุ่มนี้ยังได้รับอิทธิพลของพวกปีทากอรัสในการคิดถึงสิ่งที่เป็นปฐมธาตุในลักษณะที่เป็นนามธรรมอีกด้วย นักปรัชญาคนสำคัญในกลุ่มนี้ได้แก่ เซโนฟานีส ปาร์มานิดีส และเซโน

เซโนฟานีส (Xenofanes 576 - 484 B.C.) คล้ายกันกับพวกปีธากอรัส แนวคิดของเซโนฟานีสนั้นมีลักษณะของลัทธิศาสนามากกว่าปรัชญา แต่มีการนำแนวคิดของเขาไปปรับใช้ซึ่งทำให้มีอิทธิพลกับแนวคิดทางปรัชญา เขาโจมตีแนวคิดเรื่องเทพเจ้าแบบที่ชาวกรีกยอมรับ เซโนฟานีสเห็นว่าเทพเจ้าที่แท้จริงมีลักษณะแตกต่างจากเทพเจ้าที่โฮเมอร์ (Homer) และเฮสิอ็อด (Hesiod) กล่าวถึง เซโนฟานีสเห็นว่าเทพเจ้าไม่ได้มีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ เขาเชื่อว่าพระเจ้ากับโลกเป็นสิ่งเดียวกัน โลกก็คือพระเจ้า ทุกสรรพสิ่งล้วนแล้วแต่เป็นเทพเจ้าทั้งสิ้น หรือดังที่เรียกแนวคิดแบบนี้ว่าแนวคิดแบบสรรพเทวนิยม (Pantheism) ทุกสิ่งเป็นเอกภาพไม่เปลี่ยนแปลงและเป็นเช่นนี้อยู่แต่เดิมแล้ว พื้นฐานแนวคิดนี้เองที่มีอิทธิพลต่อทิศทางการตอบปัญหาเรื่องปฐมธาตุของนักปรัชญาในกลุ่มอีเลียติก นั่นคือสิ่งที่เป็นปฐมธาตุอาจจะไม่ใช่เพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่อาจเป็นหลายสิ่ง รวมถึงอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นสสาร แต่เป็นสิ่งที่มีลักษณะในเชิงนามธรรมเหมือนกับแนวคิดของพวกปีธากอรัส

ปาร์มานิดีส (Parmenedes 514 B.C.) เป็นนักปรัชญาคนสำคัญที่สุดในกลุ่มนักปรัชญาชาวอีเลีย จากลักษณะของเทพเจ้าที่เซโนฟานีสเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่อย่างหลากหลาย และแนวคิดของนักปรัชญากลุ่มปีธากอรัสที่กล่าวถึงปฐมธาตุที่ไม่ได้เป็นสสาร แนวคิดทั้งสองมีอิทธิพลต่อการตอบปัญหาเรื่องปฐมธาตุและเรื่องการเปลี่ยนแปลงของปาร์มานิดีสที่ไม่ได้อธิบายว่าเป็น สสาร หรือเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ตามแนวคิดแบบเอกนิยม (Monism)

เขาเสนอว่าต้นกำเนิดของสรรพสิ่งคือสิ่งที่มีอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า สัตตะ (Being) ปาร์มานิดีสแยกสิ่งต่างๆ เป็น 2 ชนิด คือ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง หรือสัตตะ (Being) และสิ่งที่เปลี่ยนแปลง หรือ อสัตตะ (Non-Being) เขาอธิบายว่า สรรพสิ่งต่างๆ ล้วนแต่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีความเที่ยงแท้ คงทนถาวร สิ่งเหล่านี้เป็นความลวง (illusion) ส่วนสิ่งที่เป็นความจริงคือสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง คงที่ ไม่เกิดขึ้น ไม่ถูกทำลาย เป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า สัตตะ อันเป็นที่มาของสรรพสิ่งในโลกที่ปรากฏนี้ เขาอธิบายว่าสิ่งที่เป็นสัตตะคือสิ่งที่สามารถรับรู้ได้โดยเหตุผล ไม่สามารถรับรู้ได้โดยอาศัยผัสสะหรือการใช้ประสาทสัมผัส และไม่สามารถที่จะรับรู้ความจริงได้หากใช้แต่เพียงประสาทสัมผัสในการรับรู้สิ่งต่างๆ นอกจากจะใช้ปัญญาหรือการใช้เหตุผลเท่านั้น สิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งจึงเป็น ตามแนวคิดแบบจิตนิยม (Idealism) หรือแนวคิดที่เชื่อว่าสิ่งที่เป็นความจริงสูงสุดคือ “จิต”หรือมีลักษณะในเชิงนามธรรมมากกว่าสิ่งที่เป็นสสารหรือมีลักษณะในเชิงรูปธรรม

แนวคิดของปาร์มานิดีสเป็นต้นกำเนิดของแนวคิดแบบ ทวินิยม (Dualism) ที่มีทัศนะว่า โลกมีส่วนประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นวัตถุหรือสสารและส่วนที่เป็นจิตหรืออสสาร รวมถึงทำให้แยกความจริงออกเป็นสองส่วนคือความจริงในระดับที่รับรู้ได้ด้วยผัสสะและความจริงที่รับรู้ได้โดยอาศัยจิต แต่อาจมีข้อโต้แย้งว่าแท้จริงแล้วแนวคิดของปาร์มานิดีสน่าจะอยู่ในกลุ่มแนวคิดแบบ เอกนิยม (Monism) นั่นคือถึงแม้เขาจะมีแนวคิดว่าโลกมีส่วนประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน แต่ส่วนที่เขายืนยันว่าเป็นสิ่งที่เป็นความจริงคือจิตหรืออสสารเท่านั้น แนวคิดของเขามีข้อวิจารณ์ในเรื่องการอธิบายถึงความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เป็นสัตตะไปเป็นอสัตตะ สิ่งที่เป็นอสัตตะเกิดขึ้นจากสัตตะได้อย่างไร


ปฎิทรรศน์ของเซโน (Zeno’s Paradox)


เซโน (Zeno 489 - 430 B.C.) เห็นด้วยกับแนวคิดของปาร์มานิดีส เขาพยายามหาข้อโต้แย้งในเรื่องความหลากหลายและการเปลี่ยนแปลงเพื่อสนับสนุนแนวคิดของปาร์มานิดีส โดยการแสดงว่าความหลากหลายและความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ปรากฏเป็นสิ่งขัดแย้งกับเหตุผล หรือการรับรู้ในเชิงกายภาพเป็นเพียงมายาไม่ใช่ความจริงแท้ และเราอาจถูกหลอกลวงได้หากเราเลือกที่รับรู้ความจริงโดยใช้ความรู้สึก แต่หากใช้ปัญญาหรือการใช้เหตุผลพิจารณา เราก็จะสามารถค้นพบความจริงที่อยู่เหนือโลกที่ปรากฏได้ วิธีที่เซโนใช้ในการสนับสนุนแนวความคิดนี้ของปาร์มานิดีสคือการพยายามพิสูจน์ว่าโลกที่ปรากฏเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับการพิจารณาด้วยเหตุผล โดยใช้สิ่งที่รู้จักดีเกี่ยวกับเซโน คือ ปฎิทรรศน์ของเซโน (Zeno’s Paradox) ที่กล่าวถึงการวิ่งแข่งระหว่างอะคิลลีสกับเต่า เซโนอธิบายว่า ในทางตรรกวิทยา (กระบวนการการใช้เหตุผล) ถึงแม้ว่าอะคิลลีสจะเป็นคนที่วิ่งเร็วแค่ไหน หากให้เขาวิ่งแข่งกับเต่าโดยให้เต่าวิ่งก่อน อะคิลลีสจะไม่มีทางวิ่งทันเต่าได้ เนื่องจากก่อนที่อะคิลลีสจะวิ่งทันเต่าได้นั้นจะต้องผ่านจุดที่เต่าผ่านไปก่อน และในขณะที่เต่าเคลื่อนที่ไปยังอีกจุดหนึ่ง อะคิลลีสก็จะต้องเคลื่อนผ่านจุดที่เต่าวิ่งผ่านจุดนั้นอีก เป็นอย่างนั้นเรื่อยไป ด้วยเหตุนี้ อะคิลลีสจึงไม่สามารถวิ่งทันเต่าได้

เซโนต้องการแสดงให้เห็นว่า ในโลกที่ปรากฏเป็นไปไม่ได้ที่อะคิลลีสจะวิ่งไม่ทันเต่า แต่หากพิจารณาด้วยเหตุผลก็จะขัดแย้งกัน (เพราะไม่มีทางที่อะคิลลีสจะวิ่งไม่ทันเต่า) ดังนั้นเราจึงไม่สามารถไว้วางใจการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ ในโลกที่ปรากฏ หรือในการรับรู้เชิงผัสสะที่เกี่ยวข้องกับโลกที่ปรากฏได้ การเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่เป็นจริง เป็นแต่เพียงมายาหรือเป็นอสัตตะ ส่วนสิ่งที่เป็นจริงหรือเป็นสัตตะคือสิ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงดังที่ ปาร์มานิดิสเสนอเท่านั้น

อ่านเรื่องราวของนักปรัชญาธรรมชาติต่อสัปดาห์หน้าครับ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ของฝากจากปรัชญา: ภาพสำนักปรัชญาเอเธนส์
ปรัชญา: ทำไมโสกราตีสจึงไม่หนีคดี
ปรัชญา: ประชาธิปไตยในกำมือพวกโซฟิสต์
ปรัชญา: ไดโอจีนีสนักปรัชญาผู้ใช้ชีวิตเยี่ยงสุนัข
ปรัชญา: คำสอนของไดโอจีนีส
ปรัชญา: นักปรัชญาธรรมชาติกับปัญหาเรื่องปฐมธาตุ (1) - เมื่อความคิดเปลี่ยนโลกจึงเปลี่ยน


Create Date : 30 กรกฎาคม 2554
Last Update : 31 ธันวาคม 2554 16:23:37 น. 0 comments
Counter : 2196 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
30 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.