ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ปรัชญา: นักปรัชญาธรรมชาติกับปัญหาเรื่องปฐมธาตุ (1) - เมื่อความคิดเปลี่ยนโลกจึงเปลี่ยน


"เมื่อความคิดเปลี่ยนโลกจึงเปลี่ยน"


"เนื้อหาเกี่ยวกับนักปรัชญายุคโบราณก่อนโสกราตีนนี้เอามาจากเอกสารประกอบการสอนวิชาปรัชญาเบื้องต้นที่เคยสอนเมื่อนานมาแล้วครับ ตอนนี้ไม่ได้สอนวิชานี้แล้ว เลยคิดว่าจะค่อยๆ นำมาทยอยลงในบล๊อกเผื่อว่าจะเกิดประโยชน์นะครับ"

จากความเคยชินของมนุษย์ที่มีต่อเรื่องเล่าและตำนานเทพเจ้า ทำให้ความรู้ของมนุษย์จำกัด คับแคบ และไม่สามารถใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำได้ จุดเปลี่ยนของวิธีคิดและลักษณะการได้มาซึ่งความรู้ของมนุษย์เริ่มขึ้นในยุคของนักปรัชญาธรรมชาติ (Natural Philosopher) โดยเริ่มต้นจากการตั้งคำถามถึงที่มาของสรรพสิ่ง (ปัญหาเรื่องปฐมธาตุ first element) และการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง การตั้งคำถามและการแสวงหาคำตอบดังกล่าวได้ก่อให้เกิดวิธีการแบบใหม่ที่มนุษย์ใช้ในการแสวงหาความรู้ จากเดิมที่ความรู้เป็นสิ่งที่อยู่ในมือของเทพเจ้า ในยุคของนักปรัชญาธรรมชาติพวกเขาได้นำเอาความรู้ให้มาอยู่ในกำมือของมนุษย์ได้สำเร็จ และวิธีการที่มนุษย์ใช้ก็คือวิธีการคิดในแบบของวิชาปรัชญา

1) นักปรัชญาสำนักไมเลตุส (Milesians)
ไมเลตุสเป็นชื่อเมืองสำคัญอยู่บนฝั่งเอเชียไมเนอร์ นักปรัชญาสำนักไมเลตุสหรือที่เรียกว่านักปรัชญากลุ่มไอโอนิก (Ionic) มีนักปรัชญาธรรมชาติที่สำคัญ 3 คน คือ ธาเลส อนักซิแมนเดอร์ และอนักซิมินิส

ธาเลส (Thales 624 - 550 B.C.) เป็นชาวไมเลตุส เขาเป็นผู้ที่มีความรู้ในหลากหลายสาขา มีบันทึกว่าเขาเป็นผู้ที่สามารถทำนายสุริยคราสในปี 585 ก่อนคริสตกาลได้ถูกต้อง และเป็นวิศวกรที่ยิ่งใหญ่สามารถวางระบบเปลี่ยนทางเดินของแม่น้ำฮาลิสได้สำเร็จ รวมถึงการเป็นนักเดินทางที่ออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มากมาย มีผู้จัดให้เขาอยู่ในกลุ่มของนักปราชญ์ทั้งเจ็ดแห่งยุคกรีกโบราณ (The Seven Wisest Men) เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่มีความรู้ในหลายๆ ด้าน เป็นทั้งนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ วิศกร นักการเมือง และนักปรัชญา

ธาเลสเสนอว่า สรรพสิ่งมีต้นกำเนิดมาจาก น้ำ (Water) เนื่องจากเขาเห็นว่าทุกสิ่งมีชีวิตล้วนแล้วแต่มีน้ำ หรือมีความชื้นเป็นส่วนประกอบ โดยมีข้อเสนอทางปรัชญาที่สำคัญ 2 ข้อ คือ 1) สรรพสิ่งมีต้นกำเนิดมาจาก น้ำ และ 2) โลกมีสัณฐานแบนเป็นระนาบลอยอยู่บนผืนน้ำ เป็นที่ยอมรับว่าธาเลสเป็นนักปรัชญาคนแรก ด้วยข้อเสนอของเขาที่ว่า สรรพสิ่งมีต้นกำเนิดมาจากน้ำ เนื่องจากวิธีการตั้งคำถามและการตอบคำถามของเขาได้เปลี่ยนแปลงวิธีการคิดแบบเดิมๆ ที่ใช้คำอธิบายในรูปแบบที่เหนือธรรมชาติอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆ มาเป็นการคิดหาเหตุผลโดยใช้ศักยภาพของมนุษย์ หรือการใช้สิ่งที่เรียกว่า Logos ที่แปลว่า เหตุผล สัจจะ หรือปัญญา ซึ่งทำให้มนุษย์สามารถแสวงหาความรู้ได้โดยไม่ต้องพึงพาอาศัยอำนาจของเทพเจ้าอีกต่อไป และคำถามดังกล่าวก็นำไปสู่วิธีการคิดที่ทำให้มนุษย์มีความรู้ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ จากการตอบปัญหาเรื่องที่มาของสรรพสิ่ง หรือปัญหาเรื่องปฐมธาตุ

***มีเรื่องเล่าว่า ธาเลสแสดงให้ผู้ที่ดูถูกเขาว่า การครุ่นคิดทางปรัชญาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าเพราะไม่ได้ช่วยสร้างความมั่งคั่งอะไรให้เกิดขึ้นกับชีวิตความเป็นอยู่เลย ธาเลสแสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดยการใช้ความรู้ที่มีคาดการณ์ถึงผลผลิตมะกอกที่ปีนั้นหากเพาะปลูกแล้วจะได้ผลดีเป็นพิเศษ เขาจึงระดมคนงานมาปลูกมะกอกเพียงอย่างเดียวในที่ดินของเขา เมื่อถึงเวลาธาเลสจึงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากกว่าคนอื่น ธาเลสได้แสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ที่มีความรู้จะสามารถใช้ความรู้ของตนเพื่อแสวงหาความร่ำรวยมั่งคั่ง หากเขาสนใจจะแสวงหามันจริงๆ


อนักซิแมนเดอร์ (Anaximander 611 - 524 B.C.)


อนักซิแมนเดอร์ (Anaximander 611 - 524 B.C.) จากการตอบคำถามเรื่องปฐมธาตุของธาเลสได้ก่อให้เกิดวิธีการแสวงหาความรู้ของมนุษย์ที่เปลี่ยนไป แต่ธาเลสก็ไม่ได้ให้คำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผลมากนักกับการตอบปัญหาเรื่องปฐมธาตุ อนักซิแมนเดอร์ซึ่งเป็นศิษย์ของธาเลสเสนอว่า สิ่งที่เป็นปฐมธาตุน่าจะเป็นสิ่งที่มีสภาวะไม่จำกัดมากกว่าจะเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะดังเช่นน้ำที่ธาเลสเสนอ เขามีความเห็นว่าหากเสนอว่าสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งเป็นสิ่งจำกัดจะเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่าสิ่งจำกัดดังกล่าวจะกลายเป็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างไร ดังนั้นหากเป็นสิ่งที่มีลักษณะไม่จำกัดที่เรียกว่า สิ่งไม่จำกัด (Infinite being) ที่มีลักษณะไร้รูป (Formless) น่าที่จะเป็นคำอธิบายเรื่องปฐมธาตุอันเป็นที่มาของสรรพสิ่งได้ดีมากกว่า ข้อเสนอของอนักซิแมนเดอร์มีความน่าสนใจอยู่ที่ว่า นอกจากการอธิบายถึงสิ่งที่เป็นปฐมธาตุ เขาคิดถึงการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เป็นปฐมธาตุไปเป็นสิ่งต่างๆ ด้วย ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามถึงการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งว่ามีลักษณะการเปลี่ยนแปลงอย่างไรตามมา

อนักซิมินิส (Anaximenis 588 - 524 B.C.) เขาเห็นด้วยกับอนักซิแมนเดอร์ที่ว่า ปฐมธาตุน่าจะเป็นสิ่งไม่จำกัดหรือเป็นสิ่งไร้รูป แต่เขาเห็นว่า เราไม่สามารถเข้าใจว่าสิ่งที่เรียกว่าสิ่งไม่จำกัดหมายถึงสิ่งใด หรือหากสิ่งที่ไม่จำกัดมีอยู่จริงมนุษย์ทำไมเราถึงไม่สามารถรับรู้การมีอยู่ของมันได้ จากพื้นฐานแนวคิดเช่นนี้จึงทำให้เขามีความเห็นว่าปฐมธาตุน่าจะเป็น อากาศ (Air) เนื่องจากมีลักษณะตรงกับที่อนักซิแมนเดอร์กล่าวถึง คือ เป็นสิ่งที่ไม่จำกัดและไร้รูป ในขณะเดียวกันอากาศก็มีอยู่มากมายในโลก และมนุษย์ก็สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของอากาศได้ด้วย เขาอธิบายถึงกระบวนการการเปลี่ยนแปลงของอากาศไปเป็นสิ่งต่างๆ ว่า เมื่ออากาศอัดตัวกันแน่นเข้าก็จะเกิดเป็นของเหลว หรือหากแน่นมากยิ่งขึ้นก็จะกลายเป็นของแข็ง ดูตัวอย่างได้จากเมฆที่เป็นอากาศชนิดหนึ่ง เมื่อเมฆรวมตัวกันมากขึ้นก็จะกลายเป็นฝนตกลงมา ก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตต่างๆ หรือกลายเป็นพื้นดิน และการอัดตัวแน่นจะทำให้มีลักษณะที่แข็งขึ้น กลายเป็นโคลน เป็นดิน เป็นก้อนหิน และวัตถุอื่นๆ ตามลำดับ หรือหากอากาศรวมตัวกันเจือจางลงก็จะกลายเป็นไฟ เป็นต้น คำอธิบายของอนักซิมินิสมีความสนใจคือ เขาอธิบายถึงสิ่งที่เป็นที่มาของสรรพสิ่งได้อย่างมีรายละเอียด และอธิบายถึงขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่เป็นปฐมธาตุไปเป็นสิ่งต่างๆ อย่างมีขั้นตอนสามารถทำความเข้าใจได้ ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาแนวคิดเรื่องปฐมธาตุของธาเลสและอนักซิแมนเดอร์ไปไกลขึ้นอีกขั้นตอนหนึ่ง

นักปรัชญากลุ่มไอโอนิกยังมีอีกหลายท่าน แต่นักปรัชญาทั้ง 3 คนนี้ เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนา ริเริ่มการตอบปัญหาในเชิงปรัชญาและวิธีการแบบปรัชญาในยุคเริ่มแรก มีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวคิดของนักปรัชญากลุ่มนี้ที่สำคัญ 2 ข้อ คือ 1) นักปรัชญากลุ่มนี้เชื่อในเอกภาวะ หรือที่เรียกว่า แนวคิดแบบเอกนิยม (Monism) นั่นคือ มีแนวคิดว่าสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดอันแท้จริงของสรรพสิ่งมีเพียงสิ่งเดียว ซึ่งอาจตั้งคำถามได้ว่า ทำไมต้นกำเนิดของสรรพสิ่งจึงต้องเป็นสิ่งเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น และ 2) นักปรัชญากลุ่มนี้เป็นนักสสารนิยม (Materialism) หรือเป็นแนวคิดที่เชื่อว่า สิ่งที่มีอยู่แท้จริงเป็นสสาร หรือเป็นวัตถุที่สามารถรับรู้ได้ในเชิงกายภาพ

อ่านเรื่องราวของนักปรัชญาธรรมชาติต่อสัปดาห์หน้าครับ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ของฝากจากปรัชญา: ภาพสำนักปรัชญาเอเธนส์
ปรัชญา: ทำไมโสกราตีสจึงไม่หนีคดี
ปรัชญา: ประชาธิปไตยในกำมือพวกโซฟิสต์
ปรัชญา: ไดโอจีนีสนักปรัชญาผู้ใช้ชีวิตเยี่ยงสุนัข
ปรัชญา: คำสอนของไดโอจีนีส


Create Date : 23 กรกฎาคม 2554
Last Update : 31 ธันวาคม 2554 16:22:55 น. 4 comments
Counter : 7314 Pageviews.

 
ขอบคุณมากครับที่แบ่งปัน


โดย: phramahasomchai IP: 223.204.54.141 วันที่: 20 กันยายน 2555 เวลา:20:04:28 น.  

 
ขอบคุณมากกกกกกครับ^^


โดย: ชัญญกร IP: 223.206.105.179 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:19:37:08 น.  

 
ขอบคุณและดีใจสำหรับความรู้ทั้งหลายค่ะ อิๆ


โดย: ปรัชญาบ๋อง IP: 125.26.157.250 วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:13:01:25 น.  

 
ขอบคุนนะค่ะ


โดย: mark^^bam IP: 183.89.38.53 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:22:52:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
23 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.