ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ภาพยนตร์: X-Men: First Class- มนุษย์กลายพันธุ์ในสังคมเลือกข้าง


“การเลือกที่จะปกป้องมนุษย์นั้นกลับจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พิสูจน์คุณค่าในตัวของพวกมนุษย์กลายพันธุ์ และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือมนุษย์กลายพันธุ์ต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเราแตกต่างจากพวกเขาอย่างไร”


(สปอยล์นะครับ) ในตอนใหม่ของภาพยนตร์ชุด X-Men มุ่งที่จะอธิบายถึงเหตุผลว่า ทำไม Professor X กับ Magneto จึงกลายมาเป็นคู่ที่อยู่ตรงข้ามกันในจักรวาลแห่ง X-Men เพราะในภาคนี้เป็นสถานการณ์ที่เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ถูกบังคับให้ต้องเลือกข้างครับ เป็นการเลือกข้างระหว่างกลุ่มของ Professor X หรือ Charles Francis Xavier (James McAvoy) กับกลุ่ม Hellfire Club ของ Sebastian Shaw และการแบ่งฝ่ายออกไปเป็นกลุ่ม Brotherhood of Mutants ของ Magneto ที่ในภาคนี้เขายังเป็น Erik Lehnsherr (Michael Fassbender) เกิดอะไรขึ้นบ้างในห้วงเวลาของการเลือกข้างแบ่งฝ่ายของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่กลุ่มนี้ และตัวละครสำคัญๆ อย่าง Mystique และ Beast นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร Matthew Vaughn (ผู้กำกับ) จะมาชี้แจงแถลงไขให้เราได้ร่วมเป็นพยานใน X-Men ตอนใหม่ First Class ครับ



X-Men ในภาคนี้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อน 3 ภาคที่ทำก่อนหน้า คือ X-Man (2000), X2 (2003) และ X-Men: The Last Stand (2006) รวมถึงภาค X-Men Origins: Wolverine (2009) ด้วยครับ X-Men: First Class เป็นเหตุการณ์ก่อนที่ Professor X จะก่อตั้งสถาบันซาเวียร์เพื่อการเรียนรู้ขั้นสูง (Xavier Institute for Higher Learning) ซึ่งเนื้อเรื่องก็ไม่ตรงกับภาค Comic เท่าไหร่ครับ เพราะตามความหมายจริงๆ ของ First Class หรือ X-Men รุ่น 1 คือกลุ่มลูกศิษย์ของ Professor X ที่ประกอบด้วย Cyclops, Iceman, Arc-Angle, Beast และ Jean Grey แต่ในหนังเลือกที่จะเรียงร้อยเรื่องราวและจัดวางตัวละครใหม่ให้สอดคล้องกับภาคภาพยนตร์ที่มีมาก่อน สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของ First Class ที่ถูกนำมาใช้ก็คือชุดทีมสีเหลืองนั่นแหละครับ ซึ่งก็ไม่ได้มีข้อเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นครับ เพราะวัตถุประสงค์หลักของการเล่าเรื่องในภาคนี้อยู่ที่การไล่ตอบโจทย์และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับที่มาที่ไปของตัวละครในภาคก่อนหน้ามากกว่า

ในภาคนี้เราจะได้เห็นเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ตัวใหม่ๆ ที่ยังไม่มีโอกาสเห็นในภาคภาพยนตร์ อาทิ Banshee หรือ Sean Cassidy ที่มีความสามารถในการใช้พลังคลื่นเสียง (Caleb Landry Jones), Havok หรือ Alex Summers ที่มีความสามารถพิเศษในการสร้างและยิงพลังออกจากร่าง (เขาเป็นน้องของ Cyclops ในภาค Comic แสดงโดย Lucas Till), Emma Frost หรือ White Queen (January Jones) ที่มีความสามารถในการควบคุมจิตและเปลี่ยนร่างกายให้เป็นเพชรได้, Darwin ที่มีความสามารถในการปรับตัวเพื่ออยู่รอดไปตามสถานการณ์ (แสดงโดย Edi Gathegi), และ Azazel ที่มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังสถานที่ต่างๆ (เขาเป็นพ่อของ Nightcrawler ในภาค Comic แสดงโดย Jason Flemyng) รวมถึงการนำตัวร้ายอย่าง Sebastian Shaw (Kevin Bacon) ที่มีความสามารถในการดูดซับและแปลงสภาพพลังงานไปใช้ตามความต้องการมาเชื่อมโยงกับอดีตอันดำมืดของ Magneto

หนังกระจายแบ่งบทบาทให้กับตัวละครเหล่านี้ได้อย่างมีสีสันครับ ไม่ว่าจะเป็นท่าทีเนิร์ดๆของ Banshee และฉากฝึกบินที่ได้ฮากันทั้งโรง หรือการฝึกหัดความแม่นยำในการยิงพลังของ Havok และโดยเฉพาะกับ Emma Frost ซุปเปอร์ฮีโร่สาวสวยที่โผล่มาเมื่อไหร่ก็ขโมยซีนไปได้เมื่อนั้น จะมีเรื่องราวที่พิเศษหน่อยก็คือเรื่องของ Beast หรือ Hank" McCoy (Nicholas Hoult) กับ Mystique หรือ Raven (Jennifer Lawrence) ที่มีปมปัญหาเกี่ยวกับความรู้สึกแปลกแยก และการเรียนรู้ที่จะยอมรับตัวเองของทั้งคู่ แต่ประเด็นหลักจริงๆ ของเรื่องน่าจะอยู่ที่ความสัมพันธ์และความแตกต่างของตัวละครหลัก 2 ตัว คือ Professor X และ Magneto ที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมมือกันมาก่อน แต่ด้วยพื้นฐานทางอุดมการณ์ที่แตกต่างกันจึงทำให้ทั้งสองคนต้องเลือกข้างยืนกันอยู่คนละฝั่ง



Professor X ในภาคนี้เขายังเป็น Charles Xavier อยู่ครับ ด้วยพื้นฐานที่ดีของเขาไม่ว่าจะเป็นครอบครัว รูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่แปลกประหลาดเหมือนมนุษย์กลายพันธ์คนอื่นๆ และการได้รับการศึกษาที่ดี ทำให้ชาร์ลเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี รวมถึงด้วยความสามารถพิเศษของเขาที่สามารถอ่านใจผู้อื่นได้ จึงทำให้เขามีแนวโน้มที่จะเข้าใจ เห็นใจ และเป็นมิตรกับผู้อื่นได้เสมอ ในภาคนี้เล่าถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กที่เขาได้พบกับ Raven ที่แปลงร่างลอบเข้ามาขโมยอาหารภายในบ้านของเขา ด้วยรูปร่างภายนอกที่น่ากลัวของ Raven ก็น่าจะเดาได้ไม่ยากครับว่า ก่อนที่เธอจะมาพบกับ Charles เธอต้องเจออะไรมาบ้าง และที่ต้องเข้ามาขโมยอาหารในบ้านของคนอื่นก็คงจะเป็นเพราะเธอถูกครอบครัวทอดทิ้ง ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่อธิบายได้ว่าทำไมเธอจึงมีท่าทีที่เรียกร้องความรักและต้องการความผูกพันจากคนรอบข้างมากกว่าปรกติเสมอ

ทันทีที่ Charles ได้เห็นร่างแท้จริงอันน่าสะพรึงกลัวของ Raven แทนที่ Charles จะรู้สึกตกใจ เขากลับดีใจที่จะได้เจอคนที่มีความแตกต่างจากคนอื่นเหมือนกับตัวเอง (แสดงว่า Charles ก็คงมีชีวิตวัยเยาว์ที่เงียบเหงาและไม่ได้รับการเอาใจใส่จากเท่าที่ควรเหมือนกัน) เขาบอกกับ Raven ว่าไม่ต้องขโมยหรอก อยากได้อะไรก็เอาไปได้ตามที่ต้องการเลย คำพูดต่างๆ เหล่านี้สะท้อนได้ดีเลยครับว่า มนุษย์กลายพันธ์คนนี้มีหัวใจเป็นอย่างไร และในเหตุการณ์อื่นอีกหลายเหตุการณ์ที่ Charles ได้แสดงออกถึงตัวตนความเป็นเขาออกมา ไม่ว่าในตอนที่ Erik (Magneto) ใช้ลวดหนามพันร่างของทหารยามรัสเซียเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ทันทีที่ Charles สามารถทำอะไรได้ เขาก็รีบวิ่งไปที่ทหารพวกนั้นแล้วใช้พลังจิตควบคุมโดยการทำให้ทหารเหล่านั้นสลบไป เพื่อทำให้ทหารเหล่านั้นพ้นจากความเจ็บปวด

ในซีรี่ย์การ์ตูนชุด X-Men / Professor X มีสถานะเป็นเหมือนกับจิตวิญญาณของทีม X-Men ครับ เขาเป็นเหมือนกับผู้นำทางจิตวิญญาณให้กับพวก X-Men ภายหลังจากที่เขาจากไป (ในภาค Comic) ถ้อยคำของ Charles ก็ยังเป็นที่จดจำ บอกเล่า และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์กลายพันธุ์ในรุ่นหลังๆ มีการกล่าวกันว่าเขาเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ผู้มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หลายคนอาจจะอธิบายว่า เป็นเพราะ Charles มีพื้นฐานชีวิตที่ดี Charles จึงเลือกมองและเลือกที่จะเป็นแบบนั้นได้ ซึ่งแตกต่างจาก Erik ที่มีพื้นฐานในแบบตรงกันข้าม แต่สิ่งที่ทำให้คนเราคิดดีคิดชั่วแตกต่างกันนั้นคงจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานชีวิตเพียงอย่างเดียว สำหรับผมแล้วประเด็นสำคัญมันน่าจะอยู่ที่ว่า เรามีวิธีการคิดอย่างไรกับคนอื่น และมีความศรัทธากับมันมากน้อยแค่ไหน ซึ่ง Charles เป็นคนที่จะเลือกทำความเข้าใจในชีวิตของผู้อื่นและมีศรัทธาในสิ่งเหล่านั้น (ซึ่งอาจเป็นเพราะความสามารถของเขาก็เป็นได้) ซึ่งเป็นสิ่งที่Erik ไม่มีหรือไม่สามารถมีได้ นี่จึงน่าจะพอเป็นคำตอบ ให้กับการตั้งคำถามถึงที่มาของหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของ Professor X ได้บ้างครับ



ในภาคนี้เป็นภาคที่ Magneto มีบทบาทสำคัญเทียบเท่ากับ Professor X หรืออาจมีบทบาทที่เด่นกว่าด้วยซ้ำ คาแรกเตอร์ของ Magneto เป็นคาแรกเตอร์ของจอมวายร้ายที่ติดอันดับต้นๆ ในการจัดอันดับจอมวายร้ายแทบทุกๆ ชาร์ต หนังได้เล่าถึงเบื้องหลังที่มาของตัวละครตัวนี้ว่า เหตุใดเขาถึงได้มีความจงเกลียดจงชังมนุษย์มมากนัก จากวัยเด็กที่เขาเติบโตขึ้นมาในค่ายกักกันชาวยิวของพวกนาซีเยอรมัน และต้องศูนย์เสียแม่ไปโดยน้ำมือของ Sebastian Shaw สิ่งเหล่านี้ทำให้เขามีความรู้สึกเกลียดชังและเหยียดหยามมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่ Erik จะมาพบกับ Charles เขาใช้เวลาไปกับการไล่ล่าอดีตทหารนาซีที่หลุดรอดจากการจับกุมไป เขาได้พบกับ Charles ในตอนที่เขาเกือบจะสามารถเข้าถึงตัว Shaw ได้ เพียงแต่ว่าในขณะนั้นเขายังไม่สามารถต่อกรกับ Shaw ได้เท่านั้น หลังจากนั้นทั้งคู่จึงได้ร่วมมือกันในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อตามหาพวกมนุษย์กลายพันธุ์คนอื่นๆ

จริงๆ แล้ว Professor X และ Magneto ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ กันโดยตรงครับ เพียงแต่มีอุดมการณ์ต่อการอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ที่แตกต่างกันเท่านั้น สำหรับ Charles เขามีความเห็นว่า มนุษย์และมนุษย์กลายพันธุ์ควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และมนุษย์กลายพันธุ์ควรใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อปกป้องมนุษย์ ส่วน Magneto ประสบการณ์ความเลวร้ายของเขาในค่ายนาซีทำให้เขาเห็นว่า มนุษย์นั้นเลวร้ายและมนุษย์กลายพันธุ์ที่อยู่ในลำดับวิวัฒนาการที่เหนือกว่าควรจะปกครองและควบคุมมนุษย์ ประเด็นความขัดแย้งกันในเชิงอุดมการณ์ของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่นี้คล้ายกับในหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่อง Watchmen ครับ เพียงแต่ความขัดแย้งใน X-Men อาจจะไม่ได้มีดีกรีความรุนแรงเทียบเท่า Watchmen แต่โดยส่วนตัวแล้วผมเห็นว่า ในประเด็นความขัดแย้งทางอุดมการณ์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับอภิมนุษย์ (Dr.Manhattan) หรือซุปเปอร์ฮีโร่ที่ในเรื่อง Watchmen ไม่ได้ให้คำตอบใดๆ คำตอบนั้นมันมีอยู่ในมุมมองของ Professor X ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นคำตอบที่คลี่คลายและเรียบง่ายกว่ามากๆ ครับ

ในตอนท้ายที่ Erik สามารถกำจัด Shaw ได้แล้ว มนุษย์ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ หรือโซเวียต (หนังอ้างอิงถึงความขัดแย้งในช่วงสงครามเย็น) ต่างรวมหัวกันที่จะจัดการกับพวกมนุษย์กลายพันธุ์ เพราะเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนจริงๆ สำหรับการเลือกทางเดินของคนทั้งคู่ครับ Magneto นั้นเห็นว่าไม่มีทางเลือกใดๆ ที่จะนำไปสู่สันติภาพระหว่างมนุษย์และมนุษย์กลายพันธุ์ได้ ทางเลือกที่มีคือจะยอมจำนนต่อพวกมนุษย์ หรือจะเป็นฝ่ายควบคุมมนุษย์ให้อยู่ในกำมือเท่านั้น แต่สำหรับ Charles ผมเชื่อว่าเขาก็ตระหนักถึงความเลวร้ายของมนุษย์เช่นกัน แต่เขาเห็นว่าการเลือกที่จะปกป้องมนุษย์นั้นกลับจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พิสูจน์คุณค่าในตัวของพวกมนุษย์กลายพันธุ์ และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือมนุษย์กลายพันธุ์ต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเราแตกต่างจากพวกเขาอย่างไร (อันนี้อาจจะถือว่าเป็นความ Mutant proud ของ Charles ก็ได้ครับ) และนี่คือปณิธานของยอดคนอย่าง Professor X ครับ คำเตือนนี้เป็นคำเตือนสุดท้ายของเขาก่อนที่ Erik จะตัดสินใจแบ่งฝ่ายไปสร้างกลุ่มของตัวเอง รวมถึงทำให้ทั้งคู่เลือกที่จะเดินหน้าเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็นไปตามอุดมการณ์ของตนเองในรูปแบบที่แตกต่างกัน


"Beast หรือ Hank" McCoy (Nicholas Hoult) กับ Mystique หรือ Raven (Jennifer Lawrence)"


จากที่หลังๆ ที่ติดใจกับซุปเปอร์ฮีโร่แบบ Darkๆ มาโดยตลอด อย่าง Batman, Watchmen, Wolverine หรือแม้แต่ อินทรีแดง (555) แต่สำหรับในหนัง X-Man ภาคนี้ได้เจอกับตัวละครอย่าง Charles นี่มันเป็นอีกขั้วหนึ่งเลยครับ ถ้าจะกล่าวว่าตัวละครตัวนี้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่ยืนอยู่ในด้านที่สว่างที่สุดของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ก็คงจะไม่ผิด Matthew Vaughn ได้ทำให้ภาพยนตร์ชุด X-Men มีความสนุกและน่าสนใจมากขึ้นได้ พอๆ กับที่ Christopher Nolan กลับมาทำให้ภาพยนตร์ในชุด Batman มีความน่าสนใจขึ้นมาอีกครั้ง หนังมีลูกเล่นมุขตลกสอดแทรกอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะตอนที่ Wolverine โผล่มานนี่ก็ฮาดีครับ ได้รับการยืนยันแล้วนะครับว่าในชุด First class หรือชุดที่เล่าย้อนไปถึงอดีตของ Professor X นี้จะทำเป็นชุดไตรภาค หรือมีอีก 2 ภาคที่กำลังจะตามมา ก็คงต้องรอดูต่อไปว่า Matthew Vaughn (ผู้กำกับ) จะเจียระไนเพชรเม็ดงามแห่งวงการซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง Professor X ให้เปล่งประกายได้อีกมากน้อยแค่ไหน (ภาคนี้บทน้อยไปหน่อยครับ)

นอกจากนี้แล้วการได้ดู X-Men ในภาคนี้ ยังทำให้นึกถึงสังคมที่มีความขัดแย้งจนถึงขั้นที่ต้องเลือกข้างแบ่งฝ่ายอีกด้วยครับ สังคมของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยมนุษย์ที่เลวร้าย โง่เขลา และเห็นแก่ตัว ถ้าเรายังตระหนักในคุณค่าของตัวเราที่มุ่งหวังถึงสังคมที่ดีกว่า การเลือกข้างอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยจริงๆ สำหรับ Charles ถึงแม้เขาจะไม่ต้องการที่จะเลือกข้างอย่างไร แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อยู่ดี เพียงแต่ว่าการเลือกข้างนั้นไม่ใช่การเลือกข้างระหว่างบุคคล พรรค พวก กลุ่มหรือสีใดๆ แต่เป็นการเลือกที่จะอยู่ในข้างที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งทำให้นึกถึงคำพูดดีๆ เท่ๆ ของนักกิจกรรมจิตอาสาที่ว่า “สังคมอาจย่ำแย่ย่อยยับ แต่เราอย่าเป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้นที่ทำร้ายสังคม จงอยู่อีกด้านเสมอ” นั่นแหละครับ จงเลือกข้างที่จะอยู่ในฝ่ายที่ไม่ทำร้ายผู้คนและสังคม! แค่นี้พอแล้วจริงๆ ครับ สำหรับการเลือกข้างที่เป็นข้อแนะนำจากหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้

ปล. ยังมีหนังในชุด X-Men รออยู่อีกอย่างน้อย 5 เรื่องครับ
1. X-Men: First Class sequels ตอนต่อของ X-Men: First Class
2. X-Men 4 ภาคต่อจาก X-Men: The Last Stand
3. The Wolverine ภาคต่อจาก X-Men Origins: Wolverine
4. X-Men Origins: Magneto เรื่องราวของ Magneto ที่จะมาแบบฉายเดี่ยว
5. X-Men Origins: Deadpool เรื่องราวของ Deadpool ซุปเปอร์ฮีโร่ Darkๆ อีกตัวจากซีรี่ย์ชุด X-Men


ซีรี่ย์การ์ตูน: 10 อันดับ X-Men ผู้เปี่ยมคุณธรรม


Create Date : 11 มิถุนายน 2554
Last Update : 31 ธันวาคม 2554 16:06:42 น. 6 comments
Counter : 2288 Pageviews.

 
เขียนบทความดีมากเลยครับ
วิเคราะห์ได้เยี่ยมมากเลย

ปล.ภาพยนตร์ยังมีอีก5ภาคหรอครับ น่าติดตามดีจังครับ


โดย: Ace IP: 158.108.92.41 วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:12:31:22 น.  

 
ขอบคุณครับ รู้สึกดีใจที่รู้ว่าชอบครับ


โดย: dreamingbutterfly วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:14:25:16 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความและข้อมูล ภาคใหม่ ๆ

ผมรักซีรี่ส์ x-men มาก ดูหลายเที่ยวไม่เบื่อ
แต่ภาคสามนี่ ชาลส์ เดินได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ทั้ง ๆ ที่ภาคนี้ขาเสียไปแล้ว ไม่รู้ว่า ผู้กำกับลืมอะไรรึเปล่า แถม ตอนเอา ฮ ไปรับเด็ก ๆ
ในภาคก่อนหน้านี้ ก็ ยืนได้เฉย
ภาค 4 คิดว่า ชาลส น่าจะกลับมาในร่างของชายป่วย ที่ไม่มี จิตรับรู้ ที่ชาลส์เข้าไปอยู่ใน ท้ายเรื่องภาคสาม ซึ่งคิดว่า หลายคนที่ดูคงไม่ทันเห็น เพราะมาเอาตอน เครดิตจบ

ติดตาม ๆ


โดย: thebannok IP: 101.109.7.220 วันที่: 15 มิถุนายน 2554 เวลา:19:13:52 น.  

 
ผมคิดว่าภาคหนังนี่สร้างไปเรื่อยๆ ครับ บางทีก็ไม่ลงตัว เชื่อมกันไม่ลงตัวเป๊ะๆ แต่ในภาค comic นี่มีช่วงที่ชาร์ลกลับมาเดินได้ด้วยนะครับ ก็ไม่รู้ว่าหนังเขาต้องการหยิบเอาช่วงที่หายมาพูดหรือเปล่า หรืออาจจะงงๆ เพราะสร้างกลับไปกลับมาก็ได้ครับ

ชอบ x-men มากเหมือนกันครับ


โดย: dreamingbutterfly วันที่: 15 มิถุนายน 2554 เวลา:21:52:56 น.  

 
ชอบการแสดงของ Michael Fassbender ค่ะ ดูทรงพลังและมีมิติ (อาจเพราะบทส่งด้วย) จริงๆก่อนหน้านี้ก็นึกภาพแม็กนีโต้วัยหนุ่มไว้หลายแบบ แต่พอคนนี้มาแสดงก็นึกคนที่จะมาแสดงแทนแล้วเหมาะกว่าแกไม่ออก การแสดงของคนอื่นๆก็ชอบ เควิน เบคอน ก็ยังเก๋าเหมือนเดิม เจมส์ แม็คอวอยก็ทำได้ดี เพื่อนๆสาวไทยหลายคนออกจะชื่นชมเจมส์ แม็คอวอย เลยพลอยชื่นชอบบทบาท Prof.X ของเขาไปด้วย จริงๆเราก็ชอบ แต่ด้านการแสดงเราให้ฟาสเบนเดอร์เหนือกว่านิดหน่อย (ต้องขอบอกว่าไม่ได้ลำเอียงเพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจฟาสเบนเดอร์เลยแม้แต่น้อย)


โดย: ผู้มาเยือน IP: 202.28.249.181 วันที่: 27 กันยายน 2554 เวลา:16:14:34 น.  

 
กำลังรวบรวม X-MEN ใหม่ค่ะ


โดย: ning IP: 182.52.75.254 วันที่: 20 เมษายน 2556 เวลา:17:13:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
11 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.