ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ภาพยนตร์ : My Top 20 Movies of 2011 (1-10)



พูดถึง My Top 20 Movies of 2011 ต่อในอันดับที่ 10-1 จากสัปดาห์ที่แล้วนะครับ

10. Hereafter (2010) กำกับโดย Clint Eastwood
หนังที่เล่าเรื่องหลายชีวิตภายหลังที่ต้องผ่านเหตุการณ์เลวร้าย กว่าที่จะพลิกฟื้นคืนชีวิตของตัวเองกลับมาใหม่ได้อีกครั้ง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หลายคนที่ไม่เคยผ่านเหตุการณ์ความรุนแรง ความสูญเสีย หรือภัยพิบัติมาก่อน ก็อาจจะไม่เข้าใจนะครับ ว่าเพราะอะไรคนบางคนจึงไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ใหม่อีกครั้งถึงแม้เหตุการณ์ที่เลวร้ายนั้นจะผ่านพ้นไปแล้วก็ตาม หนังสามารถทำให้เราเข้าใจอารมณ์เหล่านั้นได้ รวมถึงค่อยๆ คลี่คลายความรู้สึกของตัวละครในเรื่องจนสามารถไปถึงจุดที่สามารถเริ่มชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง เป็นหนังของปู่คลิ้นต์ที่ชอบมากอีกเรื่องหนึ่งแล้วครับ



9. King Speech (2010) กำกับโดย Tom Hooper
หนังเจ้าของรางวัลออสการ์เมื่อปีที่แล้ว ที่เล่าถึงความพยายามในการเอาชนะอาการบกพร่องทางการพูด เมื่อต้องกล่าวต่อหน้าฝูงชนของ King George VI of Britain ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หนังเล่าถึงเรื่องการขึ้นครองราชย์ของพระองค์ที่ต้องตกอยู่ในฐานะจำยอม เพราะต้องสืบทอดตำแหน่งกษัตริย์จากพี่ชายที่ขาดความรับผิดชอบและสร้างแต่เรื่องเสียหาย รวมถึงหนังได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษ ที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง และความคาดหวังต่างๆ นานาจากสังคม รวมถึงในยุคสมัยที่ผู้คนพร้อมจะรับเอาคุณค่าใหม่ๆ และทิ้งขว้างคุณค่าเก่าๆ ที่เคยค้ำจุนสังคมมาในอดีตได้แบบไม่เห็นค่า



8. ลุงบุญมีระลึกชาติ (2010)
กำกับโดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
หนังรางวัลอีกเรื่องครับ แต่พิเศษกว่าคือเป็นฝีมือคนไทยที่ไปคว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเวทีประกวดภาพยนตร์ที่เมืองคานส์มาเมื่อปีที่แล้ว หนังเล่าเรื่องของลุงบุญมีที่ต้องการจะกลับไปตายที่บ้านเกิดในภาคอีสาน และทำให้ได้ระลึกถึงอดีตของตัวเอง ที่ปรากฏออกมาในรูปแบบของภูตผี วิญญาณ สัตว์ป่า และการระลึกชาติ หนังแบบนี้ผมอยากเรียกว่าเป็น Serious film ครับ (ศัพท์ส่วนตัว) คือเป็นหนังที่เราต้องดูอย่างจริงจัง วิเคราะห์ ตีความ ถ้าชอบอะไรแบบนี้หนังเรื่องนี้ก็สนุกเลยครับ เพราะมีอะไรให้คิดตาม ให้รู้สึก และตีความได้ตลอดทั้งเรื่อง



7. 127 Hours (2010) กำกับโดย Danny Boyle
หนังที่มีพื้นฐานมาจากเรื่องราวของนักผจญภัยแบบเอ๊กซ์ตรีม ที่โชคร้ายมือข้างหนึ่งไปติดอยู่กับก้อนหินภายในซอกเขาเพียงลำพัง เขาต้องเผชิญกับแมลง งูพิษ อาการขาดอาหารและน้ำ รวมถึงศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดก็คือจิตใจของตัวเองที่ต้องควบคุมไว้ไม่ให้เป็นบ้าไปเสียก่อน หนังดำเนินเรื่องอยู่ตรงจุดๆ เดิมตลอดทั้งเรื่อง แต่ด้วยฝีมือของผู้กำกับ ก็สามารถตรึงเราให้อยู่กับซอกเขานั้นได้อย่างใจจดจ่อ ดูเรื่องนี้แล้วเกิดคำถามแบบนี้ครับ เป็นไปได้หรือไม่ว่าในชีวิตของเราอาจจะมีก้อนหินก้อนใดก้อนหนึ่งรอคอยที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราอยู่ที่ไหนและเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าถึงคราวที่เราเจอกับมันจังๆ เราจะจัดการกับหินก้อนนั้นอย่างไร



6. Winter's Bone (2010) กำกับโดย Debra Granik
เด็กสาวชื่อ Ree (Jennifer Lawrence) ต้องก้าวขึ้นเป็นผู้นำครอบครัวก่อนวัยอันควร เธอต้องรับภาระในการดูแลแม่ที่มีปัญหาทางจิต และน้องๆ ที่ยังเล็ก 2 คน เนื่องจากพ่อหนีคดีหายไปพร้อมกับทิ้งภาระให้เธอรับผิดชอบ ถ้าฟังพล็อตเรื่องแค่นี้อาจจะรู้สึกว่าคงเป็นหนังดราม่าหนักๆ พูดถึงชีวิตรันทดอะไรทำนองนั้นนะครับ แต่จริงๆ แล้ว หนังให้ความสำคัญกับเรื่องการเปลี่ยนผ่านช่วงวัยมากกว่า การได้ค้นพบโลกที่โหดร้าย แห้งแล้ง และเย็นเยียบ ล้วนแล้วแต่ทำให้เราได้มองเห็นโลกและผู้คนในมุมใหม่ๆ ได้ทั้งสิ้น ฉากที่ต้องเข้าไปในป่าและลอยเรือเข้าไปในบึงเพื่อนำอะไรบางอย่างกลับมานั้น ผมคิดว่ามันคือฉากไคลแม็กซ์ที่ทรงพลังมากที่สุดแห่งปีฉากหนึ่งเลยครับ



5. Norwegian Wood (2010) กำกับโดย Anh Hung Tran
หนังญี่ปุ่นที่กำกับโดยชาวเวียดนาม ดัดแปลงจากหนังสือดังของสุดยอดนักเขียนขวัญใจเด็กแนวแห่งยุค มูราคามิ หนังว่าด้วยเรื่องความบอบช้ำในชีวิตของหนุ่มสาวหลายชีวิต มาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันโดยใช้ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นพื้นหลัง ตัวเอกของเรื่องคือเด็กหนุ่มที่ชื่อ วาตานาเบ้ (Ken'ichi Matsuyama) ได้เข้าไปพัวพันกับหลายชีวิตซึ่งต่างก็มีจิตวิญญาณที่แหว่งเว้า ขาดๆ เกินๆ จนทำเขาเริ่มสงสัยถึงสถานะการดำรงอยู่ของตัวเองในโลกหม่นๆ ใบนี้ ดูหนังแล้วอยากจะไปตามหาหนังสือมาอ่านต่อครับ



4. The Social Network (2010) กำกับโดย David Fincher
หนังที่สร้างจากหนังสือชื่อ The Accidental Billionaires ซึ่งเป็นเรื่องราวของ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่าง Facebook หนังเล่าที่มาของเว็บไวต์ Facebook และความขัดแย้งในกลุ่มเพื่อนผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งความสัมพันธ์ของสังคมจริงในเรื่องมันได้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ตรงข้ามโดยสิ้นเชิงจากสังคมออนไลน์ ที่ถึงแม้เราอาจจะมีเพื่อนในโลกออนไลน์จำนวนมากมายเท่าใดก็ตาม แต่ในโลกจริงแล้วเรื่องราวของมิตรภาพกลับซับซ้อน เย็นชา และยากที่จะสัมผัสได้ ชอบที่เอาเพลง Creep ของ Radiohead มาเป็นเพลงประกอบด้วยครับ สร้างความรู้สึกหดหู่และแปลกแยกได้ดีจริงๆ



3. X-Men: First Class (2011) กำกับโดย Matthew Vaughn
prequel ของซีรี่ย์หนังซุปเปอร์ฮีโร่ในชุด X-Men ที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของความขัดแย้งทางอุดมการณ์ของกลุ่มตัวละครหลักๆ ในเรื่อง คือ กลุ่มของ โปรเฟสเซอร์เอ๊กซ์ (James McAvoy) และกลุ่มของแม็กนีโต (Michael Fassbender) เท่าที่ผ่านมาเรื่องของศาสตราจารย์เอ๊กซ์ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญของเรื่องยังไม่เคยถูกเล่าอย่างจริงจังมาก่อนเลย ในเรื่องนี้ก็ทำให้เราได้รู้ถึงจิตวิญญาณอันสูงส่งของเขาว่าทำไม เขาจึงได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีจิตวิญญาณที่สูงส่งที่สุด นอกจากนี้หนังเล่าถึงพื้นหลังที่มาที่ไปของตัวละครอื่นของ X-Men ในยุคแรกอย่างสนุกสนาน และช่วยเสริมสร้างความลึกให้กับตัวละครในเรื่องมากขึ้น



2. Confession (2010) กำกับโดย Tetsuya Nakashima
หนังเจ้าของรางวัลภาพยนตร์สาขาต่างประเทศของเวทีออสการ์เมื่อปีที่แล้ว เล่าเรื่องครูประถมที่หาทางแก้แค้นลูกศิษย์ภายในชั้นเรียน แทนลูกของตัวเองที่ถูกเด็กในกลุ่มนี้ฆ่าตายไปอย่างเลือดเย็น หนังพูดถึงจิตใจที่ถูกทำให้แตกสลายทั้งของผู้ที่เป็นฝ่ายแก้แค้นและผู้ที่ถูกแก้แค้น และพูดถึงคุณค่าความสำคัญของชีวิตทุกชีวิต ที่ต่างก็พยายามไขว่คว้าหาความรักมาเติมเต็มให้กับชีวิตด้วยรูปแบบต่างๆ กัน หนังมีจังหวะการเล่าเรื่องและใส่เพลงประกอบที่ส่งเสริมให้บรรยากาศภายในเรื่องคุกรุ่นได้อยู่ตลอดเวลา เป็นหนังญี่ปุ่นดีๆ ที่ไม่น่าพลาดอีกเรื่องในรอบหลายๆ ปีมานี้เลยครับ



1. True Grit (2010) กำกับโดย Joel & Ethan Coen
หนังคาวบอยชิงรางวัลออสการ์ปี 2010 ว่าด้วยการแก้แค้นของเด็กสาว (Hailee Steinfeld) ที่ต้องยืมมือนักฆ่ารุ่นเก๋าอย่าง Rooster Cogburn (Jeff Bridges) ในการจัดการกับนักฆ่าที่ฆ่าพ่อของเธอ หนังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัย ระหว่างโลกของเด็กน้อยที่ความดีความเลวนั้นถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่รอคอยเธออยู่อย่างเลือดเย็น ที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ ยอมรับ และก้าวข้ามมันไปสู่โลกที่แท้จริงในแบบของผู้ใหญ่ หนังมีบทสนทนาฉลาดๆ เป็นสีสันในการดำเนินเรื่องตามสไตล์หนังของพี่น้องโคเอน เรื่องนี้เป็นหนังอันดับ 1 ที่ได้ดูในปีนี้ของผมครับ



20 อันดับหนังที่ชอบในปี 2010

1. True Grit (2010) กำกับโดย Joel & Ethan Coen
2. Confession (2010) กำกับโดย Tetsuya Nakashima
3. X-Men: First Class (2011) กำกับโดย Matthew Vaughn
4. The Social Network (2010) กำกับโดย David Fincher
5. Norwegian Wood (2010) กำกับโดย Anh Hung Tran
6. Winter's Bone (2010) กำกับโดย Debra Granik
7. 127 Hours (2010) กำกับโดย Danny Boyle
8. ลุงบุญมีระลึกชาติ (2010) กำกับโดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
9. King Speech (2010) กำกับโดย Tom Hooper
10. Hereafter (2010) กำกับโดย Clint Eastwood
11. Rise of the Planet of the Apes (2011) กำกับโดย Rupert Wyatt
12. Aftershock (2010) กำกับโดย Xiaogang Feng
13. ลัดดาแลนด์ (2011) กำกับโดย โสภณ ศักดาพิสิษฎ์
14. Tomboy (2011) กำกับโดย Céline Sciamma
15. Sanctum (2011) กำกับโดย Alister Grierson
16. Captain America: The First Avenger (2011) กำกับโดย Joe Johnston
17. Sucker Punch (2011) กำกับโดย Zack Snyder
18. The Hangover Part II (2011) กำกับโดย Todd Phillips
19. Harry Potter and the Deathly Hallows: Part II (2011) กำกับโดย Matt Birch
20. Gantz (2011) กำกับโดย Shinsuke Sato


Runner up : Source Code, The Fighter, Super 8, Kung Fu Panda 2, The Lincoln Lawyer และ The Borrower Ariette

ภาพยนตร์: My Top 20 Movies of 2011 (11-20)
ภาพยนตร์: 10 อันดับหนังที่ชอบในปี 2010
ภาพยนตร์: 10 หนังดีที่ได้ดูปี 2009


Create Date : 29 มกราคม 2555
Last Update : 29 มกราคม 2555 12:28:51 น. 0 comments
Counter : 2227 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
29 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.