กันยายน 2549

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
28
29
 
30 กันยายน 2549
All Blog
เพื่อนเก่า
ก่อนอื่นต้องเรียนคุณBaLL182 ก่อนนะครับว่า รถที่ผมได้ตัดสินใจซื้อนั้น ส่วนหนึ่งมันมาจากดวงครับ เพราะได้มีโอกาสไปเล่มเกมในรายการเกมเศรษฐี และได้เงินมาประมาณ 120,000 บาท (ยังไม่หักภาษี) คุณแม่ของผมให้นำเงินส่วนหนึ่ง และคุณแม่ก็ให้เงินอีกส่วนหนึ่ง (ส่วนใหญ่) เอาไปวางเงินดาวน์ เพื่อคุณแม่ท่านให้เหตุผลว่า ถ้าเราเก็บเงินไว้กับตัว สักวันเงินก็จะหมด แต่ถ้าเราเปลี่ยนเงินเป็นสิ่งของที่เราใช้งานได้นานๆ เช่น รถยนต์ มันจะอยู่กับเราไปจนมันเสียหรือใช้ไม่ได้ (และเหตุผลอีกอย่าง ก็คือ ผมเป็นคนชอบแบกของหนักครับ เคยไหมครับที่ตอบประถม-มัธยม คุณจะชอบแบบหนังสือลงกระเป๋าไปเยอะๆ เหมือนไม่ได้จัดตารางสอน จนผมเรียนมหาวิทยาลัย ผมก็ยังแบกไปครับ ตารางสอนผมก็จัดนะครับ แต่วิชาหนึ่งมันมีหนังสือหลายเล่ม และยังมีหนังสืออีกส่วนหนึ่งที่ผมต้องใช้อ้างอิง เช่น พรบ.การศึกษา หลักสูตรวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ผมเคยชั่งน้ำหนักรวมของทั้งหมดที่ผมแบกไปเรียนในทุกๆ วัน เฉลี่ยแล้วตกวันละประมาณ 15 กิโลกรัม (มากสุดประมาณ 20 กิโลกรัม) คุณแม่ท่านเห็นสภาพที่ผมปวดหลังเรื้อรัง จนเดินหลังแอ่นไม่ไหว ก็เลยอยากให้ผมได้มีรถยนต์ไว้ใช้น่ะครับ)

พูดซะยาว แต่ยังไม่ได้เข้าเรื่องสักที เรื่องราวที่เป็นประเด็นหลักของวันนี้ ก็คือ เพื่อนเก่าครับ ซักประมาณวันที่ 14 ตุลาคม ผมกับเพื่อนอีกกลุ่มเล็กๆ (เป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยมปลายด้วยกันที่โรงเรียนบดินทร 3) มางานเลี้ยงสังสรรค์กัน ผมได้ดำเนินการโทรศัพท์หาเพื่อนทุกๆ คนด้วยตัวเอง ก็ยังมีติดต่อไม่ได้อีกส่วนหนึ่ง (แต่ผมเสียใจมากๆ ที่ผมจัดงานนี้ช้าไป เพราะเมื่อประมาณเดือนหรือสองเดือนที่ผ่านมา ผมต้องเสียเพื่อนร่วมห้องไป 1 คน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์) คนที่ผมติดต่อได้ ต่างก็ดีใจกันถ้วนหน้า

เมื่อตะกี้นี้ ก็มีเพื่อนคนหนึ่ง คนนี้เรียนหมอทหารครับ (เป็นหมอคน คนเดียวในห้องผม) เป็นเพื่อนที่รู้จักมาตั้งแต่ประถม 3 เพราะเคยอยู่ห้องเดียวกัน เขาก็ถามผมถึงเพื่อนคนอื่นๆ ที่ผมได้ติดต่อไปแล้ว พอผมคุยกับเขาไปเรื่อยๆ ในสมองก็นึกไปเรื่อยๆ ว่า ตอนนั้น ตอนที่ยังเรียน ม.6 กันอยู่ แต่ละคนต่างก็มีความใฝ่ฝัน อยากจะเป็นนู้น อยากจะเป็นนี่ แต่พอเอาเข้าใจจริงๆ หลายคนก็ได้ดำเนินตามฝัน แต่ก็มีอีกหลายคนที่ต้องเบนความฝัน เพื่อให้เข้าสู่ความเป็นจริงที่เขาประสบอยู่ หลายคนได้เรียนต่อ หลายคนได้ทำงาน เอาเป็นว่าตอนนี้ ผมก็มีเพื่อนหลากหลายอาชีพ ทั้งหมอคน หมอหมา วิศวกร ครู นักวิชาการ พนักงานบริษัท และอื่นๆ อีก ยิ่งใกล้ถึงวันนั้น ผมก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น ที่จะได้พบเพื่อนๆ กันอย่างถ้วนหน้า

ผมจำได้ว่า มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านบอกผมว่า ในช่วงชีวิตเรานั้น เรามีเพื่อนอยู่หลายช่วงวัย พออยู่โรงเรียนประถม เราก็ได้เพื่อนวัยประถม พออยู่มัธยมก็ได้เพื่อนวันมัธยม อยู่มหาวิทยาลัย ก็ได้เพื่อนมหาวิทยาลัย ทำงานก็ได้เพื่อนร่วมงาน แต่ถ้าถามว่า เพื่อนวัยไหนสนุกที่สุด ท่านบอกว่า เพื่อนวัยมัธยมปลาย เพราะวัยนั้น เรากำลังอยู่ในวัยรุ่น วันที่อยากลอง เป็นวัยที่ "งานกลุ่ม" กำลังเบิกบาน เพราะงานกลุ่ม ทำให้เราต้องนักเจอกันที่บ้านเพื่อน ที่โรงเรียน ซึ่งกว่าจะทำงานเสร็จก็ดึกดื่น บางครั้งเราไม่เคยนัดกินข้าวกันตามร้านอาหารในห้างฯ พออยู่กับเพื่อนวัยนี้ทำให้เรารู้จักร้านอาหารในห้างฯ มากขึ้น

ตอนอยู่มัธยมปลาย ผมมีหน้าที่เป็น "ผู้จัดการห้อง" จะคอยจัดการต่างๆ ทั้งงานกลุ่มทั้งห้อง ทำเวร รวมทั้งจัดบอร์ด ผมเลยเอาบอร์ดด้านหนึ่งของห้องทำเป็นวารสารของห้อง หาเพื่อนๆ ที่มีความถนัดในแต่ละด้าน มาทำหน้าที่เป็นคอลัมนิสต์ เขียนบทความด้านที่ตนเองถนัด มีทั้งหนัง ซุบซิบในห้อง เจาะประวัติเพื่อนในห้อง ความรู้คอมพิวเตอร์ แต่ที่ได้รับความสนใจที่สุด คือ ทำ vote (ได้รับแรงบันดาลใจจากคลื่นวิทยุ RVS ของ A-Time ซึ่งตอนนี้ไม่มีแล้ว ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนเป็น EFM มันก็ไม่เหมือนเดิม -- เดี๋ยววันหลังจะเล่าให้ฟังครับ กับวีรกรรมใน RVS) ซึ่งก็จะมีหัวข้อต่างๆ เช่น ดารา นักร้อง รายการโทรทัศน์ แต่พอหลังๆ เริ่มจะมีหัวข้อที่ตอบสนองความต้องการของเพื่อนในห้อง เช่น สุดหล่อ สุดสวย มีแม้กระทั่งดาวยั่วประจำห้อง แต่เชื่อไหมครับว่า ไอ้หัวข้อดาวยั่วนี่แหละ คนที่ได้ก็เคยเป็นผู้ชายมาแล้ว

พอถึงตรงนี้ ผมก็อยากจะหวนความทรงจำตอนนั้น กลับมาระลึกถึงอีกครั้ง ผมว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมรู้สึกมีความสุขที่สุด มีความสุขกับการทำงานร่วมกับเพื่อนๆ มีความสุขกับการเรียน (ถึงแม้ว่าผลการเรียนตอนเรียนมัธยมจะห่วยแตกมากๆ ก็ตาม) ผมว่าเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่าน blog ผม คงจะแอบคิดถึงอดีตอันแสนหวานของตัวเองแน่ๆ เลย ผมว่ามันไม่ผิดหรอกครับ ถึงแม้ว่าคนอื่นๆ จะหาว่าเราแก่แล้วก็ตาม แต่การคิดถึงความสุขนั้น ผมว่ามันช่วยทำให้ปัญหาต่างๆ ที่เราเจอในปัจจุบันนั้นมันเบาลงมากๆ เลยครับ เพราะผมจะคิดเสมอๆ เมื่อเจอปัญหาใหม่ๆ ว่า "ตอนนั้นยังแก้ปัญหาได้เลย ทำไมตอนนี้ถึงแก้มันไม่ได้แล้วล่ะ" พอคิดเสร็จ มันก็เลยมีกำลังใจทำงานขึ้นเป็นกองเลยครับ


สุดท้ายของวันนั้น คือข้อคิดประจำวัน เอาเรื่องเพื่อนไปดีกว่า ดังข้อความที่ว่า "เพื่อนกินหาง่าย ส่วนเพื่อนควายๆ หาได้แถวๆ ร้านเหล้า" (แทนที่จะชวนกันไปกินนม เฮ้ออออ)



Create Date : 30 กันยายน 2549
Last Update : 30 กันยายน 2549 0:55:44 น.
Counter : 206 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ต้นคุง ณ โดราเอมอน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ครัย

ตอนนี้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์

ความใฝ่ฝัน คือ อยากจะเรียนให้จบปริญญาเอก เพราะอยากสอนคนที่เป็นครู ให้เป็นครูสอนคนที่ดี (งงมั้ยเนี่ยะ!)

เคยออกทีวีด้วยครับ ไปเล่นเกมเศรษฐี The Champion ได้แชมป์ 7 สมัย (ออกอากาศวันที่ 8 - 21 กรกฎาคม 2549)

ตอนนี้ติด AF มากๆ ไม่รู้จะทำยังไงให้หายติด ติดมันทุก season ด้วย ใครสามารถพาเข้าบ้าน AF ได้จะขอแต่งงานด้วยเลย