Let's Go Green...
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
When You Are a Working Mom

การเป็นแม่บ้านทำงานเนี่ย มันเหนื่อยสาหัสเลยค่ะ และเป็นงานที่ non-stop ด้วย คือลองคิดดูว่า หน้าที่แม่บ้านทั้งหลายที่คุณแม่บ้านทุกคนต้องทำอยู่แล้วทุกวัน บวกรวมกับการทำงานนอกบ้าน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เข้าไปอีก บวกกับการมาอยู่ต่างแดน ไม่มีญาติพี่น้องช่วยดูลูกๆ ไม่สามารถมีพี่เลี้ยง คนรับใช้ คนสวน คนขับรถอีก ทุกอย่างต้องทำเองหมด

การเป็นแม่บ้านยังรวมไปถึงการจัดการอย่างอื่นๆด้วย เช่น การรับส่งลูกๆไปทำกิจกรรม การจ่า่ยค่าสาธารณูปโภค การนัดและไปตามนัดหมอและหมอฟัน การพาลูกๆไปบ้านเพื่อน และเตรียมทุกอย่างให้ลูกๆตามที่โรงเรียนสั่งมา จัดการกับการบ้าน การอ่านหนังสือ ฯลฯ

ที่จริง แม่อ้อนี่โชคดีมากๆที่คุณสามีช่วยเลี้ยงลูกๆอย่างมากมาย ว่าไปตอนที่สองสาวเล็กๆ เค้าเลี้ยงมากกว่าแม่อ้ออีก เค้าเลี้ยงกลางวัน เราเลี้ยงกลางคืน สลับกัน ปัจจุบันคุณสามี ช่วยงานบ้านเยอะมาก ทั้งซักผ้า ทั้งทำความสะอาด และดูแลน้องหมา

ช่วงแรกๆที่มีลูกๆ บอกตรงๆว่าไม่มีความสุขเท่าไรเลย เพราะว่ารับสถานภาพใหม่ของตัวเองไม่ได้ รู้สึกว่าตัวเองครึ่งๆกลางๆ ทำหน้าที่แม่ก็ไม่เต็มที่ ทำงานก็ไม่เต็มที่ ไม่สมบูรณ์ไปสักอย่าง ต่อมาก็ค้นพบว่า เราเองคาดหวังจากตัวเองมากเกินไป กดดันตัวเองมากเกินไป พยายามทำทุกอย่างให้ดีเลิศ ทำตามความคาดหวังของคนรอบข้าง (ที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวเรา) มากเกินไป มันก็เลย overload แล้วก็เลยไ่ม่มีความสุขกับตัวเองมากเท่าที่ควร

ก็เลยเริ่มปล่อยวาง พยายามลดความกดดันให้ตัวเอง (และครอบครัว) ทำได้อย่างไร ก็ไม่ยาก set priorities ให้ตัวเอง

คนอื่นไม่ทราบนะคะ แต่สำหรับตัวแม่อ้อแล้ว ครอบครัวและงานต่างมีความสำคัญกับความสุขของแม่อ้อ สองอย่างต้องควบคู่กันไป ครอบครัวสำคัญมากกว่างานแน่นอนอยู่แล้ว แต่การทำงานทำให้ตัวเองรู้สึกได้ใช้สิ่งที่เรียนมา ได้ติดต่อกับผู้คนที่อยู่ในสายงานเดียวกัน มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน และได้แก้ปัญหาที่นอกเหนือไปจากเรื่องในบ้าน

ส่วนการเป็นแม่บ้าน เป็นงานที่รักมากกว่างานประจำ เพราะทำให้กับคนที่เรารัก (ทั้งสามคนกับหนึ่งตัว แถมปลาอีกหนึ่งตัว) ถึงแม้เสียงเด็กๆบ่น เวลาเด็กๆดื้อ ทะเลาะกัน จะสร้างความปวดหัวให้อยู่บ่อยๆ แต่ตัวเองและสามีคิดเสมอว่า เราโชคดีมากๆ ที่ได้เลี้ยงลูกๆกันเอง สามีสามารถปรับเวลาทำงานมาอยู่บ้านเลี้ยงลูกๆได้ตอนที่พวกเขายังเล็ก เราได้เห็นเค้าเติบโต พัฒนาการไปตามวัยของเขามาโดยตลอด ได้ให้เวลากับลูกๆอย่างเต็มที่จริงๆ

ปัจจุบัน

- เวลาอยู่กับลูกๆ แม่อ้อจะไม่คิดเรื่องงาน จะพยายามลืมเรื่องงานไปให้หมดตอนขับรถกลับบ้าน พอเข้าบ้านปุ๊บ ลูกๆมาก่อนเลย ไม่แม้แต่ถอดรองเท้า ถอดเสื้อโค้ท แม่อ้อจะพุ่งเข้าใส่ลูกๆเลย เพราะรู้ว่าเค้ารอเราอยู่ หลังจากนั้นก็จะอยู่กับลูกๆตลอด ทำกับข้าวไปก็จะคุยกับเค้าไปตลอด ใช้เวลาช่วงเช้าช่วงเย็นให้มีค่าที่สุด ให้มีความสุขที่สุดกับลูกๆ

- ถ้าต้องไปทำงานต่างเมือง แม่อ้อจะเซทเวลาโทรหาลูกๆทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะโทรหา นัดเวลากันแน่นอน ช่วงหลังนี่ลูกๆอ่านหนังสือออกแล้ว ก็ใช้อีเมลหาคุณสามี ให้ลูกๆอ่านอีเมลจากแม่

- ไม่เอาความเครียดเรื่องงานมาเป็นอารมณ์กับที่บ้าน คิดอยู่เสมอว่า We work to live, not live to work! งานไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต อย่าไปอินกับมันมาก

- ใช้เวลาตอนขับรถมาทำงานตอนเช้า 15 นาที คิดว่าแพลนว่าวันนี้ต้องทำงานอะไรบ้างให้เสร็จ ใช้เวลาตอนขับรถกลับบ้าน คิดว่ามีเรื่องอะไรบ้างของลูกๆที่เราต้องจัดการในคืนนั้นๆ

- เลิกรู้สึกผิดที่ตัวเองมาทำงาน ไม่ได้อยู่บ้าน การทำงานก็เป็นหน้าที่หนึ่งของแม่เหมือนกัน

- พยายามรักษา routine ให้ได้มากที่สุด จัดไปเลยว่าวันไหนเป็นวันซักผ้า วันไหนวันจ่ายตลาด

- อย่าไปตอบรับทำอะไรเพราะความเกรงใจคนอื่นมากเกินไป วันเสาร์อาทิตย์ควรเป็นเวลาพักผ่อนของครอบครัว อย่าไปนัดทำอะไรมากมาย

- คนเราไม่จำเป็นต้องดีเลิศตลอดเวลา การเลี้ยงลูกไม่ใช่การแข่งขันกับใคร เป้าหมายคือการทำให้ทุกคนมีความสุข เติบโตเป็นคนมีคุณภาพ รักการเรียนรู้

- หาเวลาไปไหนคนเดียวบ้าง ให้เวลาส่วนตัวกับตัวเองบ้าง อย่างแม่อ้อนี่ จะออกไปทานข้าวเย็นกับเพื่อนที่ทำงานเดือนละครั้ง แต่จะกลับบ้านสองทุ่มครึ่งทุกครั้ง เพราะต้องมากู้ดไนท์ลูกๆก่อนนอน เป็นเรื่องสำคัญของบ้านเราค่ะ

สรุปว่า การที่จะเป็นแม่บ้านทำงานได้อย่างมีความสุข ต้องรักษาสมดุลของการใช้เวลา อย่าเอางานมาปนกับเวลาที่เป็นแม่บ้าน จัดการกับเวลาดีๆ แล้วก็จะสามารถลดความเครียด เพิ่มความสุขในชีวิตได้ค่ะ


Create Date : 09 มกราคม 2552
Last Update : 9 มกราคม 2552 3:51:15 น. 13 comments
Counter : 363 Pageviews.

 
เคยได้อ่านหรือฟังจากที่ไหนสักแห่งที่เค้าบอกว่า ต้องรักษาสมดุลย์ให้ได้ระหว่าง งาน ครอบครัว และเวลาส่วนตัวค่ะ จัดเวลาได้ลงตัวเท่าๆกันแล้วจะดี

นับถือแม่ๆทั้งหลายที่ต้องทำงานเต็มเวลาจริงๆค่ะ อ๊อฟนี่แค่ทำงานอย่างเดียวไม่มีลูกให้ดูแลก็เหนื่อยแย่แล้ว


โดย: Offita IP: 65.82.240.14 วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:5:17:17 น.  

 
Wadee ka.


โดย: CrackyDong วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:6:03:42 น.  

 

พี่อ้อ บล็อกหน้านี้โดนใจคิตจริงๆ ค่ะ

ช่วงแรกๆ ที่คิตทำงาน ยังปรับตัวได้ไม่ดีพอ พึ่งจะได้เรียนรู้งานใหม่ ใช้เวลาในที่ทำงานมาก แล้วต้องรีบกลับบ้านมาเพื่อที่จะได้มาดูลูกต่อ แล้วแปะมือให้สามีไปทำงาน เราก็ดูลูกยาวจนถึงเข้านอน วนเวียนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตอนนั้นทั้งเหนื่อย (มากๆ) แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองดูแลลูกได้ไม่ดีพอ เกิดอะไรขึ้นหลายๆ อย่างด้วย

ตอนนั้นเครียดมากๆ เลยค่ะ รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ คิดไปถึงแม่คนอื่นๆ ว่าเขาทำกันยังไง ทำไมคนอื่นทำกันได้

คิดไปถึงว่า เวลาของฉันหายไปไหน ทำงานๆ แล้วก็ต้องรีบๆ กลับบ้าน มาดูแลลูกต่อจนเข้านอน (สภาพของตัวเองก็นะ พาลูกเข้านอน หัวตัวเองถึงหมอนก็หลับก่อนลูกค่ะ) งานบ้านนี่ไม่ต้องพูดถึง


ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ กว่าจะปรับตัวและทุกอย่างได้ แม้ตอนนี้บางครั้งจะลงตัวบ้างไม่ลงตัวบ้างแต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี (และขอให้ลงตัวแบบนี้ไปเรื่อยๆ)


โดย: Kitty_PoPo วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:6:07:59 น.  

 
แวะมาทักทายคะ


โดย: ApPleNarak999 วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:8:34:23 น.  

 
I always wonder what would my life be if I had a baby one day.

Hope I can do both well as you.



โดย: yr_naughty_annie วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:10:10:10 น.  

 
สู้ๆๆค่ะ คุงแม่อ้อ เอาใจช่วย
นู่กิ๊ก้ออยากมีลูกแล้ว แต่ยังกัวว่าตัวเองจะเป็นแม่ที่ดีไม่ได้ เรยไม่กล้าจะตัดสินใจมี
จะเอาแม่อ้อเป็นแบบอย่างนะค่ะ สู้ๆๆ
แม่อ้อมีลูกแฝดเหรอค่ะ เหอเหอ แฟนนู่กิ๊กก้อมีเชื้อแฝด นี่แหละ ที่กัว กัวเหนื่อยเปนสองเท่า ฮ่าฮ่า


โดย: Gigg_Pat วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:10:37:06 น.  

 
เก็บเอาไว้เป็นข้อมูลเวลาจะมีเจ้าตัวน้อยค่ะ
มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ
โดยเฉพาะประโยคที่ว่า
"We work to live, not live to work!"



โดย: ColaGirl วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:10:45:47 น.  

 
อ่านแล้วเราถึงได้นิยมในตัวอ้อไงว่า
เก่งทั้งการเป็นคุณแม่ลูกสองและก็ยังสามารถ
ทำงานได้เลย ... เรียกว่างานหนักทั้งคู่
แต่ว่าอ้อก็ทำได้ดีนะจ้ะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้
รู้จักอ้อเป็นการส่วนตัวมาก แต่ว่าจากการ
อ่านเรื่องราวของสองสาวและก็อ่านจาก
เม้นท์ที่คุยกัน เราก็ว่าอ้อและก็เพื่อนๆ
อีกหลายคนในบล็อกที่เป็นคุณแม่ด้วยทำงานด้วย
เก่งอ่ะ ..

เราล่ะอายเลยเพราะว่าขนาดไม่มีลูก
ความรับผิดชอบกับอะไรสักอย่างยังมีไม่
เต็มที่เลยอ่ะจ้ะ .. อายมากๆ ด้วยซ้ำ .. แงๆ


โดย: JewNid วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:11:06:21 น.  

 
อ่านแล้วทึ่งในตัวคุณแม่มาก ๆ เลยค่ะ


โดย: edelweiss วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:16:06:03 น.  

 
น้องอ้อแบ่งเวลาเรื่องงานและครอบครัวออกจากกันได้อย่างเด็ดขาดอย่างนี้ดีจังค่ะ
ทึ่งแม่บ้านที่ทำงานนอกบ้านและต้องดูแลบ้านด้วยจังค่ะ
น่าภูมิใจนะคะที่ทำทั้งสองอย่างได้ในเวลาเดียวกัน



โดย: ปูขาเก เซมารู วันที่: 10 มกราคม 2552 เวลา:8:40:17 น.  

 
มาให้กำลังใจแม่อ้ออีกที สู้สู้


โดย: Gigg_Pat วันที่: 11 มกราคม 2552 เวลา:14:50:14 น.  

 
อ่านแล้วต้องยกนิ้วให้เพื่อน ที่สามารถแบ่งเวลาได้ลงตัวอย่างนี้ ขนาดเราลูกคนเดียว ยังเหนื่อยแทบแย่ แล้วอ้อมีทีเดียว 2 ยิ่งต้องเหนื่อยกว่าเราเป็น 2 เท่า นับถือๆ

ปล. ช่วงนี้ที่กรุงเทพก็เกิดอะไรม่ายรู้ อากาศเย็นม๊ากกก ได้ใส่เสื้อหนาวมากกว่าปีอื่นๆเลยอ่ะ


โดย: ครอบครัวตัว น วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:21:30:43 น.  

 
ตามมาอ่านย้อนหลังจ้ะ ... อ่านแล้วก็แอบชื่นชมน้องอ้อมากขึ้น (เดิมก็ชื่นชมอยู่แล้วค่ะ) ที่น้องอ้อทั้งทำงานและทำหน้าที่แม่ได้อย่างสมบูรณ์ ที่สำคัญคือมีสองสาวซึ่งทุกอย่างต้องคูณสอง .... พี่รู้ดีค่ะว่ามันเหนื่อยขนาดไหน เพราะขนาดตัวเองเลี้ยงลูก และดูแลงานบ้าน ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ยังเหนื่อยหมดแรงทุกวัน

ดีใจด้วยค่ะที่หาสมดุลให้ตัวเองได้ และมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ .... เป็นกำลังใจให้นะคะ


โดย: VA_Dolphin วันที่: 15 มกราคม 2552 เวลา:9:31:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
แม่ลูกแฝด
Location :
Eastern United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add แม่ลูกแฝด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.