Group Blog
 
<<
กันยายน 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
15 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
9. Eight Mile Plains มันอยู่ที่ไหน สงสัยจะเป็นทะเลทราย

ตอนที่ 9 : Eight Mile Plains มันอยู่ที่ไหน สงสัยจะเป็นทะเลทราย

Sun 8-Sep-2002

อะฮ้า... วันนี้วันอาทิตย์ ซื้อตั๋ว Off peak แล้วครับ ไปไหนกันดี ไม่รู้สิ ไม่รู้เหมือนกัน งั้นนั่งรถเมล์ไปลงในเมืองก่อนดีกว่า แล้วค่อยสุ่มไป ตัดสินใจได้เช่นนั้นแล้ว ก็ไปลงที่สถานี South Bank ครับ เพราะมันมีแค่สองทาง คือ ไป กับ กลับ ถ้าไปลงสถานีในเมือง อาจจะงง เพราะมันมีหลายแพลทฟอร์ม (ชานชาลา) ไม่ได้หรอก เดี๋ยวคนอื่นจะรู้ว่าเราบ้านนอก ฮี่ๆๆ ไม่ยอมๆ

นั่งอยู่ สักพัก ดูว่ารถเมล์คันไหนที่ "งาม" น่าขึ้น มีหลายคันผ่านไป เขียนหน้ารถว่า "Garden City" ก็เดาว่า มันคงจะเป็นสวนสาธารณะประจำเมืองมั้ง คงจะใหญ่น่าดู เพราะมีรถไปที่สวนนี้เยอะจัง ขนาดวันอาทิตย์ ยังมีผ่าน แทบจะทุก 10 นาที

ก็กะว่าจะลองไปสวนนี้แหละ ดูซิว่าจะใหญ่แค่ไหน สู้หนองประจักษ์ ที่อุดรได้มะ อิอิ พอดีมีรถคันนึงวิ่งมา เขียนว่า "Eight Mile Plains via Garden City" อ๊ะ ที่ไหนอะ ชื่อเพลนๆ ฟังดูเหมือนทะเลทรายเลย ยิ่งได้ข่าวว่า แถวนี้ร้อนด้วย ดีเหมือนกัน เกิดมาไม่เคยเห็นทะเลทราย ไปดูดีกว่า อีกอย่างมันต้องผ่าน สวนที่อยากไปอยู่แล้วด้วย ก็เลยขึ้นคันนี้

อ่านๆไปคงจะงงใช่มะ ว่า ไอ้ Eight Mile Plains มันฟังดูเหมือนทะเลทรายตรงไหน ก็เห็นคำว่าเพลนๆ อะไรประมาณเนี้ย ก็คิดไปว่า ไอ้คำว่า plain มันน่าจะใช้ตั้งชื่อ ที่ที่มันไม่มีอะไรเลย ซึ่งก็น่าจะเป็นทะเลทราย แล้วก็มานึกถึงคอม คำว่า plain text ก็แปลว่า ตัวหนังสือเพียวๆ ก็น่าจะความหมายไปทางเดียวกัน อะไรแบบนี้

วันนี้เลยได้หน้าแตกสองรอบ รอบแรก พอรถวิ่งผ่าน Busway ไปจนถึง Garden City ถึงได้พบว่า Garden City มันไม่ใช่สวน แต่มันเป็น "ห้างสรรพสินค้า" โอ๊ยตายอายจังเลย มิน่าล่ะ ตอนที่พูดกับพี่อีกคนว่า City Garden อยู่ที่ไหน เค้าถึงได้พูดย้ำและแก้ให้ว่า Garden City (ยังมีหน้าไปถามเค้าอีกนะ ว่าทำไมวางคำสลับกันแบบนี้ แน้...)

พอผ่านห้างที่ว่าไปแล้ว นึกว่าจะไปทะเลทราย ที่ไหนได้ ไม่มีทรายสักแอะ แต่ความจริง เขาก็ตั้งชื่อได้ถูกแล้วล่ะ เพราะว่ามัน Plain จริงๆ ไม่มีอะไรเล้ยยยยยยย... แม้แต่คน... -_-'' แล้วมาสร้างสถานีจอดรถเมล์ใหญ่โตไว้ทำไมเนี่ย...

สรุปว่า โครงการเที่ยวทะเลทรายของนายดอส ก็เลยเป็นอันแห้วแดก เพราะความเข้าใจผิด 555

แหม ตามสไตล์นายดอส เหมือนครั้งที่เข้ากรุงเทพใหม่ๆ นั่งรถเมล์เที่ยว ไม่เคยหรอกครับ ที่จะกลับด้วยรถสายเดิม หาสายอื่นไปต่อสิครับ จำไม่ได้หรอกว่า กลับมาสายอะไร รู้แต่ว่ามันมาทาง Logan Road แล้วก็วนไปวนมา สุดท้ายมาโผล่ที่ ศาลากลางจังหวัด เอ๊ย City Hall อิอิ

ยังไม่ค่ำเลย แค่บ่ายโมงเอง ไปไหนดีล่ะทีนี้ จะกลับบ้านเลยก็เสียดายตั๋ว ตั้งร้อยกว่าบาทแหนะ ไม่ได้ต้องใช้ให้คุ้ม แต่ไม่รู้เลยจะไปไหนดี ไปซื้อแผนที่ก่อนดีกว่า ว่าแล้วก็เดินไปหาซื้อแผนที่บริสเบน ได้มาอันนึง แพงจังเลย..... $7.95 หวา ตั้งหลายร้อย

ยังไม่ทันได้ตัดสินใจว่าจะไปไหนดี มีรถเมล์ผ่านมา เขียนว่า Parkinson Via Sunny Bank อ๊ะ คุ้นๆ เหมือนมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันเค้าพักอยู่ที่นี่ ไม่ได้การแล้ว ต้องไปดูให้เห็นกับตา เค้าว่ามันไกลหนิ งั้นไปเลย ยิ่งไกล ยิ่งคุ้มค่าตั๋ว อิอิ

นั่งไปเรื่อยๆ โอ้โห ไกลจริงๆครับท่าน ไกล มากกกกกกกกกกกกกกกกกกก นั่งรถจนตูดงอกราก มันดูจะไกลออกไปเรื่อยๆ ผ่าน Sunny Bank ก็แล้ว ยังไม่มีแววจะสุดสาย ชักหวั่นว่าถ้าไม่มีรถกลับจะทำยังไง แต่ก็ยังสงวนท่าที

สิ่งที่ทำให้ท่าทีสงวนไม่อยู่ก็คือ คนอื่นๆบนรถ ลงกันหมดแล้ว น่ะสิครับ ไม่ไหวแล้ว เค้าจะพาเราไปนอกเส้นทาง ล่อลวงไปข่มขืนหรือเปล่าเนี่ย โหย กลัวจังเลย ยิ่งอ่านเจอบ่อยๆในไกลบ้านว่า เด็กนักเรียนต่างชาติ ถูกพวกคนขับรถเมล์ทำมิดีมิร้าย โอ้ไม่ได้การ (ตอแหลจริงๆ 555)

ไม่หรอกแหม ก็แค่อยากรู้ว่า เมื่อไหร่จะสุดสาย ก็เดินไปถามเค้าว่า ใกล้สุดสายหรือยัง ถ้าสุดแล้วบอกด้วยนะ เค้าก็ถามว่าจะไปลงไหน จะไปตอบได้ไงละว่าไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน เดี๋ยวเค้าจะหาว่าบ้าเอาได้ ไม่ควรๆ อิอิ ก็เลยบอกเค้าไปว่า อ๋อ ไม่รู้เหมือนกัน จะมาหาเพื่อนน่ะ แล้วเพื่อนมันให้ขึ้นสายนี้ แล้วไปลงที่สุดสาย ถ้ายังไง สุดสายแล้วบอกด้วยแล้วกัน (มุขหากินแก้เก้อ ตั้งแต่สมัยนั่งรถเมล์เที่ยว ที่กรุงเทพแล้วล่ะ 555)

เค้าก็ขับไปอีกพักนึง เหมือนเข้าไปในหมู่บ้านจัดสรร แล้วอยู่ๆก็หยุด บอกว่า สุดสายแล้ว ก็ต้องลงน่ะสิ แต่ตายแล้ว รอบๆมีแต่บ้านคน ไม่มีร้านขายของสักร้าน หิวก็หิว นี่มันจะบ่ายสามอยู่แล้ว น้ำก็ไม่มี อะไรก็ไม่ได้เอามา วิ่งไปดูป้ายบอกเวลารถเมล์ รถเมล์คันต่อไปที่จะออกจากตรงนั้นคือ สี่โมงเย็น เห็นแล้ว อยากกลั้นใจตาย ไม่มีอะไรจะทำเลย คว้านดูในกระเป๋า เผื่อจะมีอะไรอ่าน ก็ไม่มีอะไรอื่น นอกจาก "พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธะสัญญาใหม่" เล่มเดียว ซึ่งผมจะพกไปไหนมาไหนติดตัวตลอด เอ๊า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว วันนี้เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว เอาทางพระทางเจ้าเข้าข่ม อ่านพระคัมภีร์รอรถเมล์ไปพลางๆละกัน...

สุ่มเปิดอ่าน เปิดเจอตอนไหนไม่เจอ ดันเจอเอาตอนที่พระเยซูหักขนมปังแจกสาวก... เอ่ากรรม เรียกน้ำย่อยอีกแล้ว

โอ้โหคุณเอ๊ย พอรถเมล์มาตอนสี่โมงเย็นแค่นั้นแหละ ยิ่งกว่าพระเยซูมาโปรด แทบจะวิ่งกระโดดหอมแก้มคนขับรถ กลับเข้ามาในซิตี้ได้ วิ่งขึ้นรถกลับบ้านทันที ถึงบ้านวิ่งชนตู้เย็น หาของกินเป็นพัลวัล หิวไส้แทบขาดเลยคุณ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หากจะไปนั่งรถเมล์เที่ยวที่ไหนก็ตามที่ไม่รู้จักมาก่อน ให้พกขนมนมเนยและน้ำ พร้อมหนังสือสักเล่ม ติดตัวไปด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว คุณจะเสียใจ...

-----------------------------------------------
อ่านเรื่องเล่า พร้อมภาพประกอบ ได้จาก
//dosday.com
เรื่องเล่าจากไดอารี่ชาวบ้านไกลของนายดอส
-----------------------------------------------



Create Date : 15 กันยายน 2548
Last Update : 15 กันยายน 2548 23:28:55 น. 4 comments
Counter : 413 Pageviews.

 
ตลกมากครับท่าน ..... หนุกหนานมาก


โดย: POL_US วันที่: 7 ตุลาคม 2548 เวลา:14:22:03 น.  

 
พี่ดอส เป็นคนเล่าเรื่องได้ฮาเฮ เลยนะค่ะ

เล่าทีนุ้ยหนุ่ยนึกภาพตามว่าไปเที่ยวกับพี่ดอสด้วยเลย



โดย: nuinuinaka (nuinuinaka ) วันที่: 13 มีนาคม 2550 เวลา:12:29:06 น.  

 
มาปัดผุ่นให้ครับ


โดย: DAN_KRAB วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:21:03:12 น.  

 
อุ้ย คุณดอสนี่ แต่ก็บ้านเราก็อยู่แถว Eight Mile Plains น่ะ มาหาว่าเป็นแถวทะเลทรายไปได้

แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่แถวป่า แถวทะเลสาบเทียมแล้ว หุๆๆ อยู่บริสเบน ที่ forest lake จ้าตอนนี้


โดย: n_nacha IP: 203.49.205.73 วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:9:20:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดอส
Location :
Brisbane QLD Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.