Group Blog
 
 
มกราคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 มกราคม 2548
 
All Blogs
 
4. เรื่องหนุกๆระหว่างทาง (ตอนที่ 2)

พอมาถึงสิงคโปร์ ตายละสิ เกิดมานั่งเครื่องก็ไม่เคยทรานสิตทรานสเฟอร์เลย เครื่องกรุงเทพ-อุดร มันก็ไม่เคย ให้ทรานสเฟอร์ที่ขอนแก่น โคราช สักที ทำไงน้อทีนี้ จะเดินตามคนอื่น มันก็ไม่รู้จะตามใครดี เดินกันคนละทิศละทาง เอาวะ ตายเป็นตาย 2 ชม. ไม่รู้เรื่องให้มันรู้ไป เดินอ่านตามหน้าจอแสดงสายการบิน (แกล้งฟอร์มว่าดู ความจริงยืนเฉยๆ เพราะมันเยอะจัด ลานตา หาไม่เจอ ความจริงไม่รู้ด้วยแหละ ว่าจะดูอะไร 555) สักพักได้ยินเสียงคนไทยพูดกัน "นั่นไงๆ บริสเบน เกท F42" โอ้ หูผึ่งเป็นหูช้างเลย (แต่ก็ยังคงแกล้งไม่ใส่ใจ อิอิ) หลังจากนั้นก็ค่อยๆ สังเกตดูว่า เกทไหนอยู่ไหน แล้วก็เดินไปจนถึงจนได้

เอาละสิ มีเวลาตั้ง ชม.ครึ่ง ทำไรดีหนอ เดินชมสถานที่ดีกว่า เอ ผมบอกไปหรือยังนะว่า เป้ที่ผมแบกอยู่เนี่ย มันหนัก 18 กิโล ด้วยความโง่ บวก ง่วง เดินแบกครับ ไม่ใส่รถเข็น เดินอยู่ ชม. เต็มๆ ถึงได้สำเหนียกว่า กูนี่ ช่างโง่ สมเป็นบัฟฟาโล่ ให้พ่อขายนาส่งไปเรียนจริงๆ ก็เลยหารถเข็นมาใส่ แล้วค่อยเดินชมสนามบินต่อจนทั่ว ก็ใกล้ได้เวลาเครื่องออก


แต่... อย่างว่า ชีวิตผม ไม่เคยมีอะไรราบรื่น... ก็มันดันเปลี่ยนเกทน่ะสิ พอไปถึง จาก F42 ดันเป็น G57 ซะได้ ต้องเข็นรถเข็นวิ่งน่ะสิครับ วิ่งๆๆๆๆๆ เสียงล้อนี่ก็ดังซะ แต่รีบหนิ ทำไงได้ พอไปถึงเค้ากำลังจะขึ้นเครื่องกัน ขอบคุณพระเจ้า มาทันพอดี

ตอนที่กำลังจะร่อนลงที่สนามบินสิงคโปร์ มันเป็นเวลากลางคืนแล้ว มืดแล้วว่างั้นเถอะ ผมก็เลยไม่ได้เห็นอะไรเลย แต่หลังจากเดินแบกเป้ เหนื่อยแทบตายรอบสนามบิน รู้สึกว่ามันไกลมาก ก็เลยเกิดความอยากรู้อย่างแรง ว่ามันใหญ่โตแค่ไหนกัน เก็บเอาไว้ในใจจนกระทั่ง พยายามมาค้นหารูปในเน็ตทีหลัง เจอรูปที่ถ่ายตอนกลางวัน ถึงได้รู้ว่า โอ้โห มันใหญ่โตจริงๆเลยนะเนี่ย

หลังจากยืนเข้าแถวรอตรวจสิ่งของสักพัก ก็ถึงคิวผมต้องตรวจแล้ว อีตอนเดินผ่านเครื่องตรวจโลหะ เครื่องมันร้องระงมเลย... ก็ผมลืมล้วงเหรียญใส่ตะกร้า ที่เขายื่นมาน่ะสิ อายจังเลย คนก็ม้องมอง

ก็เป็นอันว่า ไม่ตกเครื่อง ผ่านโปรรอบสอง ในขณะที่รอเดินเข้าท่อไปขึ้นเครื่อง มองออกไปก็เห็นตัวเครื่องบินที่จะนั่ง หน้าตาเป็นยังงี้ครับ

เครื่องที่ผมนั่งคราวนี้ เป็นลำใหม่ครับ เป็นรุ่น Boeing 777-200 Jubilee ซึ่งปกติ สิงคโปร์แอร์ไลน์ จะเอาไว้บินสายที่ไกล และคนไม่เยอะมาก เนื่องจากมันมีค่าใช้จายในการบินน้อยกว่า Boeing 747 พอสมควร แต่ก็จุได้น้อยกว่าเช่นกัน ส่วนการจัดที่นั่งภายในเครื่อง ก็เป็นอย่างที่เห็นในรูปครับ คือ 3-3-3

และก็เช่นกันครับ ทุกที่นั่งจะมีทีวีเล็กๆส่วนตัว ระบบต่างๆ เหมือนกับ Boeing 747 ที่นั่งมาจากกรุงเทพ จะต่างกันนิดนึงก็ตรงที่ทีวีจอยักษ์ ตรงกลางด้านหน้า ตอนนี้แยกร่างกลายเป็นทีวีเล็กๆ 4 จอแทน อ้อ ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกครับว่า เครื่องรุ่นอะไรบ้าง รู้แต่ว่า ต้องเป็นคนละลำแน่ๆ เพราะว่า ที่เก็บกระเป๋าเหนือหัวน่ะครับ มันไม่เหมือนกัน ลำก่อนมันจะเหลี่ยมๆ แหลมออกมา แต่ลำนี้มันมนๆ ลู่ๆไปหมด

ไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือโชคร้าย คราวนี้ถูกจัดให้นั่งอยู่หน้าปีกนิดหน่อย ได้เห็นวิวภายนอกที่ต่างออกไป คราวที่แล้วเห็นด้านหลังปีก คราวนี้เห็นด้านหน้าปีกครับ นั่งตรงนี้ ทำให้ผมเข้าใจถึงความรู้สึกของใครหลายๆคน ที่มีบ้านติดโรงงานมันสำปะหลัง ยังไงยังงั้นเลย เพราะว่า เสียงเครื่องยนต์ ดังมั้กๆ เลยครับ แต่ยังไงก็ตาม ทิวทัศน์ตรงนี้ ก็สวยไม่แพ้ด้านหลังปีกเลยเหมือนกัน

พอเครื่องทะยานผ่านพ้น ปลดเข็มขัดแล้ว ก็ง่วงมากถึงเวลานอน แต่พี่ๆแอร์โอสเตททั้งหลาย ก็ยังอุตส่าห์เอาอะไรมาให้กินอีกแล้ว ตอนนี้รู้งานแล้วหนิ คราวก่อนฟังแต่คำหลัง งั้นคราวนี้ฟังแต่คำหน้าก็แล้วกัน จะได้ไม่ซ้ำของเดิม แต่ก็นะ ภาษาย่ำแย่ ฟังไม่ทันน่ะสิ แต่ก็ไม่อยากกินพาสต้าอีก ก็เลยพูดว่า the first one please อิอิ สรุปว่า ได้กินอะไรก็ไม่รู้ มีขนมปังก้อนๆ แต่ก็มีเส้นๆ เหมือนพาสต้าด้วยแฮะ

ตอนที่เค้าเสริฟชา กาแฟ อันนี้ฟังออก เพราะเค้าพูดว่า Tea Coffee? Tea Coffee? ก็บอกเอากาแฟ แต่กินแล้ว แหวะ เหมือนอะไรสักอย่าง พอเค้ามาแจกรอบสอง ลองเปลี่ยนเป็นชาดูมั่ง ปรากฏว่า แหวะยิ่งกว่าเก่าอีก สรุปเลยขอ ออเร้นจุ๊ยส์ อันนี้ โอเค อิอิ

กินเสร็จ ก็ถึงเวลานิทรา ไม่รู้เผลอหลับไปเมื่อไหร่ สะดุ้งตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงเปาะแปะๆๆ นึกว่าเค้ารัดเข็มขัด กำลังจะลง ก็ดึงมารัดมั่ง แต่พอดูดีๆ อ้าวเค้าปลดเข็มขัดหนิ สงสัยเครื่องตกหลุมอากาศ นี่ถ้ามันตกแรงๆ คงดับดิ้นไปแล้ว เพราะมัวแต่นอน 555 พอเปิดทีวีดูแผนที่ อ้าวอีกตั้ง 6 ชม. กว่าจะถึง สรุปว่า ก็เลยนอนต่อ พร้อมกับแอบหน้าแตกอยู่คนเดียว อิอิ

นอกสักพัก เอาอีกแล้วครับ ปลุกมากินอีกแล้ว โอ๊ย อะไรเนี่ย กินๆนอนๆ ดูระยะทางก็ยังเหลืออีกตั้งเกือบ 5 ชม อ้อ ลืมบอกไป สิงคโปร์แอร์ไลน์เนี่ย เค้าจะมีจอโทรทัศน์เล็กๆ ให้แต่ละที่นั่งใช่ปะ ผมนะไม่ใช้ทำด๊อยอะไรเล้ย เอาไว้เปิดดูแผนที่ว่าไปถึงไหนแล้วอย่างเดียว

อีตอนกินรอบดึกนี่สิ อยากจะลุกไปตบกะโหลก ไอ้คนที่นั่งข้างหน้ามาก พอตอนกินเค้าจะให้เอาเก้าอี้ขึ้น เพื่อเอาถาดลงใช่ไหมล่ะ แต่ไอ้บ้าเนี่ย มันกินไว พอกินเสร็จ มันไม่ดูเลยว่าผมยังกินอยู่ มันก็รูดเบาะ พรืดดดด ลงมาอย่างแรง ดีนะที่น้ำอะไรมันไม่หกใส่ผม แค่หกใส่ถาด กำลังจะวีน พี่แอร์สาวสวยเค้ามาเห็นพอดี ก็เลยวีนให้แทน เป็นอันว่าผมก็ไม่ต้องเก๊กแตก อิอิ

สงสัยใช่ไหมล่ะ ว่า ภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่อง จะวีนเขายังไง จะบอกให้ก็ได้ว่า ไอ้คนนั้นมันก็คนไทยอะ รู้ได้ไง? ก็สังเกตจากตอนที่มันลุกแล้วหัวโขก มันร้องว่า "โอ้ยย แม่ง..."

ทีนี้หลับยาว ยาวแค่ไหนไม่รู้ พอตื่นขึ้นมาจะเช้าแล้วสิเนี่ยตีห้าแล้ว โหยเกิดมาเพิ่งเคยนั่งเครื่องช่วงเวลา รอยต่อระหว่างกลางวันกับกลางคืน ทุกทีไม่กลางวันแสกๆ ก็กลางคืนไปเลย

เพิ่งรู้ว่า ดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเครื่อง สวยไม่แพ้ดูบนยอดดอยเลยแฮะ มีเฉดสีตั้งแต่ดำ ค่อยๆไล่สว่างขึ้นทีละนิด จนถึงแดงส้ม งามแต้ๆ

พอใกล้ถึงปลายทาง กัปตันก็ให้รัดเข็มขัด แล้วสนามบินบริสเบนเนี่ยนะ มันจะต้องไปวนเหนือทะเลก่อน เพื่อมาที่ international runway เอียงไป ก็เอียงมา แหมลุ้นดีจัง จะหล่นมั้ยน้อ ยิ่งช้าๆเตรียมลงอยู่ด้วย อิอิ

ตอนนี้สว่างแล้ว มองลงไปเห็นอาคารสนามบินบริสเบน ถึงจะเป็นสนามบินเล็กๆ แต่ก็สวยมากเลยครับ

และแล้วก็ถึงพื้นโดยปลอดภัย อวัยวะครบ 32 ประการ...

อ้อ เพิ่มเติมต่อท้ายอีกนิดนึง คือเคยมีคนตั้งกระทู้ถามในพันทิป ห้องไกลบ้าน ว่า ถ้าจะต่อเครื่องจากอินเตอร์ เป็นโดเมสติค ที่สนามบินบริสเบน จะต้องนั่งรถไฟฟ้ายังไง แล้วผมบอกสลับกันไป คือความจริงสถานีรถไฟฟ้า โดเมสติค เป็นสถานีสุดท้ายขาออก จากในแผนผังคงจะเห็นนะครับ ว่าลักษณะของมันเป็นยังไง


(in bound) [ Brisbane City ] <<<--- [ International ] --- [ Domestic ] (out bound)


ดังนั้นถ้าใครมาต่อเครื่องที่นี่ ก็อย่าขึ้นสลับทิศก็แล้วกันครับ เดี๋ยวแทนที่จะได้ต่อเครื่องไปเมืองอื่น จะได้มาเที่ยวบริสเบนแทน...

Many thanks to //www.jetphotos.net for allowing me to use some photos from your site.

-----------------------------------------------
อ่านเรื่องเล่า พร้อมภาพประกอบ ได้จาก
//dosday.com
เรื่องเล่าจากไดอารี่ชาวบ้านไกลของนายดอส
-----------------------------------------------



Create Date : 24 มกราคม 2548
Last Update : 15 กันยายน 2548 23:32:45 น. 1 comments
Counter : 529 Pageviews.

 
หวาดดี ครับ


โดย: เทพเนว IP: 61.47.99.122 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:10:19:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดอส
Location :
Brisbane QLD Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.