Group Blog
 
 
มกราคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 มกราคม 2548
 
All Blogs
 
8. จุดเริ่มต้นของการอยากนั่งรถเมล์เที่ยว

ตอนที่ 8 : จุดเริ่มต้นของการอยากนั่งรถเมล์เที่ยว

Sat 7-Sep-2002

วันนี้พี่ชายสุดหล่อ ที่ทำงานที่ร้านด้วยกัน ชวนไปเที่ยวที่มหาลัยของเค้า Griffith University ตอนแรก ผมนึกว่าเป็น Griffith ที่อยู่ตรง South Bank ใกล้ๆในเมืองนี่ซะอีก แต่ที่ไหนกัน เอาเข้าจริง เป็นวิทยาเขตบ้านโคกอีโด่ยไปซะได้ (Nathan Campus) โคกไม่โคก คนเรียนที่ Nathan ก็ตัดสินเอาก็แล้วกัน อิอิ

พูดไปเดี๋ยวกริฟฟิทเค้าเสียหาย แก้ข่าวให้หน่อยละกัน Griffith Nathan เนี่ย ถึงมันจะอยู่ไกล แต่เค้าก็มี Busway ไปจ่อถึงประตูมหาลัยเชียวนะว่าไม่ได้ รถเมล์วิ่งกันพลุกพล่าน ยิ่งกว่าหนูในท่อระบายน้ำกรุงเทพเสียอีก

พอมาถึงตัวมหาลัยแล้ว ผมน่ะ ชอบป่าเขาลำเนาไพรอยู่แล้ว พอเจอมหาลัยในป่าบนเขา ก็รู้สึกชอบมากขึ้นอีก

ความจริงผมรู้สึกตื่นเต้น เลือดหนุ่มมันพลุ่งพล่าน จิตใจร้อนรุ่ม หัวใจเรียกร้อง (เวอร์จริงๆ อิอิ) ตั้งแต่ รถเมล์มันพาขึ้น Busway แล้วล่ะ เพราะผมเป็นคนที่ชอบมองอะไรจากมุมสูงๆ แบบเวลาขับรถบนทางด่วนที่กรุงเทพงี้ ถ้าช่วงไหนที่มีกำแพงกั้นเสียง ผมจะหงุดหงิดเล็กๆ เพราะมันมองไม่เห็นข้างทาง เห็นแต่ฟ้ากับเมฆ


ระหว่างทางที่มาจากในเมืองมาถึงเนทินเนี่ย มันก็จะเห็นอะไรเยอะแยะไปหมด บ้านเมือง ผู้คน ร้านรวง ป่าเขา ฯลฯ รวมทั้ง Griffith Mouth Gravatt ด้วย


ผมก็เลยแอบคิดอยู่ในใจว่า ต่อไป ว่างๆ นั่งรถเมล์เที่ยวดีกว่า ไม่แพงด้วยเพราะวันหยุดใช้ Off peak ticket ได้ทั้งวัน นั่งไปไหนก็ได้ กี่เที่ยวก็ได้ ไม่จำกัด จ่ายครั้งเดียว $4.60

ความรู้สึกเหมือน ตอนที่เข้ามาฝึกงานที่กรุงเทพใหม่ๆเลย ช่วงเดือนแรกที่เข้ากรุงเทพ หลังเลิกงาน วันๆไม่ทำอะไรเลย นั่งรถเมล์เที่ยว ดูกรุงเทพไปเรื่อยๆ สุดสายก็ต่อสายใหม่ อะไรแบบนี้

จากคนที่แทบจะไม่รู้จักอะไร ในกรุงเทพเลย กลายเป็นคนที่ รู้จักสถานที่ ในกรุงเทพ มากที่สุดในบรรดาเพื่อนๆ จากสารคาม ที่มาฝึกงานกรุงเทพด้วยกัน ถ้าไม่นับพวกเด็กรุงเทพ ที่ไปเรียนสารคามอะนะ อะไรประมาณนั้นเลย

ความจริงตอนนี้มันก็น่าจะสั้นๆ จบแค่นี้นั่นแหละนะครับ จบลงแบบว่า ไม่มีอะไรมาก แค่เล่าให้ฟังว่า ทำไมถึงเกิดของขึ้น อยากจะนั่งรถเมล์เที่ยว เพราะตอนนั้นเพิ่งมาได้ครึ่งเดือน ยังไม่รู้อะไรเลย

แต่ว่า พอดี มีอยู่วันนึง ไม่นานมานี้ ประมาณเดือนมีนา 2003 นี่เอง ผมก็กะว่า จะนั่งรถเมล์ไปถ่ายรูป Griffith Nathan Campus กับ Mouth Gravatt Campus เอามาลงไดอารี่ซะหน่อย ก็ไปเจออะไรน่าสนใจ เลยขอรวบยอดมาลงในตอนนี้พร้อมกันเลย เพราะมันเกี่ยวข้องกับ Griffith เหมือนๆกัน ถ้าทำให้สับสนเรื่องเวลา ที่สับไปมาบ้าง ก็อย่าว่ากันนะครับ ถือซะว่า ตอนก่อนนี้ ย้อนอดีตแล้ว ตอนนี้ก็ขึ้นไทม์แมชชีน ไปท่องอนาคตกันมั่งก็แล้วกัน อิอิ

ผมไปที่ Mt.Gravatt ก่อน ถ่ายรูปมาซะเยอะแยะร่วมร้อยรูปเลย เรียกว่า เดินขึ้นเขา ลงเขา ถ่ายมาซะทั่ว ไม่เว้น หอพักมหาวิทยาลัย ที่เอาไปแอบไว้ในดงนู่น อิอิ

เดินไปเดินมา กะจะอ้อมเขา กลับไปที่ Griffith University Busway Station ซึ่งเป็นสถานี ที่รถเมล์ ไปจอดสำหรับ Mt.Gravatt Campus แต่ปรากฎว่า ผมเดินผิดทางหงะ ก็เลยไปไม่ได้ ต้องเดินไป สถานีข้างๆแทน แต่ไอ้คำว่าข้างๆเนี่ย ระยะทางก็ร่วมกิโล เหมือนกัน เดินซะขาลาก เหอๆๆๆ สม เสือกโง่เอง

รถเมล์ที่ผมขึ้น มันไม่ได้วิ่งตรงไปที่ Nathan เลย แต่วิ่งไปที่ Garden City Shopping Center ผมก็เลยไปลงที่ Garden City แล้วก็ต่อรถไปที่ ์Nathan


แหม พล่ามอยู่ได้ ไม่เข้าเรื่องสักที เข้าแล้วครับๆๆๆ อย่าเพิ่งด่า อิอิ

พอตอนถึง Nathan เนี่ย กำลังจะเริ่มถ่ายรูป ปรากฏว่า ก็เจออะไรที่ทำให้ผมอึ้งมาก เพราะผมเห็นคนพิการคนนึงอะสิครับ ฟังดูก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกใช่ปะครับ แต่ผมเห็นแล้ว อายมาก ไม่อยากเชื่อเลยว่า เค้าไม่มีแขน ไม่มีขาสักข้าง แต่ดูเค้ามีชีวิตชีวา มีความหวังในชีวิต ผมว่ามากกว่าผมด้วยซ้ำไปมั้ง ผมเองตอนนี้ เหมือนคนไม่มีเป้าหมายในชีวิต ยังไงพิกล

ตอนแรก ผมเห็นเค้าขับรถเข็นของเค้ามา ผมไม่ได้ดูดีๆ ก็นึกว่า เป็นคนขาพิการธรรมดา แต่พอดูดีๆ ว้ากกกกกกกกก เค้าเหมือนเอาเอวเดินเลยอะ ดูที่รูปก็แล้วกัน จะรู้ว่า เค้าไม่มีอะไรเลยจริงๆนะ

แต่แหม ก็มีเพื่อนที่ดูรูปแล้วถามมาอะนะว่า เค้าไม่มีขาเลยแบบนี้ เวลาเค้าเดิน ไอ้นั่นเค้าจะไม่โดนทับเหรอ? ผมก็นะ ไม่รู้จะตอบว่ายังไง ก็เลยตอบว่า "ไม่รู้สิ ไม่ได้ขอจับดูว่ามันถูกทับหรือเปล่า" เอ๊อออออ คนเรา ถามไรไม่ถาม (แต่อันที่จริง ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะนั่นน่ะ ว่าแต่เขา 555)



ทีนี้ ด้วยความที่ผมก็มีเพื่อนเป็นคนพิการ แต่รายนั้น เค้าประสบอุบัติเหตุ แล้วเสียขาไปข้างนึง จากคนที่เคยมี แล้วไม่มี ก็เลยรับไม่ได้ แฟนก็ทิ้ง คิดฆ่าตัวตาย คิดสั้น คิดมาก คิดมาย ฯลฯ ชีวิตนี้เหมือนหมดแล้วทุกสิ่ง อะไรประมาณนั้นเลย ผมก็อยากจะถ่ายรูปเค้าไปให้เพื่อนดู

แต่อยู่ดีๆจะไปขอถ่าย ก็กลัวเค้าจะโกรธ เพราะปกติ คนพิการ มักจะไม่ชอบใครมาถ่ายรูปตัวเอง ก็เลยตัดใจ เดินผ่าน แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง แล้วปรากฎว่า เค้ายิ้มให้หงะ เลยสองจิตสองใจ ว่าจะขอถ่ายดีไหม แต่ก็ยังไม่กล้า เลยหันไปถ่ายรูป รถบัส ของ Griffith แก้เขินแทน ไป 1 รูป ก่อน (ไม่รู้ถ่ายมาทำด๊อยอะไรเหมือนกัน) แล้วค่อยฮึด ไปขอเค้าถ่ายรูป ก็บอกเหตุผลเรื่องเพื่อนอย่างที่เล่าไปตะกี้

แบบว่าผิดคาดมากครับ นอกจากเค้าไม่อายแล้ว เค้ายังยินดีอย่างแรง ที่จะให้ถ่าย และเอาเรื่องของเค้า ไปเล่าให้เพื่อนฟัง นอกจากนั้น เค้ายังเป็น ผู้กำกับการถ่ายภาพ ว่า ให้ถ่ายแบบนั้นแบบนี้ แล้วก็เรียกผู้หญิงคนนึงที่นั่งแถวนั้น มาให้ช่วยถ่ายรูปผมคู่กับเค้าด้วย ผมนี่เหวอไปเลย

เค้าบอกว่าถึงเค้าจะพิการ แต่ว่า "Attitude is altitude" เค้าก็ยังสามารถเขียนตัวหนังสือได้บ้าง ถึงแม้จะไม่ดีอย่างที่คนอื่นทำได้ แต่อย่างน้อยก็แจกเบอร์โทร อีเมล์ และเว็บไซต์ได้ จากในรูปคงจะเห็นนะครับว่า เค้าเขียนยังไง อ้อผมลืมเล่าไป เค้าบอกว่าเค้าเรียนเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์อะไรสักอย่างนี่แหละ ที่ Griffith Logan Campus

ทุกวันนี้เค้าใช้ อินเตอร์เน็ต เพื่อหาเงินจากตลาดหลักทรัพย์ วันนึงๆ มีรายได้เยอะเลย โอ๊ย ผมฟังแล้ว อยากเอาหัวโขกขี้ไก่ตาย ให้รู้แล้วรู้รอดจริงๆ ดูซิ มีแขนขาครบถ้วน จบคอมพิวเตอร์มา ใช้อินเตอร์เน็ต มีสิ่งพื้นฐานของชีวิต ทุกอย่างแทบจะเพรียบพร้อม แต่ต้องมาเป็นเด็กล้างจาน ทำงานแทบตาย รายได้วันละ $50 เหอๆๆๆ จะบ้าตาย

แต่ให้ตายเหอะครับ ตัวเค้าแค่นั้น ผมว่า เหมือนตุ๊กตากระบอก อะไรประมาณนั้นเลย ก็ยังคิดอยู่ว่า ถ้าเกิดว่า อยู่ดีๆ มีใครมาอุ้มเค้าไปเนี่ย นอกจากร้องแล้ว เค้าจะทำอะไรได้อีก

หลังจากนั้นสักพัก เค้าก็บอกว่า พี่ชายเค้ามารับแล้ว ต้องกลับแล้ว ยังไงก็อย่าลืมอีเมล์ไปคุยกับเค้า แล้วก็อย่าลืมบอกเพื่อนผมว่า ให้ติดต่อกับเค้า เค้าอยากจะให้กำลังใจ ว่าแล้วเค้าก็ซิ่งรถเข็นของเค้า ไปขึ้นท้ายรถตู้ของพี่ชายเค้าที่ขับมารับ (ซิ่งจริงๆนะ ยิ่งกว่าซาเล้งบ้านเราอีก เชื่อเค้าเลยจริงๆ)

อ้อ พูดมาจนจะจบ ลืมบอกชื่อเค้าไปซะได้ เค้าชื่อว่า Nick ครับ เพื่อนๆที่อยากจะพูดคุยกับเค้าก็ติดต่อเค้าได้นะครับ

attitude_is_altitude@yahoo.com
//www.geocities.com/attitude_is_altitude/

-----------------------------------------------
อ่านเรื่องเล่า พร้อมภาพประกอบ ได้จาก
//dosday.com
เรื่องเล่าจากไดอารี่ชาวบ้านไกลของนายดอส
-----------------------------------------------



Create Date : 24 มกราคม 2548
Last Update : 16 กันยายน 2548 0:09:12 น. 3 comments
Counter : 820 Pageviews.

 

มาเยี่ยมนะคะ






คลิกที่นี้เลยค่ะ





โดย: รักดี วันที่: 24 มกราคม 2548 เวลา:17:38:25 น.  

 
ยัยดอสสส แอบมาเปิดบล๊อคก้อไม่ส่งข่าวเลยนะยะ เออ สบายดีมั้ย เป็นยังงัยบ้าง ยุ่งมั้ย
ไปก่อนนะ แล้วจะมาใหม่


โดย: มะเหมี่ยวจ้า วันที่: 25 มกราคม 2548 เวลา:7:21:09 น.  

 
ไปชมของผมมั่งนา มีหน้าใหม่ๆๆๆ
) วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:14:45:29 น.
 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดอส
Location :
Brisbane QLD Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.