Group Blog
 
 
มกราคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 มกราคม 2548
 
All Blogs
 
7. จักรยาน

ตอนที่ 7 : จักรยาน

Fri 6-Sep-2002

ทีแรก ผมตั้งชื่อตอนนี้ว่า "ลุงเอาจักรยานมาให้แล้วจ้า ปั่นไปโรงเรียนดีกว่าจะได้ประหยัด" แต่พอเขียนจริงๆ มานึกดูแล้ว ถ้าชื่อตอนมีแค่นั้น มันก็พูดได้แค่นิดเดียว ก็เลยตัดชื่อเปลี่ยนใหม่ เหลือแค่จักรยาน เพราะไหนๆพูดถึงแล้ว ก็พูดถึงให้ครอบคลุมเลยดีกว่า จริงปะครับ

ต้องกัดฟัน นั่งรถเมล์แสนแพง ไปกลับ $3.60 ไปทำงานอยู่ครึ่งเดือน บางทีก็เดินเอา เพราะระยะทางแค่ 2 กม. ด้วยความงก (แต่ก็เริ่มทำใจได้แล้วล่ะ เพราะค่าจ้าง อาทิตย์แรกมันออกมาให้เห็น เป็นตัวเงินของเค้า เริ่มต้นด้วย ทำงาน 3 วัน ได้ค่าแรงวันละ $45 อาทิตย์นึงก็ $135 โอ้โห เยอะมากเลย คิดเป็นเงินไทยซิ $135 x 23 = 3105 บาท ต่อสัปดาห์ ว้าว ไม่เลวๆๆๆ เป็นอันว่า พอใช้เป็นค่าบ้าน ($80) กับค่ารถเมล์ ($20) ต่ออาทิตย์ ก็ไม่ต้องใช้เงิน ที่ที่บ้านให้มาแล้ว เย้ ดีใจจังเลย

แต่ยังไม่มีเงินเหลือทำอย่างอื่นได้เลยอยู่ดี ว่าแล้วก็เลยโทรไปขอจักรยานของลุงมาใช้จะซื้อเองก็งก อิอิ

ลุงก็ใจดีครับเอามาให้เมื่อคืนนี้เอง เช้านี้ตั้งใจอย่างแรงว่า จะปั่นไปโรงเรียน ไม่ยอมเสียค่ารถเมล์ $5.60 ทุกวันอีกแล้ว

วันนี้อิมมิเกรชั่นนัดไปทำ Working permit ตอน ten to twelve สิบโมงถึงเที่ยง ตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนอะไรอยู่แล้ว ค่อยๆปั่นไป ทุกอย่างน่าจะโอเค โทรไปบอกคุณครูแล้วด้วยว่า วันนี้จะไปเรียนบ่าย

ก็เอาเลยครับ ปั่นออกจากบ้านตั้งแต่แปดโมงเช้า แรกๆมันก็ดีหรอก แต่ด้วยความที่ บ้านที่ผมอยู่ มันอยู่ในหุบ มันจะต้องปั่นขึ้นเนินลงเนิน กว่าจะไปถึงอิมมิเกรชั่น ใช้เวลา 1 ชม ครึ่ง ปางตายครับ หน้ามืด ขางี้สั่นพอๆกะ ตอนจับใบดำใบแดงเลย

ดีใจมาก นึกว่าจะได้พัก ที่ไหนได้ ขณะนั้นเวลา 9.30am พอไปถึง ถึงได้นึกขึ้นได้ว่า ไอ้คำว่า ten to twelve เนี่ย มันแปลว่า สิบนาที ก่อนเที่ยง -_-" ตายแล้ว ทำไงละเนี่ย ต้องนั่งรอเป็นชาติเลย

แต่เอ๊าไม่เป็นไร เข้าไปนั่งพักก่อนก็ดี ไม่งั้นเดี๋ยวอาจมีขาดใจตายต่อหน้าเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นแน่

ตอนนั้นก็ใจชื้นละครับ ว่าจะได้ทำงานอย่างถูกกฎหมาย จริงๆจังๆสักที แต่พอเปิดกระเป๋า อ้าวตายแล้ว ลืมเอาแบบฟอร์มมา โอ้ยยยยยย แม่เจ้า จะขอใหม่ ไปให้ครูใหญ่เซนต์ มันก็ไม่ทันแล้ว จะนัดใหม่ ก็อีกเป็นเดือนแน่ๆ ยังมีเวลาอีก สองชม ทำไงดี ตัดสินใจ กลับไปเอาที่บ้าน

อ้าว แล้วจักรยานละทีนี้ จะเอากลับบ้านยังไงหนอ ไม่มีแรงแล้ว เกิดมาไม่เคยปั่นจักรยาน เหนื่อยขนาดนี้มาก่อน ครั้นจะเอาขึ้นรถกลับบ้าน ก็ไม่รู้อีกว่า เค้ามีรถรับจ้าง ที่จะเอาขึ้นไปแบบนี้ ได้ที่ไหน ตอนนั้นแพงแค่ไหน ก็จะยอมจ่าย เพราะไม่มีแรงแล้ว แต่ก็ไม่รู้อยู่ดี สุดท้าย เข็นสิครับ เข็นเดินกลับมาถึงบ้าน ใช้เวลา 1 ชม พอดี สงสัยใช่มั้ยล่าว่าทำไมเข็นมันแค่ 1 ชม ก็ไอ้ตอนปั่นเที่ยวไปน่ะ ปั่นไปก็หน้ามืด ต้องจอดพักเป็นระยะๆ แต่ตอนเข็นกลับ มันเข็นเดินไปได้เรื่อยๆ ตอนไหนลงเนิน ก็นั่งให้มันไหลไป มันก็เลยไวหน่อย อิอิ

ตั้งแต่นั้นมา ไม่เคยคิดจะเอาจักรยาน ปั่นไปโรงเรียนอีกเลยครับ ค่ารถแพงก็จะนั่ง 555 สมน้ำหน้า

จักรยาน ก็เลยเป็นได้แค่พาหนะสำหรับปั่นไปทำงาน ระยะสั้นแค่ 2 กิโล เท่านั้นเอง...
คนใช้จักรยานที่นี่ ค่อนข้างจะใช้ได้อย่างสบายใจ ขอเพียงทำตามกฎที่เค้ากำหนด คือสวมหมวกกันน็อค และมีไฟกะพริบด้านท้าย หรืออย่างน้อย แผ่นสะท้อนแสง ที่สามารถเห็นได้ชัดเจนยามค่ำคืน เท่านั้นเป็นพอ

เมืองนี้ จริงๆต้องบอกว่ารัฐนี้ หรือประเทศนี้ด้วยซ้ำไป ค่อนข้างจะให้ ความสำคัญ กับผู้ใช้จักรยานมาก สังเกตได้จากว่า จะมีทางจักรยานอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าในเมือง , นอกเมือง , พาทเวย์ริมหาด แม้แต่ริมถนนไฮเวย์ ก็จะมีถนนเล็กๆ ขนาบข้างไปด้วยเกือบจะตลอดสาย ตรงไหนที่ไม่มี ก็จะมีไหล่ทางกว้างๆ เพื่อให้คนเดินเท้ากับจักรยาน ใช้ร่วมกัน แต่ถ้าหากว่า ปั่นไปแล้วเจอคนเดินเท้า จะต้องให้ทางแก่ คน(หรือหมา)เดินเท้าก่อน และที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คือ เวลาที่จะข้ามถนน จะต้องจอดลงจูงข้าม เพื่อความปลอดภัย (แต่ผมขอสารภาพว่า ไม่เคยลงจูงเลยถ้าไม่จำเป็น แหะๆๆๆ)

ค่าจอดรถที่นี่แพงมาก แต่คนที่ใช้จักรยาน ไม่ต้องกลัวเรื่องที่จอด เพราะที่นี่ จักรยาน สามารถจอด ใช้โซ่ล่ามเอาไว้ ที่ไหนก็ได้ ที่มีลักษณะเป็นแท่ง เป็นเสา ที่สูงพอที่คนจะไม่ยก เอาจักรยานคุณหนีได้ หรือแม้แต่ตาม พนักพิงของที่นั่งริมถนนต่างๆ อันที่จริง ทางรัฐ เขาก็ทำที่จอดจักรยานไว้ให้ เยอะพอสมควร อย่างรูปด้านขวาก็จะเห็นว่า ตามสวนสาธารณะต่างๆก็จะมีไว้ให้

อย่างไรก็ตาม ผมขอเตือนคนที่มีจักรยาน โดยเฉพาะซื้อใหม่ว่า ที่ๆ ไม่ควรเอาไปจอดมากที่สุด ในบริสเบน ก็คือ ที่จอดจักรยานหน้าคาสิโน เพราะเป็นที่จอด ที่มีประวัติหายบ่อยที่สุด เท่าที่เคยได้ยินมา





นอกจากนี้แล้ว ตามสะพานต่างๆ ก็จะมีทางสำหรับ จักรยานโดยเฉพาะ เช่น Victory Bridge , Good Will Bridge ซึ่งเป็นสะพานพิเศษ สำหรับคนเดินและจักรยานโดยเฉพาะ แต่ก็มีบางสะพานเหมือนกัน ที่คนสร้างก็เหลือเกิน คิดมาได้ยังไงว่าจะสร้างมาแค่นั้น เช่น สะพานเชื่อมระหว่าง แผ่นดินใหญ่ กับ Blibie Islands มันแคบมากๆ ดูจากรูปคงจะเห็น ไม่น่าจะกว้างเกิน 75ซม. ตอนผมปั่นผ่านไป แฮนด์มันไปเกี่ยว ขอบด้านข้าง เกือบล้ม ปากคาบเหล็กราวสะพานซะแล้ว แทบเอาตัวไม่รอด

การใช้จักรยาน ไม่ได้มีความสะดวกแค่นี้ ถ้ามีแค่นี้ มันคงไม่มีเรื่องราวมากมาย ที่ผมจะเล่าให้ฟัง ตอนต่อๆไป เพราะคุณสามารถเอาจักรยาน ขึ้นรถเมลล์บางสาย และที่แน่ๆคือ เอาขึ้นรถไฟ ซิตี้เทรน ได้ทุกเที่ยว ทุกสาย อ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าผมโม้ เอารูปไปดูเป็นหลักฐาน นี่จักรยานของผมเอง ถ่ายคู่รางรถไฟ ส่วนนี่ของคนอื่น กำลังขนขึ้นขนลงกันอยู่

ช่วงนี้ผมขอเล่าเกี่ยวกับระบบขนส่ง ของบริสเบน และรอบๆ ก่อนนะครับ หลังจากนั้นไป ค่อยเล่าเรื่องที่ผม ไปผจญภัย ด้วยจักรยาน ตั้งแต่เหนือสุด กิมพีทาวน์ จนถึงใต้สุด คิงสคลิฟ นิวเซาท์เวลล์

แต่ไงก็เหอะ ผมก็จะเล่าตามลำดับ ของสิ่งที่ผม ได้เรียนรู้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนั่นแหละครับ ไม่ใช่ว่าจะตะบี้ตะบัน เล่าแต่เรื่อง ทรานสปอร์ต อย่างเดียว

อ้อ แต่จะว่าไปแล้ว ก็มีอยู่ที่นึงที่ผมเห็น เค้าติดป้ายไว้ว่า “ห้ามปั่นจักรยาน” ก็คือที่นี่ครับ อิอิ “หาด นูซ่า” ห้ามปั่นจักรยานบนหาด (ปั่นได้ก็เก่งเกินแล้วครับ 555)

-----------------------------------------------
อ่านเรื่องเล่า พร้อมภาพประกอบ ได้จาก
//dosday.com
เรื่องเล่าจากไดอารี่ชาวบ้านไกลของนายดอส
-----------------------------------------------



Create Date : 24 มกราคม 2548
Last Update : 15 กันยายน 2548 23:30:27 น. 2 comments
Counter : 478 Pageviews.

 

มาเยี่ยมนะคะ เขียนเก่งจัง






คลิกที่นี้เลยค่ะ





โดย: รักดี วันที่: 24 มกราคม 2548 เวลา:17:39:12 น.  

 
เอ่อ...หายไปใหนแล้วง่าเจ๊


โดย: นู๋เองง่ะ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:3:53:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดอส
Location :
Brisbane QLD Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.